สมุนไพรทั้งหมดถูกเปลวเพลิงที่ร้อนแรงแผดเผาอย่างช้าๆสิ่งสกปรกและสิ่งเจือปนทั้งหมดเริ่มถูกขับออกจากสมุนไพรจนเหลือเพียงของเหลวที่ใสสะอาดฉางเฟิงไม่รอช้าใช้พลังจิตควบคุมของเหลวทั้งหมดให้ผสานเข้าด้วยกันในขั้นตอนนี้ของเหลวเหล่านี้จำทำการต่อต้านกันและไม่ยอมหลอมรวมเข้าด้วยกันทำให้ฉางเฟิงต้องใช้พลังจิตไปจำนวนมากในการควบคุมของเหลวทั้งหมดและบังคับให้มันผสานเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์
“หลอม!!!!!!!!!”เหงื่อปรากฎบนใบหน้าของฉางเฟิง เห็นได้ชัดว่าเม็ดยาระดับ 5ยังยากมากสำหรับฉางเฟิงในตอนนี้ ถ้าฉางเฟิงทะลวงระดับราชันมันก็คงไม่ยากมากสำหรับฉางเฟิงอีกต่อไป
“เป็นไปไม่ได้ของเหลวสมุนไพรพวกนั้นใสสะอาดและงดงามอย่างถึงที่สุด” อี้หยุนกล่าว
“คุณภาพของเม็ดยาอย่างต่ำๆก็ระดับสูงอย่างแน่นอนเพราะสิ่งเจือปนทั้งหมดล้วนถูกขับออกไปแล้วมันไม่มีทางต่ำกว่านี้หรอก” อาจารย์ของอี้หยุนกล่าว
“ผู้อาวุโสฉางชั่งแข็งแกร่งนัก”
“การปรุงยาแบบนี้เห็นได้ชัดว่าต้องใช้พลังจิตช่วยเหลืออย่างมาก”
“ไม่แปลกใจเลยที่ผู้อาวุโสฉางจะเข้มงวดและบอกให้พวกเราฝึกฝนพลังจิตเอาไว้ด้วย”
“ต่อจากนี้ข้าจะแบ่งเวลาไปฝึกฝนพลังจิตบ้างแล้ว”เหล่าศิษย์และอาวุโสของนิกายบุปผาพากันชื่นชม
ขั้นตอนการหลอมใช้เวลาไม่นานเม็ดยาสีขาวบริสุทธิ์ก็ปรากฎกลิ่นของมันไม่ปรากฎออกมาเลยแม้แต่น้อยหลังเหลือเพียงกลิ่นหอมของสมุนไพรในตอนกลั่นเท่านั้นแต่ตัวเม็ดยากลับไม่มีกลิ่นปล่อยออกมาเลย
“ไม่ต้องตรวจสอบก็รู้ว่ามันคือเม็ดยาระดับ5 คุณภาพสูงสุด” อาจารย์ของอี้หยุนกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“เป็นไปได้ยังไงระดับปฐพีสามารถปรุงยาระดับ 5 ก็ถือว่าน่าตกตะลึงแล้วแต่นี่กลับมีคุณภาพสูงสุดอีก”อี้หยุนอดไม่ได้ที่จะตกใจ
“ข้าผ่านใช่หรือไม่”ฉางเฟิงยิ้ม
“แน่นอนอยู่แล้วเจ้าผ่านแบบสบายๆเลยละ แต่ป้ายประจำตัวของเจ้านั้นข้ายังมอบให้ไม่ได้เพราะป้ายประจำตัวของนักปรุงยาขั้นสูงสุดนั้นต้องเตรียมการอีกเล็กน้อยแต่เจ้าไม่ต้องห่วงใช้เวลาไม่เกิน 2-3 วันก็เสร็จและข้าได้ข่าวว่าเจ้าสนใจจะเปิดสาขาของสมาคมที่อาณาจักรแห่งนี้ด้วยถ้าสามารถช่วยเจ้าในเรื่องนี้ได้” อาจารย์ของอี้หยุนกล่าว
“ข้าไม่ได้มีความคิดจะเปิดสาขาขึ้นมาเองหรอกเพราะเพียงแค่นี้ข้าก็แทบไม่มีเวลาบ่มเพาะแล้วสิ่งที่ข้าต้องการให้ทางสมาคมส่งคนมาเปิดสาขาขึ้นที่นี่เพราะถึงอย่างไรที่แห่งนี้ก็มีสมุนไพรที่จำกัดบางสิ่งยังต้องหาซื้อที่สมาคมอยู่ดี”ฉางเฟิงกล่าว
“อย่างงี้นี่เองไม่มีปัญหาข้าจะลองไปถามคนในสมาคมดูว่าใครอยากจะมาเป็นผู้คุมและเปิดสาขาที่นี่”
“ท่านอาจารย์ข้าอยากจะมาเปิดสาขาที่นี่เอง”อี้หยุนกล่าว
“หืมทำไมเจ้าถึงอยากจะมาเปิดสาขาที่นี่ละไม่ใช่ว่าอยู่ที่นั่นเจ้าจะมีทรัพยากรให้ใช้มากกว่าเหรอ”อาจารย์ของอี้หยุนแปลกใจ
“ได้แลกเปลี่ยนความรู้กับคุณชายฉางเฟิงนั้นทำให้ข้าพัฒนาขึ้นไม่น้อยข้าคิดว่าอยู่ที่นี่ข้าจะพัฒนาได้เร็วกว่า”อี้หยุนกล่าว
“ฮ่าฮ่า ฮ่า สาวน้อยเจ้านี่มันฉลาดจริงๆ เอาละสหายน้อยฉางเฟิงข้าคงต้องขอฝากศิษย์ตัวน้อยของข้าด้วยส่วนเรื่องป้ายสถานะของสหายน้อยและเรื่องสมาคมนักปรุงยาข้าจะจัดการให้เร็วที่สุดเอาละข้าขอตัวลาเอาไว้ครั้งหน้าเมื่อข้ากลับมาเราค่อยพูดคุยกันเรื่องปรุงยาทั้งวัน”อาจารย์ของอี้หยุนได้รีบจากไป
เพราะเรื่องของฉางเฟิงนั้นน่าตื่นตะลึงมากเกินไปทำให้ชายชราอย่างรีบนำเรื่องนี้ไปบอกทางสมาคมเพื่อที่จะทำให้ผู้คนตื่นตระหนกเล่น
ส่วนหลานโหลวเองก็ได้ข่าวนี้เช่นกันนางถึงกับตกตะลึงเพราะอายุของฉางเฟิงยังแค่16 ใกล้จะ 17 ปีเท่านั้นแต่กลับปรุงยาระดับ 5 คุณภาพสูงสุดได้นี่แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์อันน่ากลัวของฉางเฟิง
แต่หลานโหลวไม่รู้ว่าฉางเฟิงสามารถใช้เวลาแค่1 ปีทะลวงระดับจักรพรรดิได้ ถ้านางรู้ละก็นางจะต้องตื่นตระหนกมากกว่านี้หลายเท่า
ทางด้านอาณาจักรอื่นๆตอนนี้จงโจวได้เรียกอาณาจักรที่เหลืออีก 3 แห่งให้มารวมตัวกันพร้อมกับผู้นำนิกายทั้งหมดอีกด้วยโดยมีสี่นิกายใหญ่เป็นผู้นำนิกายขนาดเล็ก
“อย่างที่พวกเจ้ารู้กันตอนนี้อาณาจักรจงเย่ได้ถูกเปลี่ยนไปแล้วราชวงศ์จงเย่เองก็ถูกกวาดล้างจนหมดโดยนิกายบุปผาและกองกำลังกบฏและผู้นำในครั้งนี้คือ 1 ในจักรพรรดิที่แข็งแกร่งจักรพรรดิซงเทียนและจักรพรรดิสุรา” เสียงของจักรพรรดิโจวดังขึ้น
ในห้องประชุมแต่ละคนที่เข้าร่วมประชุมล้วนแต่เป็นตัวตนระดับราชันทั้งสิ้นและแรงกดดันของจักรพรรดิโจวก็ยิ่งใหญ่จนทำให้พวกเขาแทบหายใจไม่ออก
“ฝ่าบาทข้าไม่เข้าใจ จักรพรรดิซงเทียนไม่ใช่ว่าไม่เคยบาดหมางกับพวกเราไม่ใช่งั้นเหรอ”ผู้นำนิกายขนาดเล็กแห่งหนึ่งกล่าว
“นั่นก็ไม่แน่หรอกจากที่ข้ารู้มา ในสมัยหนุ่มจักรพรรดิซงเทียนเคยมีความรักกับหญิงสาวจากนิกายสตรีหยกนางหนึ่งหญิงสาวนางนั้นไม่เพียงแต่เป็นอัจฉริยะแต่ยังงดงามอีกด้วย และทั้งสองนั้นเหมือนจะมีใจให้กัน
แต่ว่าในตอนนั้นได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นองค์ชายคนหนึ่งของราชวงศ์โจวถูกใจหญิงสาวนางนั้นและต้องการรับเป็นอนุแต่ว่านางกลับไม่ยอมและฆ่าตัวตายเพราะนิกายสตรีหยกบีบบังคับนาง” ผู้นำนิกายมารกล่าวขึ้น
“แบบนี้นี่เองถ้างั้นก็ไม่แปลกแล้ว” ผู้คนในห้องประชุมพลันเข้าใจทันที
จักรพรรดิโจวเงียบอยู่นานเพราะองค์ชายที่ว่าคือเขาเองในตอนนั้นเขาไม่ได้ชมชอบหญิงสาวคนนั้นเลยเพียงแค่อยากจะหาเรื่องซงเทียนเท่านั้นในอดีตซงเทียนแม้จะมีพื้นเพจากครอบครัวเล็กๆแต่กลับมีพรสวรรค์ไม่ธรรมดาและด้วยนิสัยของซงเทียนที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครทำให้จักรพรรดิโจวคิดอยากจะกำจัดซงเทียนทิ้ง
“เรื่องในอดีตปล่อยมันไปเถอะปัญหาตอนนี้คือซงเทียนทะลวงขั้นที่ 9 ได้แล้วและมีพลังแฝงที่ไม่อ่อนแอเลย” จักรพรรดิโจวกล่าว
“แล้วท่านจักรพรรดิมีแผนการอย่างไร”ผู้นำนิกายสตรีหยกกล่าว
“อย่างที่พวกเจ้ารู้ตามคำสัญญาที่พวกเราได้สร้างเอาไว้ว่าจะไม่ยอมให้มีกองกำลังใหนถือกำเนิดขึ้นมาอย่างเด็ดขาดและตอนนี้นิกายบุปผาได้เป็นกองกำลังที่ไม่ขึ้นตรงต่อใครแล้วพวกเจ้าคิดว่าควรทำอย่างไรละ”จักรพรรดิโจวกล่าว
“ทำไมเราไม่ส่งระดับจักรพรรดิไปกดดันอีกฝ่ายละต่อให้เป็นซงเทียนก็คงไม่มีพลังที่จะต่อกระกับจักรพรรดิทั้งหมดหรอกมั้ง” ผู้นำนิกายดาบเฆากล่าว
คนอื่นๆต่างเห็นด้วยเพราะถึงอย่างไรนิกายบุปผาก็มีเพียงแค่ระดับจักรพรรดิ2 คน ถ้าพวกเราร่วมมือกันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำลายนิกายบุปผา
.