ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 4 บทที่ 102 ยมทูตขาวมีเรื่องขอร้อง

    บทที่ 102 ยมทูตขาวมีเรื่องขอร้อง

         “พาตัวไป”

         หลินซีเยว่มองหลิวเฉียงด้วยแววตาเยือกเย็นตำรวจสองนายที่เธอพามาด้วยเข้าไปคุมตัวหลิวเฉียงขึ้นรถตำรวจทันที

         “ซีเยว่ เป็นยังไงบ้าง เมื่อกี้พวกเธอคุยอะไรกันอยู่เหรอ?”

         จ้าวจื่อหมิงมองดูเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้ามาหาจากอีกทางหนึ่งหลินซีเยว่ทำสีหน้าเป็นปกติ แล้วยิ้มตอบ

         “ก็แค่ถามว่ามีคนอื่นชักนำอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า”

         “แล้วเขาว่าไงบ้าง?” ในน้ำเสียงของเขามีความตื่นเต้นแฝงอยู่เล็กน้อยหลินซีเยว่ส่ายหน้ายิ้ม “ไม่ได้พูดอะไรเขาแค่บอกว่าเขามีความแค้นกับเย่จือเฉินมาก่อน”

         “ถือซะว่าผมซวยเองแต่ว่าตำรวจหลินต้องทวงคืนความยุติธรรมให้ผมนะครับ”

         เย่จื่อเฉินถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงหลี่เจียอี๋เข้าหาตัวแล้วพูดขึ้น

         “ดูเหมือนว่าจะไม่มีเรื่องอะไรแล้ว งั้นผมขอตัวก่อน”

         พอออกมาจากสถานีตำรวจ หลี่เจียอี๋ก็อดถามขึ้นด้วยความสงสัยไม่ได้

         “เย่จื่อเฉิน เมื่อกี้หลิวเฉียงก็สารภาพแล้วทำไมพวกนายถึงไม่จับคนที่ชื่อจ้าวจื่อหมิงนั่นเลยล่ะ”

         ป๊อก

         เย่จื่อเฉินยกมือขึ้นเคาะศีรษะเธอเล็กน้อย แล้วพูด

         “เธอนี่ยังโง่เหมือนเดิมเลยจริงๆ พูดปากเปล่าไม่มีหลักฐานจะจับเขาได้ยังไง? ถึงหลิวเฉียงจะสารภาพแต่ก็ไม่ได้บันทึกเสียงไว้ แบบนี้ไม่ถือว่าเป็นหลักฐานได้หรอกนะ”

         “อ๋อ”

         หลี่เจียอี๋ยู่ปากยกมือสางผม เย่จื่อเฉินยิ้มก่อนจะบิดเอวด้วยความขี้เกียจ

         “บ่ายนี้ฉันโดนเล่นงานแทบตาย ไปหาอะไรกินกันหน่อยไหมฉันรู้มาว่ามีร้านสเต๊กยุโรปอยู่ร้านหนึ่งอร่อยมาก”

         “สเต๊ก…อุ๊บ!!”

         หลี่เจียอี๋ดูปกติมาตลอด จู่ๆ ก็ทำท่าจะอาเจียนขึ้นมา

         เย่จื่อเฉินรีบประคองเธอไว้ ตบหลังเธอเบาๆ พร้อมเอ่ยถามอย่างห่วงใย

         “เธอเป็นอะไร โอเคหรือเปล่า ให้พาไปโรงพยาบาลไหม?”

         หลี่เจียอี๋เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาที่มีหลากหลายความรู้สึก เธอขบกัดริมฝีปากก่อนจะพูด

         “จนถึงตอนนี้นายยังอยากรับผิดชอบไหม?”

         “……”

         เย่จื่อเฉินทำหน้างง

         “ให้ฉันรับผิดชอบอะไร?”

         “ฉัน…ฉันอาจจะท้อง”

         หลี่เจียอี๋กัดปาก ดวงตาคู่สวยจ้องตาเย่จื่อเฉินเขม็ง

         เย่จื่อเฉินอึ้งไปทันที ก่อนจะพูดเสียงแตกตื่น

         “ลูกใคร พ่อของเด็กเป็นใคร ทำไมฉันถึงไม่เคยเห็นเลยเขาจะขาดความรับผิดชอบเกินไปแล้วนะ”

         เนิ่นนาน หลี่เจียอี๋ถึงได้ใช้สายตาหลากหลายความรู้สึกมองเขา

         “ก็นายไม่ใช่เหรอ?”

         “...”

         “...”

         “...”

         เย่จื่อเฉินทำเหมือนมีอะไรจะพูด

         ทำไมถึงชอบมีเรื่องให้ได้เป็นพ่อคนนักนะ ตอนนั้นเถียนเถียนเห็นเขาก็พุ่งเข้ามากอดแล้วเรียกเขาว่าพ่อ

         ครั้งนี้หลี่เจียอี๋ท้อง ก็มาบอกว่าพ่อเด็กคือเขาอีก

         ทำไมกัน หรือว่าเขาเหมาะที่จะเป็นพ่อคน?

         เมื่อเห็นความตื่นตระหนกในดวงตาของเย่จื่อเฉินดวงตาของหลี่เจียอี๋ก็ฉายแววความเศร้าออกมาทันที แต่เธอก็ฝืนมันไว้แล้วพูดขึ้น

         “ฉันไม่ต้องการให้นายมารับผิดชอบ ฉันจะเอาเด็กออก สิ่งที่ฉันต้องการก็แค่ประโยคเดียวจากนาย”

         “ประโยคเดียวจากฉันอะไรล่ะ ฉันยังไม่ได้แตะต้องตัวเธอเลยแล้วเด็กจะเป็นลูกฉันได้ยังไง?”

         เย่จื่อเฉินเบิกตากว้างถ้าเขาทำเขาก็ต้องรับผิดชอบแบบไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ อยู่แล้ว แต่นี่เขาไม่ได้ทำเขาจึงไม่สามารถแบกรับเรื่องนี้ได้

         “นาย…” หลี่เจียอี๋ขบกัดฟันพร้อมกับพูดอย่างขุ่นเคือง “คืนนั้นฉันโดนคนมอมยา แล้วนายก็อยู่กับฉันทั้งคืนพอวันต่อมาเราสองคนก็ตื่นขึ้นมาบนเตียง แถมฉันก็ตัวเปลือยเปล่า บนเตียงยังมีรอยเลือดอีกนายยังบอกว่าไม่ใช่นายอีกเหรอ?”

         หลี่เจียอี๋ก็ไม่ละความพยายาม เธอไม่สามารถทำร้ายลูกของเธอเพียงเพราะผู้ชายที่ยังไม่เข้าใจอะไรแบบนี้ได้

         อย่างน้อยเธอก็ต้องการการยอมรับจากเย่จื่อเฉินบ้าง

         แต่ใครจะไปรู้ว่าเย่จื่อเฉินที่เมื่อครู่นี้เพิ่งจะทำหน้างงอยู่จู่ๆ ก็ได้หัวเราะออกมา

         “ตลกมากเหรอ นายคิดว่าฉันตลกมากไหม?” หลี่เจียอี๋บันดาลโทสะ “ฉันรู้ว่านายยังเรียนอยู่ ฉันก็ไม่ได้คิดว่าจะให้นายมารับผิดชอบเรื่องนี้ค่าทำแท้งฉันจะค่อยๆ เก็บเงินเอาก็ได้ แต่อย่างน้อยนายก็ช่วยอธิบายให้ฉันเข้าใจหน่อยได้ไหม”

         เย่จื่อเฉินยิ้มพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบผมหลี่เจียอี๋ แล้วพูดขึ้น

         “เธอคิดมากไปแล้ว”

         “อะไร?”

         “คืนนั้นฉันยังไม่ได้ทำอะไรเธอเลย” เย่จื่อเฉินยิ้มบางแล้วพูด “วันนั้นเธอโดนมอมยาก็จริงแต่ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรเธอจริงๆ ส่วนที่เธอตื่นขึ้นมาแล้วเห็นสีแดงบนที่นอนก็เพราะว่าประจำเดือนเธอมาพอดีไม่ใช่เหรอ?”

         “เป็นไปไม่ได้” หลี่เจียอี๋ส่ายหน้าอย่างแรงตอนนั้นเธอก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่ารอยเลือดบนที่นอนอาจจะเป็นประจำเดือน

         แต่เธอไปเช็คดูในอินเทอร์เน็ต ก็พบว่าถ้าโดนมอมยาแล้วต้องการบรรเทาอาการก็มีแต่…

         “ที่จริงตอนนั้นฉัน…” เย่จื่อเฉินหน้าแดงขึ้นมาทันทีแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ที่จริงแล้ว ฉันคือปรมาจารย์ยูโด”

         ยูโด!

         ยูโด!

         ฉ่า

         ใบหน้าของหลี่เจียอี๋แดงเถือกขึ้นมาทันที ในตอนนั้นเย่จื่อเฉินก็จับมือของเธอเอาไว้สักพักก็คลายออก

         “ถ้าฉันเดาไม่ผิด ช่วงนี้เธอน่าจะเป็นภาวะกระเพาะอาหาร และม้ามบกพร่องถึงได้ทำให้อยากอาเจียนส่วนที่เธอได้กลิ่นของกินเลี่ยนๆ พวกนั้นแล้วจะอาเจียนก็บ่งบอกได้ว่ามีปัญหาด้านจิตใจ อาการจะคล้ายกับการตั้งครรภ์”

         หลี่เจียอี๋ขบกัดริมฝีปาก ไม่พูดอะไรอยู่นาน ทำไมเธอถึงคิดไม่ถึงกันนะว่าทุกอย่างนี้เป็นสิ่งที่เธอคิดไปเองมาตลอด

         “เอ่อ…ถ้าเธอยังกังวลอยู่ เราสองคนไปตรวจดูที่โรงพยาบาลก็ได้นะ”

         เย่จื่อเฉินยืนยิ้มอยู่ข้างๆ หลี่เจียอี๋ส่ายหน้า แล้วตอบกลับ

         “ไม่ต้องหรอก ฉันเชื่อที่นายพูด”

         บรรยากาศอึดอัดขึ้นมาทันที

         “จริงสิ ฉันต้องรีบกลับร้านแล้วไม่อย่างนั้นผู้จัดการร้านต้องเป็นห่วงแน่”

         ท่ามกลางความเงียบ จู่ๆ หลี่เจียอี๋ก็เปิดปากพูดขึ้นมาเย่จื่อเฉินเลิกคิ้วขึ้น แล้วพูด

         “งั้นเดี๋ยวฉันไปส่งเธอ”

         “ไม่ต้องหรอก ฉันกลับเองได้”

         หลี่เจียอี๋ยื่นมือออกไปโบกรถแท็กซี่ ก่อนจะหายไปจากสายตาของเย่จื่อเฉินทันที

         เย่จื่อเฉินที่ยังยืนอยู่กับที่อดส่ายหน้ายิ้มขำไม่ได้มิน่าล่ะตอนนั้นเธอถึงได้พูดจาออกมาแปลกๆ แบบนั้น

         ที่ไหนได้ก็เข้าใจผิดนี่เอง

         แต่เรื่องพวกนี้ก็ไม่ได้สำคัญอะไร ที่สำคัญคือจ้าวจื่อหมิงคนนั้น

         กรอด

         พอคิดถึง เย่จื่อเฉินก็กำหมัดแน่นทันที หมอนี่ต้องเป็นคนร้ายแน่นอน

         เมื่อกลับมาถึงบ้าน

         เถียนเถียนก็พุ่งเข้าใส่อ้อมกอดของเขา ช่วงนี้เด็กน้อยคนนี้มีความสุขมากมีเสี่ยวไป๋คอยเล่นด้วย จึงดูสดใสขึ้นมาก

         เย่จื่อเฉินเล่นกับเถียนเถียนอยู่ในห้องนั่งเล่นสักพักก็ซื้อเพ็ดดีกรีให้เสี่ยวไป๋อีก

         อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ เพ็ดดีกรีสวรรค์ในเถาเป่าแพงมากจริงๆ

         ห่อล่ะ 100 วิทยายุทธ

         แต่เพื่อให้ในอนาคต เสี่ยวไป๋กลายเป็นสัตว์เทพเหมือนกับสุนัขสวรรค์ เย่จื่อเฉินจึงยอมแลกเลือดเนื้อ

         กดซื้อมา 20 ห่อ เพื่อให้มันกิน

         แต่พอคิดกลับกัน การมีวิทยายุทธมันก็ทำให้เขาใช่จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย

         เย่จื่อเฉินที่นอนอยู่บนเตียงกดเปิดดูบัตรเซียนของตัวเอง

          บัตรเซียน : เง็กเซียนนิรนาม (วิทยายุทธ 3,612 ตำแหน่งเซียนระดับสี่)

         ใช้วิทยายุทธไปแล้ว แต่ตำแหน่งเซียนไม่ได้ลดลงไปจนถึงตอนนี้เย่จื่อเฉินก็ยังไม่รู้ว่าตำแหน่งเซียนนี้เอาไว้ทำอะไร

         นอกจากนี้ยังมีการสำรวจระบบโปรโมชันด้วย

         เย่จื่อเฉินยีหัวไปมา แล้วเตรียมกดออกจากวีแชทเพื่อเข้านอน

         ติ๊ง!

         จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา

         คนที่ทักมาหาเขาในเวลานี้ทุกวันดูเหมือนจะมีแต่พี่สาวยมทูตขาวคนนั้นแล้วแหละ

         ไม่ผิดไปจากที่คิด เมื่อกดเปิดหน้าแชท ก็เห็นว่าเป็นยมทูตขาวทักมาหาเขาจริงๆ

         ยมทูตขาว : เอ่อ…อยู่ไหม? ฉันมีเรื่องจะรบกวนเธอหน่อย

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอั่งเปาสะท้านภพ ที่คุณอ่าน