Rich Second Gen Villain นายน้อยวายร้ายรุ่นสอง

    ตอนที่เจ็ดสิบ ศักดิ์ศรีของอ้าวป้าหม่า!!!

    ตอนที่เจ็ดสิบ ศักดิ์ศรีของอ้าวป้าหม่า!!!

    หลังจากที่ผมพยายามจะส่งคิงคองเงินไปดูแลอาหู่กับเสี่ยวชุ่ยแต่ว่า

    “คร่อก ข้าต้องปกป้องนายท่าน คร่อก”

    คิงคองเงินไม่ยอมไป

    ทำเอาผมพูดไม่ออก ที่เจอว่าการส่งคนที่มีพลังระดับต่ำๆไปให้คนกลับจากโลกเซียนกระทืบเรื่อยๆมีที่มาอย่างนี้เองหรือนี่?

    คนอย่างคิงคองเงินที่พลังสูงกว่า

    มองว่าภารกิจพิทักษ์สำนักสำคัญกว่าการไปทำหน้าที่บอดี้การ์ดธรรมดานั่นเอง

    ในสายตาของคิงคองเงินที่ตอนนี้บรรลุแก่นปราณขั้นต้นแล้ว

    มองไม่เห็นพวกแก๊งทั่วไปในสายตาอีกต่อไปแล้วว่าอย่างนั้น

    ก็คงจะจริงของคิงคองเงิน

    “อืมถ้าอย่างนั้นเอาโทรศัพท์ติดต่อฉุกเฉินไปด้วยหากมีอะไรก็แจ้งข้าได้ข้าจะส่งคิงคองเงินไปช่วย”

    “เจี๊ยก/กระต๊าก นายท่านวางใจหากใครกล้าหาเรื่องท่านหู่กับแม่น่างเสี่ยวชุ่ยพวกข้าจะฆ่าคนและวางเพลิงสำนักพวกนั้นไม่ให้เหลือ”

    นั่น จะลากเข้าไปฆ่าคนวางเพลิงให้ได้เลยใช่ไหม

    แต่ผมไม่กล้าพูดอะไรมากมายเพราะว่าพวกนี้ท่าทางจะยังไม่สังเกตว่า

    ผมไม่ได้บอกว่าผมจะไปช่วยด้วยตนเองสักคำนั่นเอง

    หากไม่มีข้อได้เปรียบอย่างมากมาย

    ทำไมต้องเสี่ยงด้วย?

    คนที่ต่อสู้หรือลงทุนโดยที่ไม่เข้าใจปัจจัยความเสี่ยงก็เป็นแค่เศรษฐีใหม่เท่านั้นล่ะ ไม่ใช่ซีอีโอ

    กลยุทธของโมมอนกะที่เป็นซัมมอนเนอร์สายอัญเชิญคือการไม่ยอมให้เทพเจ้าทอยเต๋า

    ส่งลูกน้องไปตายแทนเรื่อยๆนั่นเอง

    หากว่ากันทางเทคนิคอ้าวป้าหม่าตามต้นฉบับก็ถือว่าทำถูกที่ใช้เงินและส่งลูกน้องไปเรื่อยๆจนต้องใช้เวลาประมาณพันตอนถึงจะทำลายตระกูลอ้าวได้สำเร็จนั่นเอง

    ผมมีนามูคอยคุ้มกันข้างกายอยู่น่าจะพอสู้กับระดับกลั่นวิญญาณหรือระดับจอมเวทย์ทั่วไปได้

    ซึ่งอันที่จริงคิงคองเงินกลัวว่าสำนักนักษัตรจะลดความสำคัญลงเพราะมีนามูอีกคนมาเข้าร่วมกลุ่มนั่นเอง

    ซึ่งหวังลี่ เอ๊ย อ้าวป้าหม่านั้นก็คิดว่า นามูคนเดียวก็เหลือเฟือแล้ว หากมีศัตรูที่เก่งกว่านามูบุกมาหาคิงคองเงินที่พลังอยู่ขั้นสร้างแก่นปราณขั้นต้น ไม่น่าจะสู้ไหว ตามบัญญัติไตรยางส์

    คนที่ไม่ใช่คนกลับมาจากโลกเซียนไม่สามารถโจมตีข้ามขั้นได้หากไม่ใช้วิชาลับ

    “เผาผลาญพลังชีวิตเพื่อใช้กระบวนท่าต้องห้าม”

    ที่จะโจมตีด้วยพลังสูงกว่าหนึ่งขั้นใหญ่แต่ต้องแลกกับพลังชีวิต

    ผมกำลังหาทางวิเคราะห์ว่าเราจะเผาผลาญพลังปราณอย่างอื่นแทนพลังชีวิตได้หรือไม่?

    ใช้ระบบจอมเวทย์แทนที่จะเป็นจอมยุทธในกรณีนี้

    “อืม ทำเรื่องนี้เสร็จแล้วพวกเราจะไปพัฒนาหมู่บ้านของนามูต่อไป”

    ผมหันไปมองพวกเขา

    “ลูกน้องที่ติดตามข้าจะต้องได้ดีทุกคน”

    “ขอบคุณนายจ๋ามาก”

    “เจี๊ยก/คร่อก/กระต๊ากพระคุณนี้ไม่มีวันลืมเลือน”

    พวกนักษัตรและนามูคุกเข่าขอบคุณ

    ผมผงกศีรษะ

    มองว่าการลงทุนพวกนี้คือการลงทุนระยะยาว

    ให้พวกเขาเห็นสิ่งปลูกสร้างที่งอกเงยขึ้นมานั้นสำคัญกว่าเงินตราหรือตัวเลขในบัญชี

    “หากพวกเจ้าต้องการใครที่ไว้ใจได้มาเข้าร่วมก็ไปเชิญมาได้”

    ผมกล่าวไว้อย่างนั้นล่ะ

    “ข้าต้องการแขนขามาทำงานช่วยในการคุ้มกันอาหู่และเสี่ยวชุ่ย”

    ผมหันไปทางเสี่ยวชุ่ย

    “หวังว่าการสร้างโรงเรียนและการให้เงินทุนการศึกษาเด็กกับโรงพยาบาลคงไม่ถือว่าขัดขวางน้องมู่หลิงนะ?”

    เสี่ยวชุ่ยจ้องอ้าวป้าหม่าอย่างสับสนและถอนหายใจ

    “เฮ้อ ไม่ได้ขัดขวาง แต่นะ-ท่านอ้าวป้าหม่าทำไมท่านถึงต้องทำตัวแข็งแกร่งข่มเข้าใส่คุณหนูมู่หลิงตลอดด้วยหากท่านทำตัวอ่อนโยน แสดงด้านอ่อนโยนให้เธอเห็น มู่หลิงเธอคงไม่โกรธแค้นท่านอ้าวป้าหม่าขนาดนี้”

    เธอมองอย่างสับสนหรืออ้าวป้าหม่าไม่ได้มีแต่ด้านร้ายอย่างเดียว

    ซึ่งเธอก็คิดว่าน่าจะใช่หากมีแต่ด้านร้ายทำไมถึงมีผู้ติดตามจำนวนมากได้?

    ส่วนอ้าวป้าหม่าส่ายศีรษะ

    มีอย่างที่ไหนบ้างที่ทำตัวดีด้วยแล้วผู้หญิงจะหลงใหลมิทราบ?

    เวลามองผู้หญิงให้มองเหมือนการมองซีอีโอ

    หากได้ผลประโยชน์จากพระรองหรือ simp อยู่แล้ว

    ทำไมต้องลงทุนหรือ invest กับคนคนนั้นมากขึ้น?

    ในทางกลับกัน หากท่านซีอีโอ บังคับขู่เข็ญ สารพัด

    การเป็นภริยาคนพวกนั้นทำให้คนพวกนั้นจากที่เคยเย็นชาหลงใหลพวกคุณเธอจนทำเรื่องบ้าบอต่างๆนานา กลับเป็นการinvest ลงทุนที่เห็นผลอย่างชัดเจน

    นิสัยของคนเป็นเช่นนี้ อาจจะไม่รู้สึกตัวแต่พวกเราหลีกเลี่ยงความเสี่ยงและเลือกทางสบายเสมอ

    “ชั้นเหนื่อยเหลือเกินเหมือนไม่ใช่ตัวชั้น”

    ที่ผู้หญิงพูดเมื่อเจอผู้ชายที่ดีก็อาจจะจริง

    ตามหลักศาสนากล่าวไว้ว่า คู่รักที่สามารถอยู่กันยืดได้มีอยู่สองประเภท

    สามีเป็นคนดีและภริยาเป็นคนดีเรียกว่าคู่สร้างคู่สม

    สามีเป็นคนเลวภริยาเป็นคนเลวเราเรียกว่าคู่เวรคู่กรรม

    หากรู้สึกว่า”เหนื่อย” เวลาเจอกับคนดีแสดงว่า”คนดี”นั้นมีคุณสมบัติที่เราไม่ต้องการเห็นในตัวคนรักของเราแล้ว

    ไม่ใช่เรื่องแปลก

    ความดีอาจจะเป็นเรื่องของมาตรฐานสังคมการตอบแทนสังคม

    คนเลวนั้นสามารถหาทรัพยากรมาให้ครอบครัวและส่วนตัวได้มากกว่าคนดีนั่นเอง

    เฮ้อ

    การใช้หมัดชกแย่งแก๊งนักเลงกิจการต่างๆในสังคมมาเป็นของตนเองนั้นก็ง่ายดายกว่าการสร้างกิจการต่างๆขึ้นมาเองเช่นกัน

    การกลับตัวจากวายร้ายเป็นคนดีนี้มันยากมากๆแถมไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าในโลกนี้คนดีจะได้รับผลตอบแทนอีก...เอ๊ะ

    เดี๋ยวก่อนคุ้นๆว่านิยายประเภทนี้จะมีค่ากรรมและค่าโชคชะตาถ้าเป็นเนื้อเรื่องแนวระบบหรือแนวความคดิเรื่องการสำนึกเสียใจ

    ที่ทำให้ไม่ผ่านด่านขั้นสูงต้องย้อนเวลากลับมาฆ่าคนในโลกเดิมตายเป็นเบือเพื่อจะรักษามารในใจ

    แสดงว่าการฆ่าคนไม่มีผลต่อมารใจอย่างนั้นหรือนี่?

    และหากค่ากรรมและค่าโชคชะตาเป็นค่าพลังอย่างหนึ่งจริงๆที่เราสามารถศึกษาได้คงต้องส่งเรื่องไปให้โรเบิร์ตวิเคราะห์อีกอย่างแล้ว

    อ้าวป้าหม่าทำหน้าเคร่งเครียดยิ้มเยาะตนเอง

    ทุกคนกลับคิดว่า ด้วยศักดิ์ศรีอ้าวป้าหม่าไม่สามารถลดตัวทำเช่นนั้นได้จึงเกิดสถานการณ์ตอนนี้ขึ้น

    จึงได้แต่เย้ยหยันตนเองอย่างปวดร้าวใจเช่นนี้

    โอ้ นายท่านอาหู่ปวดใจเหลือเกินที่เห็นนายท่านทุกข์ใจขนาดนี้

    อาหู่ส่งสายตาไปทางนักษัตรและพยักหน้าพร้อมกับนามูก็พยักหน้า

    ทั้งหมดคิดตรงกันว่าต้องหาทางเอาสาวๆมาเป็นทาสอุ่นเตียงให้นายท่านระบายความเสียใจให้ได้

    ซึ่งหากอ้าวป้าหม่ารู้ คงอยากกินยาแก้ปวดหัวหรือเก็บตัวหันเข้าหาผนังฝึกวิชาสักห้าสิบปี

    คล้ายกับเรื่องRich Second Gen Villain นายน้อยวายร้ายรุ่นสอง ที่คุณอ่าน