“ฮึ่มมม!” จากนั้นเขาคำรามเสียงต่ำ ทุกคนในห้องต่างก็รู้สึกเหมือนกับหูจะระเบิด ตามมาด้วยเสียงวิ้งคลื่นพลังเสียงอันท่วมท้นทำให้กระจกที่อยู่รอบกำแพงแตกแตกกระจาย เพล้ง เพล้ง เพล้ง!!!!
ซูจียืนอยู่กับที่ มองดูความสามารถแปลก ๆ ของซุนเสี่ยวเฟิงอย่างเงียบ ๆ มันแน่นอนว่าเธอตกเป็นเป้าหมายของใครบางคน เจ้าซุนเสี่ยวเฟิงคนนี้เห็นได้ชัดเจนว่าถูกวิญญาณสิง ยิ่งกว่านั้นวิญญาณที่สิงยังไม่ใช่วิญญาณชั้นต่ำ ถ้าเธอเดาไม่ผิดล่ะก็ วิญญาณตนนี้ต้องมีระดับถึงราชาวิญญาณ
แม้ว่าวิกฤตนี้จะจวนตัว แต่ตราบเท่าที่เธอเป็นศิษย์สำนักพุทธ เธอก็ยังมีกฎที่ต้องทำตาม นั่นคือห้ามใช้คาถาต่อหน้าคนนอก แม้ว่ากฎนี้จะยืดหยุ่นได้นิดหน่อย แต่ก็แค่สามารถแสดงให้คนเห็นได้แค่ 1 หรือ 2 คน เธอไม่สามารถใช้คาถาต่อหน้านักเรียนจำนวนมากนี้ได้ ถ้าเรื่องในวันนี้แพร่ออกไป บางทีวัดเป่าไต้เขาซงซานอาจไล่เธอออกจากสำนัก
ราชาวิญญาณที่ควบคุมซุนเสี่ยวเฟิง แน่นอนว่ามันไม่สนความคิดของซูจี เหมือนกับนก ไม่นานร่างก็มาปรากฏด้านข้างซูจี กระบองในมือฟาดเข้าใส่หัวของซูจี
แม้ว่าเธอจะไม่สามารถใช้คาถาได้ แต่เธอก็เป็นผู้ฝึกตนที่อยู่ในขั้นสร้างรากฐาน ด้วยการถอยไปข้างหลังเพียงครั้งเดียว ซูจีก็สามารถหลบการโจมตีของซุนเสี่ยวเฟิงได้
แต่ด้วยการจ้องมองของซุนเสี่ยวเฟิงที่ตาแดง เขาสามารถจับซูจีไว้ได้ด้วยมืออีกข้าง ทันใดนั้นเธอก็ไม่สามารถควบคุมร่างกายของตัวเองได้ แล้วจากนั้นก็ถูกดึงเข้าไปหาซุนเสี่ยวเฟิง
“ราชาวิญญาณ เคลื่อนย้ายวัตถุ!” ดวงตาของซูจีเบิกกว้างด้วยความตกใจ ความสามารถที่ควบคุมวัตถุได้เพียงแค่คิด เป็นความสามารถที่ทำได้โดยราชาวิญญาณเท่านั้น ในที่สุดซูจีก็ยื่นข้อมือของเธอออกมาแสดงให้เห็นสร้อยข้อมือประคำของเธอ
“ไปตายซะ!” ในตอนนี้เอง ทันใดนั้นก็มีเงาพุ่งเข้ามา พร้อมกับลูกเตะ ร่างกายกลายเป็นพายุ ซุนเสี่ยวเฟิงที่ควบคุมร่างกายของซูจีด้วยพลังเคลื่อนย้ายวัตถุ ถูกเตะออกไปก่อนที่ซูจีจะใช้คาถาของเธอ
ปัง! ราชาวิญญาณกลายเป็นวิญญาณอนาถา ร่างปะทะเข้ากับชั้นวางของที่อยู่ใกล้ ๆ ชิ้นส่วนของอุปกรณ์กีฬาตกมาใส่ร่างฝังเขาไว้ใต้พวกมัน
ฉินเฉาลงจอดกับพื้นอย่างแผ่วเบา แล้วมองซูจีอย่างกังวล
“เธอเป็นไรมั้ย?”
“หึ ถ้านายมาช้ากว่านี้อีกหน่อย ฉันอาจเป็นอะไรไปแล้วก็ได้”
“คุณหนูรอง คุณหนูรอง!” ไม่นานเจียงตงก็ตามฉินเฉาเข้ามาแล้วแกว่งมาเชเต้ไปทั่วห้องพร้อมกับเจตนาฆ่า “ใครบังอาจทำร้ายคุณหนูรอง ฉันจะหั่นมันเป็นชิ้น ๆ!”
“เจียงตง นายกำลังทำอะไร!” สารรูปทำให้เหล่าหญิงสาวจำนวนมากหวาดกลัว แต่บางคนชอบความกล้าหาญ พลางคิดว่า ‘ชายคนนี้! สมที่เกิดมาเป็นลูกผู้ชาย’ แต่ซูจีไม่ได้ปลื้มด้วยเธอยังคงด่าทอเขา
“วางมีดลงซะ! ที่นี่คือโรงเรียน!”
“สถานการณ์นี้มันยังไงกัน?” จางลี่กุมไหล่ตัวเองแล้วขดตัวลงกับพื้น
“น้องชาย นายทำงานได้ดีมาก ขอบคุณ!” ฉินเฉาแน่นอนว่ารู้ว่าจางลี่ขัดขวางซุนเสี่ยวเฟิงไว้ ไม่อย่างนั้น ต่อให้เมอร์ซิเดสของเจียงตงเปลี่ยนเป็นเครื่องบิน เขาก็ไม่สามารถมาช่วยซูจีได้ทันเวลา
“แหะ ๆ ” จางลี่หัวเราะ เขารู้สึกโล่งอก ตราบเท่าที่มีพี่ฉินอยู่ เรื่องอะไรที่เขาไม่สามารถช่วยได้?
หู่หลี่ลี่กับฟางเหวินกอดกันกลม เด็กหญิงทั้งสองตกใจมากหลังจากเห็นท่าทางที่ดุร้ายแล้วว่องไวของซุนเสี่ยวเฟิง เธอถามฉินเฉาอย่างระวังว่า “พี่ฉินเฉา น่ะ.. นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
“แค่อุบัติเหตุเล็กน้อย” ฉินเฉาโบกมือแล้วพูดว่า “จางลี่ปิดประตู”
“ครับ! ครับ!” ทันใดนั้นจางลี่ก็ไปที่ประตูแล้วปิดมัน
“เฮ้ยยยย!” ในตอนนั้นเองพื้นเกิดการสั่นสะเทือน ซุนเสี่ยวเฟิงผู้ถูกกองอุปกรณ์กีฬาทับถม อยู่ ๆ ก็โผล่แขนก็โผล่ออกมา แล้วยืนขึ้น
แม้ว่าที่หน้าผากจะมีเลือดไหลออกมา เขาก็ดูเหมือนว่าจะไม่เจ็บ เขาเพียงแค่จ้องซูจีด้วยสายตาที่แดงก่ำ
“นี่ไม่ดีแล้ว” ฉินเฉาย้ายมายืนตรงหน้าซูจีแล้วกระซิบกับเธอว่า “มีวิธีอะไรมั้ยที่จะขับไล่ราชาวิญญาณออกจากร่างของซุนเสี่ยวเฟิง? ไม่อย่างนั้น ฉันคงต้องฆ่าเขา”
“คำสุดท้ายของบทสวดเจ้าแม่กวนอิมสามารถไล่ราชาวิญญาณออกไปได้แน่นอน” ซูจีพูดกับฉินเฉาอย่างมั่นใจ
“งั้น ก็รีบท่องเข้าสิ!”
“ฉันทำไม่ได้!” ฉินเฉาพ่ายแพ้ซูจีอย่างราบคาบ ทันใดนั้นซุนเสี่ยวเฟิงก็ยื่นมือออกมาควบคุมอุปกรณ์กีฬาในห้อง ไม่นานพวกมันก็ลอยอยู่กลางอากาศ
ฉินเฉาจนตรอก เขาไม่มั่นใจว่าเขาจะสามารถกันการโจมตีที่มากขนาดนี้ได้มั้ย แม้ว่าเขาจะสามารถปัดมันได้ทีละอัน แต่มันก็ไม่ดี จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหนึ่งในนั้นทำร้ายนักเรียนที่อยู่ที่นี่?
“โซ่จับวิญญาณ!” ฉินเฉาเรียกอาร์ติแฟคออกมาจากแหวนเก็บของ พร้อมกับเสียงหวีดหวิว ราวกับสายฟ้า ทันใดนั้นโซ่ก็พันร่างของซุนเสี่ยวเฟิงไว้
โซ่จับวิญญาณนี้เป็นอาร์ติแฟคที่มีไว้จัดการกับภูตผีโดยเฉพาะ หลังจากที่ถูกรัดอย่างแน่นหนา ทันใดนั้นเทเลคิเนซิสของซุนเสี่ยวเฟิงก็ถูกรบกวน พร้อมกับเสียง เคล้ง คล้าง อุปกรณ์กีฬาที่ลอยอยู่กลางอากาศก็หล่นลงพื้น
ทุกคนโล่งอก ซุนเสี่ยวเฟิงสั่น ตากลายเป็นสีแดงอย่างสมบูรณ์ ฉินเฉาจ้องเขา เขาไม่รู้ว่าโซ่นี้จะมัดซุนเสี่ยวเฟิงไว้ได้นานแค่ไหน ถ้าเขาไม่สามารถหาทางขับไล่ราชาวิญญาณนี้ออกไปเรื่องนี้ก็จะไม่จบ
“ให้ฉันหั่นมันเป็นชิ้น ๆ!” ด้วยเจตนาฆ่า เจียงตงยกมาเชเต้ขึ้นมาแล้วเตรียมตัวเคลื่อนไหว
“ไม่!” ฉินเฉาแล้วซูจีพูดค้านออกมาพร้อมกัน ซุนเสี่ยวเฟิงไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ถ้าพวกเราอยากจะกำจัดราชาวิญญาณ พวกเขาไม่สามารถฆ่าคนธรรมดาคนนี้
“คุณหนูรอง อย่าห่วง ผมจะทำอย่างรวดเร็ว ชายคนนี้จะไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่นิดเดียว” เจียงตงหัวเราะ แล้วไม่สนใจคำค้านของใคร เขาเดินไปหาซุนเสี่ยวเฟิง
แต่เมื่อเขาอยู่ห่างจากซุนเสี่ยวเฟิงประมาณหนึ่งเมตร เจียงตงก็รู้สึกถึงแรงกระแทกขนาดใหญ่กระแทกเข้าใส่ร่าง ทำให้เขาลอยคว้างไปด้านข้างแล้วตกลงกับพื้น
“บัดซบ! พลังชั่วร้ายชัด ๆ!” เจียงตงโง่งม
“เขายังมีพลังเหลือปกป้องตัวเอง” ฉินเฉาขมวดคิ้ว พลางคิดว่า ‘ไม่เสียชื่อที่เป็นถึงราชาวิญญาณ แม้ว่าเขาจะถูกขังด้วยโซ่จับวิญญาณ เขายังคงมีพลังเหลืออยู่ ฉันกลัวว่าไม่นานเขาก็คงสามารถทำลายการจับของโซ่นี้ได้แล้ว’
เมื่อเป็นอย่างนี้ ก็เหลือแค่ทางเดียวแล้วล่ะ
“โรซี่! ฉันอยากจะขอพร! ไล่ราชาวิญญาณออกไปจากร่างของเด็กคนนี้ที!” เสียงตะโกนดังก้องไปทั่วห้อง ทุกคนมองฉินเฉาด้วยท่าทางงุนงง คิดในใจว่า ‘ผีอะไรที่เขาเรียก? แล้วใครคือโรซี่?’
คนที่ยืนอยู่บนหลังคาตึกใกล้ ๆ โจวเต๋อแสยะยิ้มเหยียดหยามที่มุมปาก
“ชายคนนี้บ้าไปแล้ว เขาคิดว่าตัวเองเป็นใคร? เขาคิดว่าเขาสามารถแก้ปัญหาด้วยการตะโกนหรือไง?”
แต่ในตอนนี้เอง มีเสียงดังมาจากนอกห้องเรียน เป็นเสียงทุบประตู ทำให้ทุกคนในห้องสะดุ้ง
“ใคร!?” จางลี่ผู้ที่ปกป้องประตู ตะโกนออกไป
“มีของมาส่งคุณฉินค่ะ!” เสียงหวานลอดผ่านประตูเข้ามา ฉินเฉาเลิกคิ้ว เขาโบกมือให้จางลี่แล้วพูดว่า
“ให้เธอเข้ามา!”
ฉินเฉาสั่ง จางลี่ก็ทำหน้าที่เปิดประตู เห็นเพียงแค่สาวสวยรูปร่างดีมาในชุดเครื่องแบบสีเขียว เดินเข้ามาพร้อมกับของในมือ เธอเดินไปหาฉินเฉาโดยไม่สนใจคนอื่น ๆ
มีโลโก้บริการส่งถึงที่ติดอยู่ที่ข้างหลังชุดเครื่องแบบที่สวยงามของเธอ
“เซ็นชื่อด้วยค่ะ” ฉินเฉานับถือความสามารถในการคอสเพลย์ของโรซี่จริง ๆ เขาเซ็นชื่อลงไปแล้วรับของมา
หลังจากที่พูด “ขอบคุณที่ใช้บริการบริการส่งถึงที่ค่ะ” สาวสวยนางนี้จากนั้นก็จากไปภายใต้สายตาที่ตะลึงของเหล่าผู้ชม
ที่ประตู ทันใดนั้นเธอก็ยิ้มให้กับจางลี่
“สุดหล่อดี มาแลกเบอร์กันไหมจ๊ะ เผื่อเอาไว้เวลาว่าง ๆ เราจะได้ไปกินข้าวกัน อย่างเช่นคืนนี้เป็นไง?”
“ผะ...ผม” จางลี่อายุน้อยกว่า 20 ปี เขาจะไปมีประสบการณ์แบบนี้ได้ยังไง? เขาพูดไม่ออกแล้วหน้าแดง
“ฮิฮิ พ่อหนุ่มใสซื่อ ไว้เจอกัน!” พร้อมกันนั้นเธอก็ออกจากห้องไปทิ้งไว้เพียงแต่กลิ่นหอม แต่เธอไม่ลืมที่จะปิดประตู
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร?” ซูจีผู้ที่มีเซ้นต์ของผู้หญิงเต็มเปี่ยม ระแวงแล้วถามฉินเฉา
“อย่าสนใจเธอเลย เธอเป็นแค่คนส่งของธรรมดา” ฉินเฉาไม่มีเวลาอธิบาย เขาเปิดกล่องแล้วหยิบเอาสินค้าที่เป็นไฟฉายสีเงินที่อยู่ข้างในออกมา
“อะไรนี่! ฉันเสียพรไปเพื่อไฟฉายเนี่ยนะ?” ฉินเฉาสั่นไปทั้งตัว เขาอดโมโหไม่ได้ “เวรเอ๊ย! ของเล่นนี้เอาไว้ส่องตาวิญญาณให้ตาบอดหรือไง?”
หลังจากที่พูดเสร็จ ฉินเฉาก็เปิดสวิตช์ไฟฉายทำให้ส่องแสงออกมา จากนั้นเขาก็ฉายมันไปที่ซุนเสี่ยวเฟิง
“อ๊า!” ฉินเฉาประหลาดใจ ซุนเสี่ยวเฟิงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างเริ่มสั่น โซ่จับวิญญาณเหมือนรู้สึกถึงบางสิ่งมันคลายตัวจากร่างของซุนเสี่ยวเฟิงแล้วกลับมาอยู่ในมือของฉินเฉา
เมื่อความเจ็บปวดมาถึงขีดสุด ซุนเสี่ยวเฟิงทันใดนั้นก็ส่งเสียงโหยหวนออกมา จากนั้นเงาสีดำก็ลอยออกมาจากร่าง พร้อมกับเสียงหวีดหวิว มันก็ลอยขึ้นไปในอากาศ เหมือนต้องการจะหลบหนี
“แกคิดจะไปไหน!” ฉินเฉาสัมผัสถึงมันได้แล้วฉายไฟส่องไปที่เงาสีดำนั้น
“อ๊ากกก!” เหมือนกับถูกแผดเผา ภายใต้แสงที่สาดส่อง เงานั้นก็บิดตัวไปมา แล้วร่วงลงกับพื้น
“โซ่จับวิญญาณ!” ฉินเฉาโยนโซ่แล้วจับเงานั้นไว้อย่างแน่นหนา หันหลังให้เหล่าเด็กสาว ฉินเฉาเดินอย่างช้า ๆ เข้าไปหาเงานั้น จากนั้นก็แทงเงานั้นด้วยแขนปีศาจ
“ไปสู่สุคติซะ!”
เงาดำนั้นกรีดร้องออกมา พร้อมทั้งบิดตัวไปมา แต่เหมือนกับสัตว์ประหลาดที่โลภมาก แขนของฉินเฉาก็เริ่มดูดซับพลังวิญญาณของราชาวิญญาณนั้น
ไม่นาน ความแข็งแกร่งของราชาวิญญาณก็ถูกฉินเฉาดูดมาไม่เหลือไว้สักนิด
ขณะเดียวกัน บนดาดฟ้า โจวเต๋อพ่นเลือดออกมาจากปาก
“บัดซบ! ล้มเหลวอีกแล้ว...” หน้าของโจวเต๋อเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “แม้กระทั่งราชาวิญญาณก็ถูกเอาไป ไม่... ฉันต้องรีบหาสุสานแล้วใช้เวลาฝึกตนสักพัก”
หลังจากนั้น พร้อมกับอาการสั่นเทา เขาเดินอย่างช้า ๆ ลงบันไดไป
ทันใดนั้นควันสีดำก็ลอยมาจากฟ้าแล้วตกลงตรงหน้าโจวเต๋อ จากนั้นก็กลายร่างเป็นผู้ชาย
ชายคนนี้มีคิ้วที่หนา ตาที่ใหญ่ แล้วมีบรรยากาศน่าขนลุกรอบใบหน้า
“เจ้าสำนัก!” โจวเต๋อสั่นแล้วรีบคุกเข่าลงตรงหน้าชายคนนี้
“แกล้มเหลวสามครั้งแล้ว แกคิดว่าแกสามารถหลบหนีหลังจากทำให้สำนักขายหน้าได้เหรอ?” เสียงของชายคนนั้นเย็นชาเหมือนกับสายลมในฤดูหนาว ทำให้โจวเต๋อสั่น
“เจ้าสำนัก ท่านเจ้าสำนัก ได้โปรดให้โอกาสผมอีกครั้ง!” เสียงโจวเต๋อสั่น เหมือนกับว่าความกลัวฝังลึกถึงกระดูก
“โอกาสงั้นเหรอ?” เจ้าสำนักยกคิ้ว ทันใดนั้นเขาก็ฟาดฝ่ามือออกไป พร้อมกับแสงสีดำที่กลางฝ่ามือ
ฝ่ามือนั้นฟาดเข้าใส่ร่างของโจวเต๋อ ทันใดนั้นกล้ามเนื้อก็เริ่มเน่าเปื่อย หลังจากนั้นชั่วพริบตา โจวเต๋อก็เหลือเพียงแค่กระดูกขาวโพลน เจ้าสำนักเก็บมันไว้ในแขน
“ไปแก้แค้นด้วยวิญญาณพร้อมกับศพของแกเถอะ”
จบตอน#