บทที่ 14 งานเลี้ยงค้ามนุษย์
ถังโย่วโย่วแสดงละครทันที เธอซบไหล่ของชางโหยวแล้วร้องไห้ราวกับสาวน้อยที่กำลังหลั่งน้ำตา... อ๊ะ! ไม่ใช่สิ ต้องเป็นางฟ้าที่กำลังหลั่งน้ำตา
ในสายตาของชางโหยว น้ำตาของถังโย่วโย่วนั้นมีค่ายิ่งกว่าไข่มุกน้ำตานางเงือกเสียอีก น้ำตาที่หยดลงมาทีละหยด ๆ เหมือนกำลังหยดลงบนหัวใจของเขา เขาจึงส่งสายตาเอาเื่ไปที่เลขาหลี่ สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดตอนนี้คือการปลอบโยนถังโย่วโย่ว "โย่วโย่วอย่าร้องไห้นะ เธอกล้าทำแบบนี้กับหลาน ลุงจะต้องลงโทษเธอคนนั้นแน่นอน เอาล่ะ อย่าร้องไห้นะ ถ้าหนูร้องไห้อีก ลุงไม่รู้จะทำยังไงแล้ว"
ความอ่อนโยนทั้งชีวิตของชางโหยวนั้นมอบให้กับถังโย่วโย่วทั้งหมด ต้องรู้ไว้ว่าลูกชายของเขา ชางจื่อนั้นได้รับลักษณะนิสัยทั้งหมดมาจากชางโหยว ั้แ่เกิดจนถึงตอนนี้ นอกจากร้องไห้ตอนคลอดออกมาแล้ว แทบจะไม่เคยร้องไห้อีกเลย
เด็กผู้ชายเลี้ยงง่าย ชางโหยวจึงไม่ได้ใช้เวลากับชางจื่อมากนัก
แต่ถังโย่วโย่วนั้นแตกต่างออกไป เด็กน้อยเป็คนขี้แยมาก แต่เธอกลับไม่ได้ทำให้ใครรำคาญ มีแต่จะทำให้ชางโหยวรู้สึกเ็ปใจ ถึงขนาดที่แทบอยากจะเด็ดดวงดาวบนท้องฟ้ามาให้เธอเลยทีเดียว
เด็กผู้หญิงควรได้รับการเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอม โดยเฉพาะนางฟ้าตัวน้อยอย่างถังโย่วโย่ว
ตอนนี้ชางโหยวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมตามใจถังโย่วโย่ว ชายวัยสามสิบกว่าที่เต็มไปด้วยวุฒิภาวะกลับแสดงออกเหมือนเด็กหนุ่มไร้เดียงสา ไม่เหลือเค้าความน่าเกรงขามในวงการธุรกิจเลยแม้แต่น้อย
ทุกคนต่างตกตะลึง เมื่อเห็นชางโหยวอุ้มถังโย่วโย่ว พลางพูดปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานจนแทบจะทำให้คนตายได้ ก่อนจะเดินเข้าไปในสำนักงาน
หลังจากชางโหยวเดินจากไป เลขาหลี่รู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงมาจาก์ชั้นเก้า เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าถังโย่วโย่วจะแสดงละครเก่ง ส่วนชางโหยวก็รักและตามใจเด็กน้อยขนาดนี้
"ดูท่าทางที่ประธานชางมีต่อเด็กน้อยคนนั้นสิ ฉันว่าบางคนคงจะแย่แน่ ๆ"
"ฮ่า ๆ ๆ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับผลกรรมนั้น สมน้ำหน้าจริง ๆ!"
ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไป พวกเขาไม่ลืมที่จะซ้ำเติมเลขาหลี่อีกสักหน่อย แต่ครั้งนี้ก็ทำให้ทุกคนได้เห็นว่า ถังโย่วโย่วมีตำแหน่งในใจของชางโหยวมากแค่ไหน
เธอเปรียบเสมือนไข่มุกล้ำค่าที่เขาต้องประคองไว้ด้วยความทะนุถนอม ราวกับว่าจะตกแตก หากอมไว้ก็กลัวว่าจะละลาย ทุกเื่เพียงแค่ถังโย่วโย่วเอ่ยคำว่า "คุณลุง" ด้วยเสียงหวาน ๆ ต่อให้เป็ดวงดาวบนท้องฟ้า ชางโหยวคงยอมไปเด็ดมาให้เธอ
แต่ไม่อาจโทษถังโย่วโย่วได้ เพราะเธอน่ารักเกินไปจริง ๆ
ใบหน้าเล็ก ๆ นั้นงดงามมาก ทุกคนต่างคิดว่าแม่ของเธอต้องสวยมากแค่ไหนถึงให้กำเนิดเด็กน้อยที่น่ารักจนคนต้องยอมตาย ถ้าได้ให้กำเนิดเด็กน้อยที่น่ารักแบบนี้ ชาตินี้ก็คุ้มค่าแล้ว
หลังจากซ้ำเติมเลขาหลี่กันไปสองสามคำ ทุกคนก็แยกย้ายไปทำธุระของตัวเอง เหลือเพียงเลขาหลี่ที่ยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว
นึกถึงสายตาที่ชางโหยวมองเธอตอนที่เขากำลังจะจากไป เธออดสั่นสะท้านไม่ได้
จบกัน! คราวนี้จบเห่จริง ๆ แล้ว!
ชางโหยวขึ้นชื่อเื่ความโเี้ คนที่เคยขัดใจเขาล้วนจบไม่สวย แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ขึ้นชื่อเื่การปกป้องคนของตัวเอง ตอนนี้เขากำลังปกป้องถังโย่วโย่วอยู่ แต่เธอดันไปขัดใจยัยตัวแสบนั่นเข้า ไม่รู้เลยว่าชางโหยวจะใช้วิธีไหนมาจัดการเธอ
ในห้องทำงาน
ชางโหยวใช้ความพยายามอย่างมากในการปลอบประโลมถังโย่วโย่ว จนในที่สุดก็สำเร็จ
ชางโหยวสาบานว่า นี่เป็การต่อสู้ที่ยากที่สุด แม้แต่ตอนที่เขานำทีมไปเจรจาความร่วมมือก็ยังไม่ยากเท่านี้ การได้ยินเสียงร้องไห้ของถังโย่วโย่วทำให้สมองของเขาปวดตุบ ๆ
เด็กน้อยนั่งสะอื้นอยู่บนเก้าอี้ เมื่อชางโหยวเห็นว่าถังโย่วโย่วสงบลงแล้ว เขาจึงออกจากห้องทำงานและเดินไปที่สำนักงานเลขา
ตอนนี้เลขาหลี่นั่งอยู่ในห้องทำงานของเธอ และได้เก็บของเรียบร้อยแล้ว
เธอไม่รู้ว่าชางโหยวจะลงโทษเธออย่างไร แต่เธอเป็คนที่รู้จักพลิกแพลงสถานการณ์มาตลอด วันนี้เธอยอมแพ้ให้เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ จึงวางแผนถอยเพื่อรุก แกล้งทำเป็จะลาออก เพื่อดูว่าชางโหยวจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
ขณะที่เลขาหลี่กำลังพิมพ์จดหมายลาออกอยู่นั้น
ชางโหยวเดินมาที่โต๊ะทำงานของเธอ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า "คุณหลี่ สัปดาห์หน้ามีงานเลี้ยงสังสรรค์ คุณต้องไปกับผมด้วย"
งานเลี้ยงสังสรรค์?
เมื่อได้ยินเสียงของชางโหยว เลขาหลี่รีบเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยความประหลาดใจ
อะไรนะ? ชางโหยวไม่ได้ลงโทษเธอแต่กลับจะพาเธอไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์?!
พูดแบบนี้ก็แสดงว่าชางโหยวยังมีใจให้เธออยู่!
"ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ประธาน" เลขาหลี่รีบลุกขึ้นพลางยิ้มให้กับชางโหยว เธอรู้ดีว่าการยั่วยวนหลายวันที่ผ่านมาไม่ได้สูญเปล่า ชางโหยวคงจะทนไม่ไหวแล้วแน่ ๆ
บางทีงานเลี้ยงสังสรรค์ครั้งนี้อาจจะเป็แค่ข้ออ้างก็ได้
ยิ่งคิด เลขาหลี่ยิ่งรู้สึกมีความสุขราวกับถูกรางวัลที่หนึ่งห้าล้านหยวน รู้สึกตัวเบาหวิวราวกับจะลอยขึ้น์
ส่วนชางโหยวพูดจบก็เดินกลับไปที่ห้องทำงานทันที
เขาให้คำมั่นกับถังโย่วโย่วว่า "ลุงจะต้องเอาคืนให้หนูแน่นอน!"
ถังโย่วโย่วถึงได้ถอนหายใจโล่งอก ในที่สุดก็จัดการนังจิ้งจอกตัวน่ารำคาญนั่นเพื่อป้าของเธอได้เสียที
หลิวชิงดีกับเธอมาก ถังโย่วโย่วจึงตอบแทนเธอด้วยการทำสิ่งเหล่านี้
ใน่บ่าย ชางโหยวกำลังทำงานอยู่ในสำนักงาน ถังโย่วโย่วรู้ว่าไม่ควรรบกวนเขา จึงนั่งอยู่ข้าง ๆ ดูวันพีซผ่านแท็บเล็ต
เวลาผ่านไปจนเกือบถึงหกโมงเย็น เลขาชายคนหนึ่งเคาะประตูเดินเข้ามาในสำนักงาน เขาพูดกับชางโหยวอย่างสุภาพนอบน้อม "ประธานชาง คืนนี้มีงานประมูลที่ปี้ลั่ว เป็งานที่จองไว้ั้แ่ครึ่งเดือนก่อนแล้วครับ"
"งานประมูลหรือ?" ชางโหยวขมวดคิ้วครุ่นคิด ก่อนจะนึกขึ้นได้
เขาวางปากกาในมือลง ใบหน้าหล่อเหลาขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางเคาะปากกาลงบนโต๊ะเบา ๆ "่นี้มีเื่ให้จัดการเยอะมากจนลืมไปเลย ได้ คุณไปจัดการเื่รถเถอะ"
"ครับ" เลขาชายค้อมตัวถอยออกไปอย่างนอบน้อม
หลังจากเลขาออกไปแล้ว ชางโหยวก็เบนสายตามามองที่ถังโย่วโย่ว สีหน้าของเขาอ่อนโยนลงทันที เขาเอ่ยถามว่า "โย่วโย่ว อยากไปงานประมูลกับลุงไหม?"
"ได้ค่ะ" ถังโย่วโย่วเงยหน้ากลมป้อมขึ้นมาพลางตอบ
หากไม่ไปก็คงไม่ได้เห็นอะไรใหม่ ๆ
โดยปกติแล้วสถานที่จัดประมูลแบบนี้ไม่เหมาะที่จะพาเด็กไป แต่เป็เพราะวันนี้ชางโหยวลืมและพาถังโย่วโย่วมาที่บริษัทด้วย ถ้าส่งถังโย่วโย่วกลับไปก็เสียเวลา วิธีที่ดีที่สุดคือพาเธอไปด้วยเลย
เมื่อได้ยินถังโย่วโย่วตอบอย่างร่าเริง ชางโหยวก็พยักหน้า ตลอดบ่ายวันนี้ที่บริษัท ถังโย่วโย่วเป็เด็กดีมาก ไม่ส่งเสียงดังหรือก่อความวุ่นวาย เธอรู้ความไม่เหมือนเด็กคนอื่น เล่นอยู่คนเดียวเงียบ ๆ ไม่ได้สร้างความยุ่งยากให้ชางโหยวเลย ทำให้ชางโหยวยิ่งรู้สึกเกลียดชังเลขาหลี่คนนั้น ถังโย่วโย่วเป็เด็กน่ารักขนาดนี้ จะไปใส่ร้ายเธอลอย ๆ ได้อย่างไร? ต้องเป็เลขาหลี่ที่รังแกถังโย่วโย่วแน่!
ถ้าถังโย่วโย่วไม่มีความสุข ชางโหยวก็ไม่มีความสุขด้วย
ถ้าเป็เช่นนั้นทุกคนจะต้องเดือดร้อนกันหมด โดยเฉพาะเลขาหลี่ ชางโหยวคิดวิธีจัดการเธอไว้แล้ว งานเลี้ยงสัปดาห์หน้าก็เหมือนงานค้ามนุษย์ในแวดวงธุรกิจ เลขาหลี่แต่งตัวโป๊ทุกวัน คิดว่าชางโหยวโง่ มองไม่ออกหรือว่าเธอมีเป้าหมายอะไร?
ในเมื่อเธออยากเกาะคนรวย งั้นชางโหยวก็จะช่วยให้สมใจเธอ
"โย่วโย่ว อยู่บริษัทมาทั้งบ่ายเหนื่อยไหม? เดี๋ยวลุงพาไปกินของอร่อย แล้วเราค่อยไปงานประมูลกัน"