จอมราชันย์อัสนี (Lightning Sovereign):

    ตอนที่ 82: เงื่อนงำในเกล็ดผนึกทมิฬ

    ตอนที่ 82: เงื่อนงำในเกล็ดผนึกทมิฬ 

    หลังจากความยินดีและตื่นเต้นจากการทะลวงสู่ขอบเขตใหม่ค่อยๆ จางลง เฉิน ฮ่าวหราน ก็ดึงสติกลับสู่ความ สงบ และ รอบคอบ อันเป็นนิสัยพื้นฐาน เขาทราบดีว่าการยืนอยู่ ณ จุดสูงสุดของขั้นก่อลมปราณนั้น แม้จะเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ แต่ก็เป็นเพียง จุดเริ่มต้น ของการเดินทางที่แท้จริงสู่ขั้นสร้างรากฐานอันสูงส่งกว่า การ สร้างความมั่นคง ให้กับระดับพลังใหม่ที่เพิ่งได้รับมา และการ ทำความคุ้นเคย อย่างลึกซึ้งกับศักยภาพที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล คือภารกิจเร่งด่วนและสำคัญที่สุดที่เขาต้องทำในตอนนี้ เพื่อให้สามารถควบคุมและใช้งานพลังได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    ด้วยเหตุนี้ เขาจึงใช้เวลาตลอดทั้งวันถัดมาอย่างมีคุณค่าที่สุด อยู่ภายในห้องพักหมายเลข 12 อันเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เพื่อ หล่อหลอม ผสาน และปรับตัว เข้ากับพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสมบูรณ์ เขานั่งขัดสมาธิบนเตียงไม้ สูดลมหายใจลึกยาว โคจรพลังปราณที่บัดนี้ หนาแน่น ดุจสายธารปรอทที่ควบแน่น และไหลเวียน รวดเร็ว ปานอสนีบาต ไปตามเส้นลมปราณสายหลักและสายรองที่กว้างขวางและแข็งแกร่งขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาสัมผัสได้ถึงความแตกต่างอย่าง มหาศาล พลังงานไม่ได้เพียงแค่ "ไหลผ่าน" อย่างรวดเร็วเหมือนช่วงแรก แต่กลับ "หล่อเลี้ยง" และ "เสริมสร้าง" ผนังเส้นลมปราณให้ ยืดหยุ่น และ ทนทาน ยิ่งขึ้น บำรุงอวัยวะภายในให้แข็งแกร่งจากภายในสู่ภายนอกอย่างช้าๆ แต่มั่นคง ทุกครั้งที่พลังงานโคจรครบรอบหนึ่งวัฏจักร เขารู้สึกว่าพลังงานยิ่ง กลมกลืน เข้ากับร่างกายและจิตวิญญาณมากขึ้น ลดทอนความรู้สึกแปลกปลอม และที่สำคัญคือ มัน เชื่อง ต่อการควบคุมของจิตใจมากขึ้นทีละน้อย รากฐานพลังแห่งขั้นก่อลมปราณช่วงสูงสุดกำลังหยั่งรากลึกลงไปในทุกอณูของร่างกายและจิตวิญญาณอย่าง มั่นคงดุจศิลาแกร่ง!

    เมื่อรู้สึกว่าการโคจรพลังงานภายในเริ่มเข้าที่และมั่นคงดีแล้ว เขาจึงเริ่ม ทดสอบ เคล็ดวิชาต่างๆ ที่ตนเองมีอยู่ ด้วยระดับพลังใหม่ที่เพิ่งได้รับมา เพื่อทำความเข้าใจถึงศักยภาพที่เพิ่มขึ้น และหาแนวทางการประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในอนาคต:

     * "เส้นใยอัสนี!" เขารวบรวมสมาธิเพียง เสี้ยวความคิด เท่านั้น น้อยกว่าที่เคยใช้ในขั้นกลางอย่างเทียบไม่ได้! พลังอัสนีบรรพกาลอัน บริสุทธิ์ และ เข้มข้น ขึ้นอย่างมหาศาล ถูกชี้นำสู่ปลายนิ้วชี้ข้างขวาอย่าง ง่ายดาย ก่อเกิดเป็นเส้นใยสีครามทองที่ บางเฉียบราวกับเส้นผมทิพย์ แต่กลับส่องประกายเจิดจ้าและแฝงพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวไว้ภายใน ยาวหลายชุ่นขึ้นมา แทบจะในทันที! มัน นิ่งสนิท มั่นคง อย่างสมบูรณ์แบบ! ไร้ซึ่งการสั่นไหวรุนแรงหรือพร้อมจะแตกสลายง่ายๆ เหมือนเช่นในอดีต! เขาสามารถควบคุมให้มัน เคลื่อนไหว เลื้อยพันไปมาในอากาศราวกับอสรพิษสายฟ้า บิดงอเป็นรูปทรงต่างๆ ที่ซับซ้อน หรือแม้แต่ ควบแน่น พลังงานที่ปลายเส้นใยให้ แหลมคม ยิ่งขึ้นได้อย่าง อิสระดุจใจนึก! เขาลองสร้างมันขึ้นมา หลายเส้นพร้อมกัน! ห้าเส้น... สิบเส้น... ยี่สิบเส้น! แม้จะเริ่มรู้สึกถึงภาระทางจิตใจที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนที่มากขึ้น แต่เขาก็ยังสามารถ ควบคุม เส้นใยอัสนีทั้งหมดให้ลอยวนรอบตัว หรือพุ่งโจมตีไปยังเป้าหมายจำลองในอากาศได้อย่าง มั่นคง และ แม่นยำ! และเขาสามารถ คงสภาพ เส้นใยหนึ่งเส้นไว้ได้นานหลายสิบลมหายใจ หรืออาจจะเกือบหนึ่งเค่อเต็มๆ โดยไม่รู้สึกถึงการสูญเสียพลังจิตที่หนักหน่วงเหมือนครั้งที่บรรลุขั้นกลางเลยแม้แต่น้อย! 'ยอดเยี่ยม! การควบคุมพลังงานละเอียดอ่อนนี้... พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดจริงๆ! พลังทำลายล้างก็สูงขึ้นตามความหนาแน่นของพลังงาน!' เขารู้สึกพอใจอย่างยิ่งยวด นี่จะเป็น ไพ่ตาย สำคัญของเขาอย่างแท้จริง ทั้งในการต่อสู้ที่ต้องการความแม่นยำและการจู่โจมที่คาดไม่ถึง หรือแม้แต่ในการประยุกต์ใช้กับค่ายกลหรือการผนึกในอนาคต!

     * "ก้าวย่างประกายสายฟ้า" แม้ห้องพักจะคับแคบและจำกัดพื้นที่ในการเคลื่อนไหว แต่เขาก็ยังคงทดสอบการเคลื่อนไหวในระยะสั้นๆ เพื่อวัดผล ผลลัพธ์คือความเร็วในการ ระเบิดพลัง ที่เท้าและการ เคลื่อนที่ นั้น เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกตะลึง! หากเขาใช้มันอย่างเต็มกำลัง เงาร่างสีครามของเขาแทบจะกลายเป็น ภาพติดตา! พร่าเลือนจนยากจะจับมองได้ทัน! เคลื่อนจากมุมหนึ่งไปยังอีกมุมหนึ่งใน ชั่วพริบตา! ราวกับภูตพรายที่ท่องไปในสายลม! และที่สำคัญกว่าความเร็วคือ การควบคุม ที่ แม่นยำ ยิ่งขึ้น! การเคลื่อนไหวดู เงียบเชียบ ไร้เสียงลมปะทะ และ ควบคุมทิศทาง การหยุดหรือเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศได้ ดั่งใจนึก มากขึ้น พลังงานอัสนีที่ใช้ดูเหมือนจะถูก ส่งผ่าน ไปยังเท้าอย่าง มีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้น ลดการสูญเสียพลังงานโดยไม่จำเป็นหรือการรั่วไหลของกลิ่นอายลงไปได้มาก ทำให้เขาสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างแนบเนียนกว่าเดิม แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าหากต้องการใช้ความเร็วสูงสุดนี้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือใช้ในการต่อสู้ที่พลิกแพลงจริงๆ เขายังคงต้องอาศัยการ ฝึกฝน อย่างหนักเพื่อให้ร่างกายคุ้นชินและสามารถรองรับ ภาระ จากการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงเช่นนี้ได้.

     * "การผนึกเสียงสะท้อน" เขาลองแผ่คลื่นพลังงานที่มองไม่เห็นนี้ออกไปรอบตัว มันให้ความรู้สึกที่ "หนาแน่น" และ "ควบแน่น" มากขึ้นกว่าเดิม สามารถ ครอบคลุม พื้นที่ในรัศมีที่กว้างไกลขึ้น และเขาสามารถ รับรู้ ถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวผ่านคลื่นพลังงานนี้ได้ ชัดเจน ขึ้นเล็กน้อย เขาลองใช้มัน กด และ อำพราง กลิ่นอายพลังอัสนีบรรพกาลอันเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง พบว่าสามารถทำได้อย่าง แนบเนียน และ สมบูรณ์ ยิ่งกว่าเดิมหลายส่วน! แทบจะหลอมรวมเข้ากับพลังงานฟ้าดินรอบข้าง! แม้จะไม่แน่ใจนักว่าจะสามารถ ปิดบัง อำพรางจากยอดฝีมือระดับสูงที่อาจมีจิตสัมผัสอันน่าสะพรึงกลัวได้สมบูรณ์หรือไม่ แต่ก็นับว่าเป็นการพัฒนาที่สำคัญในการปกปิดตัวตน เขายังทดลอง ประยุกต์ ใช้มันในรูปแบบอื่น ลอง ควบแน่น คลื่นพลังงานนี้แล้วส่งออกไป "รบกวน" หรือ "แทรกแซง" ประสาทสัมผัสในระยะใกล้ๆ พบว่าคลื่นพลังงานมีความ เข้มข้น และ ส่งผลกระทบ ได้ รุนแรง ขึ้นเล็กน้อย อาจจะสามารถใช้เป็น กลยุทธ์ เสริมในการทำให้ศัตรูสับสน เสียสมาธิ หรือเปิดช่องว่างในการต่อสู้ได้ในอนาคต!

    หลังจากทดสอบและทำความคุ้นเคยกับพลังและเคล็ดวิชาใหม่จนเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่งแล้ว จิตใจของเขาก็หวนกลับไปให้ความสนใจกับวัตถุลึกลับชิ้นสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งที่เขาได้ครอบครองมา... "แผ่นโลหะสีดำ" หรือ "เกล็ดผนึกทมิฬ" ที่ได้มาจากค่ายกลโบราณอันน่าสะพรึงกลัวในเหมืองร้างแห่งนั้น. เขานำมันออกมาวางบนฝ่ามืออีกครั้งอย่างระมัดระวัง สัมผัสถึงความ เย็นเยียบ ที่แทรกซึมเข้าสู่ผิวหนัง และ กลิ่นอายโบราณ อัน ลึกล้ำ ที่แผ่ออกมาจางๆ มันให้ความรู้สึกที่ทั้ง หนักแน่น มั่นคง แต่ก็แฝงไว้ด้วย ความมืดมน และ พลังงานผนึก อันซับซ้อนเกินหยั่งถึง เขายังคงจดจำภาพ อักขระประหลาดลายใหม่ ที่เขาเห็นปรากฏขึ้นบนผิวของมันเพียง ชั่วพริบตา ในตอนที่เขาเกิดการสั่นพ้องทางพลังงานขณะทะลวงสู่ขั้นสูงสุดได้อย่างแม่นยำ มันเป็นอักขระที่ดูแตกต่างแต่ก็ เชื่อมโยง กับลายดั้งเดิมอย่างน่าประหลาด เขาตัดสินใจลองตรวจสอบมันอีกครั้งด้วย จิตวิญญาณ (Spiritual Sense) ที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมหาศาลในระดับก่อลมปราณสูงสุด สัมผัสเข้าไปในแผ่นโลหะอย่างละเอียดและอดทน.

    คราวนี้ ด้วยพลังจิตที่สูงขึ้น เขาสามารถ "รับรู้" ถึง โครงสร้างพลังงานภายใน ที่ ซับซ้อน ดุจแผนภาพดวงดาวอันไร้ที่สิ้นสุดของมันได้ ชัดเจน ขึ้นอีกหลายส่วน! เขาสัมผัสได้ถึง สายใยพลังงานผนึก อัน ทรงพลัง และ เก่าแก่ ที่ หลับใหล อยู่ภายในส่วนลึก รอคอยการปลุกให้ตื่นขึ้น! เขาสัมผัสได้ถึง ความเชื่อมโยง อันลึกลับระหว่าง อักขระ บนแผ่นโลหะกับ พลังงานอัสนีบรรพกาล ในร่างของเขาได้ ชัดเจน ขึ้น! มันเหมือนกับว่าพลังงานทั้งสองรู้จักกันมาก่อน! หรือถูกสร้างขึ้นจากแหล่งพลังงานเดียวกัน! เขาลองใช้นิ้วไล้ไปตามตำแหน่งที่เขาจำได้ว่าเห็นอักขระลายใหม่นั้นปรากฏขึ้น พยายามใช้จิตวิญญาณ สื่อสาร หรือ กระตุ้น มันอีกครั้ง...

    วูบ!

    อักขระโบราณลายเดิมที่สลักอยู่บนแผ่นโลหะพลัน ส่องแสงสีดำจางๆ ขึ้นมาตอบสนองอีกครั้ง! เข้มกว่าครั้งก่อนเล็กน้อย! พร้อมกับ ภาพนิมิตเลือนราง ที่ฉายวาบเข้ามาในทะเลแห่งจิตใจของเขา! มันยังคงเป็นภาพของ ค่ายกลขนาดใหญ่ ที่ ซับซ้อน และดู ทรงพลัง ยิ่งกว่าค่ายกลที่เขาเห็นในเหมืองร้างหลายสิบเท่า! และภาพก็ชัดเจนขึ้นเล็กน้อยพอที่จะทำให้เขามั่นใจว่า แผ่นโลหะชิ้นนี้คือ "กุญแจ" หรือ "ส่วนประกอบสำคัญ" ชิ้นหนึ่งของค่ายกลมหึมานั้นจริงๆ! บางทีอาจจะเป็นค่ายกลที่ใช้ผนึกสิ่งมีชีวิตหรือพลังงานอันยิ่งใหญ่ในยุคอัสนีพิโรธ? แต่ภาพก็ยังคง เลือนราง และปรากฏเพียง ชั่วพริบตาเดียว ก่อนจะเลือนหายไป ทิ้งไว้เพียง ปริศนา ที่ยิ่ง ลึกซึ้ง และ ซับซ้อน มากขึ้นกว่าเดิม!

    'แผ่นโลหะนี่... มันคืออะไรกันแน่? กุญแจสู่ค่ายกลไหน? ค่ายกลนั้นผนึกอะไรไว้? แล้วมันเกี่ยวข้องกับการผนึกกระบี่อัสนีกัมปนาทหรือไม่?' เขาเก็บแผ่นโลหะสีดำกลับเข้ามิติระบบไปอย่างระมัดระวังยิ่งกว่าเดิม. 'ปริศนานี้ยังคง ยากเกินกว่า ที่ข้าจะไขความให้กระจ่างได้ในตอนนี้ ข้ายัง ขาด ทั้งความรู้เกี่ยวกับยุคโบราณ และ ขาด แต้มมรดกที่จะให้ระบบช่วยวิเคราะห์มันอย่างละเอียด'

    เขาหันกลับมาพิจารณาสถานการณ์ปัจจุบันของตนเอง ตรวจสอบสถานะทรัพยากรอีกครั้งอย่างละเอียด: แต้มมรดกยังคงเป็นศูนย์, แต้มอุทิศเหลือเพียง 5 แต้มอันน้อยนิด, ยาเม็ดต่างๆ ที่แลกมาก็เหลือน้อยเต็มที เขาตระหนักดีว่าแม้จะบรรลุขั้นสูงสุดของระดับก่อลมปราณแล้ว ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดในหมู่ศิษย์ใหม่ส่วนใหญ่ และมีพลังเทียบเท่าขั้นสร้างรากฐานช่วงต้น แต่หากปราศจาก ทรัพยากรสนับสนุน ที่เพียงพอ การจะบ่มเพาะพลังให้ก้าวหน้าต่อไป หรือการจะพยายาม สร้างรากฐาน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญต่อไป และต้องใช้พลังงาน วัตถุดิบ และโอสถ มหาศาล ก็ยังคงเป็นเรื่อง ยากลำบาก และ ห่างไกล อย่างยิ่ง.

    'ต้องหาแต้มอุทิศเพิ่มอย่างเร่งด่วน! อย่างน้อยที่สุด ข้าต้องการ 115 แต้มเพื่อซื้อ 'เศษเหล็กดาราหลอมบริสุทธิ์' ชิ้นที่สอง เผื่อไว้สำหรับความผิดพลาดในการหลอมรวมครั้งต่อไป หรืออาจจะจำเป็นต้องใช้มากกว่าหนึ่งชิ้นในการสร้างเสถียรภาพให้ผนึกกระบี่!' เขาวิเคราะห์อย่างรอบคอบ 'และถ้าเป็นไปได้ ข้าควรจะหาทางได้รับ แต้มมรดก เพิ่มด้วย เผื่อว่าระบบจะมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แผ่นโลหะสีดำ นี้ หรืออาจจะใช้ในการแลกเปลี่ยนเคล็ดวิชาสำคัญอย่าง 'วิถีอัสนีเร้นเงา' ที่ต้องใช้ถึง 50 แต้ม ซึ่งดูจากชื่อแล้วน่าจะเกี่ยวข้องกับการควบคุมพลังอัสนีและการอำพรางตัวโดยตรง และน่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อสถานการณ์ที่ข้ารู้สึกเหมือนถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลา!' เขาเริ่มวางแผนขั้นต่อไปในใจอย่างละเอียด เขายังคงต้องไปทำภารกิจดูแลสวนสมุนไพรกับศิษย์พี่หลี่เฉิงต่อไป เพื่อรักษาแต้มอุทิศพื้นฐานจำนวนน้อยนิดนี้ไว้ และที่สำคัญคือเพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตจากการหายหน้าไปบ่อยๆ แต่ในขณะเดียวกัน เขาต้องเริ่มมองหา ภารกิจอื่น ที่มีความ เสี่ยง สูงขึ้น แต่ก็ให้ ผลตอบแทน ที่ สูงกว่านี้ ด้วย... และนั่นหมายถึง... เขาอาจจะต้อง เสี่ยงอันตราย มากขึ้นอีกครั้ง เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการอย่างรวดเร็ว.

    ขณะที่กำลังครุ่นคิดถึงแผนการ เขาก็พลันนึกถึง ภัยคุกคาม ที่อาจจะยังคงแฝงตัวอยู่รอบๆ... ข่าวลือเรื่องศิษย์หายตัวอย่างลึกลับ... ร่องรอยการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดา... กลุ่มคนชุดดำสวมหน้ากากอันน่าสะพรึงกลัวในเหมืองร้าง... สายตาที่จับจ้องมาที่เขาหลังการทดสอบคัดเลือกพิเศษ โดยเฉพาะสายตาของหลิง ชิงเยว่ และศิษย์พี่อี้จ้าน... และจิตสัมผัสอันน่าสะพรึงกลัวที่สอดส่องเข้ามาในห้องพัก... 'ข้าต้อง ระมัดระวังตัว ให้มากขึ้นเป็นสิบเท่า! ยี่สิบเท่า! การเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวต่อจากนี้ อาจจะอยู่ในสายตาของศัตรูที่มองไม่เห็นอยู่ตลอดเวลา! ข้าไม่อาจประมาทได้อีกแม้แต่วินาทีเดียว!' ความรู้สึกถึง อันตราย ที่รายล้อม ทำให้เขาต้องยิ่งเพิ่มความ รอบคอบ และ รัดกุม ในการวางแผนและการกระทำทุกอย่างนับจากนี้ไป.

    คืนนั้น ฮ่าวหรานไม่ได้เร่งรีบออกไปหาภารกิจใหม่ในทันที แต่ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการทำสมาธิอย่างสงบ เพื่อ ปรับสมดุล พลังงานที่เพิ่งทะลวงสู่ขั้นสูงสุดให้เข้าที่และ กลมกลืน กับร่างกายและจิตวิญญาณอย่างสมบูรณ์ที่สุด. เขาทบทวนสิ่งที่เรียนรู้และประสบมาทั้งหมด วางแผนการฝึกฝนและการหาทรัพยากรในวันต่อๆ ไปอย่างละเอียดรอบคอบ และ เตรียมพร้อม รับมือกับความท้าทายใหม่ๆ และอันตรายที่อาจจะปรากฏขึ้นได้ทุกเมื่อ บนเส้นทางสู่ขั้นสร้างรากฐาน... เส้นทางที่ทั้ง อันตราย ลึกลับ และ น่าตื่นเต้น ยิ่งกว่าเดิม.

    (จบตอนที่ 82 )


    คล้ายกับเรื่องจอมราชันย์อัสนี (Lightning Sovereign): ที่คุณอ่าน