『ผนึกมารขาว』(จบ)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 40 ห้องอาบน้ำ (ปลาย)

            ภายในห้องอาบน้ำที่หรูหราประดับประดาด้วยทองคำและอบอวลไปด้วยไอน้ำ

            ลู่เต้าเปลือยกายแช่อยู่ในบ่อน้ำพุร้อนด้วยสีหน้าบูดบึ้งตรงข้ามกับเขามีบุรุษนั่งแช่อยู่เช่นกัน ซึ่งต่างก็เปลือยกายด้วยกันทั้งคู่

            หงฝูเอามือปิดจมูกด้วยความเจ็บปวดใจในใจเต็มไปด้วยความสงสัย ผู้มีพระคุณดูหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาไม่เป็นประกายริมฝีปากบางขมุบขมิบพูดอะไรบางอย่าง

            สาเหตุที่ลู่เต้าหงุดหงิดนอกจากเรื่องฝันสลายแล้ว ก็คือเสียงหัวเราะเยาะเย้ยอย่างไม่ปิดบังของไป๋เสียเขาหัวเราะจนตัวงอกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ในทะเลปราณ

            ลู่เต้าหน้าแดงก่ำกัดฟันด้วยความโกรธ“เจ้าสารเลวนี่… จงใจแกล้งข้าแน่!”

            ในความเป็นจริงแล้ว...

            ไป๋เสียที่กลายเป็นวิญญาณยังคงหัวเราะจนพูดไม่ออก“สีหน้าของเจ้าตอนนั้นมันช่างโง่เง่าสิ้นดี! ฮ่าๆๆๆ ข้าขำจนเจ็บไปหมดแล้ว โอ๊ะข้าไม่มีท้อง แต่ก็ยังรู้สึกเจ็บ...”

            เพื่อทำลายบรรยากาศหงฝูจึงรวบรวมความกล้าพูดคุยเรื่องทั่วๆไป แม้จะเสี่ยงว่าลู่เต้าจะรังเกียจก็ตาม“ท่านผู้มีพระคุณ ท่านรู้หรือไม่ว่าในห้องอาบน้ำ ทุกคนต้องเปิดเผยต่อกันไม่มีทางปิดบังความลับใดๆได้ ดังนั้นที่เมืองมังกรทมิฬพวกเราจะอาบน้ำกับคนที่ไว้ใจอย่างแท้จริงเท่านั้น”

            หงฝูหยุดพูดก่อนจะแอบมองลู่เต้าแวบหนึ่งคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายกลับไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของตนเลยแม้แต่น้อย!

            ‘แม้แต่ตระกูลหงที่ร่ำรวยเช่นข้ายกย่องเขาถึงเพียงนี้ เขายังไม่หวั่นไหว!’ หงฝูครุ่นคิดแล้วก็พลันเข้าใจ ‘นี่แสดงว่าเขามองเงินทองเป็นดั่งผักปลาแล้วสินะสมกับเป็นยอดฝีมือ ความคิดช่างแตกต่างจากคนธรรมดาอย่างพวกข้าจริงๆ’

            ในสายตาของหงฝูภาพลักษณ์ของยอดฝีมือชุดดำผู้นี้ยิ่งใหญ่ขึ้น ขณะที่ตัวเองช่างต่ำต้อย

            ในความเป็นจริงแล้วหลังจากที่ลู่เต้าได้ยินคำว่าเปิดเผยต่อกันสายตาก็ไปหยุดที่ร่างเปลือยเปล่าของหงฝู จากนั้นก็ไม่ได้ฟังที่อีกฝ่ายพูดอีกเลย

            หงฝูถอนหายใจเพราะเขารู้ดีว่าแผนการทั้งหมดของตนไม่อาจรอดพ้นสายตาของยอดฝีมือผู้นี้ได้เขาจึงกล่าวตรงๆว่า “เช่นนั้นข้าก็จะไม่พูดอ้อมค้อม ทั่วทั้งจวนหงมีเพียงที่นี่ที่ไม่มีใครแอบฟัง บอกตามตรงข้ามีเรื่องอยากจะปรึกษาท่านผู้มีพระคุณ”

            “ที่จริง…มารดาของข้าป่วยเสียไปตั้งแต่ข้ายังเด็ก” หงฝูหัวเราะอย่างขมขื่น“บิดาของข้าเป็นคนเจ้าชู้ มีนิสัยชอบสะสมหญิงงาม ไม่ว่าจะเป็นเมืองไหน อำเภอใดขอเพียงมีสาขาของหอเงินตระกูลหง เขาจะต้องรับสตรีในท้องถิ่นนั้นเป็นอนุ”

            หงฝูเอามือกดที่อกแล้วกล่าวอย่างจนใจ “ส่วนข้ากับอาฮวาก็เป็นหนึ่งในบุตรมากมายของเขา”

            เนื่องจากสภาพแวดล้อมในครอบครัวพิเศษตั้งแต่เกิดจนโต หงฝูได้พบหน้าบิดาเพียงไม่กี่ครั้งรู้เพียงว่าเป็นคนที่เคร่งขรึมและไร้หัวใจ

            เพราะมารดาป่วยกระเสาะกระแสะอยู่ห้าปีก่อนจะเสียชีวิตแม้กระทั่งงานศพของมารดา เขาก็ยังไม่โผล่มาด้วยซ้ำ

            ครั้งต่อมาที่พบกันบิดาก็นำหญิงงามที่ชื่อเหอเฟิ่งมาแนะนำเขากับอาฮวาในฐานะฮูหยินคนใหม่

            สองพี่น้องตกตะลึงแต่หลังจากที่บิดาบอกกล่าวเสร็จก็จากไปอย่างรวดเร็วปล่อยให้หญิงร้ายกาจผู้นั้นเข้ามาเป็นใหญ่ในจวนหง

            ในตอนแรกนางอ้างว่าหงฝูยังเด็กจึงรับหน้าที่จัดแจงหอเงินแทน บัดนี้หงฝูโตเป็นผู้ใหญ่แล้วแต่นางไม่มีท่าทีจะคืนอำนาจให้ แถมยังควบคุมสองพี่น้องเข้มงวดกว่าเดิม

            “บิดาของข้าใช้ชีวิตสำราญเกินไปคงอยู่ได้อีกไม่กี่ปี” หงฝูกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ได้ยินมาว่าเขากำลังมองหาผู้สืบทอดหอเงินตระกูลหงในบรรดาบุตรมากมายหากข้าคาดไม่ผิด หญิงร้ายกาจผู้นั้นคงแอบตกลงกับหงเทาที่สาขาเมืองประดามังกรแล้วนางต้องหาทางขัดขวางไม่ให้ข้าได้อำนาจสาขาคืนมา แล้วก็จะผนวกสาขาเมืองมังกรทมิฬเข้ากับสาขาเมืองประดามังกรเพื่อขยายอำนาจ”

            “แบบนี้ยังไม่ทันเข้าร่วมชิงก็เหมือนเจ้าแพ้ไปแล้วครึ่งหนึ่ง” ลู่เต้าครุ่นคิด

            “ถูกต้อง”หงฝูพยักหน้า “ดังนั้นข้าจึงอยากขอร้องให้ท่านผู้มีพระคุณช่วยเหลือนำสิ่งที่ควรจะเป็นของข้ากลับคืนมา!”

            ทุกคำพูดของหงฝูล้วนหนักแน่นทรงพลังเมื่อเอาจริงเอาจัง ภาพลักษณ์ของเขาก็แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

            ลู่เต้าพิจารณาตามคำพูดของอีกฝ่ายพลันก็รู้สึกเย็นยะเยียบขึ้นมา ‘เขาคงไม่ได้จะขอให้ข้าไปฆ่าเมียใหม่ของบิดาเขาใช่หรือไม่’

            หงฝูเหมือนจะอ่านความคิดของลู่เต้าออกจึงรีบอธิบาย “ท่านเข้าใจผิดแล้วลูกน้องของข้ารายงานว่านางเลี้ยงชายชู้เอาไว้ข้างนอก แถมยังเป็นผู้ฝึกตนระดับสองดาราอีกด้วยหากข้าคิดจะแย่งชิงอำนาจ นางต้องส่งคนมาเล่นงานข้าแน่ๆดังนั้นข้าจึงหวังว่าท่านผู้มีพระคุณจะช่วยปกป้องอาฮวาในระหว่างที่ข้าลงมือ”

            “ปกป้องอาฮวา?” ลู่เต้าถามอย่างประหลาดใจ “แล้วเจ้าเล่า”

            “ฮ่าๆบอกตามตรง” หงฝูเอามือปัดผมม้าที่เปียกชื้นออกอย่างภาคภูมิใจ มุมปากยกยิ้ม“ที่จริงข้าก็เป็นผู้ฝึกตนระดับหนึ่งดารา”

            “ไอ้นี่ก็เป็นผู้ฝึกตนด้วยหรือ” ไป๋เสียที่ได้ยินก็ตกตะลึงเช่นกัน เมื่อเพ่งมองดูก็พบพลังวิญญาณจางๆ“จริงด้วย! แต่ว่าอ่อนแอยิ่งกว่าแมลงสาบเสียอีก!”

            “ในเมื่อเจ้าก็เป็นผู้ฝึกตนทำไมถึงถูกต้นไม้กินคนจับได้เล่า” ลู่เต้าถามอย่างไม่เข้าใจ

            “เพราะว่า...”หงฝูยักไหล่อย่างจนใจ “จนถึงตอนนี้ข้าก็ยังไม่รู้เลยว่าเคล็ดวิชาของตัวเองคืออะไร”

            ไป๋เสียกอดอกลอยอยู่เหนือบ่อน้ำพุร้อนเหลือบมองลู่เต้าแวบหนึ่ง และคิดในใจ ‘โอ้ยังมีคนที่เหมือนกับเจ้าหนูนี่อยู่อีกจริงๆ หรือ’

            “แต่ไม่เป็นไรหลังจากที่ข้าตื่นรู้ ก็มีแต่เรื่องดีๆ เกิดขึ้นทุกครั้งที่ตกอยู่ในอันตรายก็มักจะรอดมาได้ ดูสิ! ข้าเพิ่งจะประสบเคราะห์กรรมไม่นานท่านผู้มีพระคุณก็ปรากฏตัวขึ้นมาช่วยเหลือ! ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก”หงฝูพูดปลอบใจตัวเองพลางตบหน้าอก

            จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงลองเชิง“ขอแค่ท่านผู้มีพระคุณช่วยดูแลอาฮวา…”

            “เรื่องนี้...ข้าต้องขอพิจารณาอย่างรอบคอบ”ลู่เต้าพูดประโยคหลังด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ซึ่งหากเป็นคนอื่นคงคิดว่ากำลังปฏิเสธ

            หงฝูถอนหายใจด้วยความผิดหวัง“ก็จริง ยอดฝีมือเช่นท่านคงไม่ยุ่งเรื่องไร้สาระของคนธรรมดาเฉกเช่นพวกข้า”

            “เฮ้ย!”ไป๋เสียลอยตัวกลับหัวอยู่ตรงหน้าลู่เต้าด้วยสีหน้าไม่พอใจ ทั้งสองสบตากันเผยให้เห็นเส้นเลือดที่ปูดโปนบนหน้าผากของไป๋เสีย เขากัดฟันถามลู่เต้า“ตกลงเขาไปสิ!”

            ลู่เต้ายิ้มเจ้าเล่ห์ทันใดนั้นไป๋เสียก็รู้สึกหนาวสันหลัง ร้องลั่นในใจ “แย่แล้ว!ไอ้เด็กบ้านี่ยังแค้นข้าอยู่! ตอนนี้มันกำลังแกล้งไม่ตกลงเพื่อไม่ให้ข้ามีข้ออ้างอยู่ต่อแน่ๆ!”

            ลู่เต้าจ้องมองไป๋เสียพลางคิดแผนการร้าย“ข้าจะไปนอนข้างนอก เลือกที่มียุงเยอะๆ ด้วย ข้าทนได้!ไม่รู้ว่าท่านจอมมารผู้สูงส่งจะทนได้หรือไม่”

            หงฝูยังคงไม่ละความพยายามเขาลุกขึ้นยืนทันที ทั้งไป๋เสียและลู่เต้าต่างก็หันหน้าหนีหลับตาปี๋

            หงฝูค่อยๆหันหลังเดินจากไปตอนที่เดินผ่านไป เขาพูดว่า “เรื่องนี้สำคัญมากข้าขอร้องให้ท่านผู้มีพระคุณโปรดพิจารณาอีกครั้ง ครั้งหน้า...ข้าจะมาใหม่เชิญท่านพักผ่อนตามสบาย”

            “คราวหน้าเจ้าจะมาอีกหรือ” ลู่เต้าถามด้วยสีหน้าลำบากใจ

            หงฝูเดินออกจากห้องอาบน้ำสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็เดินออกไปพร้อมกับคนรับใช้ และในตอนนั้นเองอาฮวาที่เพิ่งจัดการเรื่องในครัวเสร็จ ใบหน้าที่เปื้อนเหงื่อและเขม่าก็เดินสวนทางกับพี่ชายพอดิบพอดี

            “พี่ใหญ่เตรียมพร้อมใกล้เสร็จแล้ว ไปเรียนเชิญท่านผู้มีพระคุณเถอะ”อาฮวาซับเหงื่อที่หน้าผาก

            เห็นได้ชัดว่าหงฝูอารมณ์ไม่ดีนักเขาเพียงแค่ “อืม” ออกมาคำหนึ่ง แล้วรีบจากไป

            อาฮวาคาดเดาอารมณ์ของพี่ชายไม่ออกแต่กลับถูกกลิ่นเสื้อผ้าใหม่บนร่างเขาเตือน เมื่อนางได้กลิ่นเสื้อผ้าของเขา พบว่าตนมีแต่กลิ่นเหงื่อและเขม่าควัน

            “อืม…แต่งตัวแบบนี้ไปพบไม่ได้หรอก” อาฮวาครุ่นคิดแล้วก็เดินไปทางห้องอาบน้ำ

            ภายในห้องอาบน้ำลู่เต้ายังคงยืนยันที่จะลากไป๋เสียไปนอนข้างถนนไป๋เสียที่ถูกบังคับก็ได้แต่ขบกรามแน่นด้วยความโกรธ อยากจะฆ่าเจ้าเด็กเวรนี่ให้ตายคามือ

            “ตกลงเขาไปเดี๋ยวนี้!!!”

            “ไม่เอา!”ลู่เต้าพูดเอาแต่ใจ

            ภายในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอาฮวาร้องเพลงอย่างอารมณ์ดี แกะเข็มขัด ถอดชุดครัวที่เปื้อนคราบสกปรกออก เผยเรือนร่างอันงดงามสะดุดตาและผิวที่เนียนขาวผ่อง

            อาฮวาที่สวมหน้ากากตลอดเวลาแม้กระทั่งตอนนอนจะถอดหน้ากากออกก็ต่อเมื่ออยู่คนเดียวเท่านั้น เมื่อถอดออกก็เผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่ากลัวบนใบหน้าของนางในกระจกนางลูบแผลเป็นเบาๆ พยายามยิ้มให้กับตัวเอง ก่อนจะหยิบผ้าขนหนูผืนหนึ่งเดินไปที่ห้องอาบน้ำ

            ภายในห้องอาบน้ำลู่เต้าที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่หน้าตะกร้าสานด้วยสีหน้าบึ้งตึงบ่นพึมพำ“ข้าไม่ไปหรอก เชิญเจ้าโกรธตายไปเลย…”

            พูดไม่ทันจบประตูก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไม่ทันตั้งตัว ช่วงแรกควันสีขาวบดบังสายตาลู่เต้าคิดว่าหงฝูกลับมาอีกครั้ง แต่เมื่อควันค่อยๆ จางหายไปเล็กน้อยเขาก็หน้าแดงก่ำ ไม่กล้าสบตาหงฮวาที่ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางหมอกควันก็หน้าแดงก่ำรีบปิดประตูอย่างแรง

            หงฮวารีบสวมเสื้อผ้าในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าทันใดนั้นก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังมาจากห้องอาบน้ำหงฮวารู้สึกกังวลเล็กน้อยจึงแง้มประตูห้องอาบน้ำออกอย่างระมัดระวังแต่กลับไม่เห็นลู่เต้า ส่วนผนังกลับมีรูใหญ่ น้ำในสระน้ำที่ฮูหยินใช้ประจำไหลทะลักออกมาไม่หยุด

            ที่แท้ลู่เต้าที่จนตรอกจึงไม่มีทางเลือกนอกจากทุบกำแพงหนีออกมา!