กะดึก..นึกหลอน

    ห้องพักรายวันชั้น 13 ตอนที่ 3 : เตียงที่ยังอุ่น

    ฉันไม่เคยกลัวเตียงมาก่อน เตียงในโรงแรมสำหรับแม่บ้านคือของที่ต้องจัดให้ตึง เรียบ และสะอาดที่สุดเท่าที่เวลาในกะอนุญาต เราดูคราบก่อน ดูรอยขาด ดูว่ามีของแขกหล่นอยู่ใต้หมอนหรือไม่ จากนั้นก็ดึงผ้าเก่าออก ม้วนเก็บด้านสกปรกเข้าข้างใน ปูผืนใหม่ เก็บมุมแบบซองจดหมาย ตบหมอนให้ฟู แล้วถอยออกมาดูเส้นกลางเตียงว่าตรงหรือยัง


    แต่เตียงในห้อง 1301 ไม่ยอมเป็นเตียง


    มันเหมือนร่างหนึ่งร่างที่ถูกคลุมด้วยผ้านวมสีเทาหม่น ผืนผ้าพูนขึ้นตรงกลาง ยุบลงตรงปลาย และนิ่งเกินไปจนน่ากลัว ความนิ่งแบบนั้นไม่ใช่ความว่าง มันเหมือนการกลั้นหายใจของคนที่ไม่อยากให้เรารู้ว่าเขายังตื่นอยู่


    ฉันเปิดสมุดปกหนังด้วยมือที่เริ่มชา กฎข้อถัดไปอยู่หน้าที่มีรอยนิ้วมือสีคล้ำตรงขอบกระดาษ


    "กฎข้อที่ 2: เมื่อกวาดพื้นเสร็จ ขั้นตอนต่อไปคือการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและผ้าห่ม แต่อย่าดึงผ้าออกทันที จงหงายมือและใช้หลังมือแตะฟูกหรือผ้าห่ม หากยังสัมผัสได้ถึงไออุ่นของร่างกายมนุษย์ ห้ามดึงผ้าออก จงดับไฟทั้งหมด แล้วนั่งรอข้างเตียงอย่างเงียบ ๆ จนกว่าฟูกจะเย็น หากฝืนดึงผ้าออกขณะเตียงยังอุ่น แขกคนเก่าจะถือว่าคุณปลุกเขา"


    ใต้กฎข้อที่ 2 มีข้อความเล็ก ๆ อีกบรรทัดหนึ่ง เขียนด้วยลายมือที่เหมือนรีบมากกว่าหน้าอื่น


    ถ้าเตียงถามว่า "ยังจำได้ไหม" ห้ามตอบ


    ฉันอ่านบรรทัดนั้นแล้วไม่เข้าใจว่าเตียงจะถามได้อย่างไร แต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ ไม่มีอะไรในห้องนี้สมควรถูกหัวเราะเยาะ แม้แต่ประโยคที่ฟังเหมือนคนเขียนเสียสติ ฉันลูบขอบกระดาษเบา ๆ แล้วพบว่าตรงคำว่า "จำ" มีรอยขีดทับเล็ก ๆ หลายเส้น เหมือนคนก่อนหน้าพยายามลบมันออกแต่หมึกซึมลงไปลึกเกินไป


    ความทรงจำเป็นสิ่งอันตรายในงานแม่บ้าน เราจำได้ว่าห้องไหนเคยมีคนตาย แต่ต้องทำเหมือนไม่จำเวลาแขกใหม่เข้าพัก เราจำได้ว่าแขกคนไหนตบหน้าภรรยาหลังปิดประตู แต่ต้องยิ้มและถามว่าต้องการผ้าเช็ดตัวเพิ่มไหม เราจำรอยเลือดบางรอยได้แม้ล้างไปแล้ว เพราะมันไม่ได้ติดอยู่บนผ้าปูอย่างเดียว มันติดอยู่ในมือคนล้างด้วย


    ฉันไม่อยากให้เตียงในห้องนี้ถามอะไรทั้งนั้น


    ประโยคสุดท้ายสั้นกว่ากฎข้อแรก แต่ทำให้ฉันไม่อยากอ่านซ้ำ


    ฉันเคยแตะเตียงที่แขกเพิ่งลุกออกไป ไออุ่นแบบนั้นมีความเป็นคนอยู่ในนั้น มีร่องของน้ำหนัก มีความชื้นจาง ๆ จากผิวหนัง มีหลักฐานว่าคนคนหนึ่งเคยนอนอยู่ตรงนั้นก่อนเราเข้าไปเก็บกวาด มันเป็นเรื่องธรรมดาของงานโรงแรม ธรรมดาจนแทบไม่ต้องคิด


    แต่เตียงบางเตียงก็ทำให้เรารู้เรื่องของแขกมากเกินไป ผ้าปูที่ถูกดึงยับไปข้างเดียวบอกว่าในคืนนั้นมีคนพยายามหนีหรือถูกดึงกลับ หมอนที่หล่นพื้นพร้อมคราบลิปสติกบอกว่ามีคนร้องไห้จนเครื่องสำอางเลอะ ผ้าห่มที่ถูกม้วนแน่นเหมือนเชือกบอกว่าคนบนเตียงไม่ได้หลับอย่างสงบ งานของฉันคือทำให้ทั้งหมดนั้นกลับไปเรียบตึงก่อนแขกคนต่อไปเปิดประตูเข้ามา


    ห้อง 1301 ทำให้ฉันรู้สึกว่ามันไม่เคยมีแขกคนต่อไปเลย มีแต่แขกคนเดิมที่นอนซ้ำอยู่บนเตียงเดิม รอแม่บ้านคนแล้วคนเล่าเข้ามาจัดผ้าให้มันเหมือนยังมีชีวิตอยู่


    ฉันก้าวเข้าไปใกล้เตียงทีละนิด พยายามคิดถึงขั้นตอนงานแทนสิ่งที่อยู่ใต้ผ้า ถอยปลายเท้าไม่ให้สะดุดชายผ้านวม หายใจทางปากเพื่อลดกลิ่นน้ำอบไทย กะระยะมือให้แตะมุมฟูก ไม่ใช่แตะรอยนูนตรงกลาง หลังมือของฉันค่อย ๆ ลดลงบนผ้าปูสีขาวหม่น


    ร้อน


    ฉันเกือบชักมือกลับ แต่ฝืนไว้ได้เพียงเสี้ยววินาทีพอให้แน่ใจ มันไม่ใช่ความอุ่นหลงเหลือจากคนที่เพิ่งลุก มันร้อนเหมือนคนเป็นไข้สูงนอนซมอยู่ใต้ผ้า ความร้อนแผ่ขึ้นมาถึงข้อมือ ทั้งที่ในห้องหนาวจนลมหายใจฉันเป็นไอจาง ๆ


    ผ้านวมขยับ


    ไม่มาก แค่ยุบลงตรงกลางแล้วนูนขึ้นอีกครั้ง เหมือนคนข้างใต้พลิกตัวช้า ๆ เพื่อหาท่านอนที่สบายกว่า ฉันเห็นแนวไหล่ เห็นส่วนที่คล้ายศีรษะเบี่ยงมาทางฉัน ผ้าตรงนั้นตึงขึ้นเล็กน้อย ราวกับใบหน้าข้างใต้กำลังหันมาฟังเสียงลมหายใจของฉัน


    แล้วเสียงก็ถามจากใต้ผ้า


    "ยังจำได้ไหม"


    ฉันหยุดหายใจทันที


    มันไม่ใช่เสียงผู้ชายหรือผู้หญิง ไม่แก่ ไม่เด็ก แต่เป็นเสียงที่เหมือนหลายคนพูดประโยคเดียวกันจากใต้หมอนหลายใบ เสียงนั้นลากยาวตรงคำว่า "จำ" จนมันไม่เหมือนคำถาม แต่มันเหมือนตะขอเกี่ยวเข้าไปในหัวฉัน กระชากภาพบางอย่างขึ้นมาโดยที่ฉันไม่ได้อนุญาต


    ภาพป้าจันทร์ยืนอยู่หน้าลิฟต์ส่งของตอนตีสอง ภาพแกจับแขนฉันแน่นแล้วพูดว่า ถ้าได้กลิ่นน้ำอบไทยให้ลงมาเลย ภาพฉันหัวเราะเบา ๆ เพราะคิดว่าแกงมงาย ภาพล็อกเกอร์ของแกที่เปิดค้างหลังวันที่แกหายไป และในล็อกเกอร์นั้นมีผ้าเช็ดหน้าลายดอกมะลิพับไว้เรียบร้อยเหมือนรอเจ้าของกลับมา


    ฉันกัดปากตัวเอง ไม่ตอบ


    ผ้านวมพองขึ้นอีกนิด เหมือนสิ่งข้างใต้ผิดหวัง


    กฎบอกให้ดับไฟ


    ฉันไม่อยากดับไฟเลย แสงสีแดงอย่างน้อยก็ยังทำให้ฉันรู้ว่าผนังอยู่ตรงไหน ประตูอยู่ตรงไหน และเตียงอยู่ห่างจากตัวเท่าไร แต่กฎที่เขียนไว้จนถึงตอนนี้ถูกต้องทุกอย่าง ชั้นสิบสามมีจริง ห้องนี้มีจริง กลิ่นน้ำอบไทยมีจริง และรอยเท้าเปียกก็มีจริง ถ้าจะไม่เชื่อกฎข้อนี้ ฉันต้องมีเหตุผลดีกว่าความกลัวของตัวเอง


    ฉันกดสวิตช์ไฟฉาย


    ห้องดับลงในทันที ความมืดไม่ได้ค่อย ๆ เข้ามา แต่มันร่วงทับตัวฉันเหมือนผ้าห่มหนา ฉันคลำหาเก้าอี้ไม้ข้างเตียง เจอมุมพนักก่อน เจอขอบเบาะ จากนั้นจึงทรุดตัวลงนั่งอย่างระวัง กลัวแม้แต่เสียงขาเก้าอี้เสียดพื้น สองมือวางบนตัก นิ้วทั้งสิบกำผ้ากันเปื้อนแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ


    ในความมืด ฉันเริ่มรู้ว่าห้องนี้กว้างกว่าตอนมีแสง เสียงทุกอย่างดูไกลออกไป ประตูกลายเป็นจุดที่อยู่คนละฟากของโลก โต๊ะเครื่องแป้งเหมือนถอยห่างไปหลายเมตร และเตียงข้างตัวเหมือนขยายใหญ่ขึ้นจนกินพื้นที่ครึ่งห้อง ฉันไม่เห็นอะไร แต่รู้สึกได้ว่าผ้านวมอยู่สูงขึ้นกว่าตอนปิดไฟ รู้สึกได้ว่ามีแรงกดของสายตาจากที่ที่ไม่ควรมีตา


    ฉันพยายามนับขั้นตอนงานในหัวเพื่อไม่ให้ฟังเสียงอื่น กวาดพื้นเสร็จแล้ว ต่อไปตรวจเตียง รอให้ฟูกเย็น ดึงผ้าเก่า ม้วนด้านสกปรกเข้าใน ใส่ถุงผ้าเปื้อน ปูผืนใหม่ ดึงมุมบนซ้าย มุมบนขวา มุมล่างซ้าย มุมล่างขวา ตบหมอนสองครั้ง ไม่ใช่สาม เพราะหัวหน้าเคยบอกว่าสามครั้งทำให้ฝุ่นฟุ้ง


    พอคิดถึงคำว่า "สามครั้ง" ฉันก็ได้ยินเสียงเคาะเบา ๆ ใต้เตียง


    ก๊อก


    ก๊อก


    ฉันเกือบขยับ แต่เสียงหยุดแค่สองครั้ง ไม่ใช่สาม ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นสัญญาณหรือกับดัก จึงนั่งนิ่งต่อไปจนต้นขาชา


    ตอนแรกมีเพียงความเงียบ


    แล้วเสียงผ้าก็ดังขึ้น


    ฟุบ


    ฟุบ


    มันดังใกล้กว่าที่ควรจะเป็น เหมือนผ้านวมถูกลากเข้ามาข้างเก้าอี้ ฉันหลับตาทั้งที่มืดอยู่แล้ว ร่างกายอยากทำทุกอย่างพร้อมกัน อยากลุก อยากวิ่ง อยากร้อง แต่ฉันบังคับตัวเองให้นั่งนิ่ง เหมือนตอนต้องรอให้ลูกค้าหลับก่อนเข้าไปเก็บจานในห้องพักแบบรายชั่วโมง ห้ามส่งเสียง ห้ามทำให้เขารู้สึกว่าถูกรบกวน ห้ามแสดงตัวมากเกินไป


    กลิ่นน้ำอบไทยแรงขึ้นจนเหมือนมีคนเอาผ้าชุบน้ำอบมาปิดจมูกฉัน ข้างในกลิ่นนั้นมีความเหม็นเน่าซ่อนอยู่ชัดเจนขึ้นทุกวินาที เป็นกลิ่นของน้ำลายค้างคืน กลิ่นผ้าที่ไม่เคยแห้ง กลิ่นร่างกายที่ถูกทิ้งไว้ใต้ผ้าห่มนานเกินควร


    ฟู่...


    ลมหายใจร้อน ๆ เป่าที่ต้นคอฉัน


    ฉันกัดริมฝีปากจนเจ็บ น้ำตาไหลออกมาเองโดยไม่มีเสียงสะอื้น บางสิ่งอยู่ข้างหลังหรือข้าง ๆ ฉัน มันใกล้จนฉันรู้สึกถึงความร้อนของมันบนแก้ม แต่ฉันไม่ขยับ ฉันนับเลขในใจอย่างที่เคยทำเวลาต้องกลั้นอาเจียนตอนล้างห้องน้ำแขกเมา หนึ่งถึงสิบ สิบถึงยี่สิบ แล้วเริ่มใหม่เมื่อจำไม่ได้ว่านับถึงไหน


    "เมย์"


    คราวนี้มันเรียกชื่อฉัน


    ฉันลืมตาในความมืด แม้รู้ว่าไม่มีอะไรให้เห็น ชื่อของฉันไม่ควรอยู่ในปากมัน ฉันไม่ได้บอกชื่อกับห้อง ฉันตอบตามกฎตั้งแต่แรก แต่เสียงนั้นพูดชื่อฉันได้ชัด เหมือนอ่านจากป้ายชื่อบนอกเสื้อ ทั้งที่ฉันถอดป้ายออกตั้งแต่ก่อนขึ้นบันไดเพราะกลัวมันเกี่ยวกระเป๋า


    "เมย์ พรุ่งนี้เก้าโมงนะ"


    เสียงเปลี่ยนเป็นเสียงผู้ชายเจ้าหนี้ที่โทรมาขู่ฉันเมื่อวาน ฉันกำมือแน่นขึ้นจนเล็บจิกฝ่ามือ ความกลัวสองแบบซ้อนกันในความมืด กลัวสิ่งที่หายใจอยู่ข้างคอ และกลัวโลกข้างล่างที่รอฉันพร้อมดอกเบี้ยกับคนของพี่โต้ง ห้องนี้ไม่ได้แค่ถามว่าฉันจำได้ไหม มันรู้ว่าฉันกลัวอะไร และมันกำลังเลือกเสียงที่ทำให้ฉันอยากลุกหนีมากที่สุด


    ฉันไม่ตอบ


    ลมหายใจร้อน ๆ เปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอที่ไม่มีลำคอ


    มีบางอย่างแตะปลายผมฉันเบา ๆ


    ฉันไม่แน่ใจว่าเป็นมือ ลมหายใจ หรือชายผ้านวมที่ขยับมาโดน แต่ความรู้สึกเย็นเฉียบเลื่อนผ่านท้ายทอยช้า ๆ แล้วหยุดอยู่ตรงหลังหู เหมือนมันกำลังดม ฉันเผลอกลั้นหายใจนานเกินไปจนหน้าอกปวด แต่ไม่กล้าสูดลมเข้าแรง ๆ กลัวเสียงหายใจของตัวเองจะดังไปถึงมัน


    เวลาผ่านไปช้าอย่างทรมาน ความร้อนที่เคยแนบอยู่ข้างตัวเริ่มถอยห่าง กลิ่นน้ำอบไทยค่อย ๆ จางลง เหลือเพียงกลิ่นฝุ่นกับกลิ่นผ้าเก่า ความหนาวในห้องกลับมาอีกครั้ง คราวนี้หนาวจนฟันฉันกระทบกันเบา ๆ


    ฉันรออีกนานกว่าที่สมองสั่งให้รอ เพราะไม่ไว้ใจความเงียบ


    เมื่อความเงียบกลับมา ฉันยังไม่รีบเปิดไฟ ฉันยกหลังมือแตะอากาศเหนือฟูกก่อนโดยไม่ให้ผิวโดนผ้า ความร้อนเหลืออยู่เพียงจาง ๆ เหมือนไอจากแก้วน้ำร้อนที่วางทิ้งไว้ ฉันรออีกยี่สิบลมหายใจ นับช้า ๆ จนตัวเลขเริ่มหลุดจากความหมาย แล้วแตะซ้ำอีกครั้ง คราวนี้ความอุ่นหายไปมากกว่าเดิม


    ในห้องปกติ ฉันคงไม่รอนานขนาดนี้ หัวหน้าแม่บ้านคงดุว่าเสียเวลา แขกใหม่อาจขึ้นมารอหน้าห้อง แต่ห้อง 1301 ไม่ใช่ห้องที่คนรอเช็กอิน และสิ่งที่นอนอยู่บนเตียงนั้นไม่ใช่แขกที่รีวิวโรงแรมได้ถ้าไม่พอใจ ฉันจึงรอจนปลายนิ้วตัวเองเย็นตามฟูก


    ในที่สุด ฉันค่อย ๆ ยื่นมือออกไปในความมืด หลังมือแตะขอบฟูกตรงมุมเดิม ผ้าเย็นจัด เย็นเหมือนผ้าที่ถูกทิ้งไว้ในห้องแอร์ทั้งคืน ไม่มีไอร้อน ไม่มีแรงขยับ ไม่มีลมหายใจ


    ฉันเปิดไฟฉาย


    แสงสีแดงเผยให้เห็นเตียงที่แบนราบลงแล้ว ผ้านวมไม่พูน ไม่มีรอยร่างคน ไม่มีสิ่งใดอยู่ข้างเก้าอี้ ฉันไม่เสียเวลาหาคำอธิบาย รีบดึงผ้าปูเก่าออก ม้วนเข้าด้านในตามขั้นตอนจนมือทำงานเองโดยไม่ต้องคิด ผ้าผืนนั้นหนักผิดปกติ ทั้งที่ไม่มีอะไรติดอยู่ ฉันยัดมันลงถุงดำ มัดปากถุงสองทบ แล้วรีบปูผืนใหม่


    ตอนม้วนผ้าปูเก่า ฉันพบคราบรูปฝ่ามืออยู่ด้านใน ตรงตำแหน่งที่แนบกับฟูกพอดี ฝ่ามือนั้นเล็กกว่ามือผู้ใหญ่เล็กน้อย นิ้วยาวเรียว และมีรอยแหวนเป็นวงจาง ๆ ที่นิ้วนาง ฉันหยุดมองเพียงเสี้ยววินาที ก่อนพับคราบนั้นเข้าไปในผ้า ถ้าเป็นห้องปกติ ฉันต้องแยกผืนนี้ไว้ในถุงผ้าเปื้อนพิเศษ เขียนแจ้งว่าอาจมีคราบเลือดหรือคราบสารคัดหลั่ง แต่ในห้องนี้ ฉันไม่อยากเขียนอะไรที่ทำให้มันเหมือนมีหลักฐานจับต้องได้


    ใต้หมอนใบซ้ายมีเส้นผมสีดำมัดเป็นปมเล็ก ๆ วางอยู่ ฉันใช้คีมคีบใส่ซองเดียวกับกระดุมมุกและดอกมะลิ เส้นผมนั้นเย็นเหมือนลวดที่แช่น้ำแข็ง และพออยู่ในซองพลาสติก มันขยับเล็กน้อยเหมือนอยากคลายปมด้วยตัวเอง


    นิ้วฉันสั่นจนเก็บมุมเตียงพลาดไปสองครั้ง ฉันแก้ใหม่ ตบหมอน จัดชายผ้านวมให้เรียบ แม่บ้านที่ดีต้องทำให้แขกรู้สึกว่าเตียงไม่เคยมีคนอื่นนอนมาก่อน แม้ในห้องนี้ฉันไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าแขกที่ว่าควรถูกนับเป็นคนหรือไม่


    เมื่อจัดเสร็จ ฉันถอยออกมาหนึ่งก้าว มองเตียงที่เรียบร้อยเกินจริงภายใต้แสงสีแดง


    เสียงเคาะดังขึ้นจากห้องน้ำ


    ก๊อก


    ก๊อก


    ก๊อก


    สามครั้ง หนักและชัด เหมือนมีใครใช้ข้อนิ้วเคาะบานไม้จากด้านใน


    คล้ายกับเรื่องกะดึก..นึกหลอน ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    58.22M 2245
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577