ตอนที่สี่สิบห้า สิ่งที่หายไป
คนบางคนหากไม่สูญเสียอะไรบางอย่างไปก็จะไม่เข้าใจว่าตนเองมีอะไรอยู่บ้างและไม่ให้ความสนใจในของที่ตนเองเห็นอยู่เสมอ
การตัดสินใจลงทุนอะไร วอเรน บัฟเฟต จึงบอกเสมอว่าเขาไม่ลงทุนในเรื่องที่เขาไม่เข้าใจและไม่ลงทุนในกิจการที่อยู่เพราะมีคนฉลาดเป็นผู้บริหารเพราะคนโง่ต้องมาบริหารในสักวันหนึ่ง แต่ดูในพื้นฐานของกิจการนั้น ว่าอีกสิบปียี่สิบปีจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่?
หากคนเรายังดื่มโค้กน้ำอัดลมในอีกสิบปีข้างหน้า เราก็ควรจะลงทุนในกิจการน้ำอัดลมนั้น
มันคือสายตาของการมองอนาคตที่มีแต่คนที่มองสถานการณ์แจ่มแจ้งเท่านั้น จึงจะสามารถทำอย่างนี้ได้
คนธรรมดา ที่ไม่มองอนาคต พยายามดิ้นรนเอาตัวรอดวันต่อวันเพราะความยากจน
ก็ไม่เพียงได้รับผลจากแค่อุปกรณ์ในโรงเรียนเท่านั้นแต่เป็นชีวิตประจำวันในวันต่อมาด้วย
เริ่มจากสะพานที่พวกเขาข้ามด้วยความสะดวกที่ติดกับห้างสรรพสินค้าห้างสรรพสินค้าปิดและสะพานโดนรื้อไป
ทำให้พวกคนที่ข้ามถนนทางนั้นประจำไม่สามารถข้ามทางเดิมได้
รถโดยสารประจำทางบางสายก็หายไปมีจำนวนน้อยลงเพราะสายที่สกุลอ้าวลงทุนหายไป
ทำให้พวกเขาไปทำงานและไปโรงเรียนสายกว่าเดิม
นั่นก็ยังดีสำหรับคนที่ยังมีงานให้ทำ
ยังมีอีกหลายร้อยคนที่ตกงานและที่อยู่อาศัยหายไป
ข้าวของโดนย้ายออกตึกโดนทุบทิ้งและรื้อถอน
และสิ่งของที่หายไปยังมีสัญลักษณ์ตราของสกุลอ้าว
แสดงเด่นเป็นสง่าในสถานีตำรวจและสถานที่ราชการที่สัญลักษณ์ตราของสกุลอ้าวไม่ได้รื้อถอนออกไป
ยิ่งแสดงภาพที่แตกต่างกันสองอย่างอย่างสุดขั้ว
คนที่ได้รับการสนับสนุนจากสกุลอ้าวเจริญรุ่งเรือง
คนที่กระตุ้นโทสะสกุลอ้าวได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส!!!
ทุกคนในเมืองที่เห็นสัญลักษณ์ของสกุลอ้าวในสถานีตำรวจและสถานที่ราชการ
ไม่ได้เกิดความโกรธแค้นแต่รู้สึกถึงความกลัวและสิ้นหวังต่อหน้าพลังของสกุลอ้าว
อ้าวป้าหม่านายน้อยรุ่นสองของสกุลอ้าว ช่างเป็นคนที่ตัดสินใจได้เฉียบขาดนัก!!!
ในความรู้สึกของทุกคน ที่ได้เห็นภาพที่ขัดแย้งกันระหว่างความอยู่ดีมีสุขของสถานที่ได้รับความเมตตาจากสกุลอ้าวปละสถานที่ได้รับความโกรธเกรี้ยวของอ้าวป้าหม่าแห่งสกุลอ้าว
ตัดสินใจได้อย่างเฉียบขาดแสดงความโกรธของตนเองให้คนทั้งเมืองได้ประจักษ์และยอมสยบโดยลงมือเพียงครั้งเดียว
สกุลอ้าวกระทืบเท้าคราเดียวทั้งเมืองก็สั่นสะเทือนไม่ใช่คำกล่าวลอยๆหรือคำร่ำลืออีกต่อไปแล้ว
ทุกคนในเมืองเจอสัญลักษณ์ของสกุลอ้าวที่สถานีตำรวจและสถานที่ราชการสอนให้รู้แล้วว่าสกุลอ้าวยิ่งใหญ่เพียงไหน
แม้แต่นักเลงท้องถิ่นหรือเจ้าของกิจการต่างๆก็แทบจะคุกเข่าขอร้องให้กลับมาแต่ไม่ได้ผลแต่ประการใด
นายน้อยอ้าวป้าหม่ายังยืนยันคำเดิมขายของให้เร็วที่สุด
ช่างเฉียบขาดยิ่งนัก
แม้อ้าวป้าหม่าจะจากไปจากเมืองแต่เงาดำของเขาราวกับครอบงำไปทั่วเมืองโดยทุกคนไม่อาจสลัดหลุดออกไปอีกแล้ว
ทุกคนไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกต่อไป
...
“สองหมื่นสามพันล้านหยวน”
ผมจิบไวน์พักผ่อนอยู่ข้างสระว่ายน้ำส่วนตัวมีเชฟเสิร์ฟไวน์และอาหารว่างอยู่ข้างๆ
อาหู่ก้มศีรษะรายงาน
“ถูกแล้วขอรับนายน้อย ขออภัยที่ได้เพียงเท่านี้”
“ไม่ต้องห่วงทำงานสำเร็จก็ดีแล้วล่ะ”
ผมขอบคุณอาหู่
ความจริงขายด้วยความรวดเร็วที่สุดและปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้ว
อันที่จริงคนที่มีเงินซื้อมีไม่มากนัก ที่จะรับเนื้อชิ้นโตเช่นนี้ได้
และคนที่มีเงินซื้อก็ไม่กล้ากดราคากระตุ้นโทสะของสกุลอ้าวมากจนเกินไปจนราคาที่ได้ก็เรียกว่าสมเหตุสมผล
ผมทานองุ่นคัดสายพันธุ์พิเศษกับไวน์กลั้วคอ
ขณะที่ดูรายงานบัญชีไปด้วย
ตั้งแต่ออกจากโรงเรียนมาเมื่อวานผมฉลองกับพวกนักษัตรและเหล่านักวิทยาศาสตร์ศิษย์ร่วมสำนักอย่างมีความสุข
ที่รอดพ้นจากเมืองบ้าๆนั่นแล้ว
ก้อนไวน์พุ่งขึ้นจากแก้วที่ผมจับอยู่เป็นลูกกลมๆ
ด้วยพลังปราณของผมที่บังคับไวน์ให้เป็นก้อนกลมในอากาศได้และค่อยๆดูดไวน์แบบไม่ใช้แก้วกลางอากาศ
“ยินดีกับนายน้อยด้วยขอรับความสามารถเพิ่มขึ้นอีกขั้นหนึ่งแล้ว”
ผมโบกมือย่างไม่ใส่ใจ
ผมทำคติ ฝึกสามวัน พักวันหนึ่ง
ในวันที่พัก ก็ไม่ได้หมายความวว่าพักเสียทีเดียวแต่คือการรวบรวมข้อมูลความก้าวหน้าทั้งหมดและคิดวิเคราะห์มากขึ้นจนสามารถหาจุดชีพจรเร้นลับทั้งแปดและพิสดารทั้งสิบสามในตัวของผมเองได้แล้ว
ด้วยการสร้างโมเดลจุดชีพจรในร่างกายของผมจากพวกนักวิทยาศาสตรืและเทคโนโลยีการสร้างโมเดลของฮอลลี่วู้ดการเดินลมปราณของผมก็ราวกับมีคู่มือบทสรุปอย่างชัดเจน
อาหู่ยังยืนอยู่อย่างสงบ
“เอ่---มีอะไรอีกหรืออาหู่?”
ผมที่ใส่กางเกงในตัวเดียว ใส่แว่นกันแดดนอนตากแดดริมสระว่ายน้ำกล่าว
“นายน้อยจะทำอย่างไรกับสกุลไป่ต่อไปหรือขอรับ?”
อาหู่โยนระเบิดมาให้ผมอีกลูกแล้ว