เดิมทีหลังจากที่แยกจากสือกวงและมู่หลินเสี่ยวหนิงไม่มีอารมณ์จะช็อปต่อเธอจึงได้ทานอาหารให้หายหงุดหงิดและเตรียมที่จะตรงไปยังหมู่บ้านถิงยี่และก็เป็นอย่างที่เห็นเธอได้บังเอิญมาเห็นตอนที่ชายหนุ่มเอ่ยปากยอมไปเดทกับหญิงสาวคนนั้นพอดีในตอนนี้ถึงเธอจะรู้สึกไม่อยากเชื่อแต่เธอก็รู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก
ในสายตาของเสี่ยวหนิงถึงหญิงสาวคนที่ชายหนุ่มยอมไปเดทด้วยจะสวยโครตๆแต่เธอก็มั่นใจว่าตัวเองสวยไม่แพ้กันดังนั้นเธอจึงได้สงสัยว่าทําไมคนที่ยอมไปเดทกับสาวสวยขนาดนั้นได้ถึงได้ผลักไสไล่ส่งเธอทั้งๆที่เธอก็สวยไม่แพ้กัน
นี่ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย!
“ช่างเถอะเราคงไม่มีวันได้เจอกันอีกแล้ว!’’สุดท้ายเสี่ยวหนิงก็ถอนหายใจด้วยความช่วยไม่ได้แล้วเดินออกจากห้างสรรพสินค้าเทียนหลง
ในความคิดของหญิงสาวมันเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะเจอกับชายหนุ่มอีกครั้งเธอจึงไม่อยากทําให้ตัวเองหงุดหงิดเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วทางมู่หลินที่ได้มาเดทกับจื่อหลิงก็ทําตามหน้าที่ของสุภาพบุรุษเป็นอย่างดี
จื่อหลิงที่ได้รับการเทคแคร์เป็นอย่างดีจึงรู้สึกแปลกใจตอนแรกเธอนึกว่าตัวเองต้องคอยเทคแคร์ชายหนุ่มอย่างเดียว แต่ดูเหมือนเธอจะคิดผิดไป
แน่นอนว่ามู่หลินมีความเป็นสุภาพบุรุษมากพอสาวคนไหนที่กล้าจีบเขา เขาก็กล้าทําหน้าที่ของผู้ถูกจีบได้ถึงจะอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ทําอะไรเกินตัว เพราะอย่างไรซะเขาก็ไม่ได้ต้องการจีบเธอแต่เธอต่างหากที่ต้องจีบเขา ดังนั้นไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ เขาจะทําตามวิถีของเขา!
ดังนั้นเมื่อได้เวลาแล้วมู่หลินจึงแยกออกมาจากจื่อหลิงแล้วมุ่งหน้าไปหาพวกวั่งซูด้านหญิงสาวเองก็ไม่ได้โกรธหรืออะไร เพราะในวันนี้เธอรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมากที่ได้รับการเอาใจใส่จากชายหนุ่มอีกอย่างในคืนนี้เนื่องจากมีฐานะเป็นถึงสามตระกูลใหญ่มันจึงทําให้เธอและเขาสามารถเจอกันได้อีกในงานเลี้ยงซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นก็คุยกันอีกทีก็ได้
…
หนึ่งชั่วโมงต่อมาCasino at venetian macao ชั้นที่40
“ในเมื่อนายสามารถคุมคาสิโนในเจ็ดวันนี้ได้และผ่านการทดสอบของฉันฉันก็จะให้ในสิ่งที่นายหวังเอาไว้!’’ ต่อหน้าสายตาจับจ้องของพวกเทาก้านมู่หลินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ของเทาก้านก็เอ่ยขึ้นหลังจากที่เขามาถึงเขาก็ได้รู้ว่าถึงแม้จะมีปัญหาบ้าง แต่คาสิโนก็ยังไปในทางที่ดีดังนั้นเขาก็จะสอนอีกฝ่ายและให้ในสิ่งที่ต้องการ
“ส่วนคุณเองก็ตัดสินใจได้ดี!’‘มองไปยังหูเฟิง มู่หลินก็ชมอย่างน้อยอีกฝ่ายก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะถูกเด็กน้อยอย่างวั่งซูขู่จนกลัวตายหัวหดไม่อย่างนั้นแล้วถึงแม้เทาก้านจะผ่านการทดสอบ เขาก็คงไม่เอาอีกฝ่ายเอาไว้อย่างแน่นอน
ในความคิดของมู่หลินไม่ว่ากรณีใดๆก็แล้วแต่คนรับใช้ของเขาแม้จะกลัวตายแต่ก็ต้องซื่อสัตย์ถวายชีวิตต่อผู้เป็นนายได้ไม่อย่างนั้นแล้วมันจะมีความหมายได้ยังไง?
“ขอบคุณปรมาจารย์!’’เห็นอีกฝ่ายชมถึงเทาก้านจะยิ้มอย่างมีความสุขแต่หูเฟิงนั้นพยักหน้าอย่างตื่นเต้น ถึงตอนนี้เขาจะยังคงเจ็บปวดจากการบาดเจ็บภายในแต่เขาก็อดทนรออีกฝ่ายมาตลอด ดังนั้นเขาจึงหวังเป็นอย่างมากว่าจะได้เห็นอะไรที่น่าอัศจรรย์
“เอาล่ะมาเริ่มกันเถอะ!’’เห็นว่าได้เวลาแล้ว มู่หลินก็ยิ้มให้กับเด็กหนุ่ม วันนี้วั่งซูทําได้ดีและไม่ทําให้เขาผิดหวังดังนั้นอีกฝ่ายจึงเป็นคนแรกที่สามารถรับรางวัลจากเขาได้
“ครับ!’’วั่งซูยิ้มรับอย่างตื่นเต้น
“เดี๋ยวฉันจะถ่ายทอดความรู้แห่งเต๋าให้เพราะงั้นเธอนั่งขัดสมาธิเตรียมเข้าฌานได้เลย!’’ มู่หลินเอ่ยเนื่องจากการบ่มเพาะของเด็กหนุ่มอย่างอ่อนด้อยเกินไปเขาจึงจะมอบรางวัลชิ้นแรกเป็นการยกระดับการบ่มเพาะด้วยความรู้แห่งเต๋า
“เข้าใจแล้วท่านอาจารย์!’’แม้จะไม่รู้ว่าเต๋าคืออะไร แต่วั่งซูก็พยักหน้าแล้วทําตามอย่างที่บอกเขาทรุดตัวลงแล้วนั่งขัดสมาธิเพื่อเข้าฌานตามแบบของผู้บ่มเพาะ
“เนื่องจากการถ่ายทอดความรู้แห่งเต๋าของฉันเป็นสิ่งที่แตกต่างการฝึกยุทธ์ดังนั้นบางสิ่งนายก็อาจจะไม่เข้าใจแต่ไม่ว่ายังไงถ้านายตั้งใจฟังและสามารถเข้าใจมันได้นายจะสามารถได้รับประโยชน์จากมันอย่างแน่นอน!’’ เห็นว่าเด็กหนุ่มพร้อมแล้วก่อนที่มู่หลินจะเริ่มกระบวนการเขาก็เอ่ยกับหูเฟิง
หูเฟิงเพียงพยักหน้าอย่างตั้งใจแม้เขาจะไม่รู้ว่าความรู้แห่งเต๋าที่ชายหนุ่มบอกนั้นคืออะไรแต่ที่แน่ๆถ้าเขาสามารถจับใจความมันได้บางที่มันอาจช่วยให้เขามีความรู้ในการฝึกยุทธ์เพิ่มขึ้น
ด้านเทาก้านก็ทําได้เพียงอดใจรอรับรางวัลของตัวเองอย่างเงียบๆเขาจึงมองดูสิ่งตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น
โดยไม่รอช้ามู่หลินก็เอ่ยด้วยนํ้าเสียงลุ่มลึก “เต๋าให้กําเนิดทุกสิ่งจักรวาลและสรรพสิ่งล้วนมีต้นกําเนิดมาจากเต๋าทุกอย่างจึงอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์แห่งความแข็งแกร่ง อ่อนแอสูญหาย แข็งแกร่งคงอยู่ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะกลืนกินผู้อ่อนแอ เต๋าเองก็เช่นกันมนุษย์ทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเต๋า ดังนั้นถ้ามีเต๋าที่แข็งแกร่งกว่าปรากฏพวกเขาจะถูกควบคุมโดยมันและตกเป็นเบี้ยล่าง…’’
“กล่าวสั้นๆไม่ว่าจะเป็นการกระทําใดๆมันล้วนแสดงให้เห็นถึงเต๋าทว่าสุดท้ายแล้วหากไร้ซึ่งความแข็งแกร่ง แม้จะเป็นเต๋าที่ทรงพลังมันก็ไม่อาจรอดจากความสูญหาย!’’
ระหว่างที่การบรรยายของชายหนุ่มเริ่มขึ้นวั่งซูที่เข้าฌานก็พลันตะหนักถึงบางสิ่งที่สําคัญถึงตัวเขาจะไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งๆนี้แต่จิตวิญญาณของเขามันพลันตอบสนองด้วยตัวเอง เขาจึงปล่อยตัวปล่อยใจดําดิ่งไปกับความลึกซึ้งที่ถ่ายถอดผ่านนํ้าเสียงของอาจารย์
ทันใดนั้นเองสิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น!
ห้องที่เต็มไปด้วยแสงสว่างกลับถูกหมอกหนาทึบเข้าปกคลุมอย่างรวดเร็วไม่มีใครรู้ว่ามันเหล่านี้มาจากไหน อย่างไรก็ตามจุดหมายของมันล้วนเป็นจุดเดียวกัน นั่นคือ ร่างของเด็กหนุ่ม!
ท่ามกลางความสงสัยของหูเฟิงและเทาก้านหมอกหนาทึบที่ว่าได้กลายเป็นวังวนหายไปในร่างของวั่งซูมันจมหายไปอย่างรวดเร็วและไร้ร่องรอย ไม่ช้ากลิ่นอายของเขาก็ทรงพลังขึ้น
ตันเถียนขั้นกลาง!
บัดนี้วั่งซูได้มาถึงการบ่มเพาะของระดับตันเถียนขั้นกลางแล้ว!
ด้านหูเฟิงที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นจากเด็กหนุ่มก็พลันตะลึง“อะไรกัน!’’ ถึงเขาจะไม่เข้าใจว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง แต่ที่แน่ๆมันต้องมาจากการบรรยายเมื่อครู่นี้แน่ๆดังนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะพยายามนึกถึงมันและรีบเค้นสมองทําความเข้าใจเท่าที่ทําได้ถึงจะอย่างนั้นไม่ว่าเขาจะพยายามสักเท่าไหร่ มันก็ไร้ผล เขาจึงอดผิดผวังไม่ได้
ถูกต้อง!นี่คือ การตรัสรู้!
การตรัสรู้นั้นไม่ใช่อะไรทั่วไปที่สามารถพบเห็นได้โดยง่ายจึงไม่แปลกที่ผู้ฝึกยุทธ์อย่างหูเฟิงจะไม่สามารถทําได้ซึ่งคนที่จะทําได้จะมีเพียงผู้บ่มเพาะระดับบรรลุขึ้นไป และผู้บําเพ็ญเพียรเท่านั้นดังนั้นแล้วหากไม่มีคําสอนลึกซึ้งใดๆ ต่อให้มีความแข็งแกร่งอย่างที่ว่ามามันก็ไร้ความหมาย...
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าพลังฟ้าดินอันเจือจางมากมายถูกเรียกมารวมกันมหาศาลแล้วกลายเป็นส่วนหนึ่งของการตรัสรู้ให้แก่วั่งซูมันจึงทําให้เขาสามารถยกระดับความแข็งแกร่งได้อย่างง่ายดายทั้งนี้ตัวของเด็กหนุ่มยังรู้สึกอีกด้วยว่านอกจากความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นมาแล้วความเข้าใจในการฝึกฝนของเขากลับเพิ่มขึ้นมากอย่างสูงลิ่ว
ดังนั้นในตอนนี้วั่งซูจึงอดไม่ได้ที่จะออกจากฌานแล้วมองไปยังอาจารย์ของเขาด้วยความขอบคุณ “ขอบคุณท่านอาจารย์!’’
“ยังไม่ต้องรีบร้อนเพราะนี่เป็นเพียงรางวัลชิ้นแรกที่ฉันมอบให้เธอ ต่อไปต่างหากถึงจะเป็นรางวัลที่แท้จริง!’’มู่หลินยิ้ม การถ่ายทอดความรู้แห่งเต๋าของเขาน่ะแม้จะไม่ใช่ผู้บ่มเพาะในระดับบรรลุแต่ด้วยความที่เจาะจงให้แก่เด็กหนุ่มมากเป็นยพิเศษไม่ว่าใครก็ตามถ้าอยู่ในระดับตันเถียนเช่นกันพวกเขาก็จะสามารถได้รับประโยชน์จากมันและตรัสรู้ได้
ทว่า!ทว่านั่นก็ยังไม่ใช่รางวัลที่แท้จริง!
เพราะรางวัลที่แท้จริงน่ะไม่ใช่อะไรที่ธรรมดาสามัญแบบนี้อยู่แล้ว!