หญิงสาวในชุดสีม่วงทะมัดทะแมงวิ่งเข้ามาราวกับนกน้อยที่โผบินนางหยุดยืนที่หน้าโต๊ะกลมมองบุรุษที่สวมชุดที่ม่วงผ้าคาดเอวสีทองที่กำลังเอื้อมมือไปหยิบกาสุราซูหลี่น่ารีบยื่นมือไปคว้ากาสุราแล้วรินใส่จอกให้ด้วยตนเอง
“มาเอาใจอะไรเล่าเ้ามารน้อยจะกละ”
“ก็พี่เหยี่ยนอุตส่าห์หิ้วตัวแม่ครัวมาให้ข้าด้วยมือตนเองอย่างไรเล่า”ซูหลี่น่าหัวเราะร่าแล้วนั่งลงข้างชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าเคร่งขรึมเ็ารอบกายมีกลิ่นอายอำมหิตทำให้ผู้คนหวาดกลัวไม่กล้าเข้าใกล้
ซูเหยี่ยนยื่นมือซ้ายที่ไม่ได้สวมถุงมือหนังไปััศีรษะของน้องสาวอย่างเอ็นดูปีนี้ซูหลี่น่าอายุสิบเก้าปีแล้วแต่ยังซุกซนเหมือนเด็กน้อย หากไม่นับวรยุทธ์ของนางและการสังหารคนทั้งที่ยังหัวเราะคิกคักนี่แล้วละก็ นางคงไม่ต่างจากหญิงสาวทั่วไปนักเขาพอใจในความสามารถของนาง พอใจเสียจนวางใจให้นางรับตำแหน่งประมุขพรรคเงาอสูร เพื่อที่ตนเองจะได้เข้าถ้ำโคจรลมปราณ
“พี่เหยี่ยน” ซูหลี่น่าเอ่ย“ท่านเห็นรอยแผลเป็บนหน้าผากของแม่ครัวของข้าแล้วใช่ไหม?”
บุรุษหนุ่มเพียงยกจอกสุราขึ้นดื่มไม่เอ่ยตอบอันใดแต่นั่นก็มากพอให้ซูหลี่น่าได้คำตอบ “เหตุใดนางยังรอดชีวิตอยู่ ดูจากรอยแผลเป็ของนางน่าจะเกิดเมื่อสี่ห้าปีที่แล้ว เวลานั้นพี่เหยี่ยนฝึกฝ่ามืออัคคีมิใช่หรือยามนั้นท่านไม่น่าจะมีจิตปรานีปล่อยให้ผู้ใดรอดชีวิตจากฝ่ามืออัคคีได้”
ใช่ยามนั้นซูเหยี่ยนนั่งตำแหน่งประมุขพรรคเงาอสูร และเป็ประมุขพรรคฝ่ายมารทว่า่ที่ฝึกฝ่ามืออัคคีและยังออกไปทำภารกิจลับเกิดลมปราณแตกซ่านคลุ้มคลั่งจดจำผู้ใดไม่ได้ แม้แต่นางผู้เป็น้องสาวคนเดียวของเขายังเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่เด็กสาวคนนั้นกลับรอดตายมาได้ราวปาฏิหาริย์
เหตุการณ์ในวันนั้นนางก็อยู่ด้วยแต่ไม่คิดว่าเด็กหญิงคนนั้นจะรอดได้ ทั้งร่างชุ่มโชกไปด้วยเืกระดูกหักจนทะลุิั กลิ่นเนื้อไหม้นางซึ่งเติบโตในพรรคมารเห็นภาพเช่นนี้จนชินตา เดิมทีก็คิดว่าเด็กคนนั้นตายแล้วแต่พอเห็นรอยแผลของเสิ่นฉางซีก็จำได้ในทันที
“ฝีมือนางทำอาหารได้ดีหรือเพราะเ้ามีใจเมตตาอยากช่วยนาง จึงได้มอบป้ายหยกให้นาง”ซูเหยี่ยนหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงของเขาแหบแห้งแต่ยังคงให้ความรู้สึกเ็า
“นางทำเนื้อไร้รสคาวดียิ่งนักพี่เหยี่ยนต้องฟื้นฟูร่างกาย ข้าจึงชักชวนนางมา แต่ข้าไม่ได้บังคับนางนะนางสมัครใจมาเอง นี่ข้าทำเพื่อพี่ชายคนเดียวของข้าจริงๆ ไม่มีสิ่งใดแอบแฝง”
ซูเหยี่ยนดื่มสุราหมดจอกแล้วเอ่ย“ได้ยินว่าเ้าซุกซน ไปประชุมพรรคมารช้าไปสองวันหรือ?”
“แค่สองวัน” นางยักไหล่ “ข้าเป็ประมุขอย่างไรก็ต้องเชื่อฟังข้า
หาไม่แล้วข้าจะค่อยๆ เลาะกระดูกและเส้นเอ็นของพวกมันออกมา”
“ดี” แม้ได้รับรายงานเื่อื่นมาอีกเขาหาได้ใส่ใจเื่เล่นสนุกของนาง นางชอบอะไรเขาตามใจนางเสมอซูเหยี่ยนหลุบตามองมือขวาที่สวมถุงมือไว้เพียงข้างเดียว เขาลุกขึ้นยืนแล้วพูด
“พี่จะพักผ่อนสักหน่อยอีกสองวันพี่จะโคจรลมปราณ เ้ารู้ใช่ไหมต้องทำเช่นไร”
“ข้าทราบดี”ซูหลี่น่ายกมือขึ้นทุบหน้าอกตนเอง
“มีเื่ใดให้ปรึกษามู่หญง”
“ข้าทราบแล้ว”ขานรับด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย พลันนึกบางอย่างขึ้นได้ก็ะโขึ้นยื่นหน้าไปหาซูเหยี่ยนที่สูงกว่านางมากจนนางต้องแหงนหน้าคอแทบตั้งบ่า “อยากให้ข้าส่งหญิงรับใช้ไปปรนนิบัติหรือไม่หญิงงามจากหอวสันต์รัญจวนฝึกปรือฝีมือมาอย่างดียิ่ง หากพี่เหยี่ยน้า ข้าคัดเลือกหญิงงามส่งให้พี่ชายด้วยตนเอง”
ซูเหยี่ยนมองสีหน้าทะเล้นของน้องสาวแล้วยกมุมปากเป็รอยยิ้ม“แล้วแต่เ้าเถิด”
“ได้ เื่นี้ข้าจัดการเอง” นางหัวเราะร่าแล้วหมุนตัวไปดันแผ่นหลังกว้างของพี่ชาย“พี่ชายไปพักผ่อนก่อน ถึงเวลาข้าจัดส่งหญิงสาวถึงเรือนนอนท่านเอง”
ซูหลี่น่าหัวเราะร่วนแล้วเดินสลับวิ่งออกมาราวกับเด็กเล็กๆนางเห็นมู่หญงยืนรออยู่หน้าประตูแล้วก็ส่งยิ้มให้
“เดินทางราบรื่นดีหรือไม่”
“ไม่มีปัญหาใดขอรับ”มู่หญงเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม มีเพียงสองคนที่เขายอมก้มศีรษะให้ คือซูเหยี่ยนและซูหลี่น่า
“เ้าก็พักผ่อนได้แล้วเื่อื่นให้เด็กรับใช้ทำเถอะ” ซูหลี่น่าตบไหล่มู่หญงอย่างเคยชิน“ข้าจะไปคัดเลือกหญิงงามจากหอวสันต์รัญจวน อ้อ!เ้าอยากได้หญิงงามปรนนิบัติคลายความเหนื่อยล้าหรือไม่ ข้าจัดการให้ได้ไม่ต้องเกรงใจ”
“บ่าวขอรับไว้ด้วยใจแต่เดินทางไกลมาหลายเดือน อยากพักผ่อนแล้วขอรับ”
“บุรุษข้าก็หาให้ได้นะรับรองว่าดีเยี่ยมแน่นอน” นางยังคงเสนอให้อย่างใจกว้าง
ดวงตาของมู่หญงกระตุกหากไม่มีใบหน้าหวานละมุนนี้แล้วละก็ คงเห็นได้ชัดว่ากำลังโกรธเคืองไม่น้อย
“หากบ่าว้าประมุขซูก็จัดการให้หรือขอรับ”
“แน่นอน เ้าเป็คนสนิทของพี่ข้าข้าย่อมต้องดูแลเ้าอย่างดียิ่ง”
“เช่นนั้น บ่าวอยากได้บุรุษที่ประมุขใช้พิษลับของพรรคเงาอสูรได้หรือไม่ขอรับ”
“เ้า!”ซูหลี่น่าแยกเขี้ยวใส่ เงื้อมือขึ้นหมายใช้สันมือฟาดใส่อีกฝ่ายแต่แล้วก็ชะงักค้างเพราะมู่หญงไม่แสดงอาการหวาดกลัวหรือหลบหลีกแต่อย่างใด “เอาเถอะเขามีค่าพอให้ข้าลองใช้พิษราคะก็แล้วกัน”
“แต่ถ้าประมุข้าบ่าวสามารถนำพาคนผู้นั้นมามอบให้ประมุขได้”
ซูหลี่น่าเบ้ปาก “หมดสนุกแล้ว ไว้ข้าเจอ‘ของ’ น่าสนใจค่อยว่ากัน”
มู่หญงมองร่างเพรียวลมโบกมือไปมาแล้วเดินเร็วๆหายไป เขา
มองไปด้านในผลักบานประตูเดินเข้าไปช่วยนายท่านผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่ออาบน้ำชำระร่างกาย
“เ้ากังวลใจเื่ใด”ซูเหยี่ยนที่เปลือยกายเปลือยเปล่าเดินลงไปใน
อ่างน้ำขนาดใหญ่กรุ่นไอสีขาวลอยขึ้นเหนือผิวน้ำ
“บ่าวแค่เป็ห่วงประมุขซู”
“นางเป็เช่นนั้นดีแล้ว”ซูเหยี่ยนหัวเราะ เพราะเสียงแหบแห้งจึงไม่ฟังเป็เสียงหัวเราะนัก“นางฉลาดที่ทำให้ผู้อื่นคิดว่านางเป็เช่นนั้น”
“เป็บ่าวที่โง่เขลา”
“วางใจเถอะนางย่อมรู้ว่าทำสิ่งใดอยู่”
ซูเหยี่ยนหลับตาลงผิวน้ำที่ผสมสมุนไพรมีรอยไหวกระเพื่อม มู่หญงถอยหลังอย่างรู้หน้าที่หลุบตาลงประสานสายตากับถุงมือที่นายท่านถอดทิ้งไว้ภายในตัวนายท่านมีความร้อนขุมหนึ่งไหลผ่านแม้กระทั่งน้ำในอ่างอาบน้ำยังเดือดระอุขึ้นมาแต่ความร้อนนั้นไม่ทำอันตรายกับผิวกายที่คล้ายเหล็กกล้าหากเพียงทะลวงจุดในร่างกายได้สำเร็จ นายท่านของเขาก็เป็หนึ่งเหนือผู้ใด
……..
“ปลาหรือเ้าคะ”
เสิ่นฉางซีที่ยังกอดห่อผ้าสัมภาระของตนแนบอกนางเอ่ยปากทวนสิ่งที่ได้ยิน ซูหลี่น่าพยักหน้าหงึกหงัก แล้วโอบไหล่บอบบางพาเดินไปยังห้องพักของนางแม้เป็เพียงห้องของคนงานหญิงแต่นางได้รับสิทธิ์ห้องเพียงผู้เดียวไม่ต้องแบ่งกับผู้ใด
“ใช่พี่ชายข้าชอบปลามาก แต่ไม่ชอบรสคาวของปลา เ้าทำอะไรให้พี่ข้ากินก็ได้ขอเป็เนื้อปลาที่ไม่คาว”
เสิ่นฉางซีเม้มริมฝีปากครุ่นคิดระหว่างเดินทางมาสิบวันนี้ นางเห็นเพียงเงาร่างไกลๆ ของชายผู้นั้นไม่ได้เข้าใกล้แต่อย่างใด นางนั่งอยู่บนรถม้าบรรทุกสัมภาระด้านหลังสุดไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากินอะไร หรือชอบรสชาติแบบใด ซูหลี่น่ามองแม่ครัวคนใหม่ที่มักประคองท้องอยู่เสมอปกป้องอย่างห่วงแหนแล้วก็ขมวดคิ้ว
“มีสิ่งใดในท้องเ้ารึ”
“อ๊ะ!”เพราะท่านหมอหวังข่ายเตือนให้นางระมัดระวังเพราะ่นี้ครรภ์ยังไม่มั่นคงนักทำให้นางมักยกมือประคองท้องที่ยังแบบราบของตนอยู่เสมอ
ซูหลี่น่ากวาดตาขึ้นลงแล้วนึกถึงตาแก่คนนั้น นางอ้าปากค้างแล้วชี้นิ้วใส่เสิ่นฉางซี
“อย่าบอกนะว่าเ้าท้องกับตาแก่นั้น!”
“มิใช่เ้าค่ะ”
“ไม่ได้ท้อง?แต่เหตุใดทำเหมือนคนท้อง เ้าปวดท้องหรือ?”
เสิ่นฉางซีไม่คิดปิดบังเพราะครรภ์ของนางยังไม่แข็งแรง หากทำงานหนักมากนักคงไม่ไหว จึงเอ่ยไปตามตรง
“ข้าตั้งครรภ์อ่อนๆเ้าค่ะแต่ไม่ใช่กับนายท่านรอง”
“แล้วกับใครเล่า?”
จะตอบอย่างไรว่าเป็คนที่ประมุขซูหมายมั่นให้เป็สามีเสิ่นฉางซีพูดไม่ออกได้แต่อ้าปากแล้วหุบ หุบปากแล้วอ้า แล้วก็ไม่เอ่ยสิ่งใดซูหลี่น่าโบกมือไปมาไม่ใส่ใจ
“ช่างเถอะท้องก็ท้องเ้า ข้าไม่เดือดร้อน ขอแค่เ้าทำอาหารได้ก็พอ”
“เ้าค่ะ”นางยิ้มกว้าง
“ท้องทั้งที่ยังไม่แต่งงานสินะ”ซูหลี่น่ายักไหล่ “ผู้หญิงในหอวสันต์รัญจวนบางคนกินยาป้องกันการตั้งครรภ์ก็ยังตั้งครรภ์ เด็กไม่มีพ่อมีเยอะแยะเต็มไปหมดข้าไม่สนใจเื่พวกนี้หรอก เ้าคงหนีการถูกจับถ่วงน้ำมาสินะ”
ทว่าหญิงท้องไม่มีสามีชะตากรรมมักไม่ดีนัก
แต่นางเติบโตในพรรคมารเื่พวกนี้ไร้สาระยิ่งนัก
“หอวสันต์รัญจวน?”เสิ่นฉางซีพอเดาได้ว่าหมายถึงสถานที่เช่นไรแต่ไม่คิดว่าซูหลี่น่าจะพูดราวกับเป็เื่ธรรมดา
ซูหลี่น่ากวาดตามองเสิ่นฉางซีขึ้นลงอีกรอบแล้วพยักหน้า“ถือว่าเ้ามีใจเด็ดเดี่ยว ข้าชอบ!”
เสิ่นฉางซีได้แต่กะพริบตาปริบๆยังตามความคิดของซูหลี่น่าไม่ทันนัก
“หอวสันต์รัญจวนเป็หนึ่งในสาขาของพรรคเงาอสูร หากเ้าอยากทำงานมีเงินทองไว้เลี้ยงลูกของเ้าข้าจะส่งเ้าไปที่หอวสันต์รัญจวน”
“ประมุขซู!ข้าไม่...ไม่ทำ...เื่นั้น”
“เื่ไหน?”ซูหลี่น่าเบ้ปาก “ข้าให้เ้าไปเป็แม่ครัวที่นั่นต่างหากเด็กที่เกิดในพรรคมารเป็สมบัติของพรรคมาร ข้าให้เ้าเลือกอยากให้ลูกของเ้าเป็จอมยุทธ์ก็อยู่ที่พรรคเงาอสูร หากอยากให้ลูกเ้าเป็คนธรรมดาก็ต้องไปทำงานที่หอวสันต์รัญจวน”
เสิ่นฉางซีแทบไม่ต้องคิดลูกต้องเป็ของนาง นางจะไม่ยกลูกของนางให้ใครเด็ดขาด
“หากไม่ได้ขายตัวข้าทำงานที่หอวสันต์รัญจวนได้เ้าค่ะ”
ซูหลี่น่ากวาดตามองเสิ่นฉางซีขึ้นลงอีกรอบ“เ้าคงยังตั้งครรภ์อ่อนๆ ระยะนี้อยู่ที่นี่ไปก่อนก็แล้วกัน”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
“ไม่ต้องขอบคุณข้าไปทำอาหารมาให้ถูกปากข้ากับพี่ใหญ่ก็พอ”
เสิ่นฉางซียิ้มกว้างมือยังวางบนหน้าท้องแบนราบของตน กระซิบบอกลูกในครรภ์ที่เติบโตอย่างช้าๆ
‘แม่จะเลี้ยงดูเ้าให้ดีที่สุด’
พลันเกิดความรู้สึกอบอุ่นในอก
‘แม่’
ในที่สุดนางก็ได้เรียกตัวเองด้วยคำคำนี้.