วันรุ่งขึ้น
ครอบครัวขจิตโสภิตชนากูลต่างออกมาต้องรับครอบครัวเตชานันท์ที่มากันตั้งแต่เช้า ซึ่งนอกจากคุณหญิงไพพรรณแล้วยังมีคุณปู่ และพ่อแม่ของภามมาด้วย
หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างแนะนำตัวกันเสร็จสรรพ ไพพรรณจึงเข้าประเด็นสำคัญ
“ก็อย่างที่รู้กันว่าวันนี้พวกเรามาขอหนูอัญให้หมั้นกับตาภามของเรา คุณขจรกับคุณทานตะวันจะอนุญาตเด็กทั้งสองให้หมั้นกันไว้ก่อนไหม”
“ค่ะ” ทานตะวันตอบรับ เมื่อคืนสามีได้บอกเธอไว้แล้ว ซึ่งเธอเองก็ไม่มีปัญหาอะไรแม้แต่น้อย
ตลอดหลายเดือนที่รู้จักกันมา ภามเป็นผู้ชายที่ดีมากคนหนึ่ง ดีกว่าสามีเธอตอนหนุ่ม ๆ เสียอีก แถมพอเอาชื่อบริษัทจากกล่องตุ๊กตาที่ส่งมาบ้านไปแอบเช็กข้อมูลดู ก็พบว่าภามเป็นไฮโซที่ประวัติขาวสะอาดยิ่งกว่าสำลีอีก ไม่เคยมีข่าวเรื่องผู้หญิงแม้แต่นิดเดียว ผู้ชายที่เพียบพร้อมราวกับตกมาจากฟ้าแบบนี้ไม่น่าหาจากไหนได้อีกแล้ว มีลูกเขยเป็นภามถือว่าเป็นบุญของเธอจริง ๆ
“แล้วคุณขจรว่ายังไงคะ” ไพพรรณถาม
“ผมตามใจลูกครับ” ตอนแรกเขานอนกลุ้มใจจนหัวจะแตกเพราะเหมือนลูกสาวกำลังจะถูกพรากออกจากอก แต่ในเมื่อภรรยาสุดที่รักสาธยายให้ฟังทั้งคืนว่าพ่อหนุ่มคนนี้ช่างดีจนหาตำหนิไม่เจอ และอย่างน้อยถ้าลูกหมั้นกับคนนี้ก็จะอยู่ใกล้สายตาเขาตลอดด้วย ขจรจึงได้แต่ยอมรับมติที่เป็นเอกฉันท์ภายในบ้าน
“หนูอัญว่าไงลูก” แม่ของภามถามเด็กสาวที่เธอรู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น แม้จะตกใจที่เด็กไปหน่อย แต่ในเมื่อลูกชายบอกว่าจริงจังกับคนนี้ เธอจึงทำตามความต้องการของลูก
“อัญอยากหมั้นกับพี่ภามค่ะ” อัญญารินทร์ตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“งั้นหมั้นกันวันนี้เลยไหม ไหน ๆ ก็อยู่กันพร้อมหน้า แล้วย่าก็เตรียมแหวนมาพอดีด้วย” ไพพรรณรีบพูดเมื่อสบโอกาส
“ฮะ?” เมื่อได้ยินแบบนั้นขจรก็ถึงกับอุทานด้วยความตกใจ
“หรือทางนั้นถือเรื่องพิธีคะ” ไพพรรณถาม
“เปล่าค่ะ หมั้นกันแบบเรียบง่ายก็ดีเหมือนกัน อัญว่าไงคะลูก” ทานตะวันหันไปถามลูกสาวก่อนที่สามีจะทันได้พูดอะไรต่อ
“งั้นหมั้นวันนี้เลยค่ะ” อัญญารินทร์พยักหน้าหงึกหงัก
“หึ” คำตอบนั้นเล่นเอาภามถึงกับหลุดขำที่เธอเองก็อยากหมั้นวันนี้เหมือนกัน เพราะหลังจากที่ขจรแยกย้ายกลับบ้านเมื่อวาน เขาก็รีบพาแฟนสาวไปลองแหวนทันที แล้วแอบเตี๊ยมกับคุณย่าให้พกมาเผื่อวันนี้ด้วย
“งั้นภามสวมแหวนให้น้องเลยลูก” ไพพรรณยื่นกล่องแหวนให้หลานชาย
ขจรได้แต่ต้องยิ้มไปตามมารยาทเพราะดูจะไม่มีใครมีปัญหาอะไรเลยกับงานหมั้นอันแสนปุบปับแบบไม่ทันได้ตั้งตัวแบบนี้
หลังจากที่สวมแหวนเสร็จทุกคนก็ถ่ายรูปร่วมกัน จากนั้นทั้งสองครอบครัวก็รับประทานอาหารฝีมือทานตะวันด้วยกัน
“คุณน้าครับ ขอบคุณมากนะครับที่ให้ผมได้หมั้นกับอัญ” ภามพูดกับขจรขณะทานข้าว
“คุณน้าอะไรกัน เรียกพ่อสิ จริงไหมคุณขจร” ทานตะวันพูดอย่างร่าเริง
“เรียกอะไรก็เรียกเถอะ” ขจรตอบ มาถึงขั้นนี้เขาคงต้องยอมรับจริง ๆ ว่าภามคือว่าที่ลูกเขยอย่างเป็นทางการแล้ว
“ครับ คุณพ่อคุณแม่” ภามรับคำยิ้ม ๆ
“แม่ฝากดูแลน้องด้วยนะลูก” ทานตะวันบอกอย่างใจดี เธอรู้สึกอุ่นใจที่ได้ภามมาเป็นคนในครอบครังเพิ่ม
“ผมจะดูแลอย่างดีเลยครับ”
หลังจากนั้นภามก็ดูแลแฟนสาวเป็นอย่างดีตามที่ได้รับปากไว้ เขาคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาวิทยาลัยอยู่บ่อยครั้งทำให้หนุ่ม ๆ ไม่กล้าเข้ามาจีบอัญญารินทร์ และภามไม่เคยล่วงเกินแฟนสาวเลยสักครั้งแม้จะมีโอกาสก็ตาม จนในที่สุดเขาก็ได้กลายเป็นลูกรักของขจรไปอีกคน
เมื่ออัญญารินทร์เรียนปีสุดท้าย เธอก็สมัครเข้ามาฝึกงานในตำแหน่งเลขาของภาม หลังจากเรียนจบก็กลายมาเป็นผู้ช่วยเลขาของเขา ทั้งคู่จึงตัวติดกันทุกวันจนเป็นที่อิจฉาของเหล่าพนักงานสาว ๆ ในบริษัท เพราะท่านประธานหน้านิ่งได้กลายเป็นคนยิ้มง่ายเมื่ออยู่กับแฟนสาวไปแล้ว