Age of war

    ตอนที่ 124 กำเนิดผู้กล้าเผ่ายักษา

    "โอ๊วววว! "

    บุรุษเผ่าอาร์โธร์โพดาคนหนึ่งกำลังฟาดง้าวใส่กองทัพเผ่ายักษาอย่างบ้าคลั่ง

    ชุดเกราะสีส้มที่เคยเปล่งประกายแสง กำลังเริ่มมอดดับหรี่ลงดั่งเทียนไขที่ใกล้หมด

    น้ำตาเลือดสีเขียวไหลนองท่วมใบหน้า อารมณ์ที่เต็มไปด้วยความเศร้า ได้กลายเป็นแรงพลักดันให้เขาขาดสติ

    ราชินีแห่งการช่าง [โอเปอร์] ตายไปแล้ว

    ขุนพลที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าเช่นนั้นหรือ?

    ช่างน่าขันนัก

    เป็นขุนพลภาษาอะไร เหตุใดจึงปล่อยให้องค์ราชินีสิ้นชีพไปได้กันเล่า?

    ความตายที่รู้สึกได้ถึงความสูญเสียขององค์ราชินี ทำให้ฮอร์เนสแทบจะคลุ้มคลั่ง

    ไม่สิ เขานะคลุ้มคลั่งไปแล้วต่างหาก

    “หยุดเถอะครับท่านฮอร์เนส! ”

    “ท่านขุนพลฮอร์เนส ได้โปรดถอยกลับมาที่แนวหลังเถอะครับ! ”

    เหล่าลูกน้องต่างกรีดเสียงเรียกให้หัวหน้าของตนเองกลับลงไป

    ถึงภายนอกจะดูเป็นการไล่ฆ่าของฮอร์เนสแต่เพียงผู้เดียว แต่ภายใต้ชุดเกราะสีส้มของเขามันกำลังเต็มไปด้วยร่างกายที่ทรุดโทรม

    ชุดเกราะแขนกลกำลังสูบชีวิตของเขาไปอยู่

    “อย่าปล่อยให้ท่านฮอร์เนสต่อสู้คนเดียว พวกเราไปช่วยท่านกันเร็ว! ”

    “โอ๊ววว! ”

    แต่ภาพของบุรุษคลั่งที่ฝืนต่อสู้ได้กลายเป็นแรงพลักดันของกองทัพราชินีโอเปอร์ที่ตายจากไป

    ความสับสนที่เคยมีได้ถูกช่วงชิงไปโดยภาพของนักรบผู้ห้าวหาญ

    กองทัพนับแสนเริ่มโถมใส่ประชากรเผ่ายักษาที่เหลือรอดในฝั่งทิศเหนือ

    จำนวนที่น้อยกว่าถึงสี่เท่ากำลังล้มตายหายจากไปอย่างรวดเร็ว

    “ท่านองค์ราชาดูเรียนอยู่ที่ไหน? พวกขุนนางไปอยู่ไหนกันหมด!? ”

    “พวกเราถูกฆ่าตายหมดแน่--อ๊ากกก! ”

    สภาวะที่ขาดผู้นำของเผ่ายักษากำลังทำให้พวกเขาไร้ทิศทาง

    ถึงจะเลือดในกายจะเดือดต่อสู้สุดใจ แต่พวกเขายังเป็นเพียงแค่ฝูงชนที่ไร้ระเบียบ

    พละกำลังที่ไร้เป้าหมายก็เป็นได้แค่กระสอบทรายกล้ามเนื้อขนาดใหญ่เท่านั้น

    เผ่ายักษาล้มตายเป็นจำนวนมากจนเหลือเพียงแค่หนึ่งหมื่นชีวิต

    ภาพของฮอร์เนสที่เหวี่ยงง้าวตัดร่างขนาดสามเมตรของเผ่ายักษ์ขาดครึ่งร่าง มันได้กลายเป็นฝันร้ายของพวกเขา

    “พวกเรา… จะตายกันหมดแบบนี้นะหรือ? ”

    ชาวบ้านตาดำ ๆ ของเผ่ายักษาเริ่มแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็นกัน

    พวกเขามืดแปดด้านและจมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง



    ปีศาจร้ายสีส้มได้เข้าล่าสังหารเผ่ายักษา

    ความตายแผ่ขยายไปทุกหย่อมหญ้า

    เขี้ยวและแขนขาทั้งหกของเผ่าอาร์โธร์โพดาได้กลายเป็นภาพของปีศาจร้ายในสายตาของเผ่ายักษา

    โดยมีอสูรสีส้มที่ถือง้าวขนาดสามเมตรเป็นหัวหอกในการไล่ล่าสังหาร

    ต่อให้มีนักรบผู้เก่งกาจอาจหาญเข้าต่อกร

    จักต้องถูกฆ่าทิ้งสวนกลับมาราวกับเป็นเศษหินข้างทาง

    มันคือความสิ้นหวังที่ทำให้ทุกอย่างตรงหน้าของพวกเขามืดหม่นไร้ซึ่งทางออก

    แต่ท่ามกลางวังวนที่มืดมิดนั้น ยังคงมีแสงแห่งความหวั่งอยู่

    “ข้า ขุนนางลำดับที่สาม ยักษาแห่งปฐพี [บานา] ! ”

    บุรุษผมสีส้มเปลวเพลิงได้ปรากฏตัวขึ้น ณ น่านฟ้าสูงขึ้นไปยี่สิบเมตร

    ปีกมังกรสีเขียวแผ่ออกกว้างพร้อมกับเปลวไฟสีแดงอันร้อนแรง

    คำประกาศก้องนั้นได้กลายเป็นแสงแห่งความหวังที่เหลืออยู่ของพวกเขา

    "โจมตี! "

    บานาใช้มือขวาถือตรีศูลขึ้นสูงและใช้มือซ้ายจับบังเหียนมังกรเอาไว้

    เปลวไฟแห่งความหวังได้ถูกพ่นลงสู่แผ่นดิน

    กำแพงสีแดงฉานเข้าแผดเผาและกลายเป็นแนวกำแพงขวางกั้นปกป้องประชาราษฎร์ที่อ่อนแอ

    "สอยมันลงมาซะ…"

    ฮอร์เนสรีบสั่งการโจมตีบานาในทันที

    ความจริงเขาอยากจะเข้าไปต่อสู้ด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มที่จะขยับร่างกายไม่ได้แล้ว

    กระสุนรังสีสาดแสงส่องประกายเป็นลำขึ้นสู่ฟากฟ้า

    พวกเขาตั้งมุมองศายิงไขว้กากบาท ประดุจเส้นใยผ้าไหมอันละเอียดอ่อนจนไร้ซึ่งช่องว่างให้ลอดผ่านไปได้

    แต่บานาทำได้

    "โทเม จงเชื่อใจข้าแล้วบินผ่านไปเลย! "

    *โกรว! *

    มังกรเกล็ดสีเขียวคำรามก้อง

    กระสุนรังสีที่แผ่เข้ามานั้น มันสามารถทะลุทะลวงเกล็ดหนาของมันได้

    แน่นอนว่าเจ้าโทเมมันรับรู้ถึงข้อเท็จจริงนั้น

    แต่เจ้าโทเมกลับกระพือปีกออกแรงเพื่อเพิ่มความเร็วอย่างมิเกรงกลัวอันตรายตรงหน้า

    ผู้รับใช้เชื่อใจเจ้านายและเจ้านายเองก็เชื่อใจผู้ที่รับใช้ของเขา

    "เพลงยุทธ์ตรีศูล-พายุทะลวงปฐพี! "

    บานาคำรามเสียงดังด้วยความฮึกเหิม

    เสียงคำรามชื่อวิชายุทธนั้น มิใช่เป็นการตะโกนเพียงเพื่อโอ้อวดความสามารถ

    แต่มีจุดหมายเพื่อเสริมกำลังใจและข่มขวัญอริศัตรู

    เสียงของเขาได้ดึงความสนใจของทุกสายตาในสนามรบไปรวมกันที่ตรงนั้น

    บานาใช่อาวุธในมือกระหน่ำยิงรังสีแสงออกไป

    ใช้คลื่นรังสีหักล้างคลื่นรังสี ปรับการสั่นพ้องของคลื่นให้ลบจากกันอย่างสมบูรณ์อย่างน่าอัศจรรย์ว่าคนสมองกล้ามอย่างเขาจะทำได้

    บานาไม่ได้ใช้หลักคำนวณเหมือนอย่างสเลบหรือเอสเทอ แต่ใช้สัญชาตญาณนักสู้ในการปรับพลังรังสีคลื่นของตรีศูลเท่านั้น

    มันเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้แต่บานาผู้นี้กลับทำได้

    บานาบังคับเจ้าโทเมให้พ่นไฟแผดเผาแผ่นดินต่อไป

    ชุดเกราะแขนกลอันแข็งแกร่งได้กลายเป็นโลงศพชั้นยอดของเผ่าอาร์โธร์โพดา

    ความร้อนได้แผ่ทะลุผ่านผิวชุดเกราะ ก่อนจะย่างสดชีวิตที่อยู่ภายใน

    การโจมตีของบานาไม่ยอมหยุดแค่นั้น

    เขายังคงบินต่อไปด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง ใช้สัญชาตญาณนักสู้ฟาดฟันปัดป้องทุกการโจมตี เพื่อมุ่งสู่ศูนย์กลางอันเป็นหัวใจของกองทัพ

    นั่นคือสุดยอดขุนพล [ฮอร์เนส]

    "เข้ามาเลย! "

    ฮอร์เนสรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายในการต้อนรับคำท้าจากบานา

    บานาเองก็รับรู้ได้ถึงจิตวิญญาณอันแรงกล้าของศัตรู

    สองตาประสานเป็นดั่งสัญญาณเปิดการต่อสู้

    เกราะแขนกลของฮอร์เนสถูกเร่งเครื่องอีกครั้ง

    พลังงานภายในร่างถูกสูบออกไป กล้ามเนื้อในกายกรีดร้องลั่น

    ฮอร์เนสรู้ตัวได้ในทันทีว่านี่คือการโจมตีสุดท้ายของเขาที่สามารถจะทำได้

    ดังนั้นเขาจึงต้องรีบจบการต่อสู้กับบานาภายในเพลงดาบเดียวเท่านั้น

    ฮอร์เนสคิดที่จะทุ่มพลังทั้งหมดสังหารทั้งเจ้าโทเมกับบานาลงภายในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

    จัดการลบภาพความหวังให้กลายเป็นความสิ้นหวังสลักลงไปในหัวใจของเผ่ายักษา

    บานารู้สึกได้ถึงความแน่วแน่ของฮอร์เนสจากสายตาที่มองขึ้นมาจากพื้นดิน

    ดังนั้นบานาจึงตัดสินใจกระโดดลงไปจากหลังของโทเม

    เพื่อตัดสินเพลงยุทธ์กับยอดนักสู้ของอีกฝ่ายในลักษณะหนึ่งต่อหนึ่งอย่างแท้จริง

    ฮอร์เนสถีบพื้นกระโดดขึ้นสูง

    บานาทิ้งตัวลงดิ่งจากฟากฟ้า

    ง้าวปะทะตรีศูล

    ยอดฝีมือปะทะยอดฝีมือ

    เพลงยุทธนับร้อยจักร้อยเรียงเลือกมาเพียงหนึ่งบทเพลง

    หนึ่งบทเพลงยุทธ์เพื่อตัดสินผู้ชนะในศึกประชันนี้

    หัว แขน ขา หรือหัวใจ?

    ทั้งสองฝ่ายไม่อาจทราบได้ว่าอีกฝ่ายกำลังเล็งส่วนใดของตนเอง

    แต่การต่อสู้กลางอากาศนี้กลับเป็นข้อได้เปรียบของฮอร์เนส

    ปีกมดของมดทหารระดับสูงที่กลางหลังของเขานั้น จะช่วยให้เขาสามารถเคลื่อนไหวสามมิติ ณ ใจกลางอากาศได้

    ผิดกับบานาที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศได้

    บานายังไม่รู้สึกตัวถึงข้อได้เปรียบของศัตรู

    หรือว่ารู้อยู่แล้วแต่ก็ยังเลือกต่อสู้ในพื้นที่ของศัตรูเช่นนั้น?

    พวกเราไม่อาจรู้ความจริงข้อนั้นได้

    ทั้งสองฝ่ายได้สวนทางกันกลางอากาศ

    เส้นแสงของคมอาวุธได้วิ่งตัดสวนทางกัน

    เลือดสีดำกับเขียวสาดกระเซ็นออกทั้งสองฝ่าย

    ง้าวของฮอร์เนสถูกฟาดเล็งออกไปที่หัวใจของบานา

    ส่วนตรีศูลของบานาเล็งตรงไปที่เศียรของฮอร์เนส

    ง่ามทั้งสามอันคมกริบและอาบไปด้วยคลื่นรังสีพุ่งตรงไปที่ใจกลางหน้าผาก

    ฮอร์เนสใช้ปีกมดใจกลางหลังกางออกกว้างและเปลี่ยนทิศทางหลบฉากออกไป

    พร้อมกับใช้แขนทั้งสองข้างยกขึ้นปัดป้องเบี่ยงตรีศูลให้พ้นเส้นทาง

    ส่วนแขนอีกสองข้างนั้น เขาใช้มันจับง้าวขนาดสามเมตรเอาไว้มั่น แล้วแทงลงไปที่หัวใจของบานา

    นี่จะเป็นชัยชนะและเป็นจุดจบของเผ่ายักษา

    แต่สิ่งนั้นกลับไม่เกิดขึ้น

    บานายอมทิ้งตรีศูลที่ไร้ค่าทิ้งไปในเสี้ยววินาทีที่ทราบว่าแทงพลาดเป้า

    แล้วใช้แขนทั้งสองซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อรับมือกับง้าวของฮอร์เนส

    กางมือซ้ายออกกว้าง ปล่อยให้ง้าวแทงทะลุ แล้วกำมันลงด้วยแรงที่มากล้นจนหยุดมันเอาไว้ได้

    บีบรัดปลายคมง้าวจนหักงอลงจนไม่อาจนำมาใช้การได้อีก

    ก่อนจะกำหมัดขวาแน่นแล้วง้างขึ้นสูงเหนือบ่า

    “ยอดเยี่ยมนัก”

    พริบตานั้นฮอร์เนสได้ยอมรับความพ่ายแพ้ของตนเอง

    หมัดของบานาได้กระหน่ำชกลงไปบนร่างของฮอร์เนส

    ทุกหมัดนั้นรุนแรงประดุจลูกปืนใหญ่ที่ทรงพลัง

    ถึงปลายหมัดจะท่วมไปด้วยเลือดสีดำเพราะแรงกระแทก แต่เขาก็ไม่คิดที่จะหยุดมือของตัวเองลง

    ชุดเกราะแขนกลที่ทรงพลังได้ถูกพลังหมัดของบานากระหน่ำใส่

    แรงกระแทกที่บ้าคลั่งทำให้ฮอร์เนสบอบช้ำจนสิ้นใจตายอยู่ภายในชุดเกราะที่บุบสลาย

    แล้วยอดนักสู้ทั้งสองก็ร่อนลงมายืนบนพื้นดิน

    โดยมีบุรุษสีส้มนอนทอดกายบนผืนแผ่นดิน

    กับอีกบุรุษผู้หนึ่งยืนเด่นสูงเป็นสง่าอย่างผู้ชนะ

    ภาพของบุรุษขี่มังกรที่แหวกสนามรบเป็นสองฝั่ง พร้อมทั้งสังหารผู้นำศัตรูจบในม้วนเดียว ได้ทำให้เหล่ายักษาต่างดวงตาเบิกกว้าง

    ถึงเจ้าโทเมจะไม่ใช่ [อสูรแห่งการกลืนกิน] ในตำนานผู้กล้า แต่ภาพของบุรุษขี่มังกรที่เก่งกาจ ภาพของบุรุษผู้ที่มากู้วิกฤติของเผ่าตรงหน้า มันกำลังไปซ้อนทับกับภาพของตำนานที่ว่านั้น

    ภาพของบุรุษผู้กล้าแห่งเผ่ายักษา

    ผู้กล้ามังกร [บานา] ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว



    “ (ฮอร์เนสตายแล้วครับท่านผู้กล้าสเลบ! กองทัพของเขากำลังวิ่งแตกฝูงอยู่ จะให้ทำยังไงดีครับ!?) ”

    “ (ปล่อยไป… พวกเราช่วยอะไรไม่ได้แล้วละ) ”

    ถึงเผ่าอาร์โธร์โพดาจะมีความสามัคคีอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่พอขาดผู้นำแล้วก็ไร้ซึ่งความเป็นหนึ่งเดียวอย่างน่าตกใจเช่นกัน

    ราชินีคือจุดสูงสุดของเผ่าโดยมีขุนพลหนึ่งคนเป็นเสมือนผู้คุ้มกัน คนสนิท และผู้ที่มีอำนาจควบคุมรองลงมาจากองค์ราชินี

    สองตำแหน่งสูงสุดนี้คือผู้ที่สามารถควบคุมผู้คนของตนเองได้อย่างอิสระ

    หากว่าราชินีตาย มดทาสเพศเมียที่ได้รับการยอมรับจะถูกคัดมาผสมเชื้อกับขุนพลที่มีชีวิตหรือขุนพลคนใหม่ ก่อนจะขึ้นเป็นราชินีคนถัดไป

    แต่ถ้าหากว่าเสียทั้งราชินีและขุนพลพร้อมกัน ในช่วงระหว่างที่ไม่มีคนปกครองนี้ พวกเขาจะไม่ยอมรับฟังใครเลย

    พวกเขาจะแตกตื่น ไร้ซึ่งเป้าหมาย แล้วแตกฮืออย่างที่เห็น

    ด้วยความที่เป็นเผ่าซึ่งให้ความสำคัญกับนายของตนเอง ดังนั้นจึงไม่มีแนวคิดของการทรยศหรือหันไปเข้าเชื่อฟังอยู่ใต้สายบังคับบัญชาของคนอื่น ถ้าหากว่าไม่มีคำสั่งจากองราชินีหรือขุนพลส่งมา

    สรุปคือกองทัพอันน่าเกรงขามจำนวนหนึ่งแสนของฮอร์เนสได้กลายเป็นฝูงชนธรรมดาไปแล้ว

    “ ( [อสูรแห่งอัคคี] เป็นคนสังหารท่านฮอร์เนสครับ!) ”

    “ (ฝีมือบานาเช่นนั้นหรือ…) ”

    สเลบหันไปมองทางฝั่งทิศเหนือ

    ที่ตรงนั้นมีบุรุษที่เขาคุ้นเคยกำลังขี่มังกรนำทัพยักษาจำนวนครึ่งหมื่นเข้าไล่บดขยี้กองทัพอาร์โธร์โพดาที่มีถึงหนึ่งแสนคน

    ช่างน่าอดสู่ที่กองทัพจำนวนมากกลับมาพ่ายแพ้กลุ่มกองทัพขนาดเล็กแบบนั้นได้

    “ (เจ้าเองก็สู้เพื่อคนสำคัญของเจ้าเช่นกันสินะ…) ”

    สำหรับสเลบแล้ว ถึงราชินีแฟตจะปากร้าย แต่ใช่ว่าเขาจะเกลียดราชินีของตนเอง

    ดังนั้นเขาจึงยอมรับชื่อ [สเลบ] ที่แปลว่า [ทาส]

    สเลบคือชายที่ยอมเป็นทาสให้กับราชินีแฟตทั้งกายและหัวใจ

    แววตาของบานาคือแววตาที่เหมือนกันกับเขา

    แววตาของบุรุษที่ยอมทำทุกสิ่งเพื่อนำคนสำคัญของตัวเองกลับมา

    ทั้งบานากับสเลบต่างคิดเหมือนกัน

    ถึงไม่รู้ว่าคำสัญญาของเทพเจ้าจะเชื่อได้หรือไม่ แต่ตอนนี้พวกเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะไปพึ่งพาใครได้อีก

    ถ้าหากว่ายังไงก็ต้องตาย งั้นก็ขอเดิมพันกับคำพูดเลื่อนลอยของเทพเจ้าดู

    คงต้องบอกว่าพวกเทพเจ้าทั้งสามได้สร้างสถานการณ์ที่บีบคั้นขึ้นมาจนเป็นผลสำเร็จ

    จากผู้คนจำนวนเป็นล้านได้เหลือเพียงหนึ่งกำมือเพราะเงามืดที่กลืนกิน

    แล้วให้จำนวนคนที่เหลืออย่างน้อยนิดนั้นมาทำสงครามต่ออย่างน่ารังเกียจ

    หากมองด้วยสายตา ก็จะพบกับซากศพจำนวนมากจะนับไหวถมเป็นภูเขาสูง

    ชีวิตนั้นสิ้นลงอย่างง่ายดาย เพียงพริบตาก็เหลือไม่ถึงครึ่งแสนแล้ว

    และจำนวนครึ่งแสนนี้เองก็กำลังลดลงด้วยความเร็วอย่างทวีคูณอันเนื่องจากไฟของสงคราม

    “เอรีส นั่นเธอจะทำอะไรนะ ดอง! ”

    “พี่เอรีสค่ะ อย่าทำแบบนี้สิค่ะ! ”

    “ฮะ ฮะ ฮะ! แอร์บาส์รตายแล้ว! เงามืดเองก็เข้ามาใกล้แล้ว! พวกเราจะสู้ต่อไปเพื่ออะไร! ตาย! ฉันขอตายตรงนี้ดีกว่า! ”

    มีเสียงดังเกิดขึ้นมาจากบริเวณใกล้จุดที่สเลบอยู่

    เอรีส ผู้กล้าจากเผ่ามนุษย์กำลังพยายามใช้แขนทั้งสองข้างหักคอของตัวเองอยู่

    ความตายของเพื่อน ความสิ้นหวัง และจิตใจที่เหนื่อยล้า สิ่งเหล่านี้กำลังทำให้เธอหมดกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป

    หากว่ามีคนที่อยากเดิมพันเพื่อหวังชุบชีวิตคนรัก ตรงนี้เองก็มีคนที่สิ้นหวังและอยากตายอยู่เช่นกัน

    “หยุดนะคะพี่เอรีส! ”

    เปอร์ไซด์กับเอสเทอกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อหยุดไม่ให้เธอฆ่าตัวตาย

    “เอรีส! ”

    ในตอนนั้นเองที่เสียงของบานาดังแทรกผ่านเสียงอันอื้ออึงของสนามรบ

    เสียงที่ดังคำรามก้องนั้นได้กลบทุกเสียงจนทุกคนหันไปมองเขาเป็นสายตาเดียวกัน

    เกิดเป็นความสงบอย่างน่าประหลาดขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง

    “หากว่าเจ้าอยากฆ่าตัวตาย งั้นจงตายด้วยน้ำมือของข้าซะ! ข้า ผู้กล้าจากเผ่ายักษา [บานา] ขอท้าสู้กับผู้กล้าจากเผ่ามนุษย์ [เอรีส] เจ้าจะรับคำท้าของข้าหรือไม่ จงให้คำตอบเดียวนี้! ”

    คล้ายกับเรื่องAge of war ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 3422
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    [New Life] อิสระของชีวิต

    [New Life] อิสระของชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    140K 171
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752