ตอนที่ 3 เส้นทางที่ก้าวเดิน
ราวกับฟ้าผ่าลงกลางแคว้นซูเมื่อสุดยอดแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่หวังซินถูกสังหารโดยแม่ทัพหนุ่มนามหลงหวนแห่งแคว้นเว่ยพร้อมกับความปราชัยที่ถูกประกาศก้องทำให้ชื่อเสียงของหลงหวนยิ่งทวีคูณเป็เท่าตัวถิงเซียวนำขบวนเคลื่อนร่างของหวังซินกลับมายังฉางซานท่ามกลางความโศกเศร้าของเหล่าทหารใต้การปกครองอ้ายซินยืนรอรับพวกเขาด้วยชุดสีขาวบริสุทธิ์บ่งบอกการไว้ทุกข์ใบหน้าของเธอเรียบเฉยราวรูปสลักไม่มีแม้หยาดน้ำใดๆ รินไหล
“เหมือนท่านกำลังหลับอยู่เลย” เด็กสาวทอดสายตามองร่างของผู้เป็พ่อความสงบนิ่งของเธอทำให้เหล่าคนที่ยืนรายล้อมอยู่รู้สึกประหลาดใจ ท่าทีของหญิงสาวไม่ต่างจากหวังซินเมื่อครั้งที่มองร่างไร้ิญญาของภรรยาสมแล้วจริงๆ ที่พวกเขาเป็พ่อลูกกัน
“เ้าจะเอาอย่างไรต่อไป” ถิงเซียวเอ่ยถามเขามีคำตอบในใจอยู่แล้วแต่ก็ถามเธออีกครั้งเพื่อความแน่ใจเด็กสาวยิ้มบางไร้ซึ่งคำพูด “เ้ายังคงเป็ลูกสาวของนายข้าและเป็น้องสาวของพวกเรา ท่านหวังซินปราถนาให้เ้ามีความสุข พวกข้าก็เช่นกัน”
งานศพของแม่ทัพหวังซินถูกจัดขึ้นเป็การภายในที่น่าประหลาดใจคือคำขอดูตัวจากบรรดาขุนนางที่ส่งกันเข้ามาอย่างไม่ขาดสายแม้จะไม่เคยเห็นหน้าของเด็กสาว มีแค่เพียงข่าวลือถึงความอัปลักษณ์ของเธอดูเหมือนว่าพวกเขา้าเพียงแค่ผลประโยชน์ที่จะได้รับหากเกี่ยวดองกับเ้าหล่อนเป็อันรู้กันดีว่าแม่ทัพหวังซินรักและหวงแหนนางราวกับไข่ในหิน (?) เมื่อไม่มีผู้เป็พ่อคอยขัดขวางพวกเขาคิดว่าหากยื่นมือไปหาเด็กสาวผู้อ่อนแอซึ่งเพึ่งจะสูญเสียบิดาของตนไปเธอจะต้องตอบรับข้อเสนออันแสนเย้ายวนนี้แน่นอนด้วยความที่รองแม่ทัพถิงเซียวเคารพและเชื่อฟังหวังซินมากและอ้ายซินคือผู้สืบทอดเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่เพราะหวังซินไม่มีญาติพี่น้องหลงเหลือแล้วทุกอย่างจะต้องตกเป็ของนาง ด้วยอำนาจบารมีของแม่ทัพใหญ่ซึ่งยังคงมีอยู่พวกเขาจะต้องได้มันมา
“อา…เ้าพวกที่คิดสั้นพากันส่งจดหมายมาอีกแล้ว”รองแม่ทัพซุนเซียนโยนจดหมายที่พึ่งหยิบขึ้นลงพื้นด้วยท่าทีขยะแขยงก่อนจะเหยียบซ้ำจนกระดาษแทบจะแหลกเป็ชิ้นๆ
“เ้าสนใจจะพิจารณาสักคนมั้ยล่ะ” ถิงเซียวเย้าแหย่น้องสาวอย่างขบขันเธอทำหน้าเอือมระอาเด่นชัด
“ข้าไม่สนคนที่อ่อนแอกว่าท่านพ่อหรอก” ว่าพลางขณะฝึกยิงธนูศรปักเข้ากลางเป้าจนบรรดาทหารที่มองอยู่ต่างกลืนน้ำลายกันเป็แถว เพราะนานๆทีสาวน้อยจะยิงเข้าเป้าราวกับจับวาง
เพราะมีจดหมายทำนองเดียวกันเข้ามามากมายเธอจึงป่าวประกาศเพื่อตัดความรำคาญว่าเธอจะแต่งงานกับคนที่มีฝีมือระดับเดียวกับแม่ทัพหวังซินไม่ว่าคนนั้นจะเป็ไพร่ทหารเลว เป็โจร หรือนักฆ่าก็ตามแต่แม่ทัพหวังซินสิ้นชีพไปแล้วจะเอาเกณฑ์อะไรมาวัดล่ะว่าใครจะมีฝีมือเฉกเช่นเดียวกับเขานอกเสียจากว่าคนผู้นั้นต้องสามารถต่อกรกับแม่ทัพหลงหวนแห่งเว่ยได้(แต่ถ้าชนะพี่ถิงเซียวได้ข้าก็จะลองพิจารณาดูนะ)
“ข้าว่าชาตินี้ท่านพี่คงไม่มีโอกาสได้แต่งงานแหงๆ”เสียงหวานระคนขบขันดังขึ้นเรียกสายตาของอ้ายซินให้หันไปมองเด็กสาวร่างเล็กคนหนึ่งเดินก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้เธอ
“เ้ามาทำอะไรที่นี้ฮุ่ยหลิง” ซุนเซียนเอ่ยถามเสียงเข้ม
“ที่นี่มีป้ายห้ามข้าเข้ามาด้วยหรือข้าแค่จะมาเล่นกับท่านพี่อ้ายต้องขออนุญาตท่านพ่อด้วยหรือคะ”การยอกย้อนที่ทำเอาผู้เป็พ่อจ้องมองด้วยั์ตาถมึงทึงแต่อีกฝ่ายลอยหน้าลอยตาไม่สนใจ
ฮุ่ยหลิงบุตรสาวคนเล็กของซุนเซียน ไม่มีกล่าวถึงในนิยาย…อันที่จริงแล้วบทของซุนเซียนแค่กล่าวถึงในบางฉากเท่านั้นเพียงไม่กี่วินาทีที่ได้ทำความรู้จักกันอ้ายซินและฮุ่ยหลิงก็กลายเป็พี่น้องร่วมสาบานแทบจะในทันที
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อนนะ” อ้ายหันไปบอกถิงเซียวและซุนเซียนก่อนที่เธอและฮุ่ยหลิงจะผละออกไปพร้อมกัน
เมื่อคิดว่าห่างออกมาจนมีเพียงแค่2 คนเท่านั้นทั้งคู่ก็หันมามองหน้ากันชั่วครู่ก่อนที่อ้ายจะพูดเปิดบทสนทนาก่อน
“เนื้อเื่มันไม่มีในนิยาย พี่ไม่รู้ว่าจะเอายังไงต่อดี”
“เบียร์ก็ไม่รู้เหมือนกันอะพี่ยังดีที่พี่อ่านเื่นี้แต่เบียร์ไม่ได้อ่านไง คือพี่ยังเกี่ยวโยงกับนิยายมันไม่น่าแปลกใจแต่เบียร์อะไม่รู้จักด้วยซ้ำ ทำไมหนูต้องตายแล้วมาเกิดใหม่ในโลกนี้ด้วยเนี่ย”
คนอ่อนวัยกว่าถบทตัดพ้อชีวิตเธอเกิดอุบัติเหตุสิบล้อชนและมาเกิดใหม่ต่างโลกราวกับสูตรสำเร็จในนิยายปัจจุบันแล้วก็ต้องตกตะลึงพรึงเพริดเมื่อได้เจอกับอ้าย พี่สาวที่ทำงานเดียวกันในชาติก่อนใครจะคาดคิดว่าทั้งคู่จะเกิดมาด้วยใบหน้าเดิมอันแสนคุ้นเคยในเมื่อมีชะตากรรมไม่ต่างกันทั้งสองก็ต้องเกาะกลุ่มกันไว้สิ!
“เบียร์ว่าพี่ก็หาผู้ชายสักคนแต่งงานมีลูกกันไปเหอะพระเอกของเื่ก็ได้มั้งพี่ส่วนมากเวลามาเกิดใหม่ก็มักจะได้คู่กับพระเอกกันไม่ใช่เหรอ”
เอสนึกไพล่ไปถึงเซิน เด็กหนุ่มห้าวเป้งกวนบาทาแล้วก็ต้องส่ายหัวออกมาอย่างปลงอนิจจา
“เก็บไว้ให้นางเอกเหอะ” คนอายุมากกว่าคำรามในลำคอ
“งั้นอ๋องเด็กนั่นล่ะ” เบียร์ยังคงไม่ละความพยายาม
“ให้เค้ามีอนาคตที่ดีเถอะ” ให้ไปอยู่ในกรอบในเกณฑ์เป็อะไรที่เธอขยาดสุดๆ
“ไม่มีคนที่น่าสนใจเลยเหรอพี่” คำถามของเบียร์ทำเอาเอสส่ายหัวโดยไม่คิด “สมัยนี้เค้ามีวัดยังอะ เราไปบวชกันมั้ยพี่”
“ฉันเกิดและโตในสนามรบก็คงจะใช้ชีวิตในสนามรบไปจนตาย…เบียร์นั่นแหละหาผู้ชายดีๆสักคนแต่งงานออกเรือนไปนั่นแหละดีแล้ว ไม่มีคนที่ถูกใจบ้างเลยรึไง”เอสได้ทีย้อนถาม คนถูกถามไหวไหล่ด้วยใบหน้ายียวน
“รอบๆ ตัวมีแต่ผู้ชายบ้าา เบียร์ขอเป็โสดไปจนตายดีกว่าพี่เองก็เหมือนกัน ระวังเถอะ อยู่แต่กับสนามรบเดี๋ยวก็คงจะได้แม่ทัพในนั้นสักคนนี่แหละ” ไม่วายฮุกสวนหนึ่งหมัดใส่ผู้เป็พี่
“รุ่นพ่อทั้งนั้นเลยนะ” เอสยิ้มแห้งเพราะแม่ทัพที่เธอรู้จักนอกจากผู้เป็พ่อก็คือ แม่ทัพลู่หานหนึ่งในสุดยอดแม่ทัพทั้ง 7 ของซูที่ยังคงออกรบอยู่เขาเป็แม่ทัพเฒ่าที่ป่าเถื่อนและชื่นชอบการรบทว่ากลับเอ็นดูเธอเหมือนหลานสาวคนหนึ่ง
“แม่ทัพหนุ่มๆ ก็มีไม่ใช่เหรอพี่ เบียร์เคยได้ยินอยู่นะอย่างแม่ทัพเจียงเวย หรือแม่ทัพหวนฉี อะไรนี่แหละ”ชื่อของแม่ทัพหนุ่มที่ปรากฏในนิยายแต่ทำเอาคนฟังมุ่ยหน้าโดยเฉพาะหวนฉีที่เอสรู้สึกไม่ถูกชะตาเอาเสียเลยตอนอ่านผ่านๆ
“เราเลิกพูดเื่นี้กันเหอะ อีกอย่างฉันจะะไม่อยู่สักพักนะ”
“พี่เอสจะไปไหนเหรอ” เบียร์ถามอย่างอยากรู้ก่อนที่เธอจะชะงักเพราะรู้คำตอบอยู่แล้ว
“สนามรบ”
ครึ่งปีกว่าหลังจากที่แม่ทัพหวังซินจากไปถิงเซียวก็ก้าวขึ้นมาเป็แม่ทัพแทนเขาด้วยผลงานการรบที่โดดเด่นกองทหารม้าอิสระกลายเป็ที่โจษจันมากขึ้นเพราะนอกจากพวกเขาจะเข้าร่วมรบกับถิงเซียวแล้วผู้นำของเขาเฮยหลงก็ถูกแต่งตั้งเป็องครักษ์ประจำกายของอ๋องจิ้งท่ามกลางเสียงวิพากย์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมและการใช้เส้นสายที่ยังหลงเหลืออยู่ของหวังซินความคาใจที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยขึ้นมาตรงๆ เพราะกริ่งเกรงใจอำนาจที่มองไม่เห็นหากเฮยหลงเป็ราชองครักษ์ของอ๋องจิ้งนั่นเท่ากับว่าร้อยทหารม้าแห่งฉางซานก็อยู่ใต้อาณัติของอ๋องหนุ่มเช่นกันทว่ากลับแทบไม่มีใครเห็นพวกเขาอยู่ในเขตพระราชวังเลยอันที่จริงแล้วตำแหน่งดังกล่าวแค่ถูกแต่ตั้งไว้เป็การชั่วคราวเท่านั้น แต่การปฏิบัติหน้าที่ตอนนี้เป็ขององค์รักษ์คนอื่นเพราะเฮยหลงต้องร่วมรบตามคำสั่งของผู้บัญชาการทหาร
“อีกไม่นานท่านพี่ก็จะอายุ 17 แล้วสินะ”จิ้งเปรยหยั่งเชิงคู่สนทนาตรงหน้า
“แล้วยังไง” ว่าพลางกำลังยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปาก
“ท่านไม่คิดจะแต่งงานหรือ” คำถามลูกตรงทำอ้ายถึงกับสำลักน้ำชาเธอถลึงตามองเด็กหนุ่มที่ยิ้มตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน
“พี่ถิงเซียวมาพูดอะไรแปลกๆ ให้เ้าฟังสินะ” นึกไพล่ไปถึงพี่ชายตัวแสบซึ่งพยายามคะยั้นคะยอให้เธอมีครอบครัวเสียเหลือเกิน
“เปล่าหรอก แต่ปกติแล้วผู้หญิงเมื่อถึงวัย 14 ปีก็มักจะแต่งงานออกเรือนไปแต่ข้าคงลืมไปว่าท่านไม่ใช่ผู้หญิงปกติ” คำเน้นย้ำในตอนท้ายที่อ้ายแยกเขี้ยวหงุดทำไมคนตรงหน้ายิ่งโตยิ่งปากคอเราะร้ายเสียเหลือเกิน
“แล้วเ้าล่ะ ข้าเห็นพวกขุนนางพยายามนำลูกสาวมายัดเยียดตั้งมากมายสนใจใครเป็พิเศษบ้างมั้ย หรือให้ข้าช่วยหาสนมเพิ่มให้เ้าดีล่ะข้ารู้จักผู้หญิงที่น่าสนใจอยู่คนหนึ่งนะ”
“ท่านหมายถึงสหายที่ชื่อฮุ่ยหลิงนั่นน่ะหรือ ข้าเองก็อยากพบนางสักครั้งเห็นท่านพูดว่านางเป็สตรีที่เชี่ยวชาญในการดนตรีและการขับกลอนและยังเก่งเื่หมากกระดาน ข้าอยากจะลองสนทนาและประชันฝีมือกับนางสักครั้ง”น้ำเสียงของจิ้งเจือปนความชื่นชมแม้จะยังไม่เคยพานพบกับคนที่ถูกอ้างถึงสักครั้งก็ตาม
“ได้ชิบหายวายวอดแน่นอน” อ้ายซินพึมพำเบาๆ กับตนเอง
“ไม่มีใครให้ท่านสนใจเลยหรือ ข้าคิดว่าคนหนุ่มที่เก่งกาจมีมากมายในแคว้นเราแต่หากจะหาคนที่เหมือนท่านแม่ทัพหวังซินคงเป็ไปได้ยากแต่จะไม่มีเลยก็ไม่ใช่…ทำให้ข้านึกถึงคนๆ นึงผู้คนต่างกล่าวขานกันว่าเขาเป็คนที่เก่งกาจและเปี่ยมไปด้วยพร์พอๆกับแม่ทัพหวังซินแต่เขากลับเก็บซ่อนมันไว้...เขา”
“อีกครั้งถ้าเ้าพูดถึงชีวิตรักของข้า ข้าจะล้มหมากกระดานนี้ทันที”อ้ายว่าด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเธอกระแทกหมากสีดำลงบนกระดานจนหมากเม็ดอื่นขยับสั่นไหว
เธอรู้ว่าจิ้งหมายถึงใครเขาคือตัวละครที่เธอไม่เคยรู้สึกถูกชะตาและไม่คิดจะโคจรมากันแม้สักครั้งเดียวหากเป็ไปได้ก็อย่าได้พบเจอกันเลย จากบทบรรยายใน Romance dawn เธอไม่รู้ว่าหน้าตาเขาเป็อย่างไรเพราะภาพไกด์ไลน์เป็ปริศนา และข้อมูลตัวละครพาร์ท 2 ก็ออกหลังจากที่เธอเสียชีวิตพอดีถึงอย่างนั้น…เธอก็ไม่ได้สนใจใคร่รู้ในหน้าของเขาแม้แต่น้อย แน่ล่ะ! ก็เขาขึ้นชื่อว่าเป็แม่ทัพวายร้ายและโเี้ที่สุดในประวัติศาสตร์ของซูเลยนี่นาคนแบบนี้ไม่มีทางที่จะได้มาเจอกับเธอ…ลูกสาวผู้อ่อนแอขี้โรคและอัปลักษณ์ของแม่ทัพหวังซินแน่นอน