เตรียมการแข่งขัน
“เอาไงดีน้องรอง”ลี่ถิงถามน้องสาวออกมาเมื่อเจอเทียบเชิญมาเช่นนี้
“เอาเรื่องกลับไปบอกแก่ท่านพ่อท่านแม่ก่อนเถอะเจ้าค่ะเราค่อยหาวิธีกันต่อ แต่ข้าว่างานนี้พี่ใหญ่จะถอยมิได้แล้วต้องเตรียมตัวให้พร้อมเท่านั้น” ชิงเถาตอบพี่สาวออกมา อย่างไงงานนี้ก็ต้องมีเพียงเตรียมตัวให้พร้อมมิให้ไปทำการขายหน้าแก่ผู้คนในเมืองเท่านั้น
“ข้าก็เห็นด้วยกับชิงเถานะงานนี้เจ้าต้องสู้เท่านั้น” เยว่ซินเอ่ยสนับสนุนความคิดชิงเถาออกมาอีก
“ก็คงต้องเป็นตามที่พวกเจ้าว่าข้าจะพยายามให้ดีที่สุด” ลี่ถิงเอ่ยออกมายิ้มๆ ยิ้มให้คนอื่นสบายใจไปก่อนแล้วกันต่อไปค่อยว่ากันอีกที
พวกชิงเถากลับมาจวนเมื่อไม่มีเรื่องใดที่ร้านแล้วกลับมารอพวกบิดาไม่นานพวกเขาก็กลับมาถึงแล้วเช่นกัน
“ทุกคนพวกเรากลับมาแล้ว”เสียงสองแฝดส่งเสียงเข้ามาก่อนที่จะเดินเข้ามาเสียอีกเมื่อรู้ว่าพวกนางอยู่ที่เรือน
“กลับมาแล้วๆ”เสียงหลันเฟยก็ตอบรับทั้งสองออกไปเสียงดังฟังชัดเช่นเดียวกัน
“พวกท่านกลับมาแล้ว”ทุกคนกล่าวออกมาเมื่อเห็นผู้มาใหม่โดยเฉพาะลี่ถิงตอนนี้ทั้งกังวลและก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
“มีเรื่องอะไรหรือไม่ทำไมทำหน้าเคร่งเครียดกันเช่นนี้” จิ้นสิงถามออกมาเมื่อเดินเข้ามาในห้องโถงที่มีทั้งบุตรสาวทั้งสองและก็เด็กหนุ่มสาวที่รับเข้ามาอยู่ที่พวกเขารับเลี้ยงไม่ต่างจากบุตรแต่พวกเขาทำไมมีสีหน้าไม่ค่อยจะสดใสนัก
“เทียบเชิญ”แต่ผู้ที่ตอบออกมากลับไม่ใช่ผู้ที่เขาเอ่ยถามออกไปนี่สิ ดูสิแปลกไปจริงๆเขาถามออกไป แต่กลับเอ่ยตอบไม่ทันเจ้านกหลันเฟยด้วยซ้ำ
“เทียบเชิญอะไรรึหลันเฟย”หมิงเลี่ยนถามออกมา เขาหันไปถามเจ้านกอย่างจริงจัง พี่ๆนั่งกันอยู่หลายคนทำไมเขาไม่หันมาถามกัน
“หืมเทียบเชิญอะไรหรือลูก” นางลี่จูก็เอ่ยถามออกมาเช่นกัน
“นี่เจ้าค่ะ”ชิงเถายื่นเทียบเชิญให้บิดาดู แล้วก็อธิบายออกมาคร่าวๆ ให้ทุกคนได้ฟังกัน
“ยินด้วยขอรับพี่ใหญ่”สองแฝดที่รู้เรื่องก็แสดงความยินดีกับพี่สาวทันทีนี่มันมิใช่เรื่องดีหรือที่ได้รับเชิญอย่างนี้
“ขอบใจพวกเจ้ามาก”ลี่ถิงตอบน้องชายออกมายิ้มๆ
“จะไหวหรือลูก”นางลี่จูถามบุตรสาวออกมา นี่ไม่ใช่งานเล็กๆ นะ
“ไม่ไหวก็ต้องไหวแล้วหล่ะยังไงก็ปฏิเสธไม่ได้” จิ้นสิงบอกภรรยาออกมา
“ใช่เจ้าค่ะพวกเราก็กำลังรอพวกท่านกลับมา จะได้คุยกันเรื่องนี้ว่าจะต้องเตรียมการอันใดบ้าง”ชิงเถาพูดออกมา แล้วเริ่มเข้าเรื่องปรึกษาเรื่องราวของพี่สาวทันที
“ข้าว่าเราต้องจ้างคนมาสอนการเข้าสังคมและมารยาทต่างๆ เจ้าค่ะ”ชิงเถาเสนอออกมาเมื่อเป็นการประกวดของหญิงสาวเรื่องพวกนี้สำคัญมาก
“แต่พี่พอจำได้จากอาจารย์ที่เคยสอนคุณหนูเทียนได้อยู่นะเรื่องนี้ไม่ต้องลำบากหรอก” ลี่ถิงเอ่ยออกมา นางพอจะจำได้อยู่บ้างตอนที่นั่งดูคุณหนูเทียนเรียนกับอาจารย์จึงไม่อยากให้จ้างคนมาให้เสียเงิน
“จะได้เช่นไรเจ้าคะตอนนั้นพี่ใหญ่เพียงนั่งดู จะเท่าได้รับการสั่งสอนโดยตรงได้เช่นไรกัน”ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างไม่เห็นด้วยกับความคิดพี่สาวเป็นอย่างยิ่ง
“แม่ก็เห็นด้วยกับเถาเอ๋อร์ในเรื่องนี้เอาตามที่น้องเจ้าว่าเถอะ” นางลี่จูเอ่ยออกมาอีกคนจึงสรุปได้ว่าเรื่องนี้จะต้องจ้างคนมาสอน
“แต่การประลองมิได้มีเพียงมารยาทต่างๆนะเจ้าคะ ยังมีเรื่องอื่นๆ อีก” เยว่ซินเอ่ยขึ้นเมื่อนางนึกขึ้นได้ว่าปีก่อนที่เคยได้ยินมายังมีอีกหลายเรื่องที่ใช้ในการประลอง
“มีอะไรบ้างหรือเจ้าคะพี่เยว่ซิน”ชิงเถาถามออกมา
“นอกจากคำสอนทั้งสี่ข้อเรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตน รู้จักผิดชอบชั่วดี เชื่อฟังผู้อื่น และใช้ชีวิตเพื่อบุรุษก็ยังมีศิลปศาสตร์ทั้งสี่อันได้แก่ ฉิน ซี ซู ฮวาซึ่งในแต่ละปีก็จะมีการตั้งโจทย์การแข่งขันแตกต่างกันออกไปเจ้าค่ะ บางปียังมีการทำอาหาร การร่ายรำ ไปจนถึงเรื่องวิชายุทธ์ด้วยซ้ำ”เยว่ซินอธิบายให้ทุกคนได้ฟังตามที่นางรู้มา ซึ่งจริงๆอาจจะมีเยอะหรือน้อยกว่านี้ก็เป็นไปได้เพราะนางไม่ได้ไปดูด้วยตาเพียงได้ยินที่ชาวบ้านพูดต่อๆกันมา อีกทั้งงานแต่ละปีก็เปลี่ยนรูปแบบไปได้ **ศิลปศาสตร์ทั้งสี่ ฉิน ฉี ซู ฮว่า1. ฉิน คือพิณโบราณเจ็ดสาย
2.ฉี คือหมากล้อม 3. ซู คือศิลปะการเขียนอักษรจีน 4. ฮว่า คือศิลปะการวาดภาพจีนภาพวาดจีนนั้นนิยมวาดเป็นทิวทัศน์และธรรมชาติต่างๆและมีวิธีการวาดต้นไม้หรือภูเขาเป็นหลายร้อยแบบ ต้นไม้ที่นิยมวาดเดี่ยวๆก็คงไม่พ้นสี่อย่างนี้คือ ไผ่ บ๊วย เก็ก และ ลั้ง (เก็กคือเบญจมาศและลั้งคือกล้วยไม้ ) ที่มา: https://www.facebook.com/gofamilyclub/posts/470120049762357/**
“เยอะขนาดนี้เลยหรือขอรับ”สองแฝดที่ฟังพี่สาวเยว่ซินพูดจึงอดที่จะอุทานออกมาไม่ได้ ทั้งหมดนี้พี่สาวพวกเขาจะฝึกฝนทันได้อย่างไรกัน
“ใช่เยอะขนาดนี้แหล่ะอย่างนั้นจะเป็นหญิงสาวที่เป็นอันดับหนึ่งของเมืองหลวงได้เช่นไร เผลอๆอาจจะเป็นอันดับหนึ่งของแคว้นด้วยซ้ำเพราะก็มีหญิงสาวจากเมืองอื่นๆเข้ามาแข่งขันด้วย” เยวซินเอ่ยออกมาอีก
“ไหวใช่ไหมลูก”จิ้นสิงที่ได้ยินดังนั้นจึงหันไปถามบุตรคนโตด้วยความเป็นห่วงและให้กำลังใจอย่างสุดซึ่ง
“ข้าจะตั้งใจมิทำให้ทุกคนผิดหวังเจ้าค่ะข้าเข้าร่วมโดยเป็นตัวแทนของตระกูลเจี้ยนเฉิงข้าจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวัง”ลี่ถิงกล่าวออกมาอย่างฮึดสู้ ทั้งบอกให้ทุกคนหายกังวลและเป็นการเตือนตัวเองไปด้วย
“ไม่ต้องกดดันตัวเองหรอกลูก ทำได้เท่าที่ลูกทำไหวก็พอ ไม่มีใครว่าเจ้าหากเกิดผิดพราดขึ้น”นางลี่จูเอ่ยกับบุตรสาวออกมา นางเป็นห่วงกลัวว่าบุตรจะกดดันตัวเองจนเกินไป
“ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะข้าจะไม่ฝืนจนเกินกำลัง” ลี่ถิงเอ่ยออกมาให้ทุกคนได้สบายใจขึ้น ก่อนจะเริ่มเข้าเรื่องวางแผนกันต่อตั้งแต่วันนี้จนถึงอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าพวกเขาจะต้องเหนื่อยกันแล้วทั้งพวกเขาจะต้องรีบหาอาจารย์มาฝึกให้กับลี่ถิงให้ได้เร็วที่สุดไหนจะเรื่องชุดที่จะใช้แข่งต่างๆทุกอย่างทุกเรื่องพวกเขาต้องล้วนพิถีพิถันกันสุดฝีมือ