“คุณผู้หญิง! คุณหนู! เร็วเข้าค่ะ เร็วเข้านังเพชรมันจะหนีไปแล้วค่ะ!”
พิกุลร้องเรียกผู้เป็นายเสียงดังลั่นเมื่อเห็นอวิกาหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าเดินไปยังรั้วหน้าบ้าน คนหนีหันกลับมามองอย่างใก่อนจะรีบวิ่งไปที่รั้วหน้าบ้านทันทีขณะกำลังจะเปิดประตูรั้วออกไปนั้นพิกุลก็วิ่งมาถึงตัวเธอพอดีและคว้าแขนเธอไว้ได้ทัน
“แกหนีไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นนังเพชร!”
“ปล่อยฉันนะพี่พิกุล ปล่อย!” อวิกาพยายามสะบัดแขนหนีอย่างเอาเป็เอาตาย แต่มือพิกุลก็เหนียวราวกับมือตุ๊กแกเพราะไม่ว่าเธอจะสลัดเท่าใดก็ไม่หลุดเสียที
“ไม่!ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้แกหนีไปได้เด็ดขาด คุณผู้หญิง! คุณหนู!มาช่วยกันจับตัวนังเพชรเร็วเข้าค่ะ”
“ปล่อยฉันไปเถอะนะพี่พิกุลฉันไม่อยากทำร้ายพี่”
“ไม่!”
พิกุลไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆขณะที่ทั้งสองกำลังฉุดกระชากลากถูกันอยู่นั้นงามพิศกับมธุรินก็วิ่งออกมาจากบ้านพอดีเช่นเดียวกับยายแหวน ตาปั่น และอนงค์ที่วิ่งออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่ออนงค์เห็นอวิกาโดนพิกุลจับตัวไว้ก็ทำท่าว่าจะวิ่งเข้าไปช่วยแต่แล้วกลับต้องหยุดชะงักอยู่กับที่เมื่อถูกงามพิศตวาดสั่งห้ามไว้เสียก่อน
“หยุดนะนังอนงค์! ถ้าแกไปช่วยนังเพชรมันละก็ เตรียมตัวไสหัวออกจากบ้านฉันไปได้เลย”
อนงค์ชะงักแม้จะสงสารอวิกาเพียงใดแต่เธอก็ยังไม่อยากถูกไล่ออกตอนนี้เพราะยังมีพ่อแม่ที่ต้องเลี้ยงดูอยู่งามพิศกับมธุรินเห็นพิกุลจะเอาอวิกาไม่ไหวแล้วจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วย อวิกาเห็นทั้งสองวิ่งมาก็ตัดสินใจยกขาขึ้นแล้วถีบเข้าที่ท้องของพิกุลอย่างแรง
“โอ๊ย!”
พิกุลร้องลั่นพร้อมกับล้มลงไปกองอยู่บนพื้นซึ่งขวางทางงามพิศกับมธุรินที่วิ่งเข้ามาช่วยเอาไว้พอดีหลังจากเป็อิสระแล้วอวิกาก็รีบวิ่งหนีออกไปสู่ท้องถนนเบื้องหน้าฉับพลันเสียงบีบแตรจากรถยนต์ที่กำลังวิ่งตรงมาก็ดังลั่นขึ้นหญิงสาวเห็นเข้าก็รู้สึกใแทบช็อกจึงยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นเพราะทำอะไรไม่ถูกทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ยืนนิ่งอึ้งและลุ้นไปพร้อมๆ กัน
โชคของอวิกายังดีที่รถยนต์คันดังกล่าวเบรกทันและขับเบี่ยงหลบไปอีกทางได้ทันเวลาแต่ก็เรียกว่าเฉียดฉิวร่างบางไปเพียงนิดเดียวให้หวาดเสียวอยู่เหมือนกันรถคันดังกล่าวหยุดจอดไม่ไกลนักแล้วเลื่อนกระจกรถลงมาะโด่าอวิกาอย่างหยาบคายจากนั้นก็ขับรถออกไป อวิกายังช็อกอยู่จึงไม่ได้ยินคำด่าสักคำแถมยังยืนนิ่งไม่หนีไปไหนอีก
“เพชรหนีไป!”
เสียงะโของยายแหวนเรียกสติของอวิกาให้กลับคืนมาเธอออกวิ่งอีกครั้งแต่คราวนี้วิ่งไปได้เพียงสามสี่ก้าวก็ต้องหงายหลังจนเกือบล้มเพราะถูกมธุรินที่วิ่งตามหลังมาคว้าเส้นผมของเธอที่มัดเป็หางม้าเอาไว้ได้พอดีก่อนจะดึงกระชากอย่างแรง
“กรี๊ด!” อวิกากรีดร้อง หน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บพลางรีบยกมือจับผมของตัวเองเอาไว้มธุรินใช้มืออีกข้างจิกผมอวิกาไว้จนติดหนังหัวแล้วออกแรงดึงให้อีกฝ่ายเดินถอยหลังตามกลับเข้าบ้าน
“คิดจะหนีฉันเหรอนังเพชรมันไม่ง่ายนักหรอกนะ”
“โอ๊ย! คุณหนู ปล่อยเพชรเถอะค่ะ เพชรเจ็บ”
“เจ็บสิดีต่อไปแกจะได้ไม่กล้าหนีอีก”
มธุรินลากอวิกาเข้ามาในบริเวณบ้านงามพิศสั่งพิกุลให้ไปช่วยลูกสาวอีกแรงในขณะที่ยายแหวนก็อ้อนวอนขอให้งามพิศปล่อยอวิกาไปทั้งน้ำตา จึงโดนตวาดใส่
“เงียบไปเลยนะป้าแหวนขืนพูดอีกทีฉันจะเล่นงานป้าอีกคนหนึ่ง”
พิกุลจัดการล็อกแขนทั้งสองข้างของอวิกาไว้ด้านหลังแล้วจิกเล็บลงบนแขนของอีกฝ่ายจนได้เืซิบๆ เป็การแก้แค้นอวิกาดิ้นรนอย่างหนักก่อนที่ใบหน้าสวยจะสะบัดไปตามแรงตบจากฝ่ามือของมธุรินที่ฟาดลงมาอย่างไม่ออมแรงเลยสักนิดเดียวถึงสองทีซ้อน
“ฤทธิ์มากนักนะนังเพชร”
อวิการ่ำไห้ด้วยความสิ้นหวังระคนแค้นเคืองแต่ก็ยังพยายามดิ้นรนหนี จนงามพิศเอ่ยออกมา
“จำไว้ให้ดีนังเพชรถ้าแกคิดหนีอีกละก็ ฉันจะแจ้งตำรวจให้ตามจับแกในข้อหาลักทรัพย์และฉันอาจจะทำให้ตากับยายของแกติดร่างแหไปกับแกด้วยก็ได้”
“คุณผู้หญิง” อวิกาเรียกอีกฝ่ายเสียงตระหนก นึกไม่ถึงว่างามพิศจะใจร้ายถึงเพียงนี้ทำร้ายได้แม้กระทั่งคนที่คอยรับใช้และจงรักภักดีมาตลอดชีวิต
“แกก็รู้ว่าฉันพูดจริงทำจริงฉะนั้นถ้าแกไม่อยากให้ตากับยายของแกต้องเดือดร้อนไปด้วย ก็อย่าคิดหนีเป็อันขาดพิกุล...พามันไปที่ห้องของมัน ส่วนแก นังอนงค์ ไปหากุญแจมาให้ฉัน ไปสิ!”
งามพิศตะคอกใส่อย่างหัวเสียเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังยืนเฉยอยู่อนงค์รับคำพลางเหลือบมองอวิกาอย่างเห็นใจก่อนจะเดินจากไปยายแหวนร้องไห้โฮออกมาด้วยความสงสารหลานสาวจนพานจะเป็ลมตาปั่นจึงต้องคอยช่วยประคองเอาไว้พร้อมกับเฝ้ามองหลานสาวด้วยความสงสารจับใจพวกท่านไม่สามารถทำอะไรได้เลย เพราะเป็ขี้ข้ารับใช้เขาและไม่มีกำลังหรือแม้แต่ทรัพย์สินจะไปต่อกรได้อีกด้วย
อวิกาถูกจับขังไว้ในห้องพักของตนเองที่เรือนคนใช้งามพิศจัดการล็อกแม่กุญแจจากด้านนอกอย่างแ่าแล้วส่งลูกกุญแจให้พิกุลเก็บเอาไว้
“แกเก็บลูกกุญแจติดตัวเอาไว้ห้ามปล่อยมันออกมาเด็ดขาด ถ้ามันออกมาได้ ฉันจะเล่นงานแกนังพิกุล”
“ดิฉันไม่มีทางปล่อยมันออกมาแน่นอนค่ะคุณผู้หญิง”
“อนงค์แกรับหน้าที่คอยเอาข้าวมาให้มันกิน ให้มันกินข้าวในห้องนั่นแหละไม่ต้องออกมาข้างนอก แล้วเวลาแกเอาข้าวมาให้มันก็ให้มาบอกกับนังพิกุลก่อนเข้าใจไหม”
“เข้าใจค่ะคุณผู้หญิง”
งามพิศมีสีหน้าพอใจก่อนจะหันไปเอ็ดใส่ยายแหวนที่ยังร้องไห้คร่ำครวญอยู่ด้วยความรำคาญ
“เลิกร้องไห้ได้แล้วป้าแหวนฉันไม่ได้จะฆ่านังเพชรมันซะหน่อย ความจริงป้าแหวนกับลุงปั่นน่าจะขอบใจฉันมากกว่านะที่ฉันหาสามีดีๆ ให้นังเพชรมันน่ะ พอมันแต่งงานก็จะได้ออกไปจากที่นี่ไม่ชอบกันหรือไง”
กล่าวจบงามพิศก็สะบัดหน้าใส่แล้วเดินจากไปพร้อมกับมธุรินที่ยิ้มเยาะใส่อวิกา
“สมน้ำหน้า” พิกุลหัวเราะเยาะก่อนจะหยุดเมื่อเห็นอนงค์ทำท่าจะเข้ามาเล่นงานพิกุลขมุบขมิบปากด่าอีกฝ่ายแล้วรีบวิ่งตามผู้เป็นายไป
“ยายจ๋า ตาจ๋า ฮือๆๆ” อวิการ้องไห้โฮ ยืนเกาะขอบหน้าต่างบานเกล็ดร้องเรียกตากับยาย
“เวรกรรมจริงๆ” ยายแหวนเอ่ยด้วยความเ็ปเดินมาเกาะขอบหน้าต่างมองหลานสาวนอกไส้ด้วยความสงสาร ตาปั่นกับอนงค์ก็มายืนข้างๆคอยประคองยายแหวนที่ทำท่าจะล้มแหล่มิล้มแหล่เอาไว้
“อดทนไว้นะเพชรอย่าเพิ่งสิ้นหวัง พี่เชื่อว่ามันต้องมีทางออก” อนงค์ปลอบใจ
“ไม่มีแล้วพี่นงค์ไม่มีอีกแล้ว” อวิกาคร่ำครวญอย่างท้อใจน้ำตายังคงไหลรินไม่ขาดสาย ดวงตานั้นยังแดงก่ำและบวมช้ำ แก้มอิ่มทั้งสองข้างก็แดงเถือกเห็นเป็รอยนิ้วมืออย่างชัดเจนสภาพของอวิกาเป็ที่น่าเวทนาแก่ทุกคนเหลือเกิน
“อย่าเพิ่งสิ้นหวัง” ตาปั่นช่วยปลอบอีกคน “เกิดเป็คนมีสติปัญญาคิดหาทางออกได้ก็จงคิดต่อไปเพชรเอ๊ย เอ็งอย่าคิดสั้นเด็ดขาดนะ ถ้าเอ็งคิดตากับยายจะไม่นับเอ็งเป็หลานอีกต่อไป”
“ใช่เอ็งอย่าคิดสั้นเป็อันขาด” ยายแหวนรีบสำทับคำของสามีเพราะกลัวหลานสาวจะคิดสั้นขึ้นมาจริงๆ “ยายรู้ว่าแกเป็คนฉลาดถ้าแกมีสติ แกจะหาทางออกได้”
ทุกคนช่วยกันเตือนสติอวิกายังคงร้องไห้แต่ก็พยักหน้ารับฟังเพื่อให้ทุกคนสบายใจหญิงสาวรู้สึกดีขึ้นมาหน่อยเมื่อได้รับความรักความห่วงใยจากทุกคนเธอเริ่มมีความหวังอีกครั้ง เพราะกว่าจะถึงวันแต่งงานตอนนั้นเธอก็คงหาทางออกให้กับตัวเองได้แล้ว
อนงค์ ยายแหวนและตาปั่นมานั่งปรึกษาหารือกันอย่างเคร่งเครียดเพื่อหาทางช่วยอวิกาอนงค์นั้นเสนอให้ไปขอความช่วยเหลือจากวิทวัสแต่ยายแหวนกับตาปั่นไม่เห็นด้วยเพราะรู้จักนิสัยของนายผู้ชายดีหากอนงค์ก็บอกให้ลองขอดูก่อน
“ลองดูก่อนก็ไม่เสียหายอะไรนี่นาเผื่อคุณผู้ชายอาจจะช่วยได้ก็ได้นะ”
ตาปั่นกับยายแหวนมองหน้ากันอย่างปรึกษาหารือก่อนที่ยายแหวนจะพยักหน้าตกลง
“เอ้า! ลองดูสักตั้งก็ได้”
เมื่อตกลงกันได้แล้วอนงค์ก็ไปแอบคอยวิทวัสที่หน้าบ้านพอวิทวัสกลับมาก็รีบไปเล่าเื่ทุกอย่างให้ฟังทันทีโดยเฉพาะเื่ที่อวิกาถูกจับขังไว้ในห้อง
“เกิดเื่ขนาดนี้เชียวเหรอ” วิทวัสเอ่ยเสียงเครียด
“ค่ะคุณผู้ชายต้องช่วยเพชรมันนะคะ มันไม่อยากแต่งงานค่ะ”
“ฉันก็อยากช่วยนะ แต่ว่า...”
“นี่เป็โอกาสดีที่คุณผู้ชายจะได้ทำหน้าที่พ่อบ้างนะคะ” อนงค์ตัดสินใจพูดเพื่อเตือนสติและสามัญสำนึกของความเป็พ่อของอีกฝ่ายวิทวัสนิ่งอึ้งก่อนจะถอนหายใจยาว
“โอเคฉันจะลองช่วยพูดกับงามพิศให้ แต่ฉันไม่รับรองหรอกนะว่าจะสำเร็จ”
“ขอแค่คุณผู้ชายรับปากว่าจะช่วยก็เป็พระคุณแล้วล่ะค่ะ” อนงค์บอกด้วยความดีใจก่อนจะรีบขอตัวกลับไปทำงานต่อเพราะกลัวพิกุลจะออกมาเห็นแล้วเอาไปฟ้องงามพิศ
วิทวัสเดินหน้าเครียดเข้าบ้านก็พบงามพิศกับมธุรินที่หมดอารมณ์ไปช็อปปิ้งแล้วนั่งคุยกันถึงเื่แฟชั่นและเื่เครื่องประดับอยู่ที่ห้องนั่งเล่นเขาจึงเดินเข้าไปหาสองแม่ลูก
“คุณผู้ชายกลับมาแล้วค่ะ”พิกุลที่นั่งเสนอหน้าอยู่รายงานขึ้น สองแม่ลูกเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนที่งามพิศจะเป็ฝ่ายถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของสามี
“ทำไมทำหน้าเครียดๆแบบนั้นล่ะคะ ที่ทำงานมีปัญหาหนักหรือไง”
“เปล่า” วิทวัสตอบพลางทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยวเขาคลายปมเนกไทที่คอออกเล็กน้อยเพื่อให้รู้สึกสบายขึ้น
“นั่งเฉยอยู่ได้ไปเอาน้ำมาให้คุณพ่อฉันสิ” มธุรินสั่งเสียงขุ่นพิกุลก็รีบทำตามคำสั่งทันที
“งั้นมีเื่อะไรเหรอคะ” งามพิศสงสัย
“คุณพิศ...” วิทวัสอึกอัก มองหน้าภรรยาอย่างกล้าๆ กลัวๆเพราะตลอดเวลาที่อยู่กินด้วยกันมา เขาไม่เคยแข็งข้อกับงามพิศได้เลยสักครั้ง
“เอ่อ...คือ...”
“คุณพ่อมีอะไรหรือคะ อ้ำๆอึ้งๆ อยู่ได้” มธุรินเอ่ยด้วยความหงุดหงิดเมื่อบิดาไม่พูดออกมาสักที
“นั่นสิ เอ่ออ่าอยู่ได้น่ารำคาญ”
งามพิศเห็นด้วยกับบุตรสาวพิกุลนำน้ำเปล่ามาเสิร์ฟแล้วถือวิสาสะนั่งลงบนพื้นข้างโซฟาที่นายผู้หญิงทั้งสองของเธอนั่งอยู่เพื่อเสนอหน้าคอยรับใช้และสาระแนเื่ของเ้านายไปด้วยในตัว
“พิศ...คุณจะให้เพชรแต่งงานงั้นเหรอ”ในที่สุดวิทวัสก็ตัดสินใจถามออกไปงามพิศคอแข็งหน้าตึงขึ้นมาทันทีก่อนจะถามเสียงห้วน
“ใครบอกคุณ”
“ใครบอกผมก็ช่างเถอะแล้วตกลงมันเป็ความจริงไหม”
“จริง” งามพิศตอบก่อนถามเสียงห้วน “ทำไมคุณจะห้ามฉันงั้นเหรอ”
“เปล่า แค่อยากขอร้องคุณน่ะหากเพชรมันไม่เต็มใจจะแต่งงานก็อย่าไปบังคับมันเลยนะ”วิทวัสขอร้องเสียงอ่อยๆ สีหน้าเริ่มลำบากใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาของภรรยาและบุตรสาว
“ไม่ได้ยังไงนังเพชรก็ต้องแต่งงาน คุณไม่รู้สันดานของนังเพชรมันหรอกว่ามันเป็ยังไงที่ฉันต้องจับมันแต่งงานก็เพราะ้าป้องกันไม่ให้มันมาจับแฟนยัยหนู”
“จับแฟนยัยหนู?” วิทวัสทวนคำอย่างงุนงง
“ใช่ค่ะคุณพ่อนังเพชรมันจ้องจะจับคุณอิมรานของหนูวันนั้นคุณพ่อก็เห็นนี่คะว่ามันคิดจะอ่อยคุณอิมรานฉะนั้นเพื่อเป็การตัดไฟเสียั้แ่ต้นลมและไม่ให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอยเดิมเหมือนคราวของคุณพ่อกับคุณแม่อีกนังเพชรมันจะต้องแต่งงานออกไปค่ะ”มธุรินเอ่ยด้วยความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม
“แต่ว่า...”
“เงียบไปเลยคุณวิทถ้าคุณยังคิดจะช่วยนังเพชรอีกละก็ ฉันจะถือว่าคุณให้ท้ายมันแย่งแฟนยัยหนูคุณอยากให้ลูกของเราเสียใจงั้นเหรอ”
เจอคำพูดแบบนี้ทำเอาวิทวัสพูดไม่ออกไปเลยทีเดียวใจที่ไม่หาญกล้าพอทำให้เขานิ่งเงียบคล้ายกับยอมแพ้ สองแม่ลูกมีสีหน้าพอใจก่อนงามพิศจะชี้แจงให้สามีฟังเหมือนกับว่าสิ่งที่เธอทำลงไปนั้นมันคือความหวังดีต่ออวิกา
“คุณคิดดูนะคุณวิทให้นังเพชรมันแต่งงานออกไปเสียมันก็จะสบาย ฉันน่ะถึงแม้จะเกลียดมันแต่ก็ไม่ใจร้ายเลือกผู้ชายไม่ดีให้มันหรอกนะนายนพน่ะมันหลงรักนังเพชรมานานหลายปีแล้ว บ้านมันก็มีฐานะดีมีกิจการเป็ของตัวเองรูปร่างหน้าตาก็พอใช้ได้ การศึกษาก็เทียบเท่ากับนังเพชร ที่สำคัญมันเป็คนดีรักนังเพชรอย่างจริงใจ แต่งงานกันไปนังเพชรก็จะมีแต่ความสุขมากกว่าความทุกข์คุณคิดดูให้ดีๆ นะคุณวิทว่าระหว่างมันไม่แต่งงานและต้องอยู่ที่นี่เหมือนหมูเหมือนหมาตัวหนึ่งเป็ขี้ข้าให้ฉันกับลูกจิกใช้ทุกวันกับการที่มันต้องแต่งงานแล้วได้ออกไปจากที่นี่อย่างมีหน้ามีตาได้ไปอยู่บ้านสามีอย่างสุขสบาย ไม่ต้องมาคอยรองมือรองเท้าใครอีกคุณคิดว่าแบบไหนมันดีต่อนังเพชรกันล่ะ”
วิทวัสนิ่งเงียบและอดเห็นด้วยกับภรรยาไม่ได้แม้เขาจะไม่ค่อยได้ใส่ใจดูแลอวิกาเท่าไรแต่เขาก็รู้เื่ความเป็อยู่ของบุตรสาวคนนี้อยู่บ้างเธอเป็ลูกสาวคนหนึ่งของเขาแต่กลับต้องอยู่บ้านหลังนี้เหมือนคนรับใช้คนหนึ่งต้องทำงานงกๆ รองรับอารมณ์ของทุกคนในบ้านราวกับทาสบางครั้งเขาก็อดละอายใจและรู้สึกผิดไม่ได้ที่ปล่อยให้อวิกาต้องเป็เช่นนี้เขาเป็พ่อที่เลวและใช้ไม่ได้เลยสักนิดเดียว เขาอ่อนแอและเห็นแก่ตัวมากเกินไปจนทำร้ายเด็กบริสุทธิ์คนหนึ่งที่เป็เืเนื้อเชื้อไขของตนเองได้ลงคอ
บางที์อาจเมตตาอวิกาแล้วก็เป็ได้การแต่งงานครั้งนี้อาจนำหนทางที่ดีและเป็สุขมาให้กับบุตรสาวแสนอาภัพคนนี้ของเขาแม้จะได้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักแต่ก็ยังดีกว่าทุกข์ทรมานถูกกดขี่ข่มเหงอยู่ที่นี่อย่างไร้อนาคตแต่งงานออกไปอวิกาคงมีอนาคตที่ดีกว่านี้แน่ๆส่วนเื่รักหรือไม่รักเ้าบ่าวนั้นไม่สำคัญสักเท่าไร เพราะบางทีอยู่ๆกันไปก็อาจรักกันไปเองก็ได้มีคู่แต่งงานเยอะแยะไปที่ไม่ได้รักกันแต่ก็ครองคู่กันยืดยาวและสุดท้ายก็รักกันจนหมดหัวใจ
“คุณเริ่มเห็นด้วยกับฉันแล้วใช่ไหมคะคุณวิท” งามพิศถามยิ้มๆ เห็นสีหน้าของสามีก็รู้แล้วว่ายกนี้เธอชนะอีกตามเคย
“อืมเดี๋ยวผมจะไปคุยกับเพชรให้เข้าใจ”
“ได้สิคะ”
“ถ้าผมคุยกับเพชรจนเพชรเข้าใจแล้วคุณต้องปล่อยเพชรออกมาจากห้องนะ”วิทวัสต่อรองทั้งที่ตนเองไม่มีอำนาจในการต่อรองอะไรเลยแต่ก็ยังหวังว่าภรรยาจะมีใจเมตตาอยู่บ้างทว่าเขาก็ต้องผิดหวังเมื่อได้รับคำตอบจากงามพิศ
“ไม่ได้หรอกค่ะฉันไม่ไว้ใจมัน ปล่อยให้มันอยู่แต่ในห้องน่ะดีแล้ว กะอีแค่อยู่ในห้องเฉยๆไปสักอาทิตย์หนึ่ง มันคงไม่ตายหรอกค่ะ”
วิทวัสถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วลุกขึ้นเดินจากไปด้วยหัวใจอันหนักอึ้งและรู้สึกสับสนกับสิ่งที่กำลังจะทำลงไป
วิทวัสเดินมายังเรือนพักคนใช้ก่อนจะไปหยุดยืนอยู่หน้าห้องของอวิกาพอเห็นแม่กุญแจล็อกประตูห้องอยู่คนเป็พ่อก็รู้สึกเ็ประคนสงสารคนที่อยู่ด้านในยิ่งนักชายสูงวัยมองลอดผ่านหน้าต่างบานเกล็ดซึ่งบัดนี้มีตะแกรงเหล็กมาติดครอบเอาไว้อีกชั้นหนึ่งเพื่อกันไม่ให้คนที่อยู่ข้างในหนีออกมาได้ผ้าม่านหน้าต่างถูกผูกไว้อยู่อีกมุมหนึ่งจึงทำให้คนนอกสามารถมองเห็นคนที่อยู่ภายในห้องได้อย่างชัดเจนวิทวัสเห็นอวิกานอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงก็ส่งเสียงร้องเรียกออกไปด้วยน้ำเสียงอาทร
“เพชร...”
อวิกาเงยหน้าขึ้นแล้วเหลียวหลังกลับมามองก็นิ่งอึ้งไปก่อนจะรีบลุกขึ้นวิ่งมาเกาะขอบหน้าต่าง มองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าที่นองน้ำตาเสียงที่เปล่งเรียกบุคคลตรงหน้านั้นแ่เบา
“พะ...คุณผู้ชาย” ใจนั้นอยากจะเรียกวิทวัสว่าพ่อเหลือเกินแต่เพราะทิฐิและความน้อยเนื้อต่ำใจจึงเรียกคำที่คุ้นปากแทน
“เป็ยังไงบ้าง”
อวิกาไม่ตอบ เอาแต่ร้องไห้สภาพของเธอน่าสงสารจนวิทวัสอดเอื้อมมือสอดเข้าไปในกระจกบานเกล็ดแล้วลูบศีรษะเธอเบาๆอย่าง้าจะปลอบใจไม่ได้ ดวงตาคมนั้นเริ่มแดงและมีน้ำตาซึมอวิการ่ำไห้หนักขึ้นพร้อมกับยกมือทาบหลังมือของผู้ให้กำเนิดไว้ นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้แตะตัวของพ่อนี่เป็ครั้งแรกที่พ่อแสดงความเอื้ออาทรต่อเธอมันทำให้เธอรู้สึกทั้งเ็ปและดีใจไปพร้อมๆ กัน
“เพชร...” วิทวัสรู้สึกจุกอกจนไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้
“คุณผู้ชายขา ช่วยเพชรด้วยได้โปรดช่วยเพชรด้วย เพชรไม่อยากแต่งงาน ฮือๆๆ”อวิกาวิงวอนขอเสียงสั่นเครือ บีบมือของวิทวัสแน่น แววตาเต็มไปด้วยความอ้อนวอนความหวังของเธอเริ่มกลับมาอีกครั้งเมื่อวิทวัสมาหาเธอถึงเรือนพักบางทีเขาอาจสำนึกถึงความเป็พ่อขึ้นมาบ้างแล้วก็เป็ได้
“ทำไมล่ะเพชร”
“เพชรไม่ได้รักนพเพชรไม่อยากแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก”
“เพชร ฟังฉันนะ” วิทวัสนิ่งไปอึดใจก่อนพูดต่อ “บางที...นี่อาจเป็หนทางเดียวที่จะทำให้ชีวิตของเพชรดีขึ้นก็ได้”
“คุณผู้ชาย...”
อวิกาตกตะลึงเพราะไม่คิดว่าที่วิทวัสลงมาหาเธอถึงที่นี่ก็เพื่อจะมาเกลี้ยกล่อมให้เธอยอมแต่งงานหญิงสาวมองผู้ให้กำเนิดด้วยสายตาผิดหวังอย่างรุนแรง เ็ปแทบขาดใจและโกรธแค้นกับความใจร้ายใจดำของเขาเธอรู้สึกเกลียดััของเขาจับใจจึงก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวทำให้มือของวิทวัสหลุดจากศีรษะของเธอ ก่อนจะต่อว่าออกไปด้วยความน้อยใจ
“คุณมันก็ใจร้ายใจดำเหมือนภรรยากับลูกสาวของคุณ”
“ฟังฉันก่อนสิเพชรฉันหวังดีกับเธอนะ”วิทวัสชักมือกลับมาซุกกระเป๋ากางเกงเอาไว้
“หวังดีงั้นเหรอคุณพูดออกมาได้ยังไงว่าหวังดีในเมื่อคุณกำลังจะบังคับให้เพชรแต่งงานกับคนที่เพชรไม่ได้รัก”
“จริงอยู่ว่าตอนนี้อาจไม่ได้รักแต่พอแต่งงานอยู่กินกันไปก็คงรักกันไปเองนั่นแหละ เพชร...เธออยากเป็คนไม่มีอนาคตอย่างงั้นเหรออยากถูกกดขี่ข่มเหงแบบนี้ไปตลอดชีวิตเลยหรือยังไงกัน ยอมแต่งงานเถอะนะเพชรแต่งแล้วออกไปอยู่ข้างนอก ชีวิตของเธอจะได้พ้นทุกข์ไปจากที่นี่เสียทีเธอจะได้มีอิสระและสามารถทำตามใจตัวเองได้ยังไงล่ะ”วิทวัสพยายามหว่านล้อม ในขณะที่อวิกาเอาแต่ส่ายหน้าร้องไห้
“คุณเกลียดหนูมากขนาดนี้เชียวหรือคะ” อวิกาถามอย่างเจ็บช้ำ รู้สึกแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปเมื่อถูกบิดาบังเกิดเกล้ารังเกียจขนาดนี้
“ฉันไม่เคยเกลียดเธอเลยนะเพชรและที่ฉันขอให้เธอแต่งงานก็เพราะอยากให้เธอออกไปจากที่นี่ไปมีชีวิตที่สุขสบายกว่านี้ ฉันหวังดีกับเธอนะเพชรตอนแรกฉันก็ไม่เห็นด้วยกับเื่นี้ แต่พอคิดทบทวนดูดีๆ แล้วการแต่งงานมันคงเป็ทางออกเดียวที่จะทำให้เธอพ้นทุกข์ไปได้”
“ไม่จริงคุณอยากให้เพชรไปให้ไกลๆ จากชีวิตของคุณใช่ไหมคะเพราะเพชรเป็คนที่ทำให้ชีวิตของคุณต้องด่างพร้อย แถมยังเป็กาฝากที่คุณไม่อยากรับเลี้ยงอีกต่อไปเพชรมันเป็เสี้ยนหนามที่เกิดจากความผิดพลาดในชีวิตคุณ”
วิทวัสถอนหายใจยาวด้วยความอ่อนใจเมื่อได้ยินน้ำคำของผู้เป็ลูก
“เธอจะคิดยังไงก็เื่ของเธอเถอะแต่ฉันขอยืนยันอีกครั้งว่าฉันหวังดีกับเธอจริงๆหวังดีในฐานะที่...พ่อ...อย่างฉันจะทำได้ คิดดูให้ดีๆ นะเพชร ฉันไปล่ะ”
กล่าวจบก็หันหลังให้แล้วเดินออกไปอย่างช้าๆ
“พ่อ! พ่อขา...” อวิกาผวาเข้าชิดหน้าต่างร้องเรียกผู้ให้กำเนิดเสียงเครือก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งกองกับพื้นอย่างหมดแรงหมดกำลังใจ
วิทวัสก้าวเดินต่อไปไม่เหลียวกลับไปมองทางด้านหลังสักนิดเดียวเสียงเรียกของอวิกาบาดลึกในจิตใจจนน้ำตาไหลรินออกมาเขาหยุดเดินแล้วแหงนหน้ามองบนฟ้า ก่อนจะพึมพำออกมา
“ปาน...เพื่อลูกของเราผมทำดีที่สุดได้แค่นี้จริงๆ ได้โปรดยกโทษให้ผมด้วยนะ”
กล่าวจบวิทวัสก็เช็ดน้ำตาจนแห้งสนิทก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วเดินเข้าตึกใหญ่ไปในใจนั้นก็ภาวนาขอให้อวิกาเห็นด้วยกับสิ่งที่เขาพูดไปด้วยเถอะ