กำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง]

    SS2_No.16 ไล่ล่า [1]

    มินมินกับฮันน่าแทบจะนึกภาพออกเลยว่า การหาความตื่นเต้นของน็อกหมายความว่าอย่างไร แต่ทั้งแบบนั้นพวกเธอก็ไม่ปฏิเสธแถมออกจะมีอาการดีใจซะด้วยซ้ำไป เพราะพวกเธอค่อนข้างเบื่อหน่ายกับชีวิตที่จำเจภายในตำหนัก ถึงจะรู้ว่าในวันข้างหน้าโลกอาจถูกทำลายล้าง ทว่าการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และพบเจอกับสิ่งที่ไม่เคยเห็นก่อนตาย ย่อมดีกว่าการตายไปอย่างเปล่าประโยชน์และไม่รู้ถึงเรื่องราวที่คาใจเป็นแน่
    น็อกมองสองสาวด้วยอาการแปลกใจ เพราะที่เขาจงใจพูดเช่นนี้ เพื่อต้องการให้พวกเธอกลับไปอยู่อย่างเงียบสงบภายในตำหนัก เพราะห่วงว่าพวกเธอจะได้รับอันตรายกัน แต่ใครจะคาดคิดว่ามันได้ผลตรงกันข้าม ดั่งคำที่ว่าจิตใจหญิงสาวนั้นยากแท้หยั่งถึง เขาจึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆ
    "เอาเป็นว่า รออีริคกลับมาแล้วค่อยคุยกันอีกทีก็แล้วกันนะ!!"
    "ตกลง" มินมินกับฮันน่าตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน
    เมื่อได้ข้อมูลของเหล่าทวยเทพมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว น็อกก็ขอตัวกลับห้องไปเพื่อพักผ่อนเอาแรง เพราะด้วยความเร็วของอีริค ถ้าไม่โดยสารเครื่องบินไปประตูมิติ คงใช้เวลาไม่นานในการเดินทางไปกลับบ่ายวันต่อมา.....
    น็อกลืมตาตื่นมาด้วยความงัวเงีย นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปีมานี้ที่เขาได้นอนหลับพักผ่อนอย่างจริงจัง ก่อนจะเดินลงไปด้านล่าง แต่ทันทีที่เขาลงมาตาถึงกับเบิกกว้างขึ้น เพราะภายในห้องรับแขกของเขาเละเทะเป็นอย่างมาก มีเสื้อผ้าที่มีรอยไหม้กองอยู่ ของใช้ภายในบ้านตกแตกกระจายเต็มพื้น แต่กลับไม่มีคนอยู่จนเขาได้กลิ่นเหม็นไหม้จากในครัว จึงรีบวิ่งเข้าไปดูก็พบฝุ่นควันคละคลุ้งกับอาหารที่ไหม้เกรียม ตู้ไมโครเวฟมีร่องรอยการระเบิด และพบคนในครอบครัวของเขากำลังนั่งพักอย่างเหนื่อยหอบโดยมีอาเธน่ายืนท่าทางสลดอยู่
    "นะ..นี่ มันเกิดอะไรขึ้นกันครับเนี่ย!?"
    "ตื่นแล้วหรอลูก!! นี่มันก็แค่วีรกรรมเล็กๆ น้อยๆ จากหนูอาเธน่าไง แม่ว่าลูกน่าจะให้เธอไปทำงานในด้านอื่นแทนงานบ้านดีกว่านะ" แม่ของน็อกที่เห็นลูกชายมาถึงก็บ่นขึ้นทันที
    "นั่นสิค่ะพี่ ให้รีดผ้าก็ไหม้ ให้ดูดฝุ่นก็เดินเตะจนสายไฟกระเด็นกระดอนไปโดนของหล่นแตกกระจายเต็มพื้น" ลิลลี่รีบผสมโรงด้วย
    "อันนี้ฉันเห็นด้วย ตอนแรกอาเธน่าบอกว่าพอทำกับข้าวได้ก็เลยให้ไปทำก่อน เพราะพวกเราต้องมาช่วยกันเก็บกวาดของตรงนี้กัน แต่พอเข้าไปไม่นานสภาพห้องครัวก็เป็นแบบที่นายเห็นนี่ละ" มินมินบ่นอย่างเหนื่อยใจ
    "แล้ว ข้าว น้ำ เฟิร์น เอิร์น ไอซ์ ไนท์ ไปไหนกันหมดถึงต้องให้แม่กับคนอื่นๆ มาช่วยกันเก็บกวาดด้วยล่ะครับ!?" น็อกถามอย่างแปลกใจ เพราะถ้าตัดแจนที่ต้องแปลงโฉมแทนเขาไปทำงาน เมดคนอื่นๆ ก็น่าจะยังอยู่นี่นา
    "ข้าวขับรถไปส่งพ่อเราที่สนามบินไง เพราะต้องเอารถกลับมาด้วย น้ำเป็นตัวแทนของแม่ไปประชุมงานแทนน่ะ ส่วนเฟิร์นก็เป็นผู้จัดการส่วนตัวของแจนที่ปลอมตัวเป็นลูกไง" แม่ของน็อกเริ่มไล่ระดับการทำงานของแต่ละคนให้น็อกฟังอย่างละเอียด
    "พี่เอิร์นไปจ่ายค่าน้ำ-ค่าไฟ พี่ไอซ์ไปจ่ายตลาด ส่วนพี่ไนท์ก็เอารูปถ่ายพี่อาเธน่าไปให้ผู้กองทศเพื่อทำเอกสารให้ถูกต้องคะ" ลิลลี่รีบเอ่ยสำทับต่อทันที
    "แล้ว....." น็อกที่กำลังจะเอ่ยถามต่อแต่ก็ถูกขัดขึ้น
    "ถ้าหลินล่ะก็ไปซื้อของที่หออรุณเบิกฟ้าให้นายไง" มินมินรีบขัดขึ้นอย่างรู้ทันว่าน็อกจะถามอะไร
    "..........!!?" น็อกถึงกับพูดไม่ออกและพอมองไปรอบๆ บ้านของเขาที่แทบจะไม่เหลือเค้าเดิมเลยแม้แต่น้อย ถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ นี่เขาประเมินสถานการณ์ผิดพลาดใหญ่หลวงเลยนะนี่ แต่เขาเองก็พึ่งจะรู้ได้วันนี้เองว่า เมดของเขาแต่ละคนนั้นงานยุ่งมาก แล้วที่สำคัญใครจะคาดคิดว่าอาเธน่า เทพีที่ได้ชื่อว่าเป็น เทพีเจ้าแห่งปัญญา จะกลายเป็นเทพีเจ้าแห่งปัญหา ประจำบ้านเขาไปซะได้
    "เอาเป็นว่าเรื่องนี้ค่อยคิดกันอีกทีก็แล้วกันนะครับ!!?" น็อกส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ
    หลายชั่วโมงต่อมาหลังจากที่น็อกและครอบครัวช่วยกันเก็บกวาดบ้านจนเสร็จเรียบร้อย หลินและเมดคนอื่นๆ ก็ทยอยพากันกลับมา น็อกมองไปที่หลินและเมดของเขาด้วยสายตาที่แปลกออกไป เพราะเขาพึ่งรู้ซึ้งก็วันนี้เองว่างานบ้านมันโหดหินขนาดไหน ขณะที่น็อกกำลังจะเอ่ยพูดอะไรนั้น
    "ไม่ต้องห่วงไปหรอกลูก แม่จัดสันปันส่วนให้เมดแต่ละคนมีเวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ ถ้าไม่นับเรื่องของหนูอาเธน่าล่ะก็ วันนี้ที่บ้านคงไม่ยุ่งวุ่นวายขนาดนี้หรอก" แม่ของน็อกเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทัน
    "ครับแม่" น็อกตอบรับอย่างอดคิดไม่ได้ว่าแม่เขาแอบไปฝึกวิชาอ่านใจมารึไงนะ
    "ตอนนี้ลูกก็เตรียมตัวพร้อมแล้ว จะรอเพื่อนของลูกกลับมาก่อนหรือเริ่มไล่ล่าเลยกันล่ะ!?" แม่ของน็อกอดที่จะถามไม่ได้
    "คิดว่าคืนนี้จะเริ่มทำการออกไล่ล่าทันที และถ้าอีริคกลับมาทันก็ให้รวมกลุ่มไปด้วยแต่ถ้าไม่ทันก็คงต้องให้รอที่นี่ไปก่อนครับ" น็อกครุ่นคิดอยู่ครู่นึงก่อนจะเอ่ยตอบ
    "ยังไงก็ระวังตัวด้วยแล้วกันนะลูก" แม่ของน็อกเตือนด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง
    "ครับแม่" น็อกตอบรับด้วยรอยยิ้ม
    ช่วงเย็น.....
    อีริคกลับมาถึงบ้านของน็อกช่วงเย็นเมื่อมารวมกลุ่มกัน น็อกก็เริ่มอธิบายถึงแผนการของเขาทันที เริ่มจากเขาจะวางค่ายกลคลอบคลุมพื้นที่ส่วนหนึ่ง เพื่อดูว่ามีผู้ครอบครองผลึกเศษเสี้ยวพลังของจักรพรรดิแห่งการทำลายล้างอยู่จำนวนเท่าใด
    หลังจากนั้นให้นำผลึกจิตวิญญาณที่เขาให้หลินไปซื้อที่หออรุณเบิกฟ้ามา เพื่อลงอักขระเก้าฟ้าใส่ผลึกจิตวิญญาณ มันจะสามารถใช้ดูดซับเศษเสี้ยวพลังของจักรพรรดิแห่งการทำลายล้างได้ แต่หากคนผู้นั้นถูกเศษเสี้ยวพลังของจักรพรรดิแห่งการทำลายล้างควบคุมแล้ว จะไม่สามารถใช้ผลึกจิตวิญญาณดูดซับพลังได้ มีทางเลือกเดียวคือต้องสังหารทิ้งเท่านั้น และเมื่อการวางค่ายกลเสร็จก็จะแยกย้ายกันไปทั้งสี่ทิศเพื่อให้รวดเร็วต่อการทำงาน ทันทีที่น็อกอธิบายเสร็จก็หันไปทางกลุ่มของเขาก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
    "หากใครไม่กล้าที่จะลงมือสังหาร ฉันคงต้องขอให้อยู่ที่นี่เพราะความลังเลปล่อยให้หนึ่งคนรอดไปได้อาจทำให้มีคนตายเพิ่มขึ้นหลักร้อยหรือพันคนได้ ฉันไม่อยากให้เอาชีวิตคนส่วนมากมาเสี่ยง และฉันจะไม่ตำหนิหากใครไม่กล้าทำงานนี้"
    สิ้นเสียงของน็อกทุกคนแทบจะไม่ต้องคิด เพราะเป็นอย่างที่น็อกบอกการปล่อยให้รอดแล้วต้องมีคนตายมากขึ้น ถึงมือพวกเขาต้องเปื้อนเลือดคนบริสุทธิ์จำนวนมากก็จำเป็นต้องทำ เรื่องผิดถูกค่อยว่ากันทีหลัง เมื่อได้ข้อสรุปแล้วน็อกก็เริ่มจากบ้านของเขาเป็นจุดศูนย์กลาง
    น็อกเริ่มการวางค่ายกลโดยการใช้เลือดของตัวเองเป็นตัวควบคุมการทำงานของค่ายกล และให้กลุ่มของเขายืนตามหัวลูกศรของค่ายกลตามแต่ละทิศ เพื่อจับสัมผัสในทิศทางที่แต่ละคนต้องออกไปตามหา ไม่นานก็ปรากฏแสงสว่างขึ้นจากค่ายกลที่เสร็จสมบูรณ์ กลายเป็นโดมสีใสที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขยายใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างไม่สิ้นสุดจนพลังปราณในร่างของน็อกเกือบจะเหือดแห้งหมด
    น็อกจึงต้องหยุดการใช้งานค่ายกล และเมื่อตรวจสอบพื้นที่จากเส้นผ่านศูนย์กลางแล้วได้ราวสิบล้านตารางกิโลเมตร [พอๆ กับพื้นที่ในประเทศแคนาดาก็ว่าได้] นอกเหนือจากนั้นก็พบว่ามีมนุษย์เพียง 8 คนและสิ่งมีชีวิตอื่นอีก 11 ตัวเท่านั้นที่มีเศษเสี้ยวพลังของจักรพรรดิแห่งการทำลายล้าง
    พลังของน็อกในเวลานี้สามารถใช้ค่ายกลตรวจสอบได้เพียงแค่วันละหนึ่งครั้งเท่านั้น จากการใช้ค่ายกลในวันนี้ทำให้ได้รู้ว่า พวกเขาทั้งหมดจำเป็นต้องใช้เวลาราว 50 วันกว่าจะตรวจสอบพื้นที่ได้ทั่วโลกซึ่งมีเนื้อที่ถึง 510,100,000 ตารางกิโลเมตร เมื่อทุกคนรู้เป้าหมายแล้วก็เตรียมพร้อมที่จะแยกย้ายกันออกไปจัดการทันที
    "ทุกคนฉันขอย้ำอีกครั้งนะ อย่าได้ใจอ่อนเด็ดขาดและที่สำคัญหากเป้าหมายเป็นผู้ฝึกตนในระดับที่สูงกว่าแดนวีรชน ให้รีบส่งสัญญาณแจ้งเตือนทันทีอย่าได้เผชิญกันซึ่งๆ หน้าเด็ดขาด"
    กลุ่มของหลิงเทียนพยักหน้าตอบรับก่อนจะแยกย้ายไปตามทิศทางต่าง ส่วนน็อกกินโอสถทิพย์ฟื้นฟูลมปราณและเดินพลังเพื่อฟื้นฟูราวสามสิบลมหายใจ ก่อนจะรีบออกไปยังทิศทางที่เขาต้องรับผิดชอบ
    ตรอกแห่งหนึ่ง.....
    น็อกที่พึ่งมาถึงหยุดมองจากยอดตึกที่สูงกว่าสี่ชั้น ความทรงจำเก่าๆ ของเขาผุดขึ้นมาในสมองทันที ในชีวิตก่อนของเขาเวลานี้ตัวตนของเขาน่าจะอยู่ที่บริเวณนี้ เพราะเขาหนีออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าและมาใช้ชีวิตเยี่ยงขอทาน ได้พบเจอกับเงินก้อนใหญ่และนำมันไปส่งคืนจนสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปได้
    ผ่านไปไม่นานนักก็มีเด็กหนุ่มคนนึงเดินเข้ามาในตรอกสภาพเสื้อผ้าขาดๆ ท่าทางน่าสงสารเป็นอย่างมาก และไม่ผิดไปจากที่คาดเพราะเด็กหนุ่มคนนี้ก็คือร่างกายของเขาในชีวิตก่อนนั้นเอง น็อกได้แต่ถอนหายใจอย่างหดหู่
    "นี่..!! ระบบมันจะโหดร้ายกับฉันเกินไปไหม งานแรกก็ต้องมาจัดการกับร่างกายของฉันในชีวิตก่อนเลยงั้นหรือ!?"
    "ขออภัย คำตอบนี้ต้องใช้ 100,000 Point ในการตอบคำถาม"
    "เชรี้ย..!!? ตรูปรึกษาและระบายไม่อยากได้คำตอบหรอกเฟ้ยยยย!!?"

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง] ที่คุณอ่าน