“ถ้าอย่างนั้นท่านต้องดูแลตัวเองแทนข้าด้วยข้าไม่อยากให้ท่านบาดเจ็บ ข้าอยากให้ท่านกินอิ่มนอนอุ่น รู้ว่าอยู่ในสงครามและท่านฝึกฝนตนเองเพื่อให้รอด ไหนๆ ก็ฝึกมาอย่างหนัก ท่านต้องรอดกลับมาหาข้า” อันดา
“ข้าจะรอดกลับมาไม่ต้องห่วง หัวใจข้าอยู่กับเจ้ายังไงก็ไม่ตายง่ายๆ” แม่ทัพหยาง
“ถ้าเช่นนั้นก็ดี วันนี้เราไปเตรียมตัวกันเถอะ” อันดาลุกขึ้นเมื่อเห็นพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน เหล่าทหารเดินมาริมตลิ่งเพื่อเก็บเอาปลาที่ดักไว้ ดูเหมือนความรู้นี้จะแพร่ออกไปรู้กันทั้งค่ายแล้วกระมัง
“เดี๋ยวข้ามา” แม่ทัพหยางหายเข้าไปในป่าสักพักใหญ่ ก็เดินแบกหมูป่าตัวใหญ่ออกมาแล้วเรียกให้ทหารที่อยู่แถวนั้นรับช่วงต่อ
“โห ท่านทำได้ยังไงน่ะ เก่งจัง” อันดาดีใจ
“ดูเหมือนเจ้าจะดึงดูดพวกมันมานะ ครั้งก่อนที่มาที่นี่ก็มีมาตัวนึง ตอนที่คุยอยู่กับเจ้าข้าก็ได้ยินเสียงของพวกมันเลยจับมาให้เจ้าไง” แม่ทัพหยางนั้นมีความสามารถพิเศษเรื่องประสาทสัมผัสที่ไวมาก ทั้งการมองเห็น การได้ยิน การรับรู้รส และกลิ่น
“เข้าใจแล้วท่านอยากให้ข้าวางใจ ได้ข้าจะวางใจ” อันดายิ้มแต่ไขว้นิ้วไว้ข้างหลัง ระเบิดกระสุนมันไม่มีตา ในสงครามอะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่เพื่อให้เขาสบายใจก็เป็นอีกเรื่อง
ทั้งหมดกลับเข้าค่ายทุกคนมีความสุขกับอาหาร ดูเหมือนเหตุการณ์วันนี้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น คืนนั้นทั้งอันดาและแม่ทัพหยางช่วยกันปลอมตัวให้ ซูเมิ่งกับเก้าเพื่อนำขบวนกลับเมืองหลวง
เมื่อขบวนจากไปในช่วงเช้ามืดคนที่มาส่งจึงไม่มีใครเห็นหน้าทั้งสองได้ชัดและทั้งสองก็เลียนแบบท่าท่าการเดินของต้นแบบได้ดี ที่ง่ายกว่าคืออันดาตัวปลอมได้นั่งรถม้าไปกับแม่ทัพที่สวมหน้ากากรูปยักษ์ไปด้วยจึงไม่มีใครมองเห็นหน้าพวกเขาได้ง่ายนัก
วันนี้ทั้งวันเหล่าทหารก็ฝึกฝน อย่างเคร่งครัด พวกที่ฝึกปืนสั้นยังมีทำปืนลั่นบ้างประปรายแต่ไม่รุนแรง แต่คนที่ทำก็จะถูกหยวนอิงทำโทษหนักเพราะหย่อนวินัยนำมาซึ่งภัยมาสู่คนรอบข้าง
ส่วนแม่ทัพหยางและอันดานั้นซ่อนตัวอยู่ในมิติเพื่อเรียนรู้การทำปีกเหยี่ยว อันดาเปิดเครื่องเลเซอร์สำหรับตัดปีกให้เขาดู เธอบอกวิธีใช้และอยู่ใกล้ๆ เขาซึ่งแม่ทัพก็ทำงานได้ดีและรวดเร็ว ส่วนอันดาก็เอาปีกที่ท่านแม่ทัพตัดไว้มาประกอบเป็นปีกเหยี่ยวไว้ให้พวกองครักษ์เงาไว้ใช้ ทำงานทั้งวันก็สามารถทำปีกเสร็จได้ห้าคู่ นับว่าเป็นการทำงานที่มีประสิทธิภาพมาก
“เครื่องยิงแสงของเจ้านี่ สามารถตัดแขนตัดขาคนได้เลย” แม่ทัพหยางทึ่งกับความสามารถของเลเซอร์ตัดมาก
“มันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเป็นอาวุธ แต่ว่าหลังจากนี้ท่านช่วยข้ายกไปที่ห้องทำสำรองได้หรือไม่” อันดาเหมือนจะนึกอะไรออก
“เจ้าจะทำอะไรหรือ” แท่ทัพ
“ถ้ามีเวลาข้าจะลองดัดแปลงดูเอาหัวยิงเลเซอร์นี่ออกมาแล้วทำเป็นรูปร่างปืนใหญ่แล้วใส่ฐานยิงดู แต่ว่าแสงนี่มันเข้มข้นแค่ในระยะใกล้ การสู้แบบไกลไม่น่าจะไปถึงเผลอๆ จะทำร้ายพวกเดียวกันเองมากกว่า” อันดายืนวิเคราะห์แล้วไม่น่าเป็นไปได้
“อืมน่าเสียดาย เพราะลำแสงของมันคมกว่าดาบเสียอีก” แม่ทัพหยางเสียดายความสามารถ
“ดาบเหรอ ใช่แล้วถ้าข้ากำหนดความยาวของแสงได้ ข้าทำ light saborของเจไดได้!!!” อันดาตื่นเต้นดีใจ
“ไร้ซึ่งอะไรนะ” แม่ทัพหยางสงสัย
“ไลท์เซเบอร์ เป็นภาษาอังกฤษเอ่อ อิงกั๋วน่ะ แปลว่าดาบแห่งแสง เป็นอาวุธของพวกเจได ถ้าเปรียบพวกเขาในสมัยของท่านก็น่าจะเป็นพวกปรมาจารย์ดาบหรือไม่ก็ปรมาจารย์กำลังภายใน เพราะพวกเขามีทั้งปัญญาปรัชญาที่เป็นเลิศมากเลย” อันดาเล่าหนังที่เธอดู
“พวกเขามีตัวตนในโลกของเจ้าหรือไม่” แม่ทัพหยาง
“ไม่มีแต่เหมือนมี สาวกสตาร์ วอร์สมีอยู่ทั่วโลก” อันดาก็เป็นหนึ่งในนั้น
“สตาร์ วอร์สหรือ” แม่ทัพหยางเผลอพูดภาษาอังกฤษ
“ท่านออกเสียงได้ชัดนะ หูท่านดีมาก ใช่มันแปลว่าสงครามดวงดาว หนังเรื่องนี้ดังก่อนข้าเกิดอีก แต่มันยังคงอยู่ ที่โลกของข้ามีไลท์ เซเบอร์นี่ขายด้วยแต่มันเป็นแค่หลอดไฟ ถ้าข้าสามารถกำหนดจุดระยะของแสงได้ ข้าก็จะทำได้ใกล้เคียงกับไลท์เซเบอร์ในหนังได้” อันดาดีใจที่นึกออก
“หนังนี่ ที่เจ้าบอกว่าเหมือนละครใช่หรือไม่” เขาชักจะสนใจหนังที่อันดาดูเสียแล้วดูว่ามีความคิดแปลกใหม่และล้ำหน้าไปมากเหนือที่เขาจะจินตนาการไปถึง
“ไว้วันหลังว่างๆ ข้าจะเปิดให้ท่านดูนะ ตอนนี้เราออกไปก่อนดีมั้ย ดูเหมือนข้างนอกจะมืดแล้ว” อันดาถาม
“ได้เจ้าหิวหรือยัง” แม่ทัพหยางสงสัย ตัวเขานั้นไม่ต้องกินได้เป็นวันๆ โดยไม่รู้สึกอะไร แต่อันดาตัวเล็กแค่นี้จะอยู่ไหวอย่างไร
“อ้อ พอท่านทักก็หิวเลย ท่านหิวมากหรือไม่” อันดา
“ข้าไม่หิว” แม่ทัพหยาง
“ถ้าไม่หิวมากกินโปรตีนบาร์นี่เถอะ มันอร่อยดีนะรสช็อกโกแลต ข้ากินรสสตรอเบอรี่” อันดายื่นโปรตีนแท่งให้แม่ทัพแล้วฉีกของตัวเอง
“กลิ่นเหมือนฉ่าวเหมย หอม” แม่ทัพทักขึ้นมา
“ใช่ๆ ฉ่าวเหมยข้านึกตั้งนาน นึกออกแต่ผิงกั่ว” การรู้หลายภาษาบางทีก็สับสน
“ขอข้ากินครึ่งนึงได้หรือไม่ข้าก็จะแบ่งของข้าครึ่งนึงให้เจ้า” แม่ทัพหยางอยากลองกิน
“ได้สิ” อันดาบิครึ่งใหญ่ยื่นให้เขาและเขาก็ทำเช่นเดียวกันกับเธอ
“อร่อยมั้ย” อันดาถามเมื่อเห็นสีหน้าของแม่ทัพแล้วคิดว่าเขาคงชอบกินสตรอเบอรี่
“อร่อย” หน้าแม่ทัพนั้นดื่มด่ำกับความหอมหวาน
“ว้นหลังข้าจะทำอะไรอร่อยๆ ให้กินนะ” อันดาบอกเขา เธอมีเมนูสตรอเบอรี่นี่มากมาย
“สีน้ำตาลนี่ก็อร่อย” แม่ทัพหยางชิม พอกินหวานแล้วมากินช็อกโกแลตที่หวานน้อยกว่าจึงรู้สึกถึงความขมนิด
“ข้าทำท่านใจแตกเสียแล้ว” อันดายิ้มตาหยี
“ใช่เจ้าอันตรายมาก” เขายิ้มแล้วมองใบหน้าระรื่นนั้นอย่างเอ็นดู
กึ๊ก! มีเสียงดังจากด้านนอก
“เจ้าอยู่นี่ก่อน ดูเหมือนพวกนั้นจะทนรอไม่ไหว” แม่ทัพหยางหันไปบอกอันดา
“ข้าต้องไปด้วยท่านออกไปคนเดียวไม่ได้” อันดาบอก
“ถ้าออกไปแล้วรีบเข้ามา ข้าไม่อยากให้เจ้าโดนลูกหลง” แม่ทัพหยาง
“วางใจได้ ข้าไม่เกะกะ” อันดารับปากแปลกๆ
“ต้องการผู้ช่วยหรือไม่” แม่ทัพหยางยืนกอดอกอยู่ที่มุมมืดของห้อง
“ท่านแม่ทัพ” เป็นหลี่เผิงที่ถูกทิ้งไว้ที่นี่ เขาพาคนแอบเข้ามาขนลังไว้เพราะก่อนไปแม่ทัพหยางบอกให้หยวนอิงมาขนหลังในวันรุ่งขึ้นเพราะม่ีการส่งมอบปื่นอีกชุด เมื่อเขาแอบเข้ามาก็เห็นลังอยู่สามหลังจริงๆ
ที่น่าแปลกใจคือนายกองเสิ่นก็เอากับเขาด้วย เขาพาทหารมากลุ่มหนึ่งเพื่อช่วยคนของหลี่เผิงยกลังไม้ออกไป
“ท่านแม่ทัพ ข้าน้อย ข้าน้อย” นายกองเสิ่นไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร
เพราะหลี่เผิงเป็นคนขององค์รัชทายาท เขาบอกว่าเป็นคำสั่งลับของรัชทายาทที่ต้องการนำอาวุธเหล่านี้ไปถวายให้ฮ่องเต้ แต่แม่ทัพไม่ยอมให้เขาจึงต้องทำการลักลอบ เพราะตำแหน่งรัชทายาทนั้น ในใจคือองค์ฮ่องเต้ในอนาคตพวกเขาจึงต้องทำตาม