ย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน

    53 คุณชายซ่งบุกหอหลงซานฮวา

           เสียมหลอหลงกล่าวกับอีกฝ่าย พร้อมทั้งนำโทรศัพท์มือถือที่ตนอัดวีดีโอเหตุการณ์ที่หลงซานผิงกำลังพยายามขืนใจมู่เสี่ยวอิงออกมาให้เฮ่อหวังซื่อได้ดู  ก่อนที่อีกฝ่ายจะโกรธจนตัวสั่น แม้กระทั่งหนวดอันเงางามของเขาก็ยังกระดิก       “ เจ้าหลงซานผิง เจ้าสารเลว เจ้าบังอาจย่ำยีเสี่ยวอิงของข้า แถมยังใส่ร้ายผู้อื่นอย่างหน้าด้าน ๆ อีกด้วย”       เฮ่อหวังซื่อระบายออกมาด้วยความคับแค้นใจที่โดนอีกฝ่ายหลอกใช้ แต่ก็รู้ตัวเองดีว่าไม่อาจจะหาญกล้าไปต่อกรกับอีกฝ่ายที่เป็นผู้มีอิทธิพลใหญ่ของที่นี่ได้      “ แต่ยังไงพวกเราก็คงจะทำอะไรมันไม่ได้ เพราะคนผู้นี้ได้ฉายาว่าอ๋องน้อยแห่งหลงซาน บิดาของมันคือผู้ที่มีอิทธิพล และสามารถชี้เป็นชี้ตายผู้คนที่นี่ได้  ไม่เชื่อท่านลองถามท่านเจียวดูสิขอรับ”       เฮ่อหวังซื่อเอ่ยกับอีกฝ่าย ก่อนจะหันไปทางชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนผู้ดีตกยาก ที่กำลังนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่  เมื่อโดนพาดพิงเช่นนั้น ชายคนดังกล่าวเหมือนดังโดนสะกิดแผลขึ้นมา จึงมีอาการคุ้มคลั่งอาละวาดขึ้นมาด้วยความแค้นใจ ก่อนที่คนอื่น ๆ จะช่วยกันห้ามให้เขาสงบสติอารมณ์      “ เศรษฐีเจียว ใจเย็น ๆ ก่อน คุณชายซ่ง คือว่าท่านผู้นี้คือเจียวอู๋จี้  เป็นคหบดีใหญ่ของที่นี่ ถือเป็นคู่แข่งคนสำคัญของหลงซานกู่ แต่เมื่อวานนี้อีกฝ่ายหาเรื่องใส่ร้ายว่าท่านเจียวค้าของเถื่อน โดยมีเจ้าสุนัขรับใช้เฉิงจินและหยวนเซียวเป็นผู้จัดฉากเพื่อเข้าจับกุม”        เถียนหยางหลิงปลอบเถ้าแก่เจียวให้ใจเย็น ๆ พร้อมทั้งหันมาเล่าเรื่องปูมหลังของอีกฝ่ายให้กับสหายใหม่ตรงหน้าฟัง  ก่อนจะเล่าให้ฟังอีกว่าตอนนี้ทรัพย์สินทั้งหมดของเจียวอู๋จี้โดนยึดเข้าเป็นของหลวง แต่กลับถูกหลงซานผิงแอบประมูลไปเป็นของตนในราคาสุดถูกยิ่งกว่าได้เปล่า นอกจากนี้คุณหนูเจียวเหล่งนึ่ง บุตรีเพียงคนเดียวของเศรษฐีเจียวยังถูกส่งเข้าไปยังหอหลงซานฮวา หอนางโลมขึ้นชื่อของที่นี่ เพื่อรอถูกนำตัวนางออกประมูลพรหมจรรย์ โดยผู้ที่รอประมูลนางจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหลงซานกู่ คู่อริคนสำคัญของเขานั่นเอง       “ ใช่แล้วพี่เถียน  อ้อ ข้ายังได้ยินมาว่าทางหอเตรียมจัดการประมูลพรหมจรรย์ของนางในคืนนี้อีกด้วย  ช่างน่าสงสารนางจริง ๆ ทั้งที่นางเป็นคนจิตใจดี ชอบช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก แต่กลับต้องมาตกเป็นของเล่นของเจ้าแก่ตัณหากลับตนนี้”       เฮ่อหวังซื่อกล่าวเสริมขึ้นมา พร้อมทั้งหันไปทางเจียวอู๋จี้  ก่อนจะกล่าวว่า จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้รู้สึกเห็นใจหรือสงสารเศรษฐีหน้าเลือดผู้นี้เลย แต่เขาสงสารผู้เป็นบุตรีที่เป็นคนจิตใจงดงามมากกว่า  เพียงแต่ตัวเขาเองก็ไม่ได้สามารถจะทำอะไรได้ เพราะอีกฝ่ายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของที่นี่จริง ๆ       “ อะไรนะ  คืนนี้งั้นรึ  เหตุใดถึงได้รวดเร็วเช่นนี้   โธ่ลูกพ่อ  ฮือ ๆ พ่อจะช่วยเจ้าได้อย่างไรกัน?”     เจียวอู๋จี้ถึงกับตกใจจนหน้าถอดสีเมื่อได้ยินอีกฝ่ายกล่าวเช่นนั้น เพราะเขาไม่คิดว่าทางนั้นจะรีบร้อนและรวบรัดขนาดนี้   ในขณะที่เสียมหลอหลงเองกำลังรวบรวมข้อมูลทั้งหมด ซึ่งจากการที่เขาลงทุนยอมโดนจับกุมเข้าห้องขังแห่งนี้ ก็เพราะเขาต้องการจะพิสูจน์และรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นในการเตรียมรับมือกับผู้มีอิทธิพลที่นี่  ถึงตอนนี้ทำให้เขาได้รู้ว่าข้อมูลที่หวังฮั่นส่งให้เขานั้นเป็นจริงถึง 9 ใน 10 ส่วน     ส่วนด้านการค้าและการเตรียมการปฏิรูปที่นี่ ที่เขาได้มอบหมายให้หลินซู่เฟินและเจียงกัดหลู รวมทั้งหวังฮั่น มาดำเนินการก่อนล่วงหน้านั้น คนทั้งสามได้ส่งข่าวมารายงานเขาเมื่อสามวันก่อนว่าทุกอย่างราบรื่นและเป็นไปด้วยดี  โดยเฉพาะกิจการต่าง ๆ ได้รับความนิยมและขายดี ไม่ต่างจากที่เมืองเทียนหยาง  รวมทั้งหลงซาน นิวส์ ที่ขายเกลี้ยงแผงตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่วางแผง เพราะเป็นสิ่งแปลกใหม่และไม่เคยมีมาก่อน  ส่วนกุนซือคู่ใจของเขาก็ดำเนินภารกิจที่เขามอบหมายให้เป็นการลับ โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้   ทำให้ตอนนี้เขามีข้อมูลที่จำเป็นในการปฏิรูปเกินกว่าครึ่งแล้ว เหลือเพียงข้อมูลที่สำคัญอีกบางอย่างที่เขาจำเป็นต้องลงมาสืบหาความจริงด้วยตนเอง      “ ท่านเจียว ท่านไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้  เรื่องแม่นางเจียวปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเถอะ”      อาหลงเอ่ยให้อีกฝ่ายวางใจ ก่อนที่เจียวอู๋จี้จะทำหน้าประหลาดใจที่อีกฝ่ายยังทำเป็นอวดดีอยู่ได้ ทั้ง ๆ ที่ตนเองก็ยังเอาตัวไม่รอดเลย      “ ท่านเจียว ท่านวางใจเถอะ ถ้าคุณชายซ่งรับปากท่าน แสดงว่าเขาต้องมีความมั่นใจจริง ๆ อีกอย่างเมื่อครู่ท่านไม่เห็นฝีมือในการเรียกเหล่าอสรพิษพวกนั้นหรือไร  ท่านทำใจให้สบายเถิด”       เป็นเถียนหยางหลิงที่เอ่ยปากให้เจียวอู๋จี้ทำใจให้สบาย  ก่อนที่เฮ่อหวังซื่อจะเอ่ยปากให้ซ่งเส้าเหลียงหรือก็คือเสียมหลอหลงช่วยคืนความบริสุทธิ์ให้กับเถียนหยางหลิงด้วย                          “ เรื่องราวของท่าน เป็นไปมายังไงพี่เถียน?”      นายอำเภอหนุ่มเอ่ยถามอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะเล่าให้อีกฝ่ายฟังว่า เป็นเฉิงจินและหยวนเซียวที่วางแผนมอมเหล้าตน ก่อนจะจัดฉากว่าเขาบังคับขืนใจและพลั้งมือฆ่านางโลมนางหนึ่งตาย ทำให้เขาโดนถอดจากตำแหน่ง และถูกส่งเข้าคุกแห่งนี้  ในขณะที่หยวนเซียวคนทรยศกลับได้เลื่อนขึ้นเป็นหัวหน้ามือปราบแทน             “ พวกมันช่างชั่วช้าจริง ๆ แล้วท่านคิดทำอย่างไรต่อไปท่านพี่เถียน?”      อาห่าวที่นั่งเป็นผู้ฟังที่ดีอยู่นานเอ่ยกับอีกฝ่ายอย่างเห็นใจ ก่อนที่อดีตหัวหน้ามือปราบจะกล่าวอย่างปลง ๆ ว่าตนเองคงได้ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมนี้  นอกจากจะมีขุนนางตงฉินมาช่วยรื้อคดีและคืนความบริสุทธิ์ให้กับเขา                “ ท่านวางใจได้เลย พี่ใหญ่ของเราจะช่วยคืนความเป็นธรรมให้กับท่านเอง”     ฮวยเซ็งที่นั่งอยู่ข้าง ๆ น้องเล็กของตนเป็นฝ่ายเอ่ยปากให้กำลังใจเถียนหยางหลิงอีกคน  ก่อนที่อดีตหัวหน้ามือปราบจะหันมาสบตาพวกเขา พร้อมทั้งขอบคุณที่พวกเขามีน้ำใจไมตรีที่ดีต่อตน      “ แต่ก่อนอื่น เราต้องหาทางช่วยเหลือแม่นางเจียวก่อน  มิเช่นนั้นคืนนี้นางคงจะต้องตกนรกทั้งเป็นอย่างแน่นอน”     เสียมหลอหลงเอ่ยขึ้นมาอย่างร้อนใจ  ก่อนที่ทุกคนจะพยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นนายอำเภอหนุ่มจึงขอให้เจียวอู๋จี้รับปากข้อแม้ของเขา 2 ข้อ เขาจึงจะยอมช่วยบุตรีของอีกฝ่าย  ซึ่งข้อแม้ที่ว่าก็คือเขาขอให้ต่อจากนี้เศรษฐีเจียวจะต้องเลิกเอารัดเอาเปรียบชาวบ้าน และทำการค้าอย่างยุติธรรม ส่วนอีกข้อคือ ขอให้เขาจัดตั้ง”ศาลาเอื้ออาทร”ขึ้นมา เพื่อช่วยรักษาคนเจ็บและผู้ป่วยที่ไม่มีเงินค่ารักษาฟรี ๆ โดยให้แม่นางเจียวที่ชื่นชอบและมีทักษะในด้านการแพทย์เป็นผู้ดูแลสถานที่แห่งนี้     “ ตกลงคุณชายซ่ง  ถ้าท่านสามารถช่วยลูกสาวข้า และคืนความเป็นธรรมให้กับข้าได้  ข้าสัญญาว่าข้าจะทำตามที่ท่านร้องขอมาทั้งหมด เพราะจริง ๆ แล้วตอนนี้ข้าก็ไม่มีอะไรเหลือแล้ว ถ้าหากได้ทำตามที่ท่านบอก ก็ถือว่าข้าได้ทำคุณไถ่โทษต่อชาวบ้านที่ข้าเคยเอาเปรียบพวกเขามานาน”      เจียวอู๋จี้รับปากกับเสียมหลอหลงด้วยความเต็มใจ เพราะหลังจากที่เขาหมดวาสนาก็ทำให้เขาได้รู้และเข้าใจสัจธรรมที่ว่า “ สิ้นวาสนา ขนาดหมายังเมิน”  เพราะบรรดาสหายของเขาที่เคยมาดื่มกินและขอความช่วยเหลือจากเขา ต่างพากันเมินเฉย ไม่มีใครกล้าให้ความช่วยเหลือเขาแม้แต่คนเดียว  ลำพังตัวเขาเองไม่ได้ห่วงชีวิตเท่าไหร่ เพราะถือว่าชาตินี้เขาใช้ชีวิตได้คุ้มเกินคุ้มแล้ว  จะมีห่วงก็ตรงบุตรีคนเดียวของตนที่จะต้องถูกผู้อื่นข่มเหงย่ำยี  เรื่องนี้เขายังทำใจยอมรับไม่ได้จริง ๆ  จากนั้นเสียมหลอหลงจึงเอ่ยปากขอสิ่งของบางอย่างจากเจียวอู๋จี้ เพื่อจะได้แสดงให้นางดูเวลาที่เขาไปช่วยนางที่หอ              “ เฮ่อหวังซื่อ เจ้าอยู่ที่ใด เหตุใดเจ้ายังไม่จัดการตามที่ใต้เท้าสั่งการอีกเล่า?”      เป็นผู้คุมสองคนที่เดินมาที่ห้องขัง ก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัย เมื่อยังเห็นว่าเป้าหมายทั้งสามยังอยู่ดีมีสุข ไม่ได้ถูกอีกฝ่ายยำเละอย่างที่คาดไว้     “ มารดาเจ้าสิ  เจ้าเกือบทำให้ข้าทำาร้ายผู้บริสุทธิ์  รอให้ข้าออกไปได้ข้าจะคิดบัญชีกับพวกเจ้าให้หนัก ระวังตัวไว้เถอะ”      เฮ่อหวังซื่อตะโกนใส่ผู้คุมทั้งสองอย่างดุร้าย  ราวกับเสือที่จ้องจะตะครุบเหยื่อ   ก่อนที่ผู้คุมทั้งสองจะถอยกรูดห่างจากลูกกรงอย่างไม่เป็นท่า              “ ถ้าเช่นนั้น เจ้ากับสมุนของเจ้าก็จงอยู่แต่ในนั้นเถอะ  พวกเราไป”     ผู้คุมทั้งสองเอ่ยกับอีกฝ่ายอย่างระแวงระวังภัย ก่อนจะรีบพากันไปรายงานใต้เท้าของตนให้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  โดยในขณะนั้นเป็นเวลาพลบค่ำแล้ว หลังจากนั้นหนึ่งชั่วยามผู้คุมทั้งสองย้อนกลับมาที่ห้องขังอีกครั้งพร้อมกับจานอาหารค่ำของนักโทษ ซึ่งมีแต่ข้าวกับผัดผัก ดูไปแล้วทุกคนแทบจะกระเดือกไม่ลง          ณ หอหลงซานฮวา   “ เหล่งนึ่ง เจ้าอย่าได้ขัดขืนอีกเลย สถานะของเจ้าไม่เหมือนเดิมแล้ว บิดาเจ้าก็ถูกคุมขังอยู่ในคุก ยังไง ๆ เจ้าก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือท่านหลงซาน  มิสู้เจ้าทำตัวดี ๆ จะได้เป็นที่โปรดปรานของท่าน”    แม่เล้ารุ่นใหญ่นางหนึ่งกำลังหว่านล้อมแกมข่มขู่บุตรีคนเดียวของเจียวอู๋จี้ ซึ่งถูกส่งมายังหอหลงซานฮวาแห่งนี้ สาวงามนางนี้อายุเพียงแค่ 17 ย่าง 18 จัดว่าเป็นหญิงงามล่มเมืองคนหนึ่ง ทั้งรูปร่างหน้าตา ผิวพรรณหรือชาติตระกูล โดยเฉพาะจิตใจที่อ่อนโยนและชอบช่วยเหลือผู้อื่น เรียกว่างามพร้อมทั้งภายนอกและภายใน  แต่ตอนนี้นางเอาแต่ร้องห่มร้องไห้ จนแม่เล้าเองก็รู้สึกเห็นใจนาง เพราะรู้ว่านางเป็นหญิงสาวที่ดีงามและจิตใจดีเป็นที่รู้ดีของผู้คนทั่วไป เพียงแต่นางเองต้องทำตามหน้าที่ จึงทำได้เพียงแค่ปลอบใจให้นางยอมรับชะตากรรมเท่านั้น     “ คุณหนูเจียว ท่านอย่าทำให้ข้าต้องลำบากใจเลย  ถ้าท่านยังดื้อดึงเช่นนี้ ข้าไม่อยากคิดเลยว่าท่านพ่อของท่านที่อยู่ในคุกจะต้องประสบพบเจออะไรบ้าง”     เจียวเหล่งนึ่งถึงกับอึ้งไปเมื่อได้ยินคำขู่กลาย ๆ ของแม่เล้า  ทำให้นางมีท่าทีที่สงบลงไปเยอะ จากนั้นแม่เล้าจึงจัดการแปลงโฉมนางเสียใหม่จนกลายเป็นสาวงามผู้เลอโฉมราวกับนางเซียนที่ลงมาเที่ยวเล่นโลกมนุษย์ก็ไม่ปาน                       ณ ร้านสะดวกซื้อ หลงซาน มาร์ท                    “ คุณชาย ท่านต้องการสิ่งใดเจ้าคะ?”      ลูกจ้างสาวร้านสะดวกซื้อเอ่ยถามลูกค้าหนุ่มที่กำลังยืนเลือกสินค้าอยู่ โดยเขาหันหลังให้กับนาง แต่นางกลับรู้สึกว่าตนเองคุ้นเคยกับบุรุษผู้นี้อย่างมาก                         “ แม่นางเสี่ยวหลาน คุณหนูของท่านอยู่หรือไม่?”     “ ท่าน ท่าน คุณชาย ท่านมาได้อย่างไรเจ้าคะ  ในราชโองการบอกว่าท่านเลื่อนการรับตำแหน่งไปอีกสองสัปดาห์มิใช่หรือเจ้าคะ?”      สาวงามนางนี้ถึงกับตกตะลึง เมื่อได้เห็นชายหนุ่มผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตนางกับคุณหนูของนาง ก่อนที่เขาจะจุ๊ปากเป็นสัญญาณให้นางอย่าได้กระโตกกระตาก เพราะว่าในร้านยังมีลูกค้าอยู่จำนวนมาก     “ คุณหนูนางอยู่ด้านในเจ้าค่ะ ท่านกุนซือกับท่านหวังฮั่นก็อยู่ด้านในเช่นกัน   คงกำลังปรึกษาหารือแผนงานกันอยู่  ถ้านางรู้ว่าท่านมาถึงแล้วนางจะต้องดีใจมาก ๆ แน่ ๆ  เชิญคุณชายทางนี้เจ้าค่ะ”     เสี่ยวหลานเอ่ยกับอีกฝ่ายอย่างยินดี ก่อนที่จะเดินนำทางเขาเข้าไปหาคนทั้งสามด้านหลังร้าน จากนั้นจึงกลับออกมาดูแลลูกค้าด้านนอกตามเดิม           “ คุณชายซ่ง คุณชายซ่ง ท่านไปที่ใดแล้ว  น้องฮวย พี่ใหญ่ของท่านหายไปไหนแล้ว หรือว่าจะถูกพวกมันพาตัวออกไป เอ่อ แย่แล้ว”       เถียนหยางหลิงที่เพิ่งรู้สึกตัวขึ้นมา เอ่ยถามถึงเสียมหลอหลง เพราะไม่เห็นเขาอยู่ในห้องขังอีกแล้ว  ก่อนที่คนอื่น ๆ จะทยอยรู้สึกตัวขึ้นมา และได้รู้ว่ากับข้าวที่ผู้คุมนำมาให้พวกเขากินนั้นมียานอนหลับผสมอยู่    “ เลวมาก พวกมันกล้าวางยาในอาหารของพวกเรา  ไม่รู้ตอนนี้คุณชายซ่งจะเป็นเช่นไรบ้าง?”    หวังเฮ่อซื่อกล่าวขึ้นมาอย่างเดือดเนื้อร้อนใจ และเป็นห่วงในชะตากรรมของอีกฝ่าย ซึ่งตัวเขาเองรู้สึกชื่นชมในตัวของซ่งเส้าเหลียงผู้นี้เป็นอันมาก จนเขาตั้งใจว่าจะติดตามรับใช้คนผู้นี้ไปทั้งชีวิต    แต่แท้จริงแล้ว เป็นเสียมหลอหลงเองที่ใช้วิชาล่องหนและเคลื่อนย้ายในพริบตา หรือเรียกง่ายว่าการหายตัวนั่นเอง โดยวิชานี้เขากับองค์หญิงห้า ต้วนอี้เฟยทำการฝึกร่วมกัน  เพียงแต่ช่วงนี้เขายังอยู่ในช่วงเริ่มฝึกไม่นาน  ทำให้หายตัวได้ในระยะใกล้ ๆ ไม่เกินสองร้อยก้าว รวมทั้งล่องหนได้คราวละไม่เกิน 1 เค่อเท่านั้น    แต่เพียงเท่านี้ก็เพียงพอให้เขาเอาตัวรอดออกจากคุกเพื่อไปแจ้งข่าวและวางแผนกับหลินซู่เฟิน เจียงกัดหลู และหวังฮั่นได้  ก่อนที่เขาจะรีบไปช่วยเจียวเหล่งนึ่งให้ทันเวลา        ณ หอหลงซานฮวา                         “ เอาล่ะ มีใครจะให้ราคาสูงกว่านี้อีกหรือไม่?”       แม่เล้าเอ่ยถามผู้ที่มาร่วมการประมูลครั้งนี้ ซึ่งตริง ๆ แล้วเป็นเพียงแค่การจัดฉากตบตาผู้คนเท่านั้น  เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าไม่มีใครกล้าประมูลแข่งกับหลงซานกู่อย่างแน่นอน      ส่วนคนอื่น ๆ ที่แกล้งทำเป็นเสนอราคาแข่งกับเขาในช่วงแรก ๆ ล้วนแต่เป็นหน้าม้าที่เขาจัดหามาทั้งนั้น  โดยตอนนี้หลงซานกู่ให้ราคาประมูลสูงถึง 1,000 ตำลึงเลยทีเดียว  และเมื่อเห็นว่าถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว แม่เล้าจึงประกาศให้หลงซานกู่เป็นผู้ชนะในการประมูลคืนนี้ รวมทั้งจะได้เป็นผู้ครอบครองพรหมจรรย์ของนาง ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่มาร่วมการประมูล    “ ถ้าไม่มีใครให้ราคาสูงกว่านี้ ข้าขอประกาศให้ท่านหลงซานกู่เป็นผู้ชนะ.....”                                               “ ข้าให้ 1,100 ตำลึง”     จู่ ๆ ก็มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเสนอราคาเพิ่มขึ้นอีก ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่ต่างจ้องมองมาที่เขาเป็นตาเดียว   ในขณะที่หลงซานกู่เองต้องกัดฟันกรอด ๆ ด้วยความโมโห ที่มีคนมาขัดขวางเวลาแห่งความสุขของตน ก่อนจะเสนอราคาสู้กับชายหนุ่มแปลกหน้าผู้นี้อย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน“ 1,200 ตำลึง”“ ข้าให้ 1,300 ตำลึง”“ 1,400 ตำลึง”“ ข้าให้ 1,500 ตำลึง”“ 1,600 ตำลึง”“ ข้าให้ 1,700 ตำลึง”“  1,800 ตำลึง”“ ข้าให้ 1,900 ตำลึง”          ทั้งสองฝ่ายต่างเกทับราคากันโดยไม่มีใครยอมใคร  ท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้ที่มาร่วมประมูลแต่หมดสิทธิ์ไปแล้ว   โดยถึงตอนนี้หลงซานกู่โมโหจนหน้าดำหน้าแดง เพราะตนเองรู้สึกเสียหน้าที่มีคนกล้ามาตอแยกับตนอย่างไม่กลัวตาย  ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเพิ่มราคาแบบก้าวกระโดด เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายกล้าสู้ราคา“ 3,000 ตำลึง”      สิ้นเสียงหลงซานกู่ เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมรอบด้านเป็นอันมาก ก่อนที่พวกเขาจะช่วยกันลุ้นว่าชายหนุ่มผู้นี้จะมีปัญญาต่อกรกับอีกฝ่ายต่อหรือไม่“ ข้าให้ 4,000 ตำลึง”      ชายหนุ่มหน้ามนเอ่ยเรียกราคาเพิ่มขึ้น โดยไม่มีทีท่าว่าจะยอมจำนวนต่อเศรษฐีเฒ่าผู้นี้แม้แต่น้อย โดยคนส่วนใหญ่เริ่มหันมาเชียร์หนุ่มรูปงามผู้นี้ เพราะพวกเขาส่วนใหญ่ล้วนแต่รักใคร่คุณหนูเจียวผู้แสนดีนางนี้ จึงอยากให้นางได้คู่ครองที่คู่ควรกันอย่างคุณชายท่านนี้ มากกว่าจะต้องไปเป็นอนุของตาเฒ่าตัณหากลับอย่างหลงซานกู่“  5,000 ตำลึง”“ ข้าให้ 10,000 ตำลึง”“  15,000 ตำลึง”“ ข้าให้ 30,000 ตำลึง”“  35,000 ตำลึง”“ ข้าให้ 50,000 ตำลึง”            หลังจากขับเคี่ยวกันมานาน ชายหนุ่มผู้นี้คอยเพิ่มราคาให้สูงขึ้นจนน่าตกใจ  จนหลงซานกู่เองเริ่มจะไม่พอใจ และคิดทบทวนพร้อมกับนึกเสียดายเงินจำนวนมากเช่นนี้ ถ้าหากตนชนะการประมูล   แต่อีกทางหนึ่ง ตัวเขาเองก็ไม่สามารถหยุดหรือพ่ายแพ้ให้กับเจ้าหนุ่มหน้าอ่อนคนนี้ได้ มิฉะนั้นตนคงจะเป็นที่เย้ยหยันของผู้คนทั้งอำเภอเป็นแน่  ทางด้านคุณหนูเจียวเอง เมื่อเห็นว่ามีคนเสนอตัวประมูลแข่งกับตาเฒ่าแซ่หลงซาน  นางก็คอยลุ้นเอาใจช่วยเขาสุดชีวิต เพราะอย่างน้อยคนผู้นี้ก็มีรูปลักษณ์น่าดูชม และท่าทางเป็นสุภาพบุรุษผู้หนึ่ง  นางจึงยินดีที่จะติดตามเขามากกว่าที่จะเป็นอนุของตาเฒ่าหัวงูผู้นี้          เมื่อเห็นเรื่องราวยืดเยื้อดังนั้น  ถึงแม้ว่าหลงซานกู่จะนึกเสียดายเงินจำนวนมหาศาลเหล่านี้เพียงใด แต่ด้วยศักดิ์ศรีและหน้าตาที่ยอมไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจที่จะปิดเกมในคืนนี้ด้วยการเสนอราคาที่อีกฝ่ายไม่น่าจะสู้ไหว                                                “ 100,000 ตำลึง” ..........................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก....มาแล้วครับ มาแบบต่อเนื่องเช่นเคยสำหรับตอนที่ 53  เพื่อให้รีดที่น่ารักทุกท่านได้อ่านแบบไม่ต้องคอยนาน  สำหรับตอนนี้อาหลงของเราต้องเจอกับสถานการณ์ที่ท้าทายหลายเรื่อง ทำให้เขาต้องงัดวิชา ความรู้ที่เขามีทั้งหมดออกมาใช้ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ต่าง ๆ  ส่วนท้ายที่สุดแล้วแม่นางเจียวผู้แสนดีจะตกเป็นของผู้ใด นางจะต้องกลายเป็นแค่ของเล่นของตาเฒ่าตัณหากลับหรือไม่  มาร่วมลุ้นและติดตามอ่านได้ในตอนต่อไปได้เลยครับ        ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านด้วยดีเสมอมานะครับ รวมทั้งคอมเมนท์ที่เป็นเหมือนยาชูกำลัง ช่วยให้ไรท์มีแรงกาย แรงใจในการเขียนตอนต่อไป ๆ เรื่อย ๆ  ขอบคุณอีกครั้งครับ  ขอบคุณจริง ๆ...........................................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ การวางแผนสำคัญก็จริง แต่ถ้าข้าไม่ยอมลงมือทำ  จะไม่มีอะไรมากไปกว่าที่เป็นอยู่ในตอนแรก”