บทที่ 28 คนที่มาพักมีภูมิหลังไม่ธรรมดา
ฉินอันกับฉินลี่ไม่ได้จากไปแล้วเหรือ?
เมื่อเห็นสีหน้าของเจียงเยว่ ฉินอันจึงพูดอย่างลำพองใจว่า “ประหลาดใจหรือเปล่า ฉันกลับมาแล้ว ่นี้ฉันพักอยู่ที่นี่”
เจียงเยว่รู้สึกสงสัยอยู่บ้าง แต่ไม่ได้ซักถามต่อ
เดิมทีฉินอันคิดว่าเจียงเยว่จะถามว่าทำไม เธอจึงเตรียมพร้อมที่จะโต้กลับเจียงเยว่แล้ว แต่ไม่คิดว่าเจียงเยว่จะเงียบ ไม่ได้ถามอะไรอีก
ทำไมเจียงเยว่ถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้?
ฉินอันพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “เจียงเยว่ ตอนนี้เธอดูเหมือนเป็คนละคนไปเลย”
“จริงเหรอ?” เจียงเยว่ถามกลับ
“ก่อนหน้านี้เธอไม่ใช่แบบนี้” ฉินอันเย้ยหยัน
เจียงเยว่ไม่สนใจฉินอัน เธอหันหลังกลับกำลังจะเข้าบ้าน ฉินอันโกรธจนกระทืบเท้า “เจียงเยว่ เธอจะไปไหน ฉันกำลังคุยกับเธออยู่นะ”
ได้ยินเสียงโกรธจัดของฉินอัน เจียงเยว่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ตอนนี้จิตใจของเธอ บางครั้งก็เหมือนวัยกลางคน บางครั้งก็เหมือนเด็กวัยรุ่น
ส่วนฉินอัน ตอนนี้ในสายตาของเธอ เหมือนเด็กน้อยคนหนึ่ง เป็เด็กน้อยที่หยิ่งยโส
เสียงของฉินอันดังมาก ทำให้ใครหลายคนหันมาสนใจ
ตอนที่ฉินอันถูกพามาที่นี่ มีคนไม่น้อยที่มองเธอด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เมื่อรู้ว่าคนที่พาฉินอันมาคือภรรยาของผู้บัญชาการ ทุกคนก็อยากรู้ภูมิหลังของฉินอันมากขึ้น
เมื่อวานตอนที่ฉินลี่และฉินอันมา มีหลายคนที่เห็นแค่ด้านหลังของฉินอัน จึงไม่ได้สังเกตใบหน้าของเธอ
“สหาย เป็ญาติกับใครเหรอ?”
มีคนหนึ่งทักทายด้วยท่าทีกระตือรือร้น
ฉินอันเหลือบมองคนคนนั้น ก่อนจะหันหลังเดินเข้าบ้านไป
คนที่ทักทายชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่คิดว่าฉินอันจะหยิ่งอย่างนี้
“คนนี้ทำไมถึงเหมือนสหายเจียง ตอนที่สหายเจียงมาใหม่ ๆ ก็เป็แบบนี้”
“ฉันได้ยินมาว่า เธอถูกภรรยาของผู้บัญชาการสวี่พามา”
“โอ้ งั้นภูมิหลังของเธอต้องไม่ธรรมดาแน่”
“ภูมิหลังของเธอต้องพิเศษแน่ ๆ”
เจียงเยว่ได้ยินคนข้างนอกพูดคุยกัน ทำให้เธอนึกถึงตอนที่ตัวเองมาที่บ้านพักครั้งแรก ก็เป็แบบนี้เหมือนกัน
เจียงเยว่นำไส้และปอดหมูที่เมื่อวานฉินลี่ทำความสะอาดแล้ว มาหั่นเป็ชิ้นใหญ่ ๆ ใส่หม้อเตรียมตุ๋นยาจีน
เธอชงน้ำตาลทรายแดงหนึ่งแก้ว คนอยู่นาน จนกระทั่งกำลังจะดื่ม ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
“สหายเจียง”
เห็นว่าเป็ถังจาวตี้กับคนอื่น ๆ เจียงเยว่จึงยิ้มทักทายพวกเธอ
“เชิญเข้ามาเลยค่ะ”
“สหายเจียง ข้างนอกมีสหายหญิงคนหนึ่งมา เป็ภรรยาของผู้บัญชาการสวี่พามา”
“พวกเรากำลังคาดเดากันว่าสหายหญิงคนนี้เป็ญาติกับใคร”
พอได้ยินพวกเธอพูดคุยกัน เจียงเยว่จึงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“เธอไม่ใช่ญาติกับใครหรอกค่ะ”
สายตาของเหล่าภรรยาทหารต่างจับจ้องไปที่เจียงเยว่
“สหายเจียง รู้จักเธอเหรอ?”
เจียงเยว่พยักหน้า
แม้เธอจะไม่รู้ว่าทำไมฉินอันถึงมาอยู่ที่นี่กะทันหันแบบนี้ แต่ต้องมีเหตุผลแน่ ๆ
เจียงเยว่ไม่ได้พูดอะไรต่อ
“สหายเจียง ได้ยินว่าเมื่อวานเธอซื้อเครื่องในหมูมาถุงใหญ่เลยเหรอ?”
เจียงเยว่พยักหน้า
“ถึงเครื่องในหมูจะมีกลิ่นเหม็นไปหน่อย แต่รสชาติก็อร่อยดีนะ” หลินหลิงพูดด้วยรอยยิ้ม
“ฉันเคยซื้อมาแล้วหลายครั้ง ล้างยากมาก” หยางหงพูดด้วยท่าทีปลง ๆ
จางเยว่ได้ยินที่พวกเธอคุยกันก็ยิ้มแล้วพูดว่า
“ใช้แป้งทำความสะอาดก็ง่ายนะคะ ล้างสักหลาย ๆ น้ำ ใส่เครื่องปรุงตอนเอาไปต้ม แค่นี้ก็ไม่มีกลิ่นเหม็นแล้ว...”
“จริงเหรอ?”
จางเยว่พยักหน้ายิ้ม ๆ
“เมื่อวานเพื่อนฉันช่วยล้าง ตอนนี้ฉันกำลังจะเอาไปตุ๋น”
ระหว่างที่พูด กลิ่นหอมก็ลอยโชยมา
“กลิ่นหอมแบบนี้ คือกลิ่นที่สหายเจียงพูดถึงหรือเปล่า?”
เจียงเยว่พาพวกเธอมาที่ห้องครัว พอเปิดฝาหม้อ กลิ่นหอมหวนยิ่งอบอวล
“กลิ่นหอมจริง ๆ”
“สหายเจียง เธอนี่ช่างฉลาดจริง ๆ”
“น่าชื่นชมมาก”
เหล่าสะใภ้ไม่ได้กลิ่นเหม็น มีแต่กลิ่นหอมอบอวล
“เดี๋ยวทำให้สุกแล้ว เชิญพี่สะใภ้ทุกคนชิมนะคะ”
“ไม่ต้องหรอก”
ถังจาวตี้และคนอื่น ๆ รีบปฏิเสธ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา กลิ่นหอมยิ่งเข้มข้นขึ้น
เจียงเยว่นำเครื่องในที่ตุ๋นแล้ว มาหั่นเป็ชิ้น ๆ ผัดกับพริกหยวกหนึ่งชาม แล้วยกออกมาให้พี่สะใภ้ทั้งหลายได้ชิม
“อร่อยมาก”
เหล่าสะใภ้ต่างพากันชื่นชม
ลำไส้หมูนี้ไม่มีกลิ่นเหม็นเลย ปอดหมูก็อร่อยมาก ทำไมถึงอร่อยได้ขนาดนี้
“ฉันจะเขียนสูตรไว้ให้ พี่สะใภ้คนไหนอยากทำก็ทำตามสูตรได้เลยค่ะ”
“ขอบคุณสหายเจียงมากนะ”
บ้านของเจียงเยว่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ แต่ตอนนี้ฉินอันหิวแล้ว เธอได้กลิ่นหอมลอยมาจากบ้านของเจียงเยว่
ฉินอันทนไม่ไหว เดินไปเคาะประตูบ้านของเจียงเยว่ทันที
เมื่อเห็นว่าเป็ฉินอัน เจียงเยว่จึงเอ่ยถาม “มีอะไรหรือเปล่า?”
“เธอกำลังทำอะไรกินน่ะ?” ฉินอันได้กลิ่นหอมลอยออกมาจากในบ้าน เกือบจะกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
“เครื่องในหมูที่เธอไม่ชอบ”
ได้ยินดังนั้น ฉินอันเบิกตากว้าง
“ฉันหิว ขอไปกินข้าวที่บ้านเธอได้ไหม?”
เจียงเยว่มองฉินอัน จนฉินอันรู้สึกอึดอัด
“ฉันจะไม่กินฟรีหรอกนะ ฉันให้เงินเธอได้” ฉินอันพูดพลางหยิบเงินกับคูปองอาหารออกมาจากกระเป๋า
“ฉันไม่ได้้าเงินของเธอ ถ้าอยากกินข้าว ก็ต้องช่วยล้างผักล้างจาน”
ฉินอันเกือบจะปฏิเสธโดยไม่ทันคิด แต่นึกขึ้นได้ว่าเจียงเยว่กำลังอนุญาตให้เธอกินข้าวที่นี่
“ตกลง”
ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ชอบล้างจาน แต่ก็ไม่อยากไปกินข้าวที่โรงอาหาร
ถังจาวตี้กับคนอื่น ๆ ได้ยินเจียงเยว่คุยกับฉินอันก็ถึงกับอึ้งไป
ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่บ้านตรงข้ามเหรอ? ดูจากท่าทางที่สนิทสนมกับเจียงเยว่แล้ว ดูเหมือนจะสนิทกันมาก
ถังจาวตี้กับหลินหลิงจึงขอตัวกลับ
เจียงเยว่ยื่นสูตรอาหารให้พวกเธอ
“ขอบคุณสหายเจียงมากนะ”
หลังจากที่ทุกคนกลับไปแล้ว ฉินอันก็นั่งลงบนโซฟา มองดูเจียงเยว่ แล้วพูดอย่างสงสัยว่า “เจียงเยว่ เธอโดนอะไรกระตุ้นรึเปล่า?”
เจียงเยว่นั่งลง มองฉินอันอย่างใจเย็น
“ฉันไม่ได้โดนอะไรกระตุ้น ส่วนเธอ ทำไมถึงย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ล่ะ?”
พอได้ยินเจียงเยว่ถาม ฉินอันก็พูดอย่างไม่สบอารมณ์ “เธอรู้ไหมว่าเมื่อวานพวกเราเกือบแย่?”
ฉินอันเล่าเื่ที่เจอคนร้ายเมื่อวานให้ฟัง
พอได้ยินว่ามีคนร้ายที่โรงแรมในเมือง แถมยังมีคนโดนยิงอีก เจียงเยว่ก็อดประหลาดใจไม่ได้
ที่ฉินลี่ทำก็สมเหตุสมผล ถ้าไม่ทำแบบนี้ พวกคนร้ายสืบรู้เื่ของฉินลี่ คงจะตามมาแก้แค้นแน่ ๆ
“งั้น่นี้เธอก็อยู่แต่ในบ้านพักนี่แหละ”
ตอนนี้ บ้านพักปลอดภัยที่สุดแล้ว
“ฮึ่ม”
ฉินอันได้ยินคำพูดของเจียงเยว่ก็แค่นเสียงเ็าใส่
เจียงเยว่ไม่สนใจฉินอัน เธอเดินตรงไปที่ห้องครัว
ฉินอันเดินตามไป
“เจียงเยว่ วันนี้มื้อเที่ยงกินอะไร?”
“ฉันทำอะไร เธอก็กินอย่างนั้น”
ฉินอันได้ยินคำพูดของเจียงเยว่ก็พูดว่า
“ฉันให้เงินเธอก็ได้ เธอทำของที่ฉันชอบกินสิ”
“พูดไร้สาระอีกคำเดียว เธอก็ไม่ต้องกินมันเลย”
พอได้ยินคำพูดของเจียงเยว่ ฉินอันถึงกับกระทืบเท้าด้วยความโกรธ เจียงเยว่ทำไมยังน่ารังเกียจแบบนี้?
“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าตอนนี้เธอกำลังแอบด่าฉันอยู่”
เจียงเยว่เงยหน้าขึ้นพูด