หลังจากที่ทั้ง 4 คนเดินออกมาจากเรือนพักของ เย่ซวน พวกนางก็มุ่งตรงไปยังเรือนพักของ เหลียนฮวา ทันที เพื่อที่จะปรึกษากันว่า พวกนางจะทำอย่างไรกันดี เพราะสิ่งที่ เหลียนฮวา พูดนั้นไม่ใช่ความจริง นางนั้นทำอาหารไม่เป็นเลยสักอย่าง 3 สาวที่เหลือเองก็เช่นกัน
"เดี๋ยวข้าไปตามพ่อครัวที่จวนมายังที่นี้ดีหรือป่าว" เยี่ยนฟางเสนอความคิด
"ดีเลย พ่อครัวของบ้านเจ้าฝีมือสุดยอดที่สุดแล้ว" เหิงเยว่ พยักหน้า เหลียนฮวา กับ อ้ายเหม่ยเองก็เห็นด้วย เพราะว่าพ่อครัวที่บ้านของเยี่ยนฟาง นั้นฝีมือดีจริงๆ
"ได้ เดี๋ยวข้าไปตามเขามาให้" เหตุผลที่ เยี่ยนฟาง ต้องไปด้วยตัวเองนั้น เพราะว่าไม่ใช่ว่าใครก็ได้ที่จะสามารถพาคนนอก เข้ามายังสำนักบงกชขาวได้ ยิ่งโดยเฉพาะผู้ชาย ยิ่งมีการตรวจอย่างเข้มงวด พูดจบ เยี่ยนฟาง ก็ลุกจากไปทันที
ลูกศิษย์ส่วนมากของสำนักบงกชขาว หรือ สำนักอื่นๆ ครอบครัวของแต่ละคนก็จะอาศัยอยู่ที่เมืองหนานจิงแห่งนี้ จะมีแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่มาจากต่างเมือง พวกนางแต่ละคนนั้นจะกลับบ้านของตนเองน้อยครั้งมาก เพราะกฎระเบียบของสำนักนั้นจะอนุญาตให้กลับบ้านในวันที่สำคัญ หรือ มีเรื่องด่วนเท่านั้น ส่วนวันอื่นๆ พวกนางต้องอาศัยอยู่ภายในสำนักเพื่อที่จะฝึกฝนตน
...
"คุณหนู" คนเฝ้าประตูทักทาย และมอง เยี่ยนฟาง ด้วยความแปลกใจ
เยี่ยนฟาง พยักหน้าให้ ก่อนจะรีบเดินเข้าไปภายในจวน
"คุณหนู" สาวใช้เดินเข้ามาคารวะเมื่อเห็นนางเดินเข้ามาภายในจวน
เยี่ยนฟางพยักหน้ารับ " ท่านแม่อยู่ที่ไหนหรือ"
"ฮูหยินไปอารามชีเจ้าค่ะ"
"อ๋อ" เยี่ยนฟาง พยักหน้าก่อนจะสั่งนางให้ไปตามพ่อครัวมาพบ "งั้นเจ้าช่วยไปตามท่านอาหยวนเป่ามาพบข้าที่เรือนรับรองหน่อย" พูดจบ เยี่ยนฟาง ก็เดินไปรอที่เรือนรับรองหลักทันที
'เขาจะชอบกินอาหารแบบไหนนะ' เยี่ยนฟางนั่งคิด ผ่านไปไม่นานก็มีชายวัยกลางคนเดินเข้ามา เขามีชื่อว่า หยวนเป่า เป็นพ่อครัวที่พ่อของ เยี่ยนฟาง จ้างมาพิเศษ หยวนเป่า เคยทำงานเป็นพ่อครัวใหญ่อยู่ในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง พ่อของนางติดใจในฝีมือการทำอาหารของเขา จึงได้ชักชวนให้เขามาเป็นพ่อครัวประจำที่จวน ในตอนแรกหยวนเป่าก็ไม่ได้ให้ความสนใจ เพราะการเป็นพ่อครัวประจำนั้น ต้องคำนึงในสิ่งต่างๆ มากมาย เขาไม่อยากปวดหัวกับเรื่อบแบบนั้น ทำให้ เยี่ยนเป่า ปฏิเสธไป
แต่เหตุผลเหล่านั้นก็หายไป เพราะอยู่ๆ อู๋ทง ซึ่งเป็นภรรยาของ หยวนเป่า ที่อยู่ๆ ก็ล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้เขาต้องหยุดงานการเป็นพ่อครัวเพื่ออยู่ดูแลนาง เขาพาหมอมาดูอาการของ อู๋ทง หลายครั้งแต่ก็ยังไม่รู้สาเหตุว่านางป่วยเป็นอะไร สุดท้ายเขาก็เจอหมอจอมปลอมหลอกเข้า ทำให้สูญเสียเงินเก็บทั้งหมด
ตอนนั้นเขาสิ้นหวังอย่างมาก จนคิดที่จะฆ่าตัวตายพร้อมกับภรรยา แต่ก็ถูกพ่อของนางช่วยเอาไว้ พ่อของเยี่ยนฟางเสียเงินไปมาก กว่าที่จะหาหมอฝีมือดีมารักษา อู๋ทง จนหาย ทำให้ หยวนเป่า ตอบตกลงมาเป็นพ่อครัวให้กับจวนของนาง
"คุณหนู" หยวนเป่า ยกมือคารวะ
"ท่านอาหยวนเชิญนั่ง" เยี่ยนฟางพูด
"ขอบคุณ" หยวนเป่าพยักหน้าก่อนที่จะนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เยี่ยนฟาง
"คุณหนูเรียกข้ามาพบด้วยเรื่องใดหรือ ?" หยวนเป่าเข้าประเด็นทันที
"ข้าจะให้ท่านช่วยทำอาหารให้ข้าสัก 3-4 อย่างหน่อย" เยี่ยนฟางตอบ
"ทำอาหาร ?" หยวนเป่า แปลกใจ "ท่านจะให้ข้าทำอาหารประเภทไหนหรือ"
เยี่ยนฟางคิดอยู่สักพักก่อนที่จะตอบ "อาหารอะไรนะ ที่เขาชอบ"
"ใครหรือ ?" หยวนเป่าถามขึ้นด้วยความสงสัย
เมื่อ เยี่ยนฟาง รู้ตัวว่าเผลอพูดบางสิ่งออกไป หน้าของนางก็ขึ้นสีทันที
"เปล่า" นางส่ายหน้า "ท่านอาหยวนเป่าสามารถทำอาหารอะไรก็ได้ที่อร่อยๆ" เยี่ยนฟาง รีบเปลี่ยนเรื่องพูด
"อะไรก็ได้งั้นหรือ" หยวนเป่าคิดอยู่สักพักก่อนที่จะพูดชื่ออาหารที่เขาจะทำขึ้นมา
อย่างแรก คือ โจ๊กต้มพุทราแดง
อย่างที่สอง คือ เป็ดยัดไส้
อย่างที่สาม คือ หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง
อย่างสุดท้าย คือ ตับผัดขิง
"ดีเลย เอาตามนี้" เยี่ยนฟางพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
"คุณหนูต้องการตอนไหน ?"
"ตอนนี้"
"อะไรนะ !" หยวนเป่าตกใจ เพราะไม่คิดว่านางจะต้องการอาหารทั้งหมดภายในวันนี้
"ท่านต้องการให้ข้าทำอาหารให้ตอนนี้ ?"
"ใช่" เยี่ยนฟางพยักหน้า "ท่านไม่ต้องรีบ แต่ขอไวหน่อยก็ดี" เยี่ยนฟางพูดเสริม
'อะไรคือไม่ต้องรีบ แต่ขอไวหน่อย ?' หยวนเป่าคิดอยู่ในใจ
"ได้ขอรับ แต่คงต้องใช้เวลาสักพัก"
เยี่ยนฟางพยักหน้า
หยวนเป่า พูดเสร็จก็ขอตัวไปยังห้องครัวทันที
ในตอนแรก เยี่ยนฟาง นั้นจะให้คนนำอาหารไปส่งยังสำนักบงกชขาว แต่สุดท้ายนางก็ตัดสินใจที่จะอยู่รอ
...
ผ่านไป 1 ชั่วยาม ขณะที่ เยี่ยนฟาง กำลังพักผ่อนอยู่ภายในห้องของตัวเอง ด้านหน้าจวนก็มีร้านม้าคันหนึ่งจอดอยู่หน้าจวน ก่อนที่จะมีหญิงวัยกลางคนเดินจากรถม้าลงมา ถึงแม้ว่านางจะเป็นแม่คนแล้วแต่ความสวยของนางกลับไม่ลดลงเลย นางก็คือแม่ของ เยี่ยนฟาง มีชื่อว่า ไป๋หลาน
เมื่อเดินเข้ามาภายในจวน จมูกของไป๋หลานก็ได้กลิ่นหอมของอาหารที่ หยวนเป่า เป็นคนทำ นางอดที่จะแปลกใจไม่ได้
"ท่านพี่กลับมาแล้วหรือ ?" ไป๋หลาน หันไปถามสาวใช้คนสนิท นางมีชื่อว่า หวังฟาง
"เดี๋ยวข้าไปถามให้เจ้าค่ะ" หวังฟาง พูดพร้อมกับเดินจากไป
ไป๋หลาน เดินเข้ามานั่งรอที่เรือนรับรอง ผ่านไปได้ไม่นาน หวังฟางก็กลับมา
"ไม่ใช่นายท่านกลับมาเจ้าค่ะ"
"ไม่ใช่ท่านพี่ ?"
"เจ้าค่ะ แต่เป็นคุณหนูกลับมาเจ้าค่ะ"
"เยี่ยนเอ๋อร์ ?"
"เจ้าค่ะ" หวังฟาง พยักหน้าตอบก่อนที่จะเล่าเรื่องต่างๆ ให้ ไป๋หลาน ได้ฟัง
"นางให้หยวนเป่าทำอาหาร ?" ไป๋หลาน ขมวดคิ้วเพราะไม่อยากจะเชื่อหูของตนเอง บุตรสาวสั่งให้พ่อครัวทำอาหารเพื่อที่จะเอาไปให้เพื่อนผู้ชาย
"เจ้าไปตามนางมาให้ข้าที" ไป๋หลาน หันไปสั่งสาวใช้ที่เดินตาม หวังฟาง มา
"เจ้าว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร" ไป๋หลาน หันไปถามความเห็นจาก หวังฟาง
"บ่าวก็ไม่รู้เหมือนกันเจ้าค่ะ" หวังฟาง เองก็แปลกใจไม่ต่างอะไรกับเจ้านายของตนนางเห็น เยี่ยนฟาง มาตั้งแต่เด็ก นางยังไม่เคยเห็นคุณหนูของตนสนใจบุรุษคนไหนเลย
ใช้เวลาไม่นาน เยี่ยนฟาง ก็มาถึง
"ท่านแม่" นางเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ และ กอดผู้เป็นแม่ด้วยความคิดถึง
ไป๋หลาน ใช้มือลูบผมของบุตรสาว
"ข้าคิดถึงท่านแม่เหลือเกิน" เยี่ยนฟางพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
เมื่อได้ยินน้ำเสียงออดอ้อนของนาง ไป๋หลาน ก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
"เจ้านี่นะ ทำตัวเป็นเด็กๆ ไปได้"
"แบบนี้จะแต่งออกไปได้ยังไง"
"ข้าจะไม่แต่งงาน" เยี่ยนฟาง เอาหัวซบไหล่และกอดแขน ไป๋หลาน เอาไว้
"เจ้าจะไม่แต่งงานจริงหรือ ?" ไป๋หลาน เลิกคิ้วขึ้น
"แล้วเจ้าให้หยวนเป่าทำอาหารไปให้ใคร"
เมื่อได้ยินคำถามของมารดา เยี่ยนฟาง ก็สะดุ้งตกใจ
"ดูเจ้าตอนนี้สิ อย่างกับคนมีความรัก" ไป๋หลาน พูดหยอกเย้าบุตรสาว
"ความรักอะไรกัน ท่านแม่ละก็"
"คุณหนูหน้าแดงแล้วเจ้าค่ะ" หวังฟาง พูดจบ ไป๋หลานก็หัวเราะออกมาทันที
"ฮ่าๆ ดูลูกสาวของแม่สิเขินจนหน้าแดงแล้ว"
"เขาไม่ใช่คนรักของข้าซะหน่อย เขาเป็นแค่เพื่อนเท่านั้น" เยี่ยนฟาง พูดออกมาด้วยความเขินอาย
"ไม่ใช่ก็ไม่ใช่" ไป๋หลาน ดึงนางมากอด "ไหน เล่าให้แม่ฟังสิ"
ในตอนแรก เยี่ยนฟาง ก็ลังเลที่จะเล่าเรื่องทั้งหมดให้มารดาฟังเพราะกลัวว่านางจะตกใจ และ ก็เป็นอย่างที่ เยี่ยนฟางคิด พอเล่ามาถึงตอนที่นางเกือบที่จะเป็นอาหารของแม่งมุมม่วงคราม ไป๋หลาน ที่ฟังอย่างสนุกสนาน ก็ทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที
"ท่านแม่ไม่ต้องห่วง ดูสิตอนนี้ข้าปลอดภัยแล้ว" เยี่ยนฟาง ตบหลังมือผู้เป็นมารดาเบาๆ
"จะไม่ให้แม่เป็นห่วงได้ยังไง ครั้งนี้ถือว่าโชคของเจ้ายังดี ที่มีเจ้าหนุ่มที่ชื่อว่าเย่ซวน นั้นช่วยเอา"
"แต่ถ้าครั้งหน้าเจ้าไม่โชคดีแบบนี้ละ"
"ครั้งหน้าข้าจะระวังตัวให้มากๆ ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วง"
"เอาแบบนี้ดีมั้ย ท่านแม่ก็มีน้องให้ข้าอีกสักคน เกิดข้าเป็นอะไรขึ้นมาท่านแม่ กับ ท่านพ่อ จะได้มีคนดูแล"
"พูดจาเหลวไหล" ไป๋หลานทำหน้าดุบุตรสาว ก่อนที่จะตีไปที่แขนของนางเบาๆ ไม่ใช่ว่านางไม่อยากมี แต่นางกับสามีเองก็จนปัญญา ทุกวันนี้ที่นางไปอารามชี ก็เพื่อที่จะไปสวดภาวนา ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประทานบุตรชายให้นางกับสามีสักคน
"ฮ่าๆ" เมื่อเห็นมารดาสบายใจขึ้น เยี่ยนฟาง ก็หัวเราะออกมา
"แล้วคนที่ชื่อเย่ซวนนั้นเขาเป็นใคร" ไป๋หลาน ถามด้วยความอยากรู้ ก่อนที่ เยี่ยนฟาง จะเล่าเหตุการณ์ต่อจากนั้น ให้ผู้เป็นมารดาฟัง
พวกนางสองแม่ลูกใช้เวลาคุยกันไป ครึ่งชั่วยาม หยวนเป่า ก็เดินเข้ามาบอกกับ เยี่ยนฟาง ว่าอาหารถูกเตรียมเรียบร้อยแล้ว เยี่ยนฟาง จึงได้ขอตัวกลับไปยังสำนัก เพราะกลัวว่าอาหารจะหายร้อนเสียก่อน ก่อนจะจากไปก็ถูกมารดาพูดจาหยอกล้อ ว่าให้พา เย่ซวน นั้นมาแนะนำให้รู้จัก ทำให้นางเดินออกจากจวนความเขินอาย
...
ขอบคุณสำหรับการติดตามครับผม