ตอนที่ 1 อี้เหนียง
“ท่านแม่ขอรับพวกเราจะต้องอยู่ที่จวนนี้ใช่หรือไม่” คำถามนี้ดังก้องมาจากผู้เป็บุตรชายอายุของเขายามนี้ก็สิบสี่ปีแล้ว แต่ทว่าที่บ้านกลับเกิดเื่ขึ้นท่านแม่จึงนำพาเขามายังตระกูลเซี่ย
ผู้เป็มารดายิ้มเจื่อนรู้สึกกระอักกระอ่วนไม่น้อยนัก สามีก็ตายจากั้แ่ลูกชายอายุได้เพียงแค่เจ็ดขวบปีมีท่านเซี่ยคอยช่วยเหลืออยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งเมื่อหนึ่งเดือนก่อนท่านเซี่ยเอ่ยปากสารภาพรักกับหญิงหม้าย ขอให้นางมาเป็อนุภรรยาหลังจากที่ภรรยาคู่ทุกข์ยากนั้นจากไปเมื่อปีก่อน
เช่นนั้นแล้วหญิงหม้ายผู้นี้จึงนำพาลูกชาย เดินทางมายังตระกูลเซี่ย แม้ว่าจะต้องเข้าประตูทางด้านหลังทั้งสองก็ไม่ปริปากตัดพ้อต่อว่าแต่อย่างใด เพราะลึก ๆ แล้ว ลู่เหยารู้สึกผิดมาโดยผิดต่อสหายรัก ซึ่งเป็ฮูหยินของนายท่านเซี่ย
“พวกเราอยู่ที่นี่เพื่อทดแทนคุณนายท่านเซี่ย เฉิงเอ๋อร์ จดจำเอาไว้ให้ดีนะลูกบุญคุณนายท่านเซี่ยที่มีต่อพวกเรานั้นมากมายนัก นับั้แ่ที่พ่อของเ้าจากไปก็มีนายท่านที่คอยช่วยเหลือเกื้อหนุน”
สองแม่ลูกแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อหยาบมือเหี่ยวหยาบกร้านของผู้เป็มารดา จับจูงลูกชายที่กำลังเติบโตเจียงเฉิงแม้จะตัวเล็กบอบบาง แต่ใบหน้ากลับงดงามเหมือนมารดายิ่งนักอีกทั้งยังมีผิวพรรณขาวผุดผาดผ่องใส กว่าเด็กในวัยเดียวกัน
ประตูบานใหญ่ทางประตูหลังยังไม่ถูกเปิดออกมาโดยง่าย ด้วยเพราะยามนี้ฮูหยินรองมีท่าทีกระวนกระวายใจนักเหตุใดสามีของนาง จึงรับหญิงหม้ายนางนั้นเข้ามาเป็ภรรยาอีกคนจนทำให้ร้อนรุ่มจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ทำให้ต้องเร่งฝีเท้าออกไปยังเรือนใหญ่
ด้วยเพราะพ่อบ้านฉีมาแจ้งข่าวยามนี้มีอนุคนใหม่รออยู่ประตูหลัง ทำให้ภรรยารองที่คิดว่าตนเองจะได้เป็ฮูหยินเอกในไม่ช้าถึงกับชักสีหน้า มีท่าทีร้อนรนจนนั่งไม่ได้หญิงนางนี้เร่งฝีเท้าไปยังเรือนของคุณชายใหญ่ เพื่อแจ้งข่าว
คาดว่าคุณชายใหญ่อาจไม่พอใจความหวังของเผยอันก็อยู่ที่เซี่ยหยางแล้ว “คุณชายใหญ่ ข้ามีเื่มาบอก”
น้ำเสียงของสตรีผู้นี้ทำให้ชายหนุ่มใบหน้าคมคายถึงกับชักสีหน้าเพราะกำลังเดินหมากกับท่านอาจารย์จากวังหลวง ชายชราพยักหน้าให้ลูกศิษย์เล็กน้อยเซี่ยหยางจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวเตี้ยอย่างไม่สบอารมณ์นัก เสียงฝีเท้านั้นเบายิ่ง
“มีอันใดแม่เล็ก”น้ำเสียงของชายหนุ่ม อายุอานามก็ยี่สิบปีแล้ว ชำเลืองมองไปยังด้านหลังของฮูหยินรองพบว่ามีน้องสาวนั้นติดตามมาด้วย แม้จะไม่พอใจนักหนา แต่ก็ต้องหักห้ามใจเอาไว้มิอยากให้น้องสาวต้องเสียใจ ที่พบว่ามารดาของนางถูกเขาตะคอกใส่หน้าอีกครา
“คุณชายใหญ่เ้าคะประตูท้ายจวนมีหญิงหม้ายเดินทางมาพบนายท่านเ้าค่ะ”สีหน้าของฮูหยินรองแทบจะร่ำไห้เพราะความน้อยอกน้อยใจอยู่รอมร่อแต่ดูสีหน้าของเซี่ยหยางแล้ว เหตุใดจึงเ็านักเล่า
“พี่ใหญ่เ้าคะหญิงหม้ายนางนั้น มาเป็อนุของท่านพ่อ พี่ใหญ่ไล่พวกนางออกไปนะเ้าคะ” ดรุณีน้อยใบหน้าเกลี้ยงเกลาบิดเบี้ยวไม่พอใจเป็อย่างยิ่ง ที่จู่ ๆ บิดาก็นำพาสตรีแปลกหน้าเข้ามาที่จวนในฐานะอนุภรรยาอีกคน เซี่ยอ้ายจึงมีสีหน้าบูดบึ้งหวังว่าพี่ชายจะเข้าข้าง ขับไล่คนชั่วพวกนั้นไปให้พ้นหน้า
“แล้ว...ในเมื่อท่านพ่อ้าเหตุใดข้าต้องขับไล่ด้วยเล่า” หากไม่ติดคำสั่งเสียของมารดาก่อนจะจากไป ย้ำเตือนว่าให้เขาคอยดูแลช่วยเหลือสหายรัก ที่บัดนี้กำลังจะมาเป็ภรรยาอีกคนของท่านพ่อเขาจะยิ้มรับอย่างยินดีเช่นนั้นหรือ ย่อมไม่มีทางเป็ไปได้อย่างแน่นอน
มุมปากของชายหนุ่มบิดขึ้นเล็กน้อย“ในเมื่อคนก็มาแล้ว เรือนหลังนั้นก็จัดการเก็บกวาดเรียบร้อยแล้วก็ให้พวกเขาเข้ามาสิ จะรอทำไมกัน” เขาอยากเห็นหน้านางปีศาจจิ้งจอกนั้นแล้ว
เซี่ยหยางแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะได้แก้แค้นคนพวกนี้ที่ทำให้มารดาของตนต้องเสียใจ ปวดร้าวเพียงใด ที่พบว่าสามีของตนเองนั้นกลับมีใจให้สหายรัก มิหนำซ้ำยังเกื้อหนุนดูแลกันมาหลายปี
ยามนี้นับว่าเป็โอกาสที่จะได้แก้แค้นแทนท่านแม่ให้สาแก่ใจชายหนุ่มขึ้นเสียงตะคอกดัง “ทำไมไม่รีบเปิดประตูให้เล่า ชักช้าทำไมกัน”
“พี่ใหญ่แต่ว่าคนพวกนั้น” เซี่ยอ้ายอยากร้องไห้เหลือเกินทำไมกันพี่ชายถึงได้เข้าข้างคนพวกนั้นกัน
“แม้กระทั่งเ้ายังคิดขัดขวางคำสั่งของข้าหรือ อยากลองดีใช่หรือไม่”เซี่ยหยางไม่ฟังเสียงของน้องสาว แม้กระทั่งแม่เล็กที่หน้าซีดเผือดเขาก็หาได้สนใจแต่อย่างใด ในเมื่อเขามีจุดมุ่งหมาย ที่จะชำระแค้นคนพวกนั้นเหตุใดต้องไล่ไปด้วยเล่า
สองแม่ลูกยืนคอยอยู่เกือบครึ่งชั่วยามในที่สุดประตูก็ถูกเปิดออก ทันทีที่ลู่เหยาพบชายหนุ่มก็รีบจับมือลูกชายให้เข้าไปข้างใน สีหน้าของหญิงหม้ายนั้นมีรอยยิ้มอยู่เสมอ“คารวะคุณชายใหญ่ ฮูหยินรอง คุณหนูรองเ้าค่ะ”
“คารวะคุณชายใหญ่ฮูหยินรอง คุณหนูรองขอรับ” เจียงเฉิงรีบยื่นมือประสานแล้วโค้งศีรษะลงอย่างนอบน้อม
เซี่ยหยางพบใบหน้าเกลี้ยงเกลาของน้องชายต่างสายเืถึงกับใจสั่นเอ่ยน้ำเสียงทุ้มแต่ดวงตานั้นทอดสายตามองไปยังสองแม่ลูกที่ยืนสงบเสงี่ยมอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว“ในเมื่อมาแล้ว ก็ทำตัวตามสบาย เรือนของท่านจัดเอาไว้ให้แล้ววันนี้ท่านพ่อกลับบ้านดึกหน่อย หวังว่าอี้เหนียงคงไม่น้อยใจกระมัง”
“ขอบคุณคุณชายใหญ่ที่เมตตาเ้าค่ะ” ลู่เหยากล่าวอย่างนอบน้อมแม้ว่าฮูหยินรองและคุณหนูรองจะชักสีหน้า แต่ในจวนนี้คนที่เป็ใหญ่นั้นมีเพียงแค่สองคน หนึ่งก็คือนายท่านเซี่ย สองก็คือคุณชายใหญ่
เซี่ยหยางจงใจหักหน้าเอ่ยวาจาร้ายกาจตอกหน้า น้องชายต่างสายเืทันทีทันใด “ส่วนเ้า อยู่ที่นี่มิใช่ฐานะคุณชายคนหนึ่ง เ้าก็เป็ได้เพียงแค่...บ่าวรับใช้”