ตอนที่ 18 ผู้ที่ปีนขึ้นมาจากนรก (1)
“หรานหรานเว่ยเซิ่งผู้นี้น่ารังเกียจจริงๆ ไม่เพียงสังหารฮูหยินยังเกือบจะทำร้ายเจ้าจนตายด้วย! ครั้งนี้บิดาของเจ้ากับอี๋เหนียงเกือบทำผิดมหันต์ไปแล้วเจ้าอย่าได้โกรธเคืองเลย อี๋เหนียงจะโขกศีรษะให้เจ้าเป็นการไถ่โทษ!” ยามนี้เซียวถิงหลานเดินออกมา ดึงมือของเว่ยเยียนหรานไว้ เมื่อกล่าวจบก็เตรียมคุกเข่าให้เว่ยเยียนหราน
แต่เซียวถิงหลานคาดไม่ถึงว่านางคุกเข่าเร็วก็จริงแต่เว่ยเยียนหรานกลับหลบหลีกได้เร็วยิ่งกว่า ขณะที่นางเตรียมคุกเข่า เว่ยเยียนหรานก็สะบัดมือนางออกแล้วหลบไปด้านข้างหลายก้าวแล้วทำให้เซียวถิงหลานคุกเข่าอยู่ตรงนั้นอย่างวางตัวไม่ถูก
เดิมนางคิดว่าแคว้นเป๋ยฉู่ให้ความสำคัญกับเรื่องการกตัญญูมากแม้ตอนนี้นางจะเป็นเพียงอนุภรรยา แต่ก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่ของเว่ยเยียนหราน หากนางซึ่งเป็นผู้ใหญ่กว่ามาคุกเข่าต่อหน้าแล้วไม่ว่าเว่ยเยียนหรานจะยกโทษให้ตนหรือไม่ เรื่องนี้จะต้องแพร่สะพัดออกไปแน่และเว่ยเยียนหรานก็จะกลายเป็นคนไร้เหตุผลที่เอาแต่บีบบังคับผู้อื่น
หากเว่ยเยียนหรานยอมยกโทษให้พวกนางผู้อื่นจะกล่าวว่า ‘ต้องให้ผู้ใหญ่คุกเข่า นางถึงจะยอมยกโทษให้ ช่างเป็นคนไร้น้ำใจจริงๆ’ ในทางกลับกันหากเว่ยเยียนหรานไม่ยกโทษให้ ผู้อื่นก็อาจกล่าวได้ว่า ‘ผู้ใหญ่มาคุกเข่าอยู่ตรงหน้านางก็ยังไม่ยอมปล่อยไป ช่างเป็นผู้ที่มีจิตใจคับแคบยิ่งนัก’
เซียวถิงหรานคิดวางแผนไว้เป็นอย่างดีนางคิดว่าฉากนี้ตนต้องเป็นฝ่ายชนะอย่างแน่นอน คาดไม่ถึงว่านังเด็กสารเลวนั่นกลับหลบหลีกได้เร็วกว่าทำให้แผนของนางไม่สำเร็จ เด็กนั่นคล่องแคล่วขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน เซียวถิงหลานก้มหน้าลงขบฟันด่าทอเว่ยเยียนหรานในใจแล้วก็ยังไม่หายโมโห เรื่องนี้มันช่าง...น่าขายหน้าเกินไปแล้ว!
คิดจะใช้ไม้อ่อนก่อนไม้แข็งหรือเว่ยเยียนหรานยิ้มเย็นชาพลางมองเซียวถิงหลานที่คุกเข่าอยู่ตรงนั้น นางไม่ใช่เด็กสามขวบแล้วก็ไม่ใช่เว่ยเยียนหรานผู้โง่งมคนก่อนด้วย
“ใต้เท้าเว่ยเซียวอี๋เหนียง สวรรค์ย่อมรับรู้ทุกการกระทำของพวกท่าน ข้าเชื่อในเวรกรรมและกฏแห่งสวรรค์!” เว่ยเยียนหรานไม่สนใจท่าทีนอบน้อมที่พวกเขาจงใจทำ นางเพียงมองคนทั้งสองด้วยสายตาเรียบเฉยยกยิ้มมุมปากแล้วกล่าวว่า “ข้าคือคนที่ตายไปแล้วครั้งหนึ่งเว่ยเยียนหรานที่ยืนอยู่ตรงหน้าของพวกท่านยามนี้คือคนที่ปีนขึ้นมาจากนรก ไม่ใช่เว่ยเยียนหรานคนก่อนที่ถูกฆ่าตายด้วยวิธีเลวทรามต่ำช้าของพวกท่านพวกท่านไม่เคยได้ยินหรือ คนที่ปีนขึ้นมาจากนรกมีแต่ปีศาจร้าย อย่างไรก็ต้องลากพวกท่านลงนรกไปด้วยให้ได้!”
เว่ยเส่าชิงมองรอยยิ้มแฝงความนัยของเว่ยเยียนหรานในใจพลันรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมา เขาเริ่มสำนึกผิดแล้ว ตอนนั้นเขาไม่ควรนิ่งเฉยแล้วปล่อยให้เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้น
เจียงอวิ่นจือมองเว่ยเยียนหรานที่แผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาทั่วร่างนี่เป็นท่าทางที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เขาเคยเห็นนางที่เอาแต่ใจ ไม่สนใจใครเคยเห็นนางที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสา เคยเห็นนางที่โง่เขลาแต่กลับไม่เคยเห็นท่าทีเช่นนี้ ราวกับไม่ใช่นางอย่างไรอย่างนั้น
เว่ยเยียนหรานที่เป็นเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกแปลกหน้าแต่ก็รู้สึกคุ้นเคยเจ้าให้ลูกท้อ ข้าคืนลูกไหน[1]เจ้าไร้น้ำใจต่อข้า ข้าก็จะไร้คุณธรรมต่อเจ้า บางทีเรื่องนี้อาจกระทบจิตใจนางมากเกินไปถึงได้ทำให้นางมองเห็นคนรอบข้างได้ชัดเจนขึ้น ทำให้นางเข้าใจและเติบโตอย่างแท้จริงเพียงแต่... เขามองไปที่ท่านหญิงอิ๋นจูซึ่งไร้ลมหายใจอีกครั้ง สิ่งที่ต้องแลกมามันมากเกินไปจริงๆ
[1] ให้ลูกท้อคืนลูกไหนหรือลูกพลัม หมายถึง การให้ของที่มีคุณค่าทัดเทียมกันและสมเหตุสมผล
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/c296c31b0765291b1e1f03a511502655