บทที่ 9 ไร้ยางอายคืออะไร
เมื่อคิดเื่นี้ได้ เธอก็แอบต่อว่าหลินจือเสี่ยวในใจ โรงแรมหรูหราแห่งนี้เป็ของบริษัทจิ่ง!
“แม่” เสียงเล็ก ๆ ของอันหน่วนเอ่ยขึ้น หลังจากนั้นเธอก็ก้มหน้าลงซุกไหล่ของชายหนุ่ม
อันโหรวอยากจับเด็กน้อยคนนี้มาตีก้นเสียจริง ๆ
“คุณจิ่ง ฉันคงไม่ต้องรบกวนคุณหรอก คืนลูกให้ฉันเถอะ ฉันจะพาเธอกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ที่นี่คงไม่มีเสื้อผ้าเด็กเล็ก”
จิ่งเป่ยเฉินมองเธอ ดวงตาของเขาฉายแวววูบวาบ “ใครบอกคุณว่าไม่มี”
“คุณลุงบอกว่ามีชุดเ้าหญิงด้วย” อันหน่วนยิ้มทันใด สองขาแกว่งไปมาอย่างน่ารัก
“ลูกรู้จักแค่ชุดเ้าหญิงหรือไง ที่บ้านเรามีชุดเ้าหญิงกี่ตัวแล้ว” เห็นลูกสาวเริ่มตัวติดเขา อันโหรวก็รู้สึกไม่ค่อยดีนัก น้ำเสียงจึงค่อนข้างห้วน
“แม่ดุหนู…” อันหน่วนยื่นปากน้ำตาคลอเบ้า แต่ไม่กล้าร้องออกมาเพราะกลัวแรงกดดันจากอันโหรว
“ถึงแล้ว” จิ่งเป่ยเฉินลูบหัวเด็กหญิงก่อนเดินออกจากลิฟต์
ลิฟต์นี้ขึ้นตรงมายังชั้นสิบแปด ภายในห้องตกแต่งอย่างหรูหราครอบคลุมทั้งชั้น หากเปิดผ้าม่านจะมองเห็นทิวทัศน์สวยงามผ่านกระจก และห้องนี้เป็ของจิ่งเป่ยเฉินโดยเฉพาะ
“เสื้อผ้าอยู่ในตู้ คุณช่วยเปลี่ยนให้เธอด้วย” จิ่งเป่ยเฉินวางตัวอันหน่วนลง และเดินไปอีกห้องหนึ่งคนเดียว
อันโหรวรีบอุ้มลูกสาวเหมือนกลัวจะถูกคนแย่งไปทันที
“แม่ คุณลุงคนนี้เป็คนดีมากเลย ถ้าเป็พ่อหนูได้ก็คงดี” คำพูดไร้เดียงสาของอันหน่วนทิ่มแทงจิตใจอันโหรวอย่างจัง
“อย่าพูดเหลวไหล ลูกรู้ได้ยังไงว่าเขาคนนั้นเป็คนดี”
“หนูไม่รู้เหมือนกัน แค่รู้สึกว่าคุณลุงเป็คนดี” อันหน่วนยิ้มหวาน
แต่เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าของแม่ที่ยังดูหม่นหมอง อันหน่วนจึงเอ่ยเปลี่ยนเื่ทันที “แม่ พาหนูไปเปลี่ยนชุดเถอะ”
“อันหน่วน ถ้าลูกต้องเลือกแค่ใครคนหนึ่ง ลูกจะเลือกแม่หรือคุณลุงคนเมื่อกี้” อันโหรวรู้สึกะเืใจมากกับการที่ลูกสาวพูดอย่างนี้
น้ำตาหยดหนึ่งคลอเอ่อในดวงตาอันหน่วน “แม่ อย่าทิ้งหนูนะ หนูจะไม่ขออะไรแล้ว หนู้าแค่แม่คนเดียว”
“อันหน่วนเป็เด็กดีนะ แม่จะไปเอาชุดเ้าหญิงมาให้ลูก” อันโหรวคลายความกังวลลงแล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า
เมื่อเปิดดู เธอก็พบว่าด้านในมีชุดเ้าหญิงสำหรับเด็กผู้หญิงแขวนเรียงรายอยู่ เขามาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่นี่และยังมีลิฟต์ส่วนตัวใช้ แสดงว่าที่นี่คงเป็พื้นที่ส่วนตัวของชายหนุ่ม
แต่ในพื้นที่ส่วนตัวของเขากลับมีชุดพวกนี้อยู่ หรือว่าเขาจะแอบซ่อนผู้หญิงคนหนึ่งไว้และมีลูกด้วยกันแล้ว
“คุณลุง” ในขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น น้ำเสียงหวานใสจากลูกสาวก็ดังขึ้น
อันโหรวใ รีบหยิบชุดเ้าหญิงสีชมพูชุดหนึ่งมาแล้วหันหลังกลับไปทันที
แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือชายหนุ่มซึ่งสวมเพียงกางเกงขายาว รูปร่างเขาสูงใหญ่ กล้ามเนื้อหน้าท้องนั้นดูแข็งแรงและชวนให้น่าหลงใหลเป็พิเศษ
“คนไร้ยางอาย” เธอทนไม่ไหวจึงต่อว่าเขาไปตรง ๆ เธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีข่าวซุบซิบเกี่ยวกับเขามากมายขนาดนั้น
ตัวเธอสวมชุดราวกับคุณป้าขนาดนี้ แต่เขายังพาเธอมายังที่ส่วนตัว แถมตอนนี้เขายิ่งไม่ใส่เสื้ออีกต่างหาก
“แม่ ไร้ยางอายคืออะไร” อันหน่วนสงสัย
“ก็คือบอกให้ลูกอย่าไปมองสิ่งนั้น” อันโหรวมาหาลูกสาว จูงมือเล็ก ๆ ของเธอก่อนเดินไปอีกทาง
“ลูกสาวคุณฉี่รดตัวผม แต่คุณไม่ขอบคุณที่ผมพามาที่นี่ กลับมาหาว่าผมไร้ยางอายอีกเหรอ” จิ่งเป่ยเฉินเอ่ยเสียงต่ำท่าทางอันตราย
อันหน่วนยืนอยู่ระหว่างคนทั้งสองคน ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในใจกลับรู้สึกมีความสุขอยู่บ้าง
“ถ้าผมพอใจ แล้วคุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า” แววตาจิ่งเป่ยเฉินวูบวาบ
คำพูดที่เขาเอ่ยออกมานั้นทำให้เธอหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม
แน่นอนว่าในบางเื่ผู้ชายคนนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง! ตราบใดที่เขาพอใจก็จะทำอย่างนั้น
ถ้าเขาพอใจที่จะอวดซิกแพคตัวเองก็ทำไปเถอะ เธอี้เีจะสนใจเขาแล้ว
“หน่วนหน่วน พวกเราไปอีกห้องกันเถอะ” เธออุ้มลูกสาวเดินไปอีกห้องหนึ่งอย่างรวดเร็ว
ตอนนั้นเองโทรศัพท์ของจิ่งเป่ยเฉินกลับส่งเสียง
“ประธานจิ่ง ลูซี่มาอีกรอบแล้ว จะให้เราไม่สนใจและปล่อยเธอให้อยู่ที่บริษัทจิ่งเหมือนเดิมไหมครับ” ปลายสายคือชีเสิ่งเทียน เขารู้สึกหมดหนทางสุด ๆ ตอนนี้ก็เลยเวลาทำงานไปแล้ว แต่ลูซี่ยังมาก่อกวนต่ออีก
“ไล่ออกไป” จิ่งเป่ยเฉินมุ่นคิ้วสั่งการลงไป เธอเป็ผู้หญิงที่ไม่มีความสำคัญอะไรอยู่แล้ว
“ฮะ ไล่ออกไป” ชีเสิ่งเทียนใจนเกือบตกเก้าอี้
“นายรู้หรือเปล่าว่าเป็ลูซี่คนไหน เธอเป็คนที่รูปร่างหน้าตาดีมาก ๆ นะ” ชีเสิ่งเทียนจงใจพูดพรรณนาอีกสักหน่อย เพราะเขารู้ว่าจิ่งเป่ยเฉินจดจำใบหน้าผู้หญิงคนอื่นไม่ได้
จิ่งเป่ยเฉินได้ยินเสียงชีเสิ่งเทียนะโโหวกเหวกก็ยิ่งคิ้วขมวด กระทั่งประตูอีกห้องนั้นถูกเปิดออก
“ฉันจะพาลูกสาวกลับบ้านก่อน ขอบคุณสำหรับน้ำใจของท่านประธานจิ่ง”
จิ่งเป่ยเฉินรีบกดวางสายทันที แต่เสียงนี้กลับถูกชีเสิ่งเทียนได้ยินทั้งหมด ถึงแม้เขาจะได้ยินไม่ถนัดว่าอีกฝ่ายพูดอะไร แต่เขาแน่ใจว่าคนที่อยู่กับจิ่งเป่ยเฉินตอนนี้คืออันอวี้หาน!
น้ำเสียงแหบแห้งนั่นเขาไม่มีทางฟังผิดไปแน่
นี่มันเื่ใหญ่แล้ว ไม่คิดเลยว่าจิ่งเป่ยเฉินจะชอบผู้หญิงอย่างอันอวี้หาน! ที่ทั้งธรรมดาและยังเป็แม่คนแล้วด้วย!
“ใครอนุญาตให้คุณไปได้” จิ่งเป่ยเฉินหยิบแล็ปท็อปจากชั้นหนังสือวางลงบนโต๊ะ
“ถ้าไม่ให้ไปแล้วฉันจะอยู่ทำอะไรที่นี่ คุณอย่าลืมสิว่าพรุ่งนี้ฉันยังต้องส่งแผนงานให้คุณ”
จิ่งเป่ยเฉินเปิดแล็ปท็อปกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “ตอนนี้ก็เวลาหนึ่งทุ่มแล้ว คุณเขียนงานตอนนี้เลย ผมจะคอยดู” เขาอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะวางแผนเก่งกาจแค่ไหน เมื่อปีก่อน บริษัทจิ่งเสียคำสั่งซื้อรายใหญ่ไป ซึ่งมันอยู่เหนือความคาดหมายของเขา
“ถ้าอยู่เขียนงานที่นี่ แล้วลูกสาวฉันจะทำยังไง อย่างน้อยก็ต้องกล่อมเธอให้หลับก่อน” อันโหรวไม่สนใจเขา จูงมือลูกสาวเดินไปที่หน้าประตูทันที
หากไม่ใช่เพราะอันหน่วนบอกว่า “แม่ แม่อยู่ที่นี่เถอะ หนูรู้ว่าคุณป้าอยู่ข้างล่าง แม่บอกเธอให้มารับหนูกลับบ้านก็ได้”
อันโหรวฟังแล้วนึกอยากจะเอาหัวพุ่งชนกำแพงไปเสีย ใน่เวลาสำคัญ แต่ลูกสาวเธอกลับไปอยู่ข้างคนอื่น
“หนูรู้จักคุณป้าคนนั้นเหรอ” จิ่งเป่ยเฉินถามอันหน่วน
“ป้าชื่อหลินจือเสี่ยว เป็เพื่อนสนิทของแม่” อันหน่วนตอบตามตรง
“เป็เลขาหลินอย่างนั้นเหรอ” จิ่งเป่ยเฉินมองอันโหรวแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
เขาคิดจะโทรเรียกหลินจือเสี่ยวให้ขึ้นมารับอันหน่วนกลับไปเหรอ
ด้วยความตื่นตระหนก เธอจึงรีบยื่นมือไปคว้าโทรศัพท์จากเขาทันที
จิ่งเป่ยเฉินกลับยกมือที่ถือโทรศัพท์อยู่ขึ้นสูง ต่อสายหาเลขาหลินจนตัวเอียงไปด้านข้าง ขณะที่มือซ้ายเอื้อมจับเอวของอันโหรวไว้แน่นจนเธอขยับไม่ได้
จากมุมมองของอันหน่วน ตอนนี้คุณลุงกำลังกอดแม่ของเธออยู่
“ปล่อยฉันนะ!” อันโหรวไม่สนใจแล้วว่าลูกสาวจะอยู่ข้าง ๆ เธอะโลั่น
บังเอิญที่ตอนนั้นโทรศัพท์ต่อสายสำเร็จ
หลินจือเสี่ยวเห็นว่ามีโทรศัพท์จากจิ่งเป่ยเฉินโทรมา ตะเกียบในมือก็แทบจะร่วงหล่น
ยิ่งหลังจากรับสายแล้ว เธอไม่ได้ยินน้ำเสียงเ็าและแข็งกร้าวของท่านประธานบริษัทสักนิด แต่ปลายสายกลับเป็เสียงกรีดร้องของเพื่อนสนิทจนเธอถึงกับตะลึง กระทั่งตะเกียบหล่นจากมือไปอย่างสมบูรณ์
“เลขาหลิน ช่วยมารออยู่ที่ลิฟต์ชั้นหนึ่งของโรงแรมนั่วเทียนที แล้วรับตัวลูกสาวของอันอวี้หานกลับบ้านด้วย” พูดจบ จิ่งเป่ยเฉินก็วางสายไป
หลินจือเสี่ยวสับสน ก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ ประธานจิ่งเพิ่งพูดว่าให้เธอไปรอที่ลิฟต์เพื่อรับตัวลูกสาวโหรวโหรวอย่างนั้นเหรอ
โหรวโหรวไม่ได้พาลูกสาวเธอไปห้องน้ำหรือไง แต่ป่านนี้เธอยังไม่กลับมา จนกระทั่งท่านประธานจิ่งโทรมาบอกแบบนี้ โอ้ ์! หลินจือเสี่ยวเข้าใจเื่ราวทันที ตอนนี้โหรวโหรวอยู่กับท่านประธานจิ่ง และเขาขอให้เธอพาหน่วนหน่วนกลับบ้าน
หลินจือเสี่ยวลืมแม้กระทั่งหยิบกระเป๋าไปด้วย เธอรีบวิ่งตรงมาที่หน้าลิฟต์ทันที
อันหยางรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาคว้ากระเป๋าที่หลินจือเสี่ยวลืมไว้แล้ววิ่งตามไป
แม่กับน้องสาวของเขาออกไปนานขนาดนี้แต่ยังไม่กลับมาจะต้องเกิดเื่ขึ้นแน่ ๆ!