หลินอู๋เฉินเพียงหัวเราะมุมปากเมื่อเห็นหยางจื่อทุ่มสุดตัว
ถ้าหากเขาเป็นเพียงระดับปรมาจารย์หวิงชุนก็คงต้องตกใจกลัวการจู่โจมดุดันของหยางจื่อ
ทว่าเมื่อกลายเป็นผู้บ่มเพาะ สิ่งนี้ไม่นับเป็นภัยคุกคาม
หลินอู๋เฉินเคลื่อนไหวเล็กน้อย คล้ายกับปลาที่แหวกว่ายอ่อนสยบแข็ง พริ้วไหวดุจสายน้ำแล้วคว้าหมับเข้าที่มือของอีกฝ่ายได้ง่ายๆ
“นี่นาย...” หยางจื่อตกใจกลัวจนหน้าถอดสี แต่ก็แค่นั้น พริบตาเขาถูกจับด้วยมือเพียงข้างเดียว ทุ่มไปทางซ้ายทีขวาที ทำเอาสมองกระทบกระเทือน อวัยวะภายในบอบช้ำ ลมปราณตีกลับ เลือดสีแดงไหลทะลักออกจากปาก
หลินอู๋เฉินดูราวกับผู้ใหญ่ที่รังแกเด็ก ใช้มือเพียงข้างเดียวจับผู้บุกรุกที่ลงจากหลังหุบเขาทุบลงพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นี่ยังไม่ได้ใช้แรงทั้งหมด แต่ก็ทำให้หยางจื่ออยู่ในสภาพเจียนตาย หายใจรวยริน
หลินอู๋เฉินหยุดมือ ปล่อยให้หยางจื่อได้พักหายใจ
“ผู้ฝึกยุทธ 10 ปีอ่อนแอจังนะ เหมือนกับแมลงตัวเล็กๆ ฉันจะบี้เมื่อไหร่ก็ได้ นายว่างั้นไหมหยางจื่อ” หลินอู๋เฉินเหยียดยิ้มหยัน
“...” หยางจื่อที่นอนแน่นิ่งแทบไม่กล้าต่อปากต่อคำ
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าอะไรคือปีศาจ หมอนี่คือปีศาจอย่างไม่ต้องสงสัย และทำให้เขาเกิดความรู้สึกที่อยากกลับไปที่หุบเขา อยู่กับอาจารย์ที่นั่นแล้วจะไม่ลงมาจากหุบเขาอีกต่อไป
ชีวิตในเมืองไม่ง่ายอย่างที่คิด มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย
และถ้าหากให้หยางจื่อบอกว่าข้อไหนมีมากกว่ากัน ก็คงจะบอกว่าข้อเสียมีมากกว่าอยู่แล้ว
“ตระกูลเย่ขอร้องฉัน บอกให้ฉันช่วยฆ่านายและพาเย่ซูเหวินกลับมา ตอนนี้พวกเขายังเงียบหลังจากที่รู้ว่าฉันเป็นเจ้าของฉินกรุ๊ปฯ คงกำลังเตรียมเงินหรืออะไรก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ นายต้องตายแน่”
คำพูดนี้เย็นเยียบ และมันก็ทำให้หยางจื่อขนลุกซู่ ลมหายใจถี่กระชั้นปานขาดใจตาย
“ไว้ชีวิตฉันเถอะ เย่ซูเหวินปลอดภัย ฉันไม่ได้ทำอะไรเธอ ถึงผู้หญิงคนนี้จะสวยรูปร่างดี แต่ก็แค่นั้น” หยางจื่อรวบรวมความกล้าแล้วบอกตรงๆ
“โอ้...จากที่นายพูดก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ว่าต้องการถังปิงหยุนเหรอ มันน่าแปลกนะเพราะทั้งสองคนก็สวยเหมือนกัน ทำไมนายถึงไม่มีอะไรกับเย่ซูเหวินล่ะ” หลินอู๋เฉินค่อนข้างสนใจ เขาอยากจะรู้นักว่าหมอนี่จะเล่นไม้ไหน
“ตอนแรกฉันอยากข่มขืนเธอ แต่ว่าถังปิงหยุนเป็นผู้หญิงที่ฉันรักมาก จึงอยากจะเก็บซิงไว้ให้เธอ ก็เลยไม่ได้...” หยางจื่อกระดากอาย หลังกล่าวคำนี้ออกไปลำคอถึงกับร้อนผ่าว
“หึหึ พวกสัตว์กินพืชสินะ นายนี่มันโง่จริง แต่เอาเถอะเรื่องนั้นไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน บอกฉันมาว่านายจับคนของตระกูลเย่ไปไว้ที่ไหน” หลินอู๋เฉินอดไม่ได้ต้องหัวเราะ ความคิดของหมอนี่ไม่ต่างจากตัวร้ายโง่ๆ ในละคร
“ได้ฉันจะบอก แต่นายต้องปล่อยฉันนะ” เมื่อเห็นว่าหลินอู๋เฉินพยักหน้าหยางจื่อถอนหายใจโล่งอก
“ฉันจับเธอมัดไว้ที่ใต้สะพานใกล้กับสวนสาธารณะ TK ใต้สะพานมีพื้นที่ลับ ต้องเดินเข้าไปลึกพอสมควรถึงจะเจอทางเข้า ฉันขังเธอไว้ที่นั่น แค่นายเข้าไปหาตามที่ฉันบอกก็จะพบกับเธอ”
“งั้นเหรอ งั้นนายก็ไม่มีประโยชน์แล้ว”
“อะไรนะ เดี๋ยว!”
หยางจื่อไม่สามารถดิ้นรนหรือต่อต้านเท้าที่เหยียบลงมา ได้ยินเสียง'กร๊อบ'กระดูกคอหัก เสียชีวิตด้วยเท้าทันที
“ผู้ฝึกยุทธพลังลมปราณ 10 ปีหยางจื่อลงมาจากภูเขา ก็หมายความว่าหมอนี่มีอาจารย์ แต่แล้วยังไง ต่อหน้าฉันก็แค่'มด'” หลินอู๋เฉินหยิ่งผยองและไม่แคร์ใครหน้าไหน
จัดการฆ่าหยางจื่อเสร็จก็ไม่โทรไปหาตระกูลเย่ เพราะการทำแบบนั้นไม่ต่างจากเบ๊ราคาถูก
เขาลากหยางจื่อเข้าไปในบ้าน ซ่อนศพแล้วรอให้ฝ่ายตระกูลเย่โทรมาเอง
...........
ถังปิงหยุนในชุดอาบน้ำอยู่ในสภาพที่ไม่สบอารมณ์
ทันทีที่เห็นหน้าแม่ของเธอก็ค่อนข้างหงุดหงิด จนเผลอพูดออกมาว่า
“แม่คะพ่อคะ ก็บอกแล้วว่าไม่ควรจ้างหยางจื่อตั้งแต่แรก แล้วตอนนี้เป็นไง แม่พ่อเดือดร้อนต้องเสียเงินให้ตระกูลเย่เพื่อจ้างคนจับหยางจื่อ ตั้งสามสิบล้านหยวน!”
ถังนานาไม่รู้จะตอบว่ายังไงดี ลำคอแห้งผาก แทบไม่สามารถตอบสนองได้ทันที เป็นพ่อของเธอเองที่ตอบคำถามนั้น
“พ่อขอโทษ ตอนนั้นที่ทางเท้าหยางจื่อจับคนวิ่งราวพ่อก็คิดว่าเขาเป็นคนดี นอกจากนั้นเขายังดูน่ารักมากอีกด้วย ในอนาคตหากเขาประพฤติตัวดี พ่อก็คิดว่าบางทีอาจจะให้แต่งงานกับลูก”
“อะไรนะ จะให้หนูแต่งงานกับสวะนั่น! นี่พ่อใช้อะไรคิด เคยใช้สมองบ้างหรือเปล่าคะหรือแค่คิดว่าเขาจับขโมยให้ก็คิดว่าเป็นคนดี เลยไม่คิดว่าบางทีมันอาจเป็นแผนก็ได้!” ถังปิงหยุนหัวเราะไม่ออก
พ่อของเธอหลุบตาลง รวมถึงถังนานา
“หึ! ไร้ประโยชน์จริงๆ บ้านอื่นเขาเป็นแบบนี้บ้างหรือเปล่าเนี่ย อีกอย่างหนึ่งเงินสามสิบล้านหยวนนั่นก็เป็นเงินที่ต้องนำมาหมุนในบริษัท ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะพ่อและแม่ แล้วทีนี้ยังอยากจะให้หนูบริหารเหรอคะ ทั้งที่พ่อกับแม่ทำให้เรื่องทุกอย่างมันแย่ลง!”
“ปิงหยุน ใจเย็นๆ ลูก ครั้งนี้พ่อแค่ตัดสินใจผิดพลาด เพราะงั้นนั่งลงแล้วค่อยๆ พูดคุยกันดีกว่า”
“งั้นพ่อก็ควรจะลาออก แล้วให้หนูนั่งตำแหน่งนั้นแทน ไม่งั้นหนูจะกลับไปเรียนต่อ!” กล่าวจบถังปิงหยุนเดินไปบนชั้นสอง ปิดประตูดังปัง ดูก็รู้ว่าโกรธมากแค่ไหน
ถังนานาทำได้เพียงส่ายหน้า เธอไม่กล้าตำหนิสามี ทำได้เพียงกุมมือเขาแล้วบอกให้อดทนไว้ต่อความเอาแต่ใจของลูกสาว
.........
บ้านตระกูลเย่
เย่หลางกลับมาจากตระกูลถังพร้อมกับข่าวดี
ผู้นำตระกูลเย่ในวัย 70 กว่าปีพอรู้ข่าวก็สั่งให้เย่หลิงโทรหาหลินอู๋เฉินทันที
เธอไม่กล้าชักช้า เรื่องของเย่ซูเหวินถือเป็นเรื่องใหญ่ รีบหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดหมายเลขของเขา ไม่นานปลายสายก็กดรับ
เย่หลิงเปิดลำโพง แล้วกล่าวเข้าประเด็นทันที “คุณหลิน ตอนนี้ตระกูลเย่ของฉันได้รวบรวมเงิน 50 ล้านหยวนรวมถึงบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ หวังว่าคุณหลินจะพิจารณาให้ความร่วมมือกับเรา”
“50 ล้านหยวนก็แค่เงินเล็กน้อย” เสียงเอ้อระเหยดังขึ้นจากอีกฝั่ง
คำพูดดังกล่าวทำให้คนตระกูลเย่หายใจไม่ออก แต่ไม่มีใครกล้าตำหนิ
อาศัยทรัพยากรที่เขามีแม้แต่ตระกูลฉินยังย่อยยับ นับประสาอะไรกับตระกูลเย่
“นี่คือขีดจำกัดของทางเรา ถ้าหากคุณหลินรู้สึกว่ามันน้อยไป งั้นก็เพิ่ม...”
“ก็ได้ ฉันยอมรับข้อเสนอนี้ก็ได้ แต่รีบๆ มาที่วิลล่าของฉันล่ะ”
คำพูดของเขาทำให้เย่หลิงงงงัน
เมื่อครู่นี้หล่อนกำลังจะเสนอร่างกายของตัวเองตามคำแนะนำของคุณปู่ แต่ดูเหมือนจะไม่ต้องทำแบบนั้นแล้ว ส่วนสาเหตุไหนแค่ถามเดี๋ยวก็รู้คำตอบ
“เอ่อ...เกิดอะไรขึ้นที่นั่นเหรอคะ หรือว่าหยางจื่อบุกเข้าไปหาคุณหลิน”
“ใช่ ฉันเลยพลั้งมือฆ่ามันตาย เพราะงั้นรีบมาที่นี่แล้วนำศพมันออกไป”
เย่หลิงอยากจะถามอีกหลายประโยคแต่สายก็ถูกตัดไปแล้ว
คนในห้องตกอยู่ในความเงียบ
พวกเขาไม่คิดว่าหยางจื่อจะตายเร็วแบบนี้ มันราวกับไม่ใช่เรื่องจริง
“คุณปู่ แบบนี้เราก็ไม่ต้องจ่าย 50 ล้านแล้วใช่ไหมครับ” เย่หลางพึงได้สติ เป็นคนแรกที่ตอบสนอง
ผู้นำตระกูลโยนหนังสือใส่หน้าลูกราคาถูกไปทีหนึ่ง “ไอ้โง่! แกคิดว่าคุณหลินฆ่าแล้วจะไม่ต้องจ่ายเงินงั้นเหรอ อยากให้ตระกูลเราเหมือนกับตระกูลฉินงั้นเหรอ!”
“แต่ว่า...เงินนั้นมากเกินไป..”
“หุบปาก! แกคิดว่าคุณหลินสนใจเงินเล็กน้อยนั่นเหรอ สวะอย่างแกจะเข้าใจอะไร หยางจื่อก็แค่วิ่งเข้าไปหาความตายเอง คุณหลินแค่บี้แมลงไปตามอารมณ์ ไม่ถือว่าทำเพื่อตระกูลเย่ของเราด้วยซ้ำ ดังนั้นเงิน 50 ล้านหยวนไม่ว่ายังไงก็ต้องให้ หรือแกจะขัดคำสั่งของฉันฮะ!” ผู้นำตระกูลเย่ตัวสั่นเพราะความโกรธ
ลูกชายราคาถูกคนนี้มองแค่ด้านเดียว คิดได้ยังไงว่าตัวเองสามารถบิดพลิ้ว สงสัยคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว
“คุณพ่อพูดถูกแล้ว เราต้องรีบไปที่ป่านหลงวิลล่า นำศพของหยางจื่อออกมา และรับตัวซูเหวินกลับบ้าน” ใครบางคนในตระกูลพูด
“นั่นสิ ฉันลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไงเนี่ย ลูกสาวของฉันรอดแล้ว ฮ่าฮ่า!” เย่หลางหัวเราะออกมาหลังจากเครียดมาหนึ่งวันเต็มๆ จากนั้นขบวนรถของตระกูลเย่ก็ขับไปที่ป่านหลงวิลล่า
เพราะมีคำสั่งจากคนด้านในวิลล่า รปภ จึงไม่ได้หยุดขบวนรถ
พวกเขาเอาไม้กั้นขึ้น ยืนทำความเคารพแล้วมองตามรถที่ขับเข้าไปด้วยความยำเกรง
เมื่อมาถึงหน้าวิลล่า รถไม่ได้ขับเข้าไปหากจอดอยู่ข้างนอก ตามด้วยการลงมาของคนตระกูลเย่และผู้คุ้มกัน
“นี่เหรอที่พักของเขา” เย่หลิงพยักหน้าชื่นชม
หล่อนเองก็สนใจหลินอู๋เฉินตั้งแต่จัดการตระกูลฉิน เมื่อมีโอกาสเธอจึงเดินทางมาพร้อมกับขบวนรถ อยากรู้ว่าเขาอยู่ในสถานที่แบบใด
ที่นี่เทียบไม่ได้กับบ้านตระกูลเย่ แต่อย่างใดก็ตาม เจ้าของวิลล่าไม่สามารถยั่วยุได้
“คุณหลิน” เย่หลิงหน้าร้อนผ่าวเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินออกมาจากบ้าน เขาอยู่ในชุดกางเกงขายาวเท้าเปลือยเปล่า ท่อนบนไม่มีสิ่งใดสวมใส่ มองเห็นร่างกายได้รูป เนื้อทุกส่วนเป็นมัดกล้ามราวกับทองคำ
“รีบๆ เอามันออกไป” หลินอู๋เฉินเพียงมองเธอด้วยหางตา แล้วชี้ไปยังศพที่เพิ่งถูกลากมาไว้กับพื้นหญ้า
แม้จะเป็นอย่างนั้นแต่เย่หลิงกลับไม่โกรธ ตัวตนของหลินอู๋เฉินยิ่งใหญ่ ก็สมควรแล้วที่เขาจะหยิ่งผยอง
แต่ทว่าหล่อนต้องร้องเสียงดังทันทีที่เห็นศพหยางจื่อ