“ ไอ้มนุษย์จระเข้ คุณมีพลังพิเศษอะไรเหรอคะ ”
แอลลี่ทำเสียงล้อเลียนให้เหมือนกับเด็กน้อยกำลังถามซุปเปอร์ฮีโล่ โยฮันที่ได้สติหลังจากปรับตัวเข้ากับพลังของจระเข้จึงมองไปยังน้องสาวที่กำลังกินข้าวโพดกระป๋องด้วยความอร่อย
“ นี่แอลลี่จระเข้มันงอกกระดูกได้ไหม ”
“ ไม่นะคะ หนูเห็นสารคดี ถ้าขามันขาดก็คือขาดเลย ไม่สามารถงอกขาใหม่ได้ มีอะไรงั้นเหรอ ”
“ ดูเหมือนว่ายีนของมันที่เป็นระดับ 5 จะมีบางอย่างเปลี่ยนไป เธอดูนี่นะ ”
โยฮันลองบังคับให้มีบางอย่างผุดออกมาบริเวณขา แอลลี่จึงหรี่ตามองด้วยความสงสัยก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าไปเป็นตกใจ เนื่องจากว่าขาของพี่ชายในตอนนี้เหมือนของจระเข้ระดับ 5 มันไม่เหมือนจระเข้ธรรมดาเพราะมีกระดูกสีขาวมีความคมราวกับใบมีดโผล่ออกมาตามขาตั้งแต่ส้นเท้าลากยาวมาจนถึงหัวไหล่ แม้กระดูกจะมีลักษณะคล้ายกับปะการังมันกลับมีคมทำให้ดูแปลกตาไปมาก
“ หนูคิดว่าคงไม่มีใครกล้าใกล้พี่แล้วล่ะ ”
โยฮันยิ้มเล็กน้อย หลังจากกินซอมบี้จระเข้เข้ามา เขารู้สึกว่าผิวหนังมีความเหนียวมากขึ้น มันสามารถทนต่อของมีคมได้ในระดับหนึ่ง ในเรื่องพละกำลังเขามองไม่เห็นความต่างไปจากเดิม สิ่งที่พิเศษสำหรับเขาหลังจากกินจระเข้คือกระดูกส่วนขาที่เหมือนใบมีดมากมายโผล่ออกมา จากเดิมการเตะขาจะใช้แรงระเบิดร่างศัตรู แต่ด้วยกระดูกขาที่โผล่ออกมาในตอนนี้มันสามารถตัดร่างศัตรูได้ง่ายๆ
อย่างไรก็ตามเขากลับมีความรู้สึกหนึ่งปรากฎขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่ขาที่เปลี่ยนไป เขารู้สึกว่าบริเวณหางสามารถทำสิ่งใหม่ได้ โยฮันจึงออกแรงเบ่งหางจนทำให้บริเวณก้นมีหางแมงป่องโผล่ออกมา ทันใดนั้นเขาก็บังคับให้สิ่งที่มาจากยีนของจระเข้ทำงาน ส่งผลให้หางแมงป่องสีดำมีใบมีดกระดูกโผล่ออกมารอบๆจนมันมีลักษณะไม่ต่างจากหางจระเข้ เดิมทีมีความยาวเพียง 1 เมตร เขาสามารถเพิ่มความยาวของหางให้เป็น 3 เมตรได้
“ โห แบบนี้พี่ก็ทำท่าจระเข้ฟาดหางได้น่ะสิ ”
โยฮันมองไปยังทิศตะวันตกของดาดฟ้าก่อนจะลองควบคุมหางจนรู้สึกว่ามันควบคุมได้ไม่ต่างจากแขน ทันทีที่เขาลองสะบัดหางออกไปสุดแรง กำแพงบนดาดฟ้าก็ได้หายไปในพริบตาจากการถูกหางตัด แอลลี่ที่เห็นพี่ชายเก็บหางเข้าไปบริเวณก้นอีกครั้งเธอจึงตั้งคำถาม หางขนาดใหญ่ขนาดนั้นไม่ควรจะพับเก็บได้
“ พี่คะ พี่ซ่อนมันเอาไว้ไหน ”
“ ไม่ได้ซ่อน มันแค่หดตัวเล็กลง ”
“ หดยังไงอะ ”
“ ไม่รู้เหมือนกัน ฉันยังคงรู้สึกแปลกๆกับร่างกายอยู่ ทั้งที่กระดูกแข็งมากมันกลับหดตัวเองได้ ”
“ แปลกจริงๆ ว่าแต่เราจะกลับเลยไหม ”
โยฮันพยักหน้าให้น้องสาวแล้วตัดสินใจวิ่งกลับสถานี จากการกินจระเข้ในครั้งนี้ ทำให้เขาเริ่มเกิดความคิดอยากจะกินซอมบี้ระดับ 5 ที่พบเจอ การกินสัตว์ร่างกายของเขาจะนำจุดเด่นของพวกมันมาปรับให้เข้ากับร่างกาย แต่การกินซอมบี้ระดับ 5 ดูเหมือนว่ามันจะมีอะไรพิเศษกว่านั้น จระเข้ซอมบี้ราวกับมันเป็นสัตว์กลายพันธุ์ เขาจึงได้สิ่งที่แตกต่างจากมันมาด้วย เมื่อนึกไปถึงแมงมุมที่ปลดปล่อยสายฟ้าออกมาจากก้น ทำให้เขาอยากจะแวะกลับไปดูหน้ามันและตัดเนื้อมันมาสักก้อน หากเป็นอย่างที่คิดเขาอาจจะเป็นคนที่สามารถสร้างสายฟ้าได้ราวกับปลาไหลไฟฟ้า
“ คุณโย หัวหน้าอยากเจอ เขารออยู่ห้องวิทยุ ”
“ มีอะไรเหรอ ”
“ เห็นว่ามีอีกกลุ่มติดต่อเข้ามา ตอนนี้น่าจะกำลังคุยกับอีกฝ่าย คุณไปเจอเขาเองเถอะแล้วจะรู้ว่าเขาต้องการคุยอะไร ”
แอลลี่เดินตามพี่ชายไปยังห้องวิทยุ เมื่อเปิดประตูเข้าไปเขาพบเข้ากับคนมากมายที่กำลังนั่งเงียบรอให้วินพูดคุยกับปลายสาย โยฮันจึงเดินไปนั่งยังเก้าอี้ว่างแล้วมองดูนาฬิกาพบว่าเป็นเวลา 13.05 น. อีกหลายชั่วโมงที่ฟ้าจะเริ่มมืด
“ ครับ ทางเราขอปรึกษากันก่อนนะครับ ไว้คุยกันใหม่ ”
วินวางสายของปลายทางพลางหันหน้ามาหาทุกคนภายในห้อง เขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากหลังจากได้ยินเรื่องเล่าจากอีกฝ่าย
“ ทุกคนกลุ่มที่ติดต่อมาอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมทางทิศใต้ของเมือง พวกเขาไม่สามารถติดต่อรัฐบาลได้ ส่วนกองทัพก็ยังติดต่อไม่ได้เพราะวันนี้เป็นวันแรกที่พวกเขาเปิดวิทยุ ”
“ นายดีใจอะไร ” โยฮันเป็นฝ่ายเปิดปากถาม
“ คืองี้นะพี่ ผู้รอดชีวิตกลุ่มนี้มีทั้งหมด 561 คน ราว 500 คนเป็นนักสู้ทั้งหมด ”
ทุกคนภายในห้องตกใจ แม้พวกเขาจะมี 843 คน นักสู้กลับมีไม่เกิน 200 คน อีกฝ่ายมีผู้รอดชีวิต 561 คนกลับเป็นนักสู้มากกว่าครึ่ง ลุงพลเกิดความสงสัยจึงได้เป็นฝ่ายถาม
“ ทำไมพวกเขาถึงมีนักรบเยอะขนาดนั้น ”
“ คนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มเล่าว่าเขาปรับตัวได้เร็วเกินไปจึงรู้ว่าจะต้องฆ่าซอมบี้ให้แข็งแกร่งขึ้น จากนั้นเขาก็กระจายข้อมูลนี้ให้ผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ นับว่าโชคดีที่พวกเขาอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมจึงทำให้ผู้รอดชีวิตที่นั่นอยู่ในช่วงวัยกลางคน ”
“ แล้วอาหารของพวกเขาล่ะ ” โยฮันเป็นฝ่ายถาม เขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายค้นพบว่าตับซอมบี้กินได้ด้วยหรือเปล่า
“ พวกเขายังไม่รู้ว่าตับซอมบี้กินได้ เพียงแต่ว่ามีโรงงานอาหารกระป๋องอยู่ใกล้ๆ นอกจากนั้นยังมีโรงงานอาหารแมวและอาหารสุนัขที่บรรจุภายในกระป๋องอย่างดี พวกเขาจึงใช้จุดนี้ตั้งตัวต่อสู้กับซอมบี้ ”
แม้จะเป็นอาหารแมวและอาหารสุนัข มันกลับเป็นอาหารที่ถูกสุขอนามัย มนุษย์สามารถกินได้เช่นเดียวกัน
“ แล้วตอนนี้พวกเขาอยู่ที่โรงงานอะไร ”
“เพียวพอว์ฟีดส์ ” โยฮันขมวดคิ้วในทันที ชื่อบริษัทนี้อยู่ใกล้กับบริษัทของเขามาก เดิมทีเขานึกว่าคงจะอยู่คนละฝั่งกับบริษัทของเขามันกลับอยู่ไกลออกไปราว 200 เมตรเท่านั้น ทุกคนเห็นสีหน้าของโยฮันจึงรู้ว่าเขารู้จักที่นี่ดี
“ มีอะไรเหรอพี่โย ”
“ มันอยู่ห่างจากบริษัทฉันไม่ไกลมากนัก ”
“ แบบนี้ก็ดีเลยพี่ พี่ช่วยไปดูให้ผมหน่อยได้ไหมว่าพวกเขาน่ารวมกลุ่มด้วยหรือเปล่า ”
“ นายเสนอให้พวกเขารวมกลุ่มแล้วเหรอ ”
“ ผมยังไม่ได้เสนอ แต่พวกเขาเป็นคนเสนอให้เราไปรวมกลุ่มที่นั่น แต่ผมให้คำตอบไม่ได้ แม้อีกฝ่ายจะมีนักสู้หลายร้อย พวกเขากลับไม่มีคลื่นรบกวน ผมเลยขอประชุมก่อน ”
“ ได้สิ ฉันสงสัยเหมือนกันว่าคนรู้จักจะรอดหรือเปล่า เอาเป็นว่าเดินทางตอนนี้เลยก็แล้วกัน ”
“ ได้พี่ อย่าลืมพกวิทยุไปด้วย ”
โยฮันเดินไปยังโรงกลึง เขาอยากรู้ว่าลุงกันทำที่จับใส่หางจระเข้ให้เขาแล้วหรือยัง เมื่อมาถึงอีกฝ่ายกลับกำลังยุ่งอยู่กับการใช้เครื่องจักรแยกส่วนจระเข้เพื่อตัดกระดูกของมันออกมาทำอาวุธ นอกจากนั้นคนอื่นๆยังคงยุ่งอยู่กับการตัดครีบปลาเพื่อทำเป็นอาวุธแจกจ่าย สำหรับหางยังคงวางเอาไว้ที่เดิม
“ ลุงกัน ทำด้ามจับใส่หางจระเข้ให้ผมหน่อย ลุงพอจะทำให้ผมตอนนี้ได้เลยไหม ”
“ ให้ตายสิ เป็นแกเองเหรอไอ้หนุ่ม ฉันยังหาด้ามจับให้ไม่ได้เลย ถ้าใช้กระดูกระดับ 4 ก็กลัวว่ามันจะหักเลยผ่ากระดูกจระเข้มาทำที่จับให้แก ”
“ คงไม่ทันสินะลุง ”
“ ใช่ แล้วก็นะต้องตัดเนื้อบริเวณหางออกอีก ไม่งั้นเน่าแน่ๆ อย่างน้อยก็น่าจะใช้เวลา 1 วัน ”
“ งั้นไว้ผมกลับมาก็แล้วกัน ผมไปก่อน ”
“ แล้วนั่นแกมีอาวุธใช้งานแล้วเหรอ เอาดาบระดับ 4 ไปก่อนไหม ”
โยฮันมองไปยังดาบระดับ 4 มีความยาวราว 2 เมตร นับว่าเป็นอาวุธหนัก เพียงแต่ว่าน้ำหนักของมันกลับเบามากเมื่อเทียบกับพละกำลังของเขา อย่างไรก็ตามโยฮันกลับปฎิเสธ ความทนทานของมันน้อยเกินไป
“ ลุงไม่ต้องเร่งทำ 2 อันนะ ทำอันเดียวไปก่อนแล้วให้น้องสาวผม ส่วนอีกอันหลังจากลุงทำอาวุธให้คนอื่นแล้วค่อยทำก็ได้ ”
“ ได้ๆ จะรีบทำให้เร็วที่สุดเลย ”
โยฮันเดินออกมาจากโรงกลึงพลางมองไปยังน้องสาวที่กำลังสะพายกระเป๋าราวกับว่าจะเดินทางไปด้วยกัน
“ หยุดเลย เธอต้องอยู่ที่นี่ ระยะทางมันไม่ใช่ใกล้ๆ อีกอย่างฉันไม่ได้จะไปล่าจึงยังไม่น่าจะวิวัฒนาการเร็วๆนี้”
“ หนูไม่ได้จะไปด้วยซะหน่อย แค่ลองสะพายกระเป๋าพี่ดูเท่านั้น ว่าแต่”
แอลลี่เดินเข้ามาใกล้ๆพี่ชายก่อนจะกระซิบเสียงเบา เธอรู้ว่าพี่กำลังจะไปนิคมอุตสาหกรรมจึงอยากขอให้พี่ช่วยแวะหาอาหารกระป๋องมาให้ ของที่เธอเก็บไว้ใกล้จะหมดแล้ว
“ ได้ๆ คอยช่วยงานอยู่ที่นี่ อย่าได้ออกไปจากตึกล่ะ ”
“ ค่า! ”
แอลลี่มองดูพี่ชายกระโดดหายไปในอากาศ เธอจึงกระโจนขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกแล้วมองตามพี่ชายปรากฎว่าเขายังคงเดินทางได้รวดเร็วด้วยการใช้วิธีกระโดดแล้วใช้ปีกด้านหลังช่วยพยุงตัวบนอากาศให้ร่อนไปได้ไกล เพียงพริบตาเท่านั้นพี่ของเธอก็หายไปจากมุมมองสายตา เธอจึงหันมองดูยักษ์ใหญ่อย่างลิงและเต่าที่กำลังต่อสู้กันจนฝุ่นตลบ โดยที่ยังไม่รู้เลยว่าใครจะเป็นผู้ชนะ
“ วิน นายได้ส่งคนไปดูที่นั่นหรือเปล่า ”
“ ไม่มีใครกล้าไปหรอก แต่จากการส่องกล้องดูเหมือนว่าซอมบี้จะแห่ไปที่นั่น ”
“ เพราะอาหารงั้นเหรอ ”
“ศาสตราจารย์บอกแบบนั้นเช่นกัน อาหารอาจจะเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้พวกมันไปที่นั่น ยิ่งระดับ 6 ต่อสู้กัน ระดับต่ำกว่านั้นก็ยิ่งวิวัฒนาการได้เร็วขึ้นจากการใช้ศพรอบๆ ”
“ แล้วลิงตัวนั้นมันมีพลังอะไรบ้างเหรอ ”
“ ยังไม่เห็นอะไรเลย ดูเหมือนว่ามันจะต่างจากแมงมุมสายฟ้า คงน่าจะมีแค่พละกำลังและความคล่องตัว ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ”
แอลลี่พยักหน้ารับฟัง ในระหว่างนั่งนิ่งๆบนดาดฟ้าเธอก็เริ่มบอกความรู้สึกให้อีกฝ่ายฟัง อากาศในวันนี้ทำให้เธอรู้สึกเหนียวตัวไม่น้อย ราวกับว่าฝนกำลังจะตก วินจึงมองดูท้องฟ้าเขาก็พึ่งสังเกตว่าเมฆฝนดูเยอะกว่าเมื่อวาน หากว่าฝนตกขึ้นมาจริงๆเขาก็กลัวว่ามันจะมีอะไรผิดปกติขึ้นอีกจึงเตรียมตัวรับมือกับฝน
“ หัวหน้า คุณโยฮันติดต่อมา ”
“ เขาถึงแล้วเหรอ ”
“ ยังครับ เขาพึ่งถึงบ้าน อีกราวสิบกว่านาทีก็จะไปถึงบริษัท เขาติดต่อมาเพราะอยากจะเตือนเรื่องฝน ”
แอลลี่กระพริบตาปริบๆ เธอนึกว่าตนเองคิดไปเองว่าฝนจะตก เมื่อรู้ว่าพี่ลงทุนติดต่อมาบอกเกี่ยวกับฝน เธอจึงเชื่อ 100 % ว่ามันจะต้องตกอย่างแน่นอน สัตว์ที่พี่กินเข้าไปมีมากมาย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่พี่ชายจะคาดการณ์ว่าฝนจะตก
“ แอลลี่ ถ้าไม่จำเป็นอย่าไปยืนตากฝนนะ ฉันยังไม่รู้ว่าจะมีอะไรมากับฝน ”
“ โอเค มีอะไรให้ช่วยไหม ฉันเหมือนจะว่าง ”
“ งั้นช่วยไปบอกคนที่อยู่ข้างล่างให้ที บอกว่าให้เตรียมหลบฝนอย่าได้ไปสัมผัสกับมัน ”
แอลลี่กระโจนลงจากดาดฟ้าลงมาหาลุงพลที่อยู่ด้านล่าง ในระหว่างนี้วินก็เริ่มเดินบอกทุกคนภายในตึกให้ช่วยกันกระจายเรื่องฝนกำลังจะตกลงมา นอกจากนั้นแล้วเขาต้องเดินไปตึกด้านข้าง เพื่อบอกคนที่มาจากกลุ่ม A ให้รู้เช่นกันว่าฝนกำลังจะเทกระหน่ำลงมาในเร็วๆนี้
“ ทุกคนครับ อีกไม่นานฝนจะตก ผมอยากให้ทุกคนอยู่แต่ในตึกเท่านั้น ”
“ ไอ้หนู ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม ตึกนั่นเป็นตึกอะไรแล้วมีคนอยู่เยอะหรือเปล่า ”
ชายอายุ 40 ปีถามด้วยความสงสัย วินรู้ว่าเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงคำถามได้จึงตอบอีกฝ่ายไปตามตรง
“ มีผู้รอดชีวิตอยู่ภายในตึกครับ เป็นกลุ่มที่อยู่มานานและกลุ่มที่พึ่งย้ายเข้ามา ยังไม่นับรวมกลุ่มของลุงที่มาจากโรงแรมสโตนเทล ”
“ ทำไมเราไม่ได้เข้าไปในตึกล่ะ”
“ คืออย่างนี้นะครับ เรามีการกักเชื้อโรค เมื่อมั่นใจแล้วค่อยจะนำเข้าไปในตึก อีกอย่าง เรากำลังคิดอยู่ว่าจะนำคนทั้งหมดไปรวมกันในตึกดีหรือเปล่าเพราะถ้าหากซอมบี้บุกแล้วเกิดเหตุการณ์ที่ต้องหนี การวิ่งลงบันไดอาจจะทำให้เกิดการเหยียบกันตาย ผมเลยแยกทุกคนออกจากกันก่อนจนกว่าจะมั่นใจในหลายๆอย่าง ”
เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายและเพื่อไม่ให้ความคิดฟุ้งซ่านของผู้คนในตึกหลังนี้สร้างปัญหา วินจึงพยายามอธิบายเหตุและผลให้ทุกคนฟัง ซึ่งเขาก็ได้พยายามตรวจสอบผู้คนที่ถามด้วยเช่นกัน ว่าใครจะกลายเป็นตัวปัญหาที่ทำให้เขาควบคุมผู้คนได้ยาก หากเจอเขาจะแยกคนๆนั้นออกมาเพื่อไม่ให้หลายคนคล้อยตามคำพูดที่จะนำไปสู่ปัญหา.