ฉันนี่แหละ...ด็อกเตอร์ในต่างโลก

    บทที่ 62

    ในสนามรบทุกคนนิ่งอึ้งมองไปยังชายที่ยืนอยู่บนศีรษะ พวกเขาได้ตกตะลึงกับการลอยตัวอยู่บนอากาศอย่างนั้น พระราชาฟรีลิม พระราชินีเซล่า รวมถึงท่านมาควิสเองก็ด้วยที่ตกตะลึงตาแข็งค้าง พวกเขาไม่มีคำพูดใดๆออกมาจากปากเลยสักคำ ต่างคนก็ต่างอ้างปากรอให้แมลงวันบินเข้าไป“ท่านพี่ของหนูเก่งที่สุดอยู่แล้ว...” มีแต่ราชนิกุลองค์เล็กคนนี้คนเดียวที่ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับเขาเลย เอาแต่ชมพี่ชายของตัวเองอย่างออกหน้าออกตา พร้อมกับกระโดดเต้นไปมาอย่างดีใจ ฟรีลิมเองก็ได้แต่คิดในใจว่านั่นใช่ลูกชายคนที่เมื่อก่อนไม่เอาไหนอย่างนั้นหรือ ส่วนเซล่าก็ได้แต่ภูมิใจในตัวลูกชายสุดที่รักที่สามารถพิสูจน์ รวมถึงได้รับการยอมรับจากทุกคนๆที่อยู่ตรงนี้ เฮ้!!! เสียงเขาเหล่าประชาชน และทหารเลบานอนต่างร้องออกมาด้วยความใจชื้น ที่สถานการณ์มันเปลี่ยนไปเป็นพวกเขากลับมาได้เปรียบอีกครั้ง หลังจากที่หมดหวังมานาน แต่พวกเขาก็ต้องเงียบลงไปเมื่อรีออนส่งสัญญาณให้กับพวกเขาให้เงียบ ก่อนที่รีออนจะยกนิ้วขึ้นมาสูงเหนือศีรษะ เหมือนกับกำลังรออะไรสักอย่าง“..ปืนเลเซอร์พลังงานความร้อน ล็อกกลุ่มเป้าหมาย 5 ชีวิต ... ยืนยันถูกต้อง ..ปืนเลเซอร์พลังงานความร้อนพร้อมแล้วค่ะด็อกเตอร์...” เสียงของอลิสที่ดังลอยเข้ามาภายในหัว มันทำให้รีออนยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ จริงๆแล้วเขาก็ไม่ได้มีวิชาที่ใช้ลอยตัวเหมือนซุปเปอร์แมนแต่อย่างใด เขาทำเพียงแค่ยืนอยู่บนเครื่องย้อนเวลาที่อยู่ในสถานะล่องหนเท่านั้นเอง และตัวเครื่องนี้มีระบบต่อต้านที่ชื่อว่า ‘ปืนเลเซอร์พลังงานความร้อน’หลักการของมันคือการรวบรวมความร้อนจากแสงอาทิตย์มาบีบอัดเป็นพลังงานเข้มข้น และปล่อยออกไปปะทะกับศัตรูเป้าหมาย แน่นอนว่ามันก็กินพลังงานไม่ใช่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นรีออนก็ยังเลือกที่จะติดตั้งมันให้กับเครื่องย้อนเวลาของเขา มันอาจจะเอาไว้เพื่อความปลอดภัย แต่จริงๆแล้วมันเอาไว้เท่ในสถานการณ์อย่างนี้แหละ“..ชายผู้นั้น... ผู้บัญชาการทัพของอีกฝ่ายอย่างนั้นรึ..” กาเวนต์กล่าวพร้อมกับมองไปยังชายที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าเหนือกำแพงเมือง และชายคนนี้เป็นคนที่สามารถแม้กระทั่งทำให้ก้อนหินขนาดใหญ่ที่สร้างโดยจอมเวทย์ 5 คนสลายกลายเป็นผุยผงได้ในพริบตาเดียว“…ตัวตนของนามอันยิ่งใหญ่ ทวยเทพผู้ครอบครองแสงสว่างอันเจิดจรัส โปรดมอบพลังมาให้กับข้าผู้นี้.. ลำแสงบทที่หนึ่ง ลำแสงแห่งความหวัง.. เลเซอร์บีม..” รีออนกล่าวออกมาตามสคริปต์ที่เขาขอให้อลิสเป็นผู้ค้นหาให้เหมาะสมกับพลังที่จะปล่อยออกไป หลังจากที่กล่าวเสร็จก็นำแขนของตัวเองตั้งฉากกับอก หันมือที่อยู่ในท่าทางดีดนิ้วไปทางจอมเวทย์กลุ่มนั้น  เป๊ก!! เสียงดีดนิ้วของรีออนมันดังด้วยการขยายเสียงของอลิส ส่งผลให้เสียงมันกระจายไปทั่วสนามรบ จู่ๆก็มีแสงสว่างรวบรวมอยู่ใต้เท้าของรีออนมันเป็นแสงที่เจิดจ้า และรวมตัวกันเป็นก้อนอยู่นานระดับหนึ่ง ก่อนที่มันจะปล่อยลำแสงออกมาทั้งหมด 5 ครั้ง พุ่งตรงไปยังจุดที่จอมเวทย์นั้นอยู่.. ตูมมมม!!ตูมมมม!!ตูมมมม!!ตูมมมม!!ตูมมมม!! อ๊ากกกก!! เสียงของการปะทะเลเซอร์กับพื้นดินที่มันทะลุทะลวงตัวของจอมเวทย์เหล่านั้นมาแล้ว เมื่อตกลงพื้นกลับสร้างความเสียหายที่ต่อเนื่องไปอีกหลายสิบเมตร ทำให้มีผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นได้รับผลกระทบไปด้วย  ตอนนี้กองทัพดีไวท์ต่างก็อึ้งในพลังที่ผู้บัญชาการอีกฝ่ายปล่อยออกมา และด้วยพลังอย่างนี้มันอาจจะถูกจัดว่าผู้ที่สามารถทำได้เป็นระดับ ‘จักรพรรดิเวทย์’ เท่านั้น น้อยคนที่จะสามารถไปถึงได้“เป็นไปไม่ได้.. ระดับจักรพรรดิเวทย์.. ไม่น่าจะมาอยู่ตรงนี้ได้...” กาเวนต์ยังไม่ทันได้กล่าวจบ รีออนก็เริ่มร่ายบทที่สองทันทีอย่างไม่รอช้าเมื่อได้รับคำยืนยันจากอลิส“ด็อกเตอร์คะ ปืนพลังงานความร้อนแบบกระจายหมู่พร้อมแล้วค่ะ.. แต่ด็อกเตอร์สามารถใช้การได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นนะคะ” อลิสกล่าว แต่มันก็เพียงพอสำหรับรีออนแล้ว เพราะแค่นี้กองทัพฝั่งดีไวท์ก็ไม่สามารถต่อกรอะไรได้อีกต่อไป“..ตัวตนของท่านผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ทำลายล้างความมืดมิด ..โปรดจงมอบแสงสว่างให้กับศัตรูของข้าอันมีดวงตาบอดมืด.. ลำแสงบทที่สอง ลำแสงแห่งการทำลายล้าง.. อรุณร่วง..” เสียงดีดนิ้วดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันทำให้ทุกคนจะต้องหวาดกลัวกับพลังตรงหน้า  ลำแสงของปืนใหญ่ก่อตัวขึ้นอีกครั้งอย่างช้าๆ ก่อนที่มันจะปล่อยลำแสงประมาณเท่าเม็ดเข็มหลายแสนดอกราวกับพิรุณกับร่วงลงจากท้องฟ้า แต่พลังของมันไม่ได้ต่ำเยี่ยงสายฝนแต่อย่างใด ประสิทธิภาพมันถูกลดจากเลเซอร์บีมเหลือเพียง 1ใน 5 ส่วนเท่านั้น แต่มันกลับสร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้างแทน“ตั้งโล่คุ้มกันท่านผู้บัญชาการ!!..” เสียงของทหารคนสนิทที่ตั้งสติได้ แต่น่าเสียดายที่มันไม่ใช่เพียงแค่ฝนธรรมดาเพียงเท่านั้น มันเป็นฝนที่มีความร้อนสูง บวกกับความเร็วเพิ่มพลังในการเจาะเกราะเข้าไปอีก แน่นอนว่าโล่ก็ไม่สามารถกันมันได้.. เสียงร้องลั่นดังมาจากทุกสารทิศ บางคนที่โดนไปแต่ก็ยังไม่ได้ตาย แต่กลับทรมานดั่งโดนมีดบาดที่นิ้วอย่างไรอย่างนั้น และที่ทรมานกว่ามันเหมือนเนื้อกำลังจะละลายหายไปอย่างช้าๆ ซึ่งมันเกิดขึ้นพร้อมๆกันหลายตำแหน่งบนร่างกาย ตอนนี้สภาพของกองทัพดีไวท์ไม่ได้ต่างอะไรกับบุคคลที่เป็นโรคติดต่อ พวกเขาเกือบทุกคนมีเลือดไหลออกมาจากทุกซอกทุกมุมของร่างกาย แม้แต่ผู้บัญชาการกาเวนต์เองก็เช่นกันที่ตอนนี้สติที่มีอยู่นั้นกำลังจะวูบดับแล้ว“..ทำไมอาณาจักรของข้า ถึงได้ไปมีเรื่องกับจักรพรรดิเวทย์ได้กันนะ...:” กาเวนต์มองไปยังบนท้องฟ้าก่อนที่เขาจะขาดใจตายในที่สุด ตอนนี้สนามรบตรงหน้า มันคือทุ่งสังหารอย่างแท้จริง ตามที่รีออนได้เอ่ยไว้ก่อนจะสร้างมันขึ้น  ศพมนุษย์หลายหมื่นคนกองอยู่ ณ ที่แห่งนี้ แม้มันจะเป็นภาพที่โหดร้ายแต่ประชาชนก็โห่ร้องลั่นดังสนั่น เพราะสงครามมันได้จบลงไปแล้ว ภาพของศัตรูที่ตายกันไม่ได้ส่งผลกระทบกับจิตใจของพวกเขาเท่าไรนัก มันอาจจะเป็นเพราะว่าอาณาจักรของพวกเขาไม่ได้เป็นคนเริ่มหรือคนที่บุกมาทำลาย พวกเขาเพียงแค่ป้องกันในสิ่งที่สมควรจะปกป้องเท่านั้น“..ท่านผู้บัญชาการ!! ท่านผู้บัญชาการ!! ท่านผู้บัญชาการ!!...” เสียงร้องสรรเสริญมาจากหนึ่งในทหารที่ร่วมรบก่อนที่มันจะแพร่ และเปลี่ยนแปลงไปทั่วทั้งเมือง มันเปลี่ยนจะคำว่าผู้บัญชาการ กลายเป็นเจ้าชายรีออนกันทั้งนั้น และมันก็ดังอย่างนั้นต่อเนื่อง สงครามที่ไม่มีทางที่เกิดขึ้นได้จริง การวางแผนกลยุทธ์ที่ทำให้ศัตรูปวดหัว การต่อสู้ด้วยทั้งที่ไม่ถึง 2 หมื่นกับกองทัพเรือนแสนแล้วยังชนะได้ แล้วที่สำคัญ ยังไม่ได้สูญเสียทหารหรือชาวเมืองเลยแม้แต่คนเดียว สงครามนี้จะถูกบันทึกไปอีกนานแสนนาน ตราบเท่าที่ทุกคนยังมีแรงที่จะเล่าสู่เด็กๆรุ่นใหม่ได้ฟังกัน“..ท่านพี่.. ท่านคือแสงสว่างของเราทุกคนเจ้าค่ะ..” แคทเทอรีนกล่าว“..ลูกแม่ ข้าภูมิใจในตัวของลูกที่สุดเลย..” เซล่ากล่าวพร้อมกับน้ำตาที่ไหลริน เธอฝันเห็นภาพอย่างนี้มานานแล้ว“..นี่ซินะเจ้าลูกเขย.. มันต้องทำให้ได้ประมาณนี้แหละนะ...” ตัวของมาควิสชาลเวียเองก็ด้วยที่เอ่ยออกมา เขาดีใจมากที่จะได้คนที่แข็งแกร่งอย่างนี้มาเป็นลูกเขยของเขา“..ข้าหูบอดตาบอดมานาน ไม่คิดเลยว่าเจ้ารีออนมันจะเก่งกาจขนาดนี้ .. มันได้สร้างตำนานบทใหม่เข้าให้แล้วซินะ ตำนานที่แม้แต่คนรุ่นหลังจะกล่าวขาน.. ตำนานแห่งเมืองเลบานอน” พระราชาฟรีลิมกล่าว พร้อมกับยืนพยักหน้ากอดอกของตัวเอง  แน่นอนว่าสิ่งที่ราชากล่าวนั้นมันกลายเป็นความจริง คนรุ่นหลังได้กล่าวถึงตำนานของเมืองเลบานอนตามที่ท่านได้กล่าวเอาไว้ และมันเป็นส่วนหนึ่งของวีรกรรมของเจ้าชายรีออนที่ได้รับการขนานนามจากผู้คนทั่วทั้งอาณาจักร ‘…ผู้ครอบครองแสงสว่างทั้งปวง จักรพรรดิมนตรา..รีออน..’ 

    คล้ายกับเรื่องฉันนี่แหละ...ด็อกเตอร์ในต่างโลก ที่คุณอ่าน