คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 75 มีแต่คนชั้นรากหญ้าเท่านั้นที่มีน้ำใจ

            

            ทันทีที่ซูฉางอันนำตราสัญลักษณ์ของกู่เซี่ยนจวินขึ้นมาแสดงคนเฝ้าประตูหน้าหอหมู่ตันก็สลัดความผยองบนใบหน้าทิ้งไป ปั้นรอยยิ้มประจบประแจงขึ้นมาแทนทันที

            “ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ คุณชาย เชิญด้านในเลยขอรับ” เขาโค้งตัวพลางกล่าวขึ้นแม้การมาเที่ยวสำราญพร้อมกับหญิงสาวเช่นนี้จะเป็นเรื่องแปลกในสายตาของพวกเขา แม้สตรีผู้นั้นจะมีหน้าตางดงามงามยิ่งกว่าผู้หญิงทุกคนในหอหมู่ตัน แม้หญิงคนนี้จะแลดูคุ้นตาราวกับเคยเจอที่ไหนมาก่อนก็ตาม

            ทันใดนั้น คนเฝ้าประตูพลันเบิกตากว้างเขาจำได้แล้วว่าคนตรงหน้าเป็นใคร... เขาคือศิษย์ที่เคยมาอาละวาดในหอหมู่ตันเมื่อหลายเดือนก่อนนี่นา!

            จู่ๆ เขาก็รู้สึกขนหัวลุกขึ้นกะทันหันไม่รู้ว่าครั้งนี้ตัวป่วนตรงหน้าจะมาสร้างเรื่องสร้างราวอะไรอีกจึงเตรียมจะเดินไปรั้งทั้งสองเอาไว้ แต่เมื่อคิดอีกทีหนุ่มคนนั้นมีตราสัญลักษณ์ที่ตระกูลหลงสร้างเพื่อแขกคนพิเศษอยู่ด้วยตำแหน่งอันแสนต่ำต้อยของตน ย่อมไม่สามารถขวางหนุ่มคนนั้นได้อยู่แล้วดังนั้นหลังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็กัดฟันกรอด แล้วรีบวิ่งตรงไปที่ห้องพักของท่านประมุขทันที

            ทันทีที่ซูฉางอันกับฝานหรูเยว่ก้าวเข้าไปในหอหมู่ตัน หญิงวัยกลางคนผู้แต่งกายด้วยชุดของแม่เล้าก็เดินเข้ามาต้อนรับทันที

            “ท่านแขกผู้สูงศักดิ์ ทำไมถึงเพิ่งมาเอาตอนนี้เล่า สาวๆรอท่านตั้งนานแล้วนะ” แม่เล้ากล่าวเช่นนั้น

            ซูฉางอันสะดุ้งตกใจเขาคิดขึ้นในใจว่าตนกับแม่นางฝานหรูเยว่เพิ่งตัดสินใจว่าจะมาที่นี่จากนั้นก็เดินทางมาทันที ไม่ได้เตรียมการ หรือบอกเรื่องนี้กับใครเป็นการล่วงหน้าแต่ทำไมแม่เล้าผู้นี้ถึงทำราวกับรู้ว่าพวกเขาจะมาตั้งนานแล้วละได้ข่าวว่านักพรตไท่ไป๋ที่หอดารามีความสามารถเรื่องการทำนายอนาคต หรือแม่เล้าผู้นี้ก็มีความสามารถเช่นนี้อยู่เหมือนกัน?

            ทว่าในตอนนั้นเอง ในที่สุดแม่เล้าก็มองเห็นผู้มาเยือนอย่างเต็มตาและภาพที่เห็นก็ทำให้นางหน้าถอดสีไปในทันที

            หญิงผู้นี้เป็นยอดบุปผาที่หอหมู่ตันเพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ไม่ใช่รึส่วนหนุ่มคนนี้ก็คือจอมดาราของงานหลอมดาวที่มีเรื่องมีราวกับท่านประมุขในวันนั้นนั่นเองซึ่งนางเป็นหนึ่งในคนที่อยู่ในวันที่เกิดเรื่องเมื่อหลายเดือนก่อนด้วยแม้ท้ายที่สุด หนุ่มคนนี้จะเป็นฝ่ายยอมแพ้ให้ท่านประมุขแต่ตลอดการทำงานร่วมสามสิบปีที่ผ่านมา เขาเป็นคนแรกที่มีเรื่องมีราวกับท่านประมุขแล้วยังสามารถกลับไปได้อย่างปลอดภัย

            นางสะดุ้งตกใจ เตรียมจะปิดบังใบหน้า แล้วถอยหนีไปทันทีแต่ฝานหรูเยว่กลับพูดด้วยท่าทางประหลาดใจขึ้นมาเสียก่อน

            “หลิวมามา ท่านนั่นเอง” แน่นอน ฝานหรูเยว่รู้จักแม่เล้าผู้นี้ดีแม้แม่เล้าผู้นี้จะไม่เคยดูแลนาง แต่แม่เล้าคนนี้เป็นมามาของหรูเยี่ยน นางจึงรู้จักกับหลิวมามา แน่นอน คำว่ามามา ไม่ได้แปลว่านางคนนี้เป็นมารดาของหรูเยี่ยนแต่อย่างใดแต่เป็นเพียงคำที่หญิงโคมเขียวใช้เรียกแม่เล้าเท่านั้น

            หากเทียบกับมามาคนอื่นๆ ในหอหมู่ตัน หลิวมามานับเป็นแม่เล้าที่ไม่เลวเลยนางกับหรูเยี่ยนสนิทสนมกันมาก และเพราะหรูเยี่ยนชอบหรูเยว่นางจึงเอ็นดูหรูเยว่ตามไปด้วย ที่ผ่านมานางก็มักจะคอยช่วยเหลือหรูเยว่อยู่เป็นประจำ

            แม่เล้าที่ถูกเรียกว่าหลิวมามาหยุดชะงักลงกะทันหัน นางหยุดเท้าที่กำลังจะก้าวถอยหลังลงอย่างไม่มีทางเลือกแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มฝืนๆ “หรูเยว่... เจ้ากับคุณชาย... คุณชายท่านนี้มาได้อย่างไรกัน”

            “พวกเรามาเยี่ยมพี่หรูเยี่ยนน่ะ”ฝานหรูเยว่ไม่ได้สังเกตเห็นอาการแปลกๆ ของหลิวมามาเลยสักนิด นางชี้ไปที่หนังสือซึ่งเริ่มกลายเป็นสีเหลืองเพราะความเก่าในมือซูฉางอันแล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “พวกเราเอาของขวัญมาด้วยละ”

            ทางด้านซูฉางอัน หลังมองสำรวจแม่เล้าตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เขามั่นใจแล้วว่าหญิงตรงหน้าไม่มีกระแสแห่งพลังอยู่ในกายแม้แต่น้อยจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าทักษะการทำนายอนาคตที่นางใช้ ไม่จำเป็นต้องใช้พลังวิญญาณหรือไรกระทั่งได้ยินฝานหรูเยว่พูดขึ้น จึงได้สติกลับมาอีกครั้ง เขารีบยกของในมือขึ้นมาแสดงแล้วกล่าวถามขึ้น“พี่หรูเยี่ยนอยู่ไหน? นางว่างอยู่หรือเปล่า?”

            ยามนี้เพิ่งจะบ่ายเอง หรูเยี่ยนย่อมว่างอยู่แล้ว ในเวลานี้หอหมู่ตันยังไม่เปิดรับแขกเสียด้วยซ้ำ

            หลิวมามารู้สึกลำบากใจเล็กน้อยนางไม่รู้ว่าซูฉางอันกับฝานหรูเยว่มาหาหรูเยี่ยนเพราะเหตุอันใดและไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องเกิดราวเหมือนในครั้งก่อนขึ้นอีกหรือไม่ หากเกิดเรื่องขึ้นเพราะนางแม่เล้าอย่างนางต้องรับผิดชอบไม่ไหวเป็นแน่

             ขณะกำลังนึกลังเลก็มีเด็กรับใช้เดินเข้ามาหาซูฉางอันรู้สึกคุ้นหน้าเด็กรับใช้ตรงหน้ามากเขาเป็นคนเฝ้าประตูที่ปล่อยให้ซูฉางอันกับฝานหรูเยว่เข้ามาเมื่อครู่นั่นเองเขากระซิบบางอย่างที่ข้างหูหลิวมามา ก่อนคิ้วที่ขมวดมุ่นของหลิวมามาจะคลายลงในเวลาต่อมา

             เมื่อช้อนสายตาขึ้นมามองซูฉางอันอีกครา นางก็แย้มยิ้มออกมารอยยิ้มที่แสดงอยู่บนใบหน้าของนางในขณะนี้ ช่างแตกต่างไปจากรอยยิ้มฝืนใจเมื่อครู่ซูฉางอันดูออกว่ามันเป็นรอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริง

            “เป่ยทงเสวียนกลับมาแล้วจริงรึ?” หลิวมามาถามขึ้น

            “อืม” ฝานหรูเยว่พยักหน้าหงึกหงัก

            “ดี! ดีมาก! ดีจริงๆ! ไม่เสียแรงที่ยัยเด็กหรูเยี่ยนรอมาตั้งหลายปี” หลิวมามาพูดขึ้นขณะที่ปากซึ่งเริ่มปรากฏสีม่วงเพราะอายุที่มากขึ้นจะเริ่มสั่นน้อยๆอย่างกลั้นไม่อยู่

            นางดูแลหรูเยี่ยนมาตั้งแต่ตอนที่ประมุขเพิ่งซื้อตัวหรูเยี่ยนเข้ามาในหอหมู่ตันแม้จะบอกว่าหญิงโคมเขียวไร้หัวใจ สาวนางโลมอำมหิตก็เถิด แต่ทุกคนย่อมมีหัวใจ นางเห็นหรูเยี่ยนมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยมีหรือจะไม่เอ็นดูและจริงใจต่อนาง?

            นางไม่เห็นด้วยกับเรื่องของหรูเยี่ยนและเป่ยทงเสวียนมาโดยตลอดอย่างไรเสีย พ่อหนุ่มคนนั้นก็มีฐานะยากจนมากเกินไปทว่าหรูเยี่ยนกลับมีนิสัยดื้อรั้น นอกจากจะชอบแต่เขาแล้วยังจ่ายเงินซื้อตัวเองเพื่อให้ได้อยู่กับเขาเป็นประจำ เท่านั้นยังไม่พอเป่ยทงเสวียนไปยังดินแดนตะวันตกนับสิบปี ระหว่างนี้เขาไม่เคยส่งข่าวคราวใดๆ แม้เพียงสักครั้งแต่ถึงกระนั้น หรูเยี่ยนก็ยังปฏิเสธการไถ่ตัวจากชนชั้นสูงและบรรดาเศรษฐีคนแล้วคนเล่าเอาแต่ยืนกรานว่าจะรอเป่ยทงเสวียนแต่เพียงผู้เดียว

            เดิมที นางคิดว่าลูกสาวคนนี้คงจะสิ้นสุดอนาคตเพียงเท่านี้แล้ว แต่คิดไม่ถึงเลยว่าชะตาจะพลิกผันคนที่นางรอมานานจะกลับมาจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนตอนนี้เป่ยทงเสวียนจะได้เป็นแม่ทัพอะไรสักอย่างแล้วด้วยแม้หรูเยี่ยนจะไม่ได้เป็นภรรยาหลักเพราะฐานะและอาชีพของนางก็ตาม แต่ด้วยความรู้สึกที่พวกเขาเคยมีต่อกันในอดีตอย่างไรเสียนางก็ต้องได้เป็นอนุภรรยาอย่างแน่นอน

            ขณะคิดเรื่องเหล่านี้ในหัว แม่เล้าพลันน้ำตารื้นขึ้นมา ก่อนน้ำใสๆจะไหลลงมาตามริ้วรอยที่หางตา แต่เพียงไม่นานนางก็ตระหนักได้ว่าการหลั่งน้ำตาในที่แบบนี้หาถูกต้องไม่อย่างไรเสีย หอหมู่ตันคือสถานที่แห่งความสำราญและรื่นรมย์

            นางจะมาหลั่งน้ำตาในที่แบบนี้ได้เช่นไรกัน ต่อให้จะเจ็บปวดมากเพียงไดก็ต้องอดทนเอาไว้ในใจนางต่อสู้ดิ้นรนมาหลายปี ทำมาตั้งแต่อาชีพนางโลมจนผันตัวมาเป็นแม่เล้าเฉกเช่นทุกวันนี้ ซึ่งที่ผ่านมานางก็ยึดกฎข้อนี้เอาไว้เป็นแนวทางในการเอาตัวรอดมาโดยตลอด

            ดังนั้น นางจึงเช็ดน้ำตาบนใบหน้าอย่างแนบเนียน จากนั้นส่งรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ออกมาอีกครั้ง“ตอนนี้หรูเยี่ยนยังว่างอยู่ ข้าจะพาท่านทั้งสองไปพบนางเอง”

            หลังพูดจบนางก็รีบโค้งตัวให้แล้วเดินนำซูฉางอันกับฝานหรูเยว่ไปที่ห้องของหรูเยี่ยนทันที

            “หรูเยี่ยน” เมื่อมาถึงหน้าประตู แม่เล้าก็เคาะประตู เอ่ยเรียกด้วยเสียงแผ่วเบา“คุณชายซูกับคุณหนูหรูเยว่มาเยี่ยมเจ้าแหน่ะ”

            เกิดเสียงดังตึงตังขึ้นภายในห้อง

            “มาแล้ว” ผู้ที่อยู่ภายในห้องกล่าวเช่นนั้นซึ่งซูฉางอันฟังออกว่าเจ้าของเสียงรู้สึกตื่นตระหนกมากเพียงใด

            หรูเยี่ยนเปิดประตูออกมาแล้ว แม้เสื้อผ้าของนางจะยังดูเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่แต่ที่แขนเสื้อกลับมีรอยเปียกให้เห็น ขอบตาของนางแดงก่ำ เครื่องสำอางบนใบหน้าก็แลดูจะเปื้อนไปเล็กน้อยเห็นได้ชัดว่านางเพิ่งผ่านการร้องไห้มา

            “ยัยเด็กโง่เอ้ย ร้องไห้ทำไมกัน นี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีต่างหาก! ” แม่เล้าพูดด้วยท่าทางเอ็นดู

            “หรูเยี่ยนรู้เจ้าค่ะ หรูเยี่ยน... ไม่ร้องแล้ว” นางตอบเช่นนั้นและพยายามเก็บกลั้นความรู้สึกบางอย่างเอาไว้ภายในใจ แต่น้ำเสียงของนางก็ยังสั่นเครืออยู่ดีแถมน้ำตาก็แทบจะทะลักออกมาอยู่แล้ว

            นางเช็ดคราบน้ำตาที่หางตาอย่างระมัดระวัง และในตอนนั้นเอง ที่นางหันมาเห็นซูฉางอันกับฝานหรูเยว่ที่ยืนอยู่ข้างๆพอดี จึงกล่าวขึ้นด้วยท่าทางประหลาดใจเล็กน้อย “คุณชายซู หรูเยว่ พวกเจ้ามาได้อย่างไรกันเชิญเข้ามาข้างในก่อนเถอะ”

            แม่เล้าที่อยู่ข้างกันขอตัวลาจากไปเพราะต้องออกไปต้อนรับลูกค้าตามหน้าที่จึงไม่มีเวลาคุยด้วยนานนัก

            ซูฉางอันกับฝานหรูเยว่ตามหรูเยี่ยนเข้าไปในห้อง

            ห้องนี้ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมาย แต่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ประดับประดาด้วยผ้าม่านสีสันสดใสเตียงที่ตั้งอยู่เป็นเตียงไม้ที่ผ่านการแกะสลักมาอย่างดีและมีกลิ่นหอมแบบผู้หญิงตลบอบอวลไปทั่ว

            “พี่หรูเยี่ยน ท่านรู้เรื่องรึยัง? เป่ยทงเสวียนกำลังจะกลับมาแล้ว” ฝานหรูเยว่ขยับเข้าไปใกล้แล้วคล้องแขนหรูเยี่ยนพลางกล่าวขึ้น โดยที่ทั้งสามยังไม่ทันได้นั่งลงเลยด้วยซ้ำ

            “อืม” หรูเยี่ยนพยักหน้าหงึกหงัก“ข้าเองก็เพิ่งรู้เรื่องเหมือนกัน” พูดไปพลาง น้ำตาก็รื้นขึ้นมาอีกครั้ง

            นางรีบซับน้ำตา รินน้ำชาให้คนทั้งสอง “ช่างน่าอายเหลือเกินอย่าถือสาข้าเลย”

            ซูฉางอันส่ายหน้า เขาคิดว่านี่ช่างเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก ช่างน่ายินดีเหลือเกินเขาจำได้ว่า มีคำว่า ‘หลั่งน้ำตาแห่งความดีใจ’ อยู่ คาดว่าหรูเยี่ยนในตอนนี้ก็คงจะเป็นเช่นนั้นเขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงส่งหนังสือในมือไปให้หรูเยี่ยน

            “พี่หรูเยี่ยน ข้าให้” เขาบอกเช่นนั้น

            “หืม?” หรูเยี่ยนนิ่งไปก่อนจะยื่นมือไปรับหนังสือที่ดูเก่าและทรุดโทรมเล็กน้อยมาจากซูฉางอันด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ “บทเพลงแห่งหนานเยวียนอย่างนั้นรึ?” นางอ่านชื่อหนังสือ แล้วมองมาทางซูฉางอันอย่างสงสัย

            “เป็นของขวัญน่ะ มันเป็นหนึ่งในหนังสือที่ข้าชอบที่สุดแล้วข้าคิดว่ามันเหมือนกับเรื่องของท่านกับพี่เป่ยทงเสวียนมากเลย!” ซูฉางอันบอกแบบนั้น

            ดวงตาของซูฉางอันเปล่งประกายสว่างไสวขณะกล่าว แสงในดวงตาคู่นั้นเจิดจ้าจนหรูเยี่ยนถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียวแม้การมอบหนังสือให้เป็นของขวัญจะแลดูประหลาดไปสักนิด แต่นางก็รับรู้ได้ถึงความจริงใจของซูฉางอันหรูเยี่ยนประกายรอยยิ้มขึ้น ไฝเสน่ห์ที่มุมปากของนางถูกยกขึ้นอย่างน่าหลงใหล นางเก็บหนังสือเล่มนั้นลงในตู้ใต้หัวเตียงอย่างระมัดระวังราวกับว่ามันเป็นสมบัติที่แสนล้ำค่าอย่างไรอย่างนั้น

            “ขอบคุณ” นางพูดขึ้นในเวลาต่อมา

            “ศิษย์พี่บอกว่าพี่เป่ยทงเสวียนน่าจะมาถึงเมืองหลวงในอีกหนึ่งถึงสองวันนี่แหละเมื่อถึงตอนนั้น เขาต้องรีบบึ่งมาหาท่านอย่างแน่นอน”

            “อืม” หรูเยี่ยนพยักหน้า นางรอวันนี้มานานเหลือเกินเมื่อได้ทราบข่าว ทุกวินาทีต่อจากนั้น นับเป็นอะไรที่ยาวนานเหลือเกินสำหรับนาง ดีที่คราวนี้นางไม่ต้องรอคอยอย่างไร้จุดหมายเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วอย่างน้อยนางก็ได้เห็นอนาคตที่รอคอยมานานแสนนานเสียที เมื่อคิดมาจนถึงตรงนี้ นางก็ฉายประกายรอยยิ้มขึ้นอีกครั้ง

            “เกรงว่าคงจะไม่เป็นเช่นนั้นหรอก” เสียงที่อ่อนโยนราวเสียงของหญิงสาวดังเข้ามาจากข้างนอก

            ทั้งสามสะดุ้งเฮือก และหันไปมองที่มาของเสียงอย่างพร้อมเพรียงจึงได้พบกับชายเจ้าของใบหน้าหล่อเหลา ผู้ซึ่งมีท่าทางอ่อนช้อยราวกับหญิง ซึ่งเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับพัดเล่มหนึ่งคนผู้นี้คือประมุขแห่งหอหมู่ตัน หลงเซี่ยงจวินนั่นเอง!

            ซูฉางอันลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณทันทีเขามีสีหน้าหนักอึ้งขึ้นอย่างฉับพลัน เอาแต่จ้องไปที่ชายผู้มาใหม่พลางถามขึ้น“หมายความว่ายังไง?”

            “เพื่อนที่อยู่ในกองทัพบอกกับข้าว่าเป่ยทงเสวียนเจอโจรป่าระหว่างทางกลับ...”

            ยังไม่ทันพูดจนจบ หรูเยี่ยนก็ลุกพรวดขึ้นจากที่นั่งแล้วถามขึ้นอย่างเป็นกังวลทันที “เขาไม่ไรใช่ไหม?”

            หลงเซี่ยงจวินหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาปรายตามองหรูเยี่ยนเพียงครู่หนึ่งพลางกล่าวอย่างพยายามเก็บกลั้นอารมณ์ “เขาไม่เป็นไรหรอกแต่เกรงว่างานนี้คงจะทำให้เขาเสียเวลาไปไม่น้อย คาดว่าน่าจะมาถึงหลังสามวันแน่ๆ”

            “แต่อีกสามวันก็เป็นงานฉลองพระชนมพรรษาขององค์จักรพรรดิแล้วเขาต้องไม่มีเวลามาหาเจ้าแน่ คงต้องรอให้จบงานฉลองพระชนมพรรษาลงก่อนเขาถึงจะมีเวลาว่างอีกครั้ง”

            “เช่นนั้นรึ” หรูเยี่ยนคลายความกังวลลงในที่สุดแต่พอได้ยินว่าต้องรอต่อไปอีกหลายวัน ความสิ้นหวังก็ถูกฉายออกมาทางสีหน้าอย่างฉับพลันขณะที่ปากก็เอาแต่พูดกล่าวว่า “ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว รอมาตั้งหลายปีขนาดนี้ให้รอเพิ่มอีกสองสามวันจะเป็นไรไป”

            เมื่อเห็นดังนั้น ฝานหรูเยว่กับซูฉางอันจึงพยายามพูดปลอบหรูเยี่ยนและนางก็พูดขอบอกขอบใจทั้งสองด้วยรอยยิ้ม

            “หากอยากเจอชายคนรักเร็วๆ ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีหรอกนะ” เสียงแหลมๆของหลงเซี่ยงจวินดังขึ้นอีกครั้ง

            “ในงานฉลองพระชนมพรรษาขององค์จักรพรรดิในครั้งนี้ตระกูลหลงก็ได้รับเชิญด้วยเช่นกัน หากข้าพาเจ้าไปร่วมงานพร้อมกัน เจ้าก็ได้เห็นหน้าคนรักแล้วคาดว่าแม่ทัพเป่ยเองก็น่าจะดีใจไม่น้อยที่ได้พบเจ้า”

            หรูเยี่ยนชะงักนิ่งไป ก่อนจะประกายความดีอกดีใจขึ้นทางใบหน้า“จริงหรือเจ้าคะ?” นางถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            “พ่อค้าอย่างข้า ไม่ทำเรื่องที่ไม่ได้รับประโยชน์ตอบแทนหรอกนะ หากลองมาคิดๆดูแล้ว หากได้ผูกสัมพันธ์กับแม่ทัพเป่ยเพราะเรื่องนี้ ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว”หลงเซี่ยงจวินกระพือพัดในมือเบาๆ พลางพูดขึ้น

            “ดีจริงๆ” ยังไม่ทันที่หรูเยี่ยนจะได้เอ่ยอะไรฝานหรูเยว่ที่อยู่ข้างกันก็ร้องอุทานขึ้น แล้วพุ่งเข้าสวมกอดนางทันที

            เมื่อเห็นท่าทางของคนทั้งสอง ซูฉางอันก็ฉายรอยยิ้มบางๆขึ้นอย่างอดไม่ได้ อคติที่มีต่อหลงเซี่ยงจวินก็ลดน้อยลงไปมาก

            “คุณชายซู ข้าขอคุยเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่” หลงเซี่ยงจวินพูดขึ้น

            ซูฉางอันชะงักไป ก่อนจะพยักหน้าแล้วเดินตามหลงเซี่ยงจวินออกไปนอกห้องในเวลาต่อมา

            “เรื่องของพี่หรูเยี่ยน ขอบใจมากนะ” เมื่อทั้งสองหยุดลงซูฉางอันก็พูดขึ้น

            “หึๆ ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่คุณชายซูเถอะ ท่านช่างมีน้ำใจเสียจริงยื่นมือเข้าช่วยทุกเรื่องเลยสินะ”

            ซูฉางอันรู้สึกเขินอายขึ้นมาเล็กน้อยเขาคิดว่าหลงเซี่ยงจวินกำลังกล่าวชมตนอยู่ จึงเตรียมจะพูดเป็นเชิงถ่อมตัวออกไปแต่หลงเซี่ยงจวินก็พูดขึ้นมาเสียก่อน

            “คุณชายซูรู้หรือไม่ว่าเป่ยทงเสวียนเป็นใคร?”

            “เป็นใครรึ?”

            “บัณฑิต”

            ซูฉางอันนิ่งไป ไม่รู้ว่าหลงเซี่ยงจวินหมายถึงสิ่งใดกันแน่เขาเตรียมจะถามสิ่งที่สงสัยออกมา แต่หลงเซี่ยงจวินก็พูดเปลี่ยนเรื่องขึ้นเสียก่อน

            “มีแต่คนชั้นรากหญ้าเท่านั้น ที่มีน้ำใจต่อผู้อื่น แต่บัณฑิตหามีไม่...” 

     

    คล้ายกับเรื่องคัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271