Doomdays ซอมบี้ล้างโลก

    ตอนที่ 35 ฉันฆ่านายแน่ !

    ตอนที่ 35 ฉันฆ่านายแน่ ! 

     

    หลังจากขับรถออกมาได้ 2 ชั่วโมง 

    โจเซฟได้ถามขึ้น

    " เฮ้ อายู เมืองขนาดเล็กที่ใกล้ที่สุดอยู่ใกล้เราประมาณเท่าไหร่กันหรอ"

     

    " Hakodate (ฮาโกดาเตะ) ประมาณ 150 กิโลเมตรได้ละมั้งได้ละมั้ง " 

     

    " ประชากรประมาณกี่คนอย่างงั้นหรอ " 

     

    " 300000 ได้ละมั้ง " 

     

    " งั้นเย็นนี่เราก็คงใกล้ถึงแล้วแหละ "   

    เมื่อได้ยินโจเซฟพูดแบบนั้นก็มีเพียงค้านขึ้นมา 

     

    "เฮ้ โจนายจะเข้าไปในเขตในเมืองด้วยการที่นั่งรถมาทั้งวันเนี่ยะนะ ถ้าเจอซอมบี้เยอะๆเข้าละก็ อาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น นายอย่าลืมนะว่า หัวหน้าหลับอยู่ " เสียงที่กล่าวขึ้นคือไม่ใช่ใครที่ไหนแคทเทอรีนน่านั่นเอง เธอไม่ได้สงสัยความแข็งแกร่ง ของเพื่อของพวกเขา แต่ว่าการที่นั่งรถมาทั้งวันนั้นอาจะเกิดอาการล้า ไม่ใช่แค่พวกพ้องของเธอเท่านั้นรวมถึงเธอเองด้วย และเหตุผลที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าเกิดการต่อสู้ที่รุนแรงละก็ พวกเขา 3 คนอาจจะไม่สามารถปกป้องริวจิได้

     

    " เฮ้ เธอนี่รอบคอบจริงๆเลยน่ะแคทเทอรีนน่า แป่ะ แป่ะ " โจเซฟพูดพร้อมกับปรบมือและปล่อยพวงมาลัย 
     

     

    " แล้วนายจะปล่อยพวงมาลัยทำไมเนี่ยะ " เหตุผลที่เธอพูดดีกับโจเซฟช่วงงนี้ก็คือ เธออยากไปถึงเป้าหมายที่ริวจิตั้งไว้ให้ เธอจึงไม่อยากทะเลาะอะไรกับโจมากนัก 
     

     

    "ฮ่า ๆ เธออย่ากลัวไปหน่อยเลยน่า" โจเซฟหัวราะอย่างชอบใจ 
     

     

     

    "เลิกกัดกันได้แล้ว  เราจะพักก่อนเข้าเมือง 30 กิโลเมตร "  อายูพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ทำไมให้ทั้งสองคนนั้นนึกว่าเป็นเสียงของริวจิเลยทีเดียว  และทั้งคู่ก็เงียบไป
     

    ทั้งสองคนได้คิดในใจระหว่างที่เงียบไป

    "น้ำเสียงเย็นชาของหล่อนนี่ คล้ายๆกับมาสเตอร์ ถึงแม้ว่าจะไม่เท่าก็เถอะ " 

     

    " ถ้าฉันไม่ติดว่าเป็นเสียงผู้หญิงละก็ ฉันคิดว่าหัวหน้าตื่นแล้วสะอีก เย็นหลังวาบเลยโว๊ย  "  

     

     

    ตกเย็นวันนั้นทั้ง 3 คนก็ได้เจอโรงแรมในระหว่างเดินทางพอดี  หลังจากถึงที่พักจากที่ทั้ง 3 คนกินอาหารเย็นเสร็จก็แยกไปทำธุระส่วนตัว 
     

     

     

    เช้าวันต่อมา
     

    "  ไปกันเถอะ " 
     

     

    ณ ตึกสูงแห่งหนึ่งรอบเมือง ทั้ง 3 คนกำลังส่องหาสำรวจเส้นทาง 

     

    " มันแปลกมากฉันไม่สังเกตเห็น ค่ายหรืออะไรทำนองนั้นเลย เห็นพวกแต่พวกซอมบี้เต็มไปหมด " โจเซฟได้ถามขึ้นด้วยสีหน้าแปลกใจ เนื่องจากเมืองนี้เป็นเมืองขนาดเล็กที่มีประชากรอาศัยอยู่แค่  3 แสนคนเท่านั้น 

     

    " มีซอมบี้ดีสะอีก มันจะได้เพิ่มเลเวลของฉันขึ้นไปอีก และฉันจะเลื่อนขั้นเป็นขั้นที่ 2 คนแรก ฮิฮิฮิ " แคทเทอรีนน่าหัวเราะอย่างชอบใจ 

     

    ส่วนทางด้านอายูนั้น ถึงแม้ว่าเธอจะกำลังจะเลื่อนเป็นขั้นที่ 2 แล้วแต่เธอเลือกที่จะรอให้ริวจิตื่นขึ้นมาก่อน ถึงแม้ว่าจะเสียเวลาเก็บเลเวลไปก็ไม่เป็นไร  เพราะถ้าเธอกับริวจิหลับไปพร้อมกัน เธอยังไม่เชื่อใจ 2 คนนี้มากถึงขนาดต้องฝากชีวิตไว้กับพวกเขา 

     

    "เฮ้ แคทเทอรีนน่า งั้นเราต้องหาที่พักให้หัวหน้า ก่อนที่พวกเราจะไปล่าซอมบี้กัน " 

     

    "เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้วย่ะ "  

     

     

    " งั้นเราเริ่มปาร์ตี้ฆ่าซอมบี้กันเถอะ 2 สาว  " โจเซฟตะโกนขึ้นมาดังไปทั่วบนด้านฟ้า ฝูงซอมบี้ที่อยู่ใกล้ๆราวๆ 200 ตัว  พุ่งไปทางด้านแหล่มกำเนิดเสียง 
     

     

    "โจนายทำบ้าอะไรเนี่ยะ พวกเราต้องหาที่พักให้กับหัวหน้าก่อนสิไอ้สมองกล้าม ถึงแม้หัวหน้าไม่ติดเชื้อแต่ถ้าเขาเสียโฉมมาละก็ เมื่อเขาตื่นมานายตายแน่ "  แคทเทอรีนน่าตะโกนด่าโจเซฟด้วยความตกใจ เธอไม่คิดว่าโจเซฟจะตะโกนเสียงดังลั่นดึงดูดพวกซอมบี้บริเวณนั้นให้เข้ามา ถึงแม้มันจะเป็นแค่ซอมบี้สีเสียวก็เถอะ ด้วยเนื่องเธอเป็นห่วงริวจิเธอจึงพูดขู่ไปด้วยเพื่อไม่ให้ โจเซฟทำแบบนี้อีกในอนาคต 
     

     

     

    "เอ่อ ฉันขอโทษที พอดีว่าฉันตื่นเต้นไปหน่อย" เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงง่อยๆ  แต่เมื่อซอมบี้พยายามวิ่งขึ้นมาบนตึก โจเซฟ รีบไปอุ้มริวจิหัวหน้าของเขาที่นอนอยู่ที่เปล   ส่วนแคทเธอรีนน่าเธอจับดาบไว้แน่นรอพวกซอมบี้เข้ามาจากทางด้านประตู 
     

     

    1 นาทีผ่านไป 

     

    " ทำไมพวกซอมบี้มันไม่ขึ้นมาซักทีกันน่ะ ฉันไม่ได้ยืนเสียงของบันไดเลย  " โจเซฟได้ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย 

     

    ทันใดที่ทั้ง 2 กวาดตามองไปรอบๆ  พบว่าอายูนั้นได้หายใจแล้ว

     

    "เธอหายไปไหนแล้ว " พวกเค้าไม่ได้สังเกตเห็นอายูเพราะว่าอาการตกใจด้วยส่วนหนึ่งและรวมกับว่าอายูนั้นใช้สกิล Steal ทำให้ลบกลิ่นหายของเธอได้ ถ้าไม่มีสกิลตรวจจับเช่นสกิล Red Zone Area ของริวจิ  จะไม่สามารถรับรู้ถึงตัวตนของเธอได้อย่างแน่นอน 

     

    "  เหมือนเมื่อตอนนั้น !! " แคทเทอรีนน่าอุทานขึ้นมาด้วยเสียงตกใจ ภาพในหัวของเธอก็แสดงขึ้นตอนที่เธอต่อสู้กับอายู ซึ่งเมื่อตอนนั้นอายูก็ได้หายไปต่อหน้าต่อตาเธอทั้งๆที่เธอจ้องอยู่ตลอด   

     

    3 นาทีต่อมา 

    ต๊อก 

    ต๊อก 

    ต๊อก 

    เมื่อได้ยินเสียงแคทเทอรีนน่าได้กลืนน้ำลายของและกลั้นใจเดินออกไปดู  แต่ก่อนที่เธอจะเดินไป  หญิงสาวผมสีส้ม  มีคราบเลือดของซอมบี้ติดอยู่ ถือมีดสั้นเปียกโชกไปด้วยเลือดของซอมบี้  

     

    "ไอ้ที่เธอใช้เมื่อกี๋ มันคืออะไรกันแน่ " แคทเทอรีนน่าตะโกนถามออกมาด้วยความสงสัยไม่เพียงแต่เธอที่สงสัยแต่โจเซฟก็มีความคิดเดียวกันกับเธอเช่นเดียวกัน  แต่ว่าหญิงสาวไม่ได้สนใจคำพูดของแคทเทอรีนน่า เธอเดินไปหาโจเซฟ และพูดออกมา อย่างเย็นชา
     

    "  ถ้านายทำแบบนี้อีก ฉันฆ่านายแน่ "  

     

    เมื่อได้ยินคำพูดของอายูโจเซฟได้กลืนน้ำลายและเขารู้สึกถึงภัยอันตราย ที่ออกมาจากร่างของหญิงสาว ถึงแม้ดูเผินๆ เขาอาจจะมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับเธอ แต่ว่าในด้านความเร็วโจเซฟถือว่าเสียเปรียบ แถมยังการหายตัวของเธออีก มันสามารถลอบโจมตีและฆ่าเขาได้ง่ายๆเลย 
     

     

    "โอเคฉันเข้าใจแล้ว ฉันจะไม่ทำอะไรที่สิ้นคิดอีก ฉันขอโทษ"  

     

    หลังจากนั้นบรรยากาศก็เงียบไป  

     

     

    "  ถ้าพวกพวกนายอยากรู้ว่ามันคืออะไร รอหมอนั้นตื่นขึ้นมาแล้วถามสิ  "  
     

    ก่อนที่ทั้ง 3 คน จะไปหาที่พักใหม่ให้กับริวจิ  
     

     

    หลังจากลงไปจากตึกนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรอีกเลย

    ทั้งวันนั้นพวกเขาไม่ได้ออกไปล่าซอมบี้เลย ทางด้านโจเซฟนั้นเขาตรวจเช็คก็ซ่อมแซมเครื่องยนต์ของรถ ส่วนทางด้านแคทเธอรีนน่าเธอ ไปหาของที่ซุปเปอร์มาเก็ตมาใช้สำหรับทำอาหารเย็น 

     

    ส่วนทางด้านของอายู เธออยู่ดูแลริวจิที่นอนราวกับเป็นเจ้านายนิทรา  สายตาของหญิงสาวได้จ้องไปที่ร่างของชายหนุ่ม ก็แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไร เธอจ้องมองเขาอย่างเงียบๆ และคอยระวังให้ระหว่างทีเขาหลับ 

    ตั้งแต่ได้สกิล Steal มาเธอไม่เคยตรวจดูความสามารถของมันอย่างละเอียดเลย  

    ติ๊ง ! 

     

    [ สกิล : Steal ระดับสูงขั้นที่ 2  ] 

    คุณสมบัติ : สามารถรบกลิ่นอายของผู้ใช้ได้ และในระหว่างที่สกิลเปิดใช้งาน ความเร็วเพิ่มขึ้น 50% 
     

    เงื่อนไขการเปิดใช้งาน  : เผาผลาญค่าความแข็งแกร่ง 5 ต่อ 1 นาที 
     

     

    หมายเหตุ : ในกรณีที่ศัตรูมีสกิลตรวจจับ สกิลนี้จะไร้ประโยชน์  และสามารถลบกลิ่นอายของตนในกรณีที่ผู้ใช้มีขั้นเท่ากับหรือมากกว่าศัตรูเท่านั้น   

     

     

    เมื่อตกเย็นทั้ง 3 คนก็กินอาหารเย็น ก็แยกย้ายไปห้องของตนเอง และไม่มีใครได้พูดอะไรออกมา ถึงแม้ทั้ง 2 จะไม่ได้พูดแต่พวกเขาก็ได้คิดในใจ 
     

     

     " หล่อนบอกให้รอให้มาสเตอร์ตื่นแล้วค่อยไปถาม แสดงว่าหัวหน้าต้องรู้เกี่ยวกับทักษะ อาจะเป็นไปได้ว่าหัวหน้าเป็นคนสอนเธอ แต่ฉันไม่เคยเห็นหัวหน้าใช้ทักษะแบบนี้เลย เอาเถอะคิดไปก็ไม่มีประโยชน์ รอเค้าตื่นขึ้นมาก่อนละกัน " 

     

    " เวลาผู้หญิงโกรธ นี่มันหน้ากลัวเสมอเลยโว้ย อึดอัดชิบหาย เมื่อไหร่หัวหน้าจะตื่นหว๊า " โจเซฟเขาไม่ได้สงสัยอะไรมาก เพราะว่าเขาก็แค่รอถามหัวหน้าก็แค่นั้น เนื่องจากเขาใช้สมองไม่เก่งดังนั้นเขาจึงไม่คิดมากให้เปลืองสมอง 

     

     

     

    ฝากกดติดตามกดหัวใจด้วยนะครับ 

    ขอบคุณครับ 

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องDoomdays ซอมบี้ล้างโลก ที่คุณอ่าน