ติ๊ง
เสียงใสๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัวของเขา พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าที่สว่างวาบขึ้นในม่านตา
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 23 กุมภาพันธ์]
ครืด... ครืด...
เสียงขู่คำรามในลำคอเบาๆ ดังขึ้นข้างตัว
ความมืดรอบกายถึงจะหนาแน่น แต่ดวงตาของเขามองเห็นพวกมันชัดเจน...
โบ้, ด่าง, และขาว กำลังลุกขึ้นยืนและยืดเส้นยืดสาย พวกมันเบียดเข้ามาคลอเคลียเขาราวกับดีใจที่เขา 'ตื่น' เต็มที่
"เออ... อยู่นี่แล้ว"
อคินลูบหัวที่แข็งแกร่งของโบ้
"พวกนายก็เฝ้าดีเหมือนเดิมนะ"
สิ่งแรกที่ต้องทำคือความอบอุ่น
อคินลุกออกจากที่นอน ออกจากกุฏิ ตรงไปยังกองไฟที่มอดดับอยู่ข้างนอกตัวอาคาร
เขาขยับไปหยิบกิ่งไม้โกงกางแห้งที่เขาเตรียมไว้ั้แ่เมื่อวาน มาวางกองรวมกัน แล้วล้วงกระเป๋าหยิบไฟแช็กออกมา
แช็ก... แช็ก...
ประกายไฟสีส้มกระเด็นลงบนเชื้อเพลิง... พรึ่บ!
เปรี๊ยะ... เปรี๊ยะ...
เปลวไฟลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว ขับไล่ความหนาวเย็นและความมืดมิด
เผยให้เห็นที่พักชั่วคราวของพวกเขา ในวัดร้าง
ความร้อนจากกองไฟทำให้ร่างกายรู้สึกดีขึ้นมาก
"เอาล่ะ... มื้อค่ำ"
อคินหยิบ "เสบียง" ของเขาออกมา... มันคือเนื้อหนูั์ที่ตากแห้งจนแข็ง ที่เขาดักจับได้เมื่อหลายวันก่อน
กลิ่นอาจจะไม่น่าอภิรมย์นัก แต่ในโลกที่ล่มสลายใบนี้... นี่คือโปรตีนชั้นยอด
เขานำเนื้อหนูแห้งมาเสียบไม้ย่างบนกองไฟอย่างชำนาญ
ไขมันที่หลงเหลืออยู่เล็กน้อยหยดลงบนถ่าน... ฉี่ฉ่า... ส่งกลิ่นหอมไหม้ปนกลิ่นเนื้อย่างจางๆ
ฝูงหมาทั้งสามนั่งจ้องตาแป๋ว พวกมันรู้ลำดับดี
อคินรอจนเนื้อสุกเกรียมกำลังดี เขาฉีกเนื้อที่ร้อนระอุนั้นออกเป็สี่ส่วน
"โบ้... ด่าง... ขาว... กินซะ"
เขาวางส่วนของพวกมันลงบนใบไม้แห้ง ทั้งสามตัวกินอย่างตะกละตะกลามแต่ก็เป็ระเบียบ
ก่อนที่เขาจะเริ่มกินส่วนของตัวเองเป็คนสุดท้าย
หลังจากที่เนื้อย่างชิ้นสุดท้าย หมดลงในกองไฟ
อคินก็ลุกขึ้นปัดมือ เขารู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนกลับเข้าสู่ร่างอย่างรวดเร็ว
เขามองข้ามผืนป่าโกงกางที่มืดมิดเบื้องหน้า ที่ซึ่งรากไม้ระเกะระกะบิดเบี้ยวราวกับกรงเล็บปีศาจในยามค่ำคืน...
ทอดสายตาไปยังสะพานสูงตระหง่านที่พาดข้ามปากแม่น้ำจันทบุรี... สะพานสมเด็จพระเ้าตากสินมหาราช
"วันนี้เราต้งออกเดินทางต่อ...เราจะไป... เราจะอพยพข้ามสะพานนั่น"
ฝูงหมาทั้งสามตัว โบ้, ด่าง, และขาว ลุกขึ้นยืนพร้อมเพรียงราวกับอ่านใจเขาออก
พวกมันคือฝูงของเขา คือสหายร่วมรบ คือแขนขาที่ไว้ใจได้ที่สุดในโลกที่พังทลายใบนี้
โบ้หมาไทยหลังอานที่สงบนิ่งที่สุด, ด่างจอมพลังบ้าบิ่น, และขาวที่ว่องไวและคอยระวังภัยเสมอ แต่ก็ไม่วายาเ็อยู่ตลอด
การเดินขึ้นสะพานเป็ไปอย่างเชื่องช้าและตึงเครียด
โครงสร้างเหล็กขนาดมหึมาที่เคยรองรับรถรานับพัน บัดนี้เงียบสงัด มีเพียงเสียงลมที่พัดหวีดหวิวน่าขนลุก ทุกย่างก้าว
อคินกวาดมองความมืดเบื้องล่างอย่างละเอียด
เขาไม่รู้ว่าการอัปเกรดนี้ทำงานอย่างไร
เขารู้แค่ว่า... เขามองเห็นในที่มืดได้ดีกว่ามนุษย์คนไหนๆ
เห็นเงาที่เคลื่อนไหวในน้ำ เห็นทุกรายละเอียดของสนิมบนราวสะพาน
ลมทะเลที่พัดเข้ามาปะทะหน้าควรจะให้ความรู้สึกสดชื่น... แต่มันกลับไม่ใช่
อคินขมวดคิ้ว หยุดนิ่ง 'กลิ่น...'
มันคือกลิ่นเค็มปร่าของทะเล... แต่ที่ปะปนมากับสายลมนั้น
คือกลิ่นคาวเืที่จับตัวเป็ก้อนเหมือนสนิมเหล็ก และกลิ่นเหม็นเน่าที่หนักหน่วง...
หนาแน่นยิ่งกว่าซากศพใดๆ ที่เขาเคยเจอในป่า จมูกของเขากำลังกรีดร้องเตือนภัย มันคือกลิ่นแห่งความตายจำนวนมหาศาล
กรรร...
โบ้คำรามต่ำในลำคอ ขนที่หลังของมันลุกชัน อคินยกมือห้ามในความมืด
"ชู่ว์..."
เขาพึมพำ
"ฉันก็ได้กลิ่น... ข้างหน้า... มีเพียบ"
ทันทีที่เท้าของพวกเขาย่ำลงบนผืนทรายเย็นชื้นของฝั่ง 'หาดแหลมสิงห์' อคินก็ตระหนักว่าเขาคิดผิดมหันต์ที่มุ่งหน้ามาที่นี่
"ซอมบี้... เยอะมาก"
เขาพึมพำเสียงเครียด
พวกมันไม่ใช่แค่ซอมบี้ธรรมดา แต่คือ 'ฝูง'
ที่นี่คือแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ที่บัดนี้กลายเป็สุสานกลางแจ้งขนาดมหึมา
ร่างในชุดพนักงานโรงแรมที่ขาดวิ่น เดินปะปนไปกับร่างในชุดว่ายน้ำที่เน่าเปื่อยจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก
พวกมันเดินโซเซไปมาอย่างไร้จุดหมายบนถนนเลียบชายหาด
ท่ามกลางเสียงคลื่นที่ซัดสาด... เสียงคลื่นนั้นดังพอที่จะกลบเสียงครางของพวกมันจนเกือบหมด
...แต่ไม่ใช่กับหูของอคิน
เขาได้ยินมัน... เสียงครางประสานในลำคอที่น่าสยดสยองนับร้อย... หรืออาจจะนับพัน
ติ๊ง!
หน้าต่างระบบสีฟ้าสว่างวาบขึ้นมาตรงหน้าเขาอย่างกะทันหัน
[คำเตือน! ตรวจพบภัยคุกคามระดับต่ำจำนวนมหาศาล โปรดหาที่กำบังที่มั่นคงโดยด่วน]
"รู้แล้วน่า!"
อคินสบถกับ 'ระบบ' ที่ดูเหมือนจะขี้กังวลเป็พิเศษ
"ที่กำบังอยู่ไหนล่ะฟะ! บอกวิธีสิ ไม่ใช่แค่เตือน!"
เขากำขวานในมือแน่น รู้สึกหงุดหงิดที่ระบบเอาแต่แจ้งเตือนไร้ประโยชน์
ติ๊ง!
ข้อความใหม่เด้งขึ้นมา แต่คราวนี้... มันดูแปลกๆ
[ตรงนั้นมีโรงแรมขนาดใหญ่ อาจมีดาดฟ้าที่ใช้เป็ฐานได้]
สายตาของเขากวาดผ่านฝูงผีดิบ... และจับจ้องไปยังเป้าหมายที่ 'ระบบ' ชี้เป้า
"ที่นั่น!"
อคินชี้ไปที่โรงแรมขนาดใหญ่ ตึกสูงตระหง่านที่แม้กระจกจะแตกไปบ้าง แต่โครงสร้างคอนกรีตยังดูสมบูรณ์แข็งแรง
‘แกนี่มัน... ใส่ใจฉันเป็พิเศษจริงๆ’
เขายิ้มมุมปาก รู้สึกขอบคุณในความพิเศษของตัวเอง
"เราจะยึดที่นั่นเป็ฐาน! โบ้! ด่าง! ขาว! ลุย!"
เสียงคำรามของเขากลบเสียงคลื่น การต่อสู้ไม่ใช่เื่ง่าย
ประตูกระจกที่แตกโพรงของล็อบบี้คือคอขวดมรณะ
อคินใช้ตัวเองเป็เหยื่อล่อ เขากระแทกขวานด้ามเหล็กเข้าที่กะโหลกของซอมบี้พนักงานต้อนรับที่พุ่งเข้ามา
แคร็ก!
"โบ้! กัดขา! ด่าง! ขาว! ตีปีกซ้าย!"
ฝูงหมาทำงานเป็ทีมอย่างที่ฝึกฝนมา พวกมันพุ่งเข้าจู่โจมอย่างแม่นยำ
ด่างใช้ร่างใหญ่กระแทกซอมบี้ตัวที่สองให้เสียหลัก
โบ้พุ่งเข้ากัดเส้นเอ็นข้อเท้าของตัวที่สาม ลากมันให้ล้มลง
ก่อนที่อคินจะตามไปปิดฉากด้วยขวานที่จามลงมาอย่างหนักหน่วง
พวกเขาฝ่าล็อบบี้ที่หรูหราซึ่งบัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยเืเก่าที่แห้งกรัง และเืใหม่ที่สาดกระเซ็น
มันคือการต่อสู้ที่ยืดเยื้อและน่าสะอิดสะเอียน
เกือบสองชั่วโมงที่พวกเขาต้องเคลียร์ไปทีละชั้น ทีละห้อง
เสียงขวานกระทบกระดูก เสียงคำรามของฝูงหมา และเสียงกรีดร้องของเหล่าผีดิบดังปะปนกันจนน่าเวียนหัว
ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินพลังกายของอคิน แขนของเขาเริ่มหนักอึ้ง
ในโถงทางเดินแคบๆ ของชั้นสาม... ประตูห้องน้ำสาธารณะพลันเปิดผางออก
ซอมบี้ในชุดแขกที่พักสามตัวพุ่งทะลักออกมาพร้อมกันในจุดที่อับสายตา
"ขาว! ระวัง!"
สายเกินไป... กรงเล็บที่เน่าเปื่อยและดำมืดตะปบเข้าที่ขาหน้าของ 'ขาว' ที่กำลังหันหลังให้
เอ๋ง!!
เสียงร้องโหยหวนของมันบาดลึกเข้าไปในใจของอคิน
"ไอ้พวกเวร!"
เขาคำรามอย่างเดือดดาล
ความโกรธเกรี้ยวะเิพลังที่เขาไม่เคยเข้าใจออกมา
เขากระโจนเข้าสับพวกมันทั้งสามตัวจนแหลกเละในพริบตา ขวานของเขากลายเป็พายุหมุนแห่งความตาย
เมื่อทุกอย่างสงบลง เขาหันกลับมามอง 'ขาว' ที่นอนเือาบ หอบหายใจรวยริน
"บ้าเอ๊ย...แกนี่ได้แผลตลอดเลยนะ"
อคินวางมือลงบนาแฉกรรจ์ของขาว สูดหายใจลึก ในขณะที่โบ้ และด่างยืนมองเงียบๆ
" [ชำระล้าง] [ปฐมพยาบาล] !"
แสงสีส้มอ่อนๆ สว่างเรืองรองขึ้นที่ฝ่ามือ าแเหวอะหวะของขาวสมานตัวอย่างรวดเร็วจนน่าขนลุก
เืหยุดไหลทันที เนื้อเยื่อประสานกันต่อหน้าต่อตา
'ขาว' หยุดหอบ และลุกขึ้นยืนอย่างงงๆ ก่อนจะเลียมือเขาที่เปื้อนเืของมัน
อคินยิ้มออกมา... รอยยิ้มที่อ่อนล้าแต่ก็เปี่ยมด้วยความภูมิใจ
"ขอบคุณระบบด้วยล่ะ ที่สุ่มสกิลแบบนี้ให้ฉัน เ้าหมาบื้อ"
เขายังคงภูมิใจในความพิเศษของตัวเอง ที่มีระบบคอยสนับสนุนอย่างเต็มที่
หลังจากใช้เวลาอีกเกือบชั่วโมงลากซากศพทั้งหมดไปทิ้งนอกอาคาร
เขาก็เริ่มสำรวจ เขามองออกไปนอกหน้าต่างห้องโถงที่มองเห็นชายหาด... และหัวใจของเขาก็เย็นวาบอีกครั้ง
บนผืนทรายที่อาบแสงจันทร์... พวกมันไม่ใช่ซอมบี้
อสูรรูปร่างคล้ายมนุษย์กบ ผิวสีเขียวเป็เมือก
ดวงตาโปนโตสีเหลืองสะท้อนแสงจันทร์ กำลังะโไปมาบนผืนทราย
พวกมันถือหอกที่ทำจากปะการัง และที่น่าขนลุกที่สุด... พวกมันกำลังจ้องมองมาที่โรงแรม... ราวกับรู้ว่ามีผู้บุกรุกใหม่
[ตรวจพบฟร็อกเกอร์ อสูรสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ พวกมันเกลียดไฟ! และมักพบอาศัยตามแหล่งน้ำ!]
ข้อมูลจากระบบดูพื้นๆ กว่าที่เขาคิด แต่ก็มีประโยชน์
'อย่างน้อยก็รู้ว่ามันกลัวไฟ'
อคินกลืนน้ำลาย เขารีบปิดม่านทันที
"อย่างน้อยพวกมันก็อยู่ข้างนอก... เราอยู่ข้างใน"
เขากำลังปลอบใจตัวเอง เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่ฐานทัพที่ปลอดภัย... แต่มันคือป้อมปราการที่ถูกล้อมไว้ต่างหาก
แต่คืนนี้... เขาก็พบแจ็คพอต
ระบบน้ำของโรงแรม จากแทงค์เก็บน้ำบนดาดฟ้า ยังมี 'น้ำสะอาด' เหลืออยู่!
และในห้องครัว... ยังมี 'อาหารแห้ง' ที่ซีลอย่างดี จมูกของเขายืนยันว่ามันยังไม่เน่าเสีย อยู่พอสมควร
คืนนั้น... เป็ครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่อคินได้ัักับคำว่า 'อารยธรรม'
เขาทิ้งตัวลงบน 'เตียงนุ่มๆ' ในห้องพักผู้บริหารที่เขายึดเป็ห้องบัญชาการ
กลิ่นอับจางๆ ของเครื่องนอนก็ยังดีกว่ากลิ่นคาวเื
แต่ก่อนหน้านั้น... เขาต้องจัดการเื่ใหญ่ก่อน
"พวกนายตัวเหม็นกลิ่นซอมบี้กับเืปนกันไปหมดแล้ว! มานี่เลย!"
เขาลากฝูงหมาที่มอมแมมของเขาเข้าห้องน้ำ
"โบ้ ด่าง ขาว! พวกนายก็ต้องอาบ! สะอาดซะบ้างนะพวกนาย!"
อคินจับพวกมันขัดตัวอย่างทุลักทุเล
พวกหมาทั้งสามตัวเกลียดน้ำเป็ทุนเดิม แต่ก็ยอมให้เ้านายจัดการแต่โดยดี
หลังจากเสร็จสิ้น พวกมันก็สะบัดขนพรึ่บพรั่บจนน้ำกระเด็นเต็มห้องน้ำ แล้ววิ่งหนีไปขดตัวงอนอยู่ที่มุมห้อง
เมื่อถึงตาของเขา... อคินถอดเสื้อผ้าที่แข็งกระด้างเพราะเืและเหงื่อออก
เขาเหนียวตัวจนแทบจะทนไม่ไหว ก้าวเข้าไปใต้ฝักบัว เขาบิดก๊อก...
ซ่า!
วินาทีที่สายน้ำเย็นเยียบปะทะผิวกาย... อคินก็สะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟฟ้าช็อต!
มันไม่ใช่ความหนาว... แต่มันคือความรู้สึก 'ขัดขืน'" ที่พุ่งขึ้นมาจากส่วนลึกของร่างกาย
ขนทั่วร่างลุกชันพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย...
มันคือความรู้สึกตื่นกลัว ที่พุ่งขึ้นมาจากไขสันหลัง
สัญชาตญาณดิบที่อยู่ลึกที่สุดในตัวตนของเขากำลังกรีดร้อง...
'หนี! ออกไป! อันตราย!'
หัวใจเขาสูบฉีดแรง ร่างกายเกร็งแน่น... เขารู้สึกเกลียดมัน เกลียดััที่เปียกชื้นนี้อย่างไม่มีเหตุผล!
"บ้าเอ๊ย!"
เขาคำรามออกมาอย่างหงุดหงิด สับสน และ... โกรธ
เขาแทบจะขว้างสบู่ใส่ผนัง รีบถูเนื้อตัวอย่างลวกๆ ที่สุดในชีวิต
ทุกวินาทีที่น้ำััิัเหมือนมีเข็มนับพันทิ่มแทงความอดทนของเขา
เขาสระผมอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนใจว่าฟองจะเข้าตาหรือไม่
ฟ่อ!
เสียงที่หลุดออกมาจากลำคอของเขา ทำให้เขาชะงักไปชั่วขณะ...
‘เมื่อกี้... เสียงอะไร’
"อะไรวะเนี่ย!"
เขากระแทกตัวออกจากม่านห้องน้ำ คว้าผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่มาพันรอบกาย
สัญชาตญาณที่เกรี้ยวกราดนั้นจึงค่อยๆ สงบลง... เหลือทิ้งไว้เพียงความเหนื่อยล้าและความงุนงง
ติ๊ง!
หน้าต่างระบบเด้งขึ้นมาอีกครั้ง
[ตรวจพบสภาวะ 'เปียกชื้น' ฉับพลัน อุณหภูมิร่างกายลดลง แนะนำให้ทำให้ร่างกายแห้งโดยด่วน!]
เขาจ้องมองข้อความนั้น
"เออ! รู้แล้วน่า!"
เขาะโใส่หน้าต่างระบบที่ว่างเปล่า
"แกนี่มัน... ขี้กังวลชะมัด"
เขารู้สึกเหมือนคนบ้าที่คุยกับอากาศ แต่ก็แอบรู้สึก... อุ่นใจแปลกๆ
อคินเช็ดตัวให้แห้งอย่างรวดเร็ว เขาจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกที่มัวฝ้า
ร่างกายที่ดูเหมือนมนุษย์ทุกประการ... แต่ความรู้สึกเมื่อกี้มันคืออะไร
เขาหาคำตอบไม่ได้... 'ระบบ' นี่มันช่างซับซ้อนและเต็มไปด้วยผลข้างเคียงแปลกๆ
แต่ตอนนี้... เขาสะอาดแล้ว
อคินทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มๆ กลิ่นอับจางๆ ของเครื่องนอนก็ยังดีกว่ากลิ่นคาวเื
ฝูงหมาที่สะอาดแล้ว และหายงอนเ้านายแล้ว ก็ะโขึ้นมาขดตัวที่ปลายเตียง
โบ้ ด่าง และขาว... พวกมันคือครอบครัวที่เหลืออยู่ของเขา
เขามองออกไปนอกหน้าต่างที่ม่านปิดไม่สนิท... เห็นผืนทรายที่อาบแสงจันทร์ และเงาของพวกมนุษย์กบที่ยังคงเฝ้าอยู่...
เขากอดขวานไว้ข้างกาย... ในป้อมปราการที่ถูกล้อม...
อย่างน้อยคืนนี้ เขาก็ได้นอนบนเตียงนุ่มๆ เป็ครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์