มือของอาร์คเย็นจัด เย็นราวกับโลหะที่ถูกทิ้งไว้กลางฤดูหนาว แต่ัันั้นกลับแ่เบาอย่างเหลือเชื่อ ราวกับเขากำลังระมัดระวังไม่ให้ปลายนิ้วของเขาทำร้ายเธอแม้แต่น้อย หลินเยว่สบตากับดวงตาสีแดงเข้มคู่นั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนปล่อยมือออกอย่างช้า ๆ
“ขอบคุณ” เธอเอ่ยเสียงแ่เบา แต่แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
อาร์คไม่ตอบ เขาเพียงก้มหน้าลงเล็กน้อย แล้วขยับมายืนอยู่ด้านข้างเธอในตำแหน่งที่สามารถปกป้องเธอได้ทันทีหากเกิดอันตราย เด็กสาวที่เธอช่วยไว้ยังคงสั่นเทา แต่คราวนี้เธอไม่ได้ร้องไห้เหมือนเดิมแล้ว เจย์ดันแว่นขึ้นด้วยมือที่สั่นไม่ต่างกัน
“ผมไม่คิดว่าวันแรกของวันสิ้นโลกจะได้ร่วมทางกับ… สิ่งมีชีวิตระดับผิดกฎธรรมชาติ” เจย์พึมพำกับตัวเอง ดวงตาจับจ้องไปที่อาร์คอย่างไม่วางตา
หลินเยว่ถอนหายใจ “เก็บคำถามไว้ก่อน ถ้าเราไม่ออกจากตึกนี้ ทุกคนจะได้คำตอบในฐานะศพ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง เจย์พยักหน้าเห็นด้วยทันที
ทั้งสี่คนเริ่มเคลื่อนตัวลงบันไดหนีไฟอย่างระมัดระวัง เสียงคำรามดังมาจากทุกชั้น บางครั้งมีเสียงคนกรีดร้องดังแทรกขึ้นมา ก่อนจะเงียบลงอย่างฉับพลัน กลิ่นเืและควันไฟคละคลุ้งในอากาศ หลินเยว่พยายามไม่คิดว่ามีคนจำนวนเท่าไรที่ไม่มีโอกาสรอดในวันนี้
พวกเขาเพิ่งลงมาถึงชั้นสิบแปด เมื่อเสียงกระแทกดังสนั่นขึ้นจากประตูด้านล่าง
โครม!
ประตูเหล็กบิดงอ สิ่งมีชีวิตรูปร่างมหึมากระแทกตัวเองเข้ามา มันสูงเกือบสามเมตร กล้ามเนื้อบวมผิดรูปจนฉีกเสื้อผ้าขาดเป็ชิ้น ๆ แขนขวากลายเป็กรงเล็บกระดูกยาวน่าหวาดผวา
[ ระบบ Genesis Core: วิเคราะห์เป้าหมาย… ]
[ Brute Mutant ]
[ ระดับ: Elite+ ]
[ อัตราการเอาชนะของทีมปัจจุบัน: 0.4% ]
เด็กสาวส่งเสียงสะอื้น เจย์ถอยหลังชนผนังด้วยใบหน้าซีดเผือด “ตัวเลขนี้ไม่ใช่ตัวเลขที่ผมอยากเห็นเลย”
สัตว์ประหลาดคำรามจนบันไดสั่นะเื ก่อนพุ่งตรงเข้าหาหลินเยว่ ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตา อาร์คก้าวออกมายืนตรงหน้าเธอ เขาไม่หลบ ไม่ถอย เพียงยกมือขึ้นรับกรงเล็บขนาดั์ด้วยมือเปล่า
เคร้ง!
เสียงกระแทกดังเหมือนเหล็กชนเหล็ก พื้นใต้เท้าของเขาแตกร้าวเป็วงกว้าง แต่ร่างสูงใหญ่กลับไม่ขยับแม้แต่นิ้วเดียว ดวงตาสีแดงของเขาหรี่ลงเล็กน้อย จากนั้นเขาก็กำมือแน่น กรงเล็บกระดูกของ Brute Mutant แตกละเอียดราวกับแก้ว สัตว์ประหลาดส่งเสียงร้องด้วยความเ็ป
อาร์คคว้าศีรษะของมันด้วยมือเดียว แล้วยกขึ้นจากพื้นราวกับไม่มีน้ำหนัก
ตูม!
เขากระแทกร่างนั้นเข้ากับผนังคอนกรีตจนผนังยุบเป็หลุมลึก ยังไม่จบ พลังงานสีดำแดงรวมตัวในฝ่ามือของเขา ก่อนะเิออกในชั่วขณะเดียว ร่างของ Brute Mutant สลายเป็เศษเนื้อและเถ้าสีดำ ความเงียบเข้าปกคลุมบันไดหนีไฟอีกครั้ง
หลินเยว่ยืนอึ้ง เจย์อ้าปากค้าง เด็กสาวมองอาร์คราวกับเห็นเทพเ้าแห่งความตาย
[ ติ๋ง! ]
[ ตรวจพบการต่อสู้ระดับสูง ]
[ เก็บข้อมูลสำเร็จ ]
[ ความเข้าใจต่อ “พลังวิวัฒนาการ” เพิ่มขึ้น ]
อาร์คหันกลับมาหาเธอทันที สิ่งแรกที่เขาทำไม่ใช่การโอ้อวดพลัง แต่เป็การตรวจดูว่าเธอาเ็หรือไม่ ปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะที่ข้อมือของเธอเบา ๆ เมื่อแน่ใจว่าเธอปลอดภัย เขาจึงลดมือลง หัวใจของหลินเยว่เต้นแรงอย่างประหลาด สัตว์ประหลาดผู้สามารถทำลายทุกสิ่งตรงหน้า กลับสนใจเพียงว่าเธอเป็อะไรหรือไม่
เธอกลืนน้ำลาย “ฉันไม่เป็ไร”
ดวงตาสีแดงของเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนคล้ายผ่อนคลายลง แล้วเขาก็ถอยไปยืนด้านข้างอีกครั้ง เจย์พึมพำเบา ๆ “เขาไม่ใช่ซอมบี้ที่ปกป้องมนุษย์… เขาปกป้องคุณคนเดียว”
หลินเยว่ไม่ได้ตอบ เพราะเธอเองก็เริ่มตระหนักถึงความจริงข้อนั้น ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ท่ามกลางฝูงซอมบี้ หรือเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งเพียงใด สายตาของอาร์คมีเพียงเธอเท่านั้น
ทั้งสี่คนลงมาถึงชั้นล่างในอีกไม่กี่นาทีต่อมา โถงล็อบบี้ที่เคยหรูหรากลายเป็สนามนองเื กระจกแตกกระจาย เฟอร์นิเจอร์พังยับ และฝูงผู้ติดเชื้อนับร้อยกำลังเดินวนเวียนอยู่ด้านนอกอาคาร ท้องฟ้าเหนือเมืองถูกย้อมเป็สีเทาหม่น ควันไฟพวยพุ่งจากตึกหลายแห่ง เสียงไซเรน เสียงะเิ และเสียงกรีดร้องดังมาจากทุกทิศทาง โลกที่เธอรู้จักได้หายไปแล้ว
เจย์กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก “ผมคิดว่า… พวกเราเพิ่งได้เห็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น”
หลินเยว่กำมือแน่น ระบบยังคงส่องแสงอยู่ตรงหน้าต่างโปร่งใส ภารกิจแรกยังไม่สิ้นสุด และเธอรู้ดีว่านี่เป็เพียงก้าวแรกของเส้นทางที่ไม่มีวันหวนกลับ
อาร์คยืนอยู่ข้างเธอ ดวงตาสีแดงมองออกไปยังเมืองที่ลุกเป็ไฟ ก่อนหันกลับมาสบตาเธอ ในความเงียบงันนั้น หลินเยว่รับรู้ได้ถึงคำมั่นสัญญาที่ไม่ต้องใช้คำพูด ตราบใดที่เขายังยืนอยู่ตรงนี้ จะไม่มีสิ่งใดแตะต้องเธอได้
หลินเยว่สูดลมหายใจลึก จากนั้นก้าวออกจากอาคารเป็คนแรก ก้าวเข้าสู่โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยเื ความตาย และวิวัฒนาการ โดยมีราชันย์ซอมบี้เดินเคียงข้างเธอ และไม่มีใครรู้ว่า การเดินออกจากตึกแห่งนี้ในวันนี้ จะกลายเป็ก้าวแรกของการเปลี่ยนชะตากรรมของทั้งโลก