ยามนี้หลี่ซวนและหลินเซวียนกำลังยืนเผชิญหน้ากันอยู่กึ่งกลางลานประลอง
ทั้งสองต่างหอบหายใจรวยรินอย่างหนักหน่วง สภาพร่างกายของแต่ละคนไม่ต่างกันนัก—ทั่วร่างเต็มไปด้วยรอยแผลฟกช้ำดำเขียว และมีสายเลือดสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปาก ส่วนหลี่ซวนดูบาดเจ็บหนักกว่าหลินเซวียนอยู่เล็กน้อย
หลังจากหยั่งเชิงกันอยู่ชั่วครู่ ทั้งคู่ก็ค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเป็นวงกลม คอยจ้องมองอีกฝ่ายโดยไม่ยอมละสายตาแม้แต่เสี้ยววินาที แล้วค่อยๆ ขยับเข้าไปหากระบี่คู่ใจของตนที่ตกอยู่บนพื้น
ระหว่างที่ค่อยๆ ย่องเดิน หลี่ซวนคิดในใจพลางหอบเหนื่อย
'แฮ่ก... แฮ่ก... ข้าประเมินคู่ต่อสู้ต่ำไปจริงๆ! หมอนี่พอเอาจริงก็ไม่ต่างจากวานรเขี้ยวแดงที่แข็งแกร่งขึ้นอีกครึ่งเท่า แถมยังเชี่ยวชาญวรยุทธ์ซับซ้อน... อันตรายเกินไปแล้ว!'
พรวด!
หลี่ซวนกระอักเลือดออกจากปากเล็กน้อยจากอาการบาดเจ็บภายใน ทว่ากลับยิ้มแย้มไร้ความกลัวอยู่ในใจ
'ข้ายังประเมินตัวเองสูงไปจริงๆ ในยามนี้... แต่ดูจากสภาพของเจ้านั่น มันก็คงไม่ได้ดีไปกว่าข้าสักเท่าใดหรอก!'
ไม่นานนัก ทั้งสองก็เดินมาถึงจุดที่กระบี่ของตนตกอยู่ แล้วเอื้อมมือลงไปหยิบอาวุธขึ้นมาพร้อมกัน!
หลินเซวียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหอบติดขัด "ข้าขอยอมรับในตัวเจ้า... ไม่นึกเลยว่าผู้บำเพ็ญขั้นกลางเช่นเจ้าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้! แต่ว่า... ข้าจะแสดงสิ่งที่ระดับลมปราณแรกเริ่มขั้นกลางอย่างเจ้าไม่อาจทำได้ แล้วจบการประลองนี้เสียที!"
สิ้นคำ หลินเซวียนก็ชูดรรชนีสองนิ้วขึ้นสู่ฟ้า ทันใดนั้น กระบี่ในมือของเขาก็ลอยละลิ่วขึ้นไปตามทิศทางนิ้วมือทันที!
"วิชาควบคุมอาวุธวิญญาณ!"
หลินเซวียนชี้นิ้วตรงมาที่หลี่ซวน บังคับกระบี่ที่ลอยเด่นอยู่บนอากาศให้ตวัดสับพุ่งเข้าใส่หลี่ซวนอย่างเกรี้ยวกราด!
ความจริงแล้ว หลินเซวียนไม่อยากใช้วิชานี้เลยแม้แต่น้อย เพราะอีกครึ่งปีเขาจะต้องเข้าร่วม 'งานประลองพันธมิตรเมฆา' จึงไม่อยากสิ้นเปลืองพลังมากเกินไป แต่ในเมื่อเรื่องราวบานปลายมาถึงขั้นนี้ ตัวเขาก็จำเป็นต้องทุ่มเทสุดกำลังเพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ตรงหน้า—ผู้ซึ่งเขาไม่ได้มองว่าเป็นระดับต่ำกว่าอีกต่อไปแล้ว ทว่าคือคู่ต่อสู้ที่มีระดับเทียบเท่าตน!
ฟ้าว!
กระบี่พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง! หลี่ซวนทึ่งในใจเพียงชั่วครู่ ก่อนจะรีบยกกระบี่ขึ้นตั้งรับทันควัน
เพร้ง!
เสียงอาวุธปะทะกันดังสนั่น! แม้จะสามารถปัดกระบี่ออกไปได้ แต่แขนของหลี่ซวนยามนี้ก็อ่อนแรงจนแทบยกไม่ขึ้น ทว่ากระบี่ที่ลอยอยู่บนฟ้าซึ่งถูกปัดออกไปเมื่อครู่ กลับหมุนตัวและพุ่งหมุนกลับมาหาเขาอีกครั้งอย่างต่อเนื่อง!
เมื่อเห็นดังนั้น หลี่ซวนจึงผนึกพลังวิญญาณลงสู่คมกระบี่ แล้วกัดฟันเค้นแรงกายที่เหลืออยู่ปัดป้องการโจมตีรอบทิศทางด้วยความเหน็ดเหนื่อย!
เพร้ง! เพร้ง! เพร้ง! เพร้ง!
แม้ตัวเขาจะพอผนึกพลังทำให้กระบี่ลอยได้เหมือนหลินเซวียน แต่เขาไม่สามารถบังคับมันได้อย่างแม่นยำและพลิ้วไหวถึงเพียงนี้แน่นอน ทว่าหากเป็นการปลดปล่อยพลังทั้งหมดเพื่อพุ่งซัดกระบี่ไปข้างหน้าในจังหวะเดียว หลี่ซวนมั่นใจว่าตนเองทำได้อย่างสบาย!
และในยามนี้... เขากำลังจดจ้องเพื่อหา 'จังหวะเดียว' นั้น—จังหวะที่จะตัดสินผลแพ้ชนะในการโจมตีเดียว!
หลี่ซวนใช้ดวงตาสีครามร่วมกับจิตสัมผัส เพ่งมองการเคลื่อนไหวของกระบี่และตัวหลินเซวียนอย่างไม่ละสายตา
ในการปัดกระบี่แต่ละครั้ง แขนของเขาทั้งเจ็บ ทั้งชา จนหนักอึ้งราวกับไม่อาจสั่งการได้อีกต่อไป หากไม่ใช่เพราะตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เขาพยายามฝึกฝนร่างกายและบำเพ็ญเพียรอย่างหนักมาโดยตลอด ป่านนี้เขาคงล้มลงไปนอนกับพื้นนานแล้ว!
ผ่านไปครู่ใหญ่ การปะทะอันดุเดือดก็เริ่มชะลอลง พลังวิญญาณของทั้งสองฝ่ายลดวูบลงอย่างรวดเร็วจนเหลือไม่ถึงครึ่ง
"เป็นไปไม่ได้!" หลินเซวียนตะโกนขึ้นด้วยสีหน้าตกตะลึงและเหน็ดเหนื่อยถึงขีดสุด "เจ้ารับกระบี่ของข้าได้ทั้งหมดได้อย่างไรกัน!"
หลี่ซวนไม่ได้เอ่ยปากโต้ตอบ ทันทีที่หลินเซวียนหยุดชะงักการโจมตีลง...
'โอกาสมาถึงแล้ว!'
หลี่ซวนพลันแผดเสียงตะโกนสุดเสียง!
"จบกันเสียที!"
พลังวิญญาณทั้งหมดในร่างไหลทะลักเข้าสู่ตัวกระบี่อย่างคลั่งไคล้ ไอวิญญาณรอบๆ คมกระบี่เอ่อล้นออกมาจนตัวกระบี่สั่นสะท้านเกิดเสียงวี้ดวิ้ว จากนั้นหลี่ซวนก็ใช้พละกำลังกายและพลังวิญญาณทั้งหมดที่มี ควบคุมกระบี่แล้วซัดขว้างกระบี่พุ่งตรงออกไปอย่างรุนแรง!
ทางด้านหลินเซวียนเมื่อเห็นดังนั้น เขาก็เตรียมตัวปล่อยกระบวนท่าสุดท้ายอยู่แล้ว หลินเซวียนหมุนตัวพร้อมใช้นิ้วชี้นำ ปล่อยกระบี่วิญญาณของตนพุ่งสวนกลับไปเต็มแรงเช่นกัน!
เพร้ง!!!!!!
กระบี่สองเล่มที่อัดแน่นด้วยไอวิญญาณเข้มข้น พุ่งปะทะชนกันอย่างจังกลางอากาศ!
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังสนั่นสะเทือนออกไปถึงนอกลานประลอง!
ผู้คนที่ยืนอยู่ข้างนอก เห็นเพียงหมอกควันจากไอวิญญาณหนาแน่นทะลักออกมาจากการปะทะ
ศิษย์คนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ "นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน! เหตุใดจึงเกิดหมอกไอวิญญาณหนาแน่นเช่นนี้ได้!"
ศิษย์อีกคนที่มีความรู้กล่าวตอบ "ส่วนใหญ่จะเกิดจากการปะทะกันอย่างสุดกำลังของผู้บำเพ็ญระดับลมปราณแรกเริ่มขั้นปลายเท่านั้น! พลังระดับนี้เริ่มควบคุมพลังฟ้าดินรอบตัวได้แล้ว ยามที่ปะทะกันในพื้นที่แคบๆ จึงระเบิดกลายเป็นหมอกไอวิญญาณเช่นนี้!"
ศิษย์อีกคนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและสงสัย "หลินเซวียนนับว่าไม่ธรรมดาในกลุ่มลมปราณแรกเริ่มขั้นปลายอยู่แล้ว แต่ศิษย์ใหม่คนนั้นกลับต้านทานได้อย่างสูสีเนี่ยนะ? ถ้าศิษย์ใหม่คนนั้นก้าวขึ้นมาอยู่ขั้นปลาย... เขาจะไม่กลายเป็นสัตว์ประหลาดไปเลยหรืออย่างไร!"
ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างมีความคิดไม่ต่างกัน การที่สามารถต่อสู้ได้อย่างสูสี ทั้งที่ระดับพลังห่างกันถึงหนึ่งขั้น แถมคู่ต่อสู้ยังเป็นผู้บำเพ็ญขั้นปลายที่ขึ้นได้ยากยิ่งสำหรับคนทั่วไป ถือเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างมาก!
และในยามนี้ ณ ใจกลางหมอกควัน บนเวทีประลอง...
กระบี่ทั้งสองเล่มยังคงปะทะเกร็งกำลังกันอยู่กลางอากาศ โดยมีพลังวิญญาณของทั้งสองสายคอยหนุนหลัง
ทว่าหลี่ซวนเริ่มตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด ด้วยความต่างของระดับชั้นพลังที่เหลื่อมล้ำกัน!
"อ้าก!" หลินเซวียนแผดเสียงตวาด "เจ้าทำได้ขนาดนี้... ถึงจะแพ้ไปก็ไม่เสียชื่อแล้ว! แพ้ไปซะ!"
หลินเซวียนรีดเฟ้นพลังวิญญาณที่เหลือทั้งหมดในห้วงลมปราณออกมาจนเหือดแห้ง เพื่อกดดันกระบี่พุ่งเข้าใส่หลี่ซวนหมายปิดบัญชี!
ร่างของหลี่ซวนเริ่มสั่นคลอนและถูกดันถอยหลังด้วยแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นของหลินเซวียน ทว่าแววตาของเขากลับไร้ซึ่งความยอมแพ้
"ไม่มีทาง! ข้าไม่สนอะไรอีกต่อไปแล้ว!"
ทันใดนั้น หลี่ซวนก็ระเบิดพลังวิญญาณก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่ออกจากห้วงลมปราณทั้งหมด!
พร้อมกันนั้น นัยน์ตาสีฟ้าครามของเขาก็พลันสว่างวาบ... เปลี่ยนกลายเป็น สีครามเข้ม ทันที!
เป็นครั้งที่สี่!