บทนำ
วันนี้จวนใต้เท้าเยี่ยมีเื่น่ายินดี
ราชโองการพระราชทานสมรสให้ธิดาของเยี่ยเค่อหลุนเสนาบดีกรมกลาโหมแห่งอาณาจักรต้าเซิ่ง ส่งผลให้เกิดความเริงรื่นไปทั่วทั้งคฤหาสน์กลางวันประดับดอกไม้กลอนมงคล กลางคืนจุดโคมหลากสีสว่างไสวไปทั่ว ใครมาร่วมยินดีใต้เท้าเยี่ยปิติมากกว่าแขกเรื่อเป็สองเท่าเพราะเื่ยินดีมิได้มาเยือนเพียงหนึ่ง แต่กลับมีถึงสองในคราวเดียวกัน
ด้วยฟูเหรินของใต้เท้าที่รักยิ่งนอกจากจะเคยมอบบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนซึ่งรับราชการเป็แม่ทัพนายกองให้แล้วหนึ่งคนกลับยังมอบทารกหญิงให้อีกสองคนพร้อมกัน ธิดาแฝดผู้นี้เกิดในวันมงคลใต้เท้าและฟูเหรินจึงมิได้เห็นเป็เื่ร้าย เอ็นดูส่งเสียด้วยกันในจวนนั้นเองเมื่ออายุถึงเกณฑ์ จึงได้รับพระราชทานสมรสพร้อมกัน
เยี่ยซูจิ้นผู้คล่องแคล่ว หมั้นหมายกับบุตรคนโตสกุลจาง นามว่าไป๋หูผู้รับตำแหน่งหัวหน้ากององครักษ์ในองค์รัชทายาทต้าเซิ่ง จูหยางเหยี่ยน
เยี่ยซูเจี้ยนผู้อ่อนหวานเป็ไท่จื่อเฟย พระชายาเอกในองค์รัชทายาทแห่งต้าเซิ่ง จูหยางเหยี่ยน
ธิดาคนแรก เยี่ยซูจิ้น ถือว่าเหมาะสมด้วยทาง นั้นยังไม่มีภรรยา นางแต่งตั้งเป็ภรรยาเอกย่อมจะได้รับความเอ็นดูจากสามีเป็ที่สุด ทว่าทางเยี่ยซูเจี้ยนกลับเหมือนหญ้าแพรกขึ้นกลางนาแล้งรัชทายาททรงมีสนมอยู่ 2-3 องค์นางจึงจัดว่าเป็ชายาอายุน้อยซึ่งถูกแต่งตั้งมาครองเรือน ด้วยองค์จักรพรรดิเล็งเห็นถึงความสุขุมและอ่อนหวานน่าเลื่อมใสของนางทรงให้ความไว้วางใจในตัวนาง
พวกบ่าวไพร่ในจวนเล่าว่าเมื่อขันทีนำความมาถึง เยี่ยซูเจี้ยนน้อมรับพระราชโองการอย่างนอบน้อมส่วนเยี่ยซูจิ้นนั้นแทบจะะโหนีออกจากหน้าต่างห้องไปเลยช่างเป็พี่น้องที่มีกิริยาต่างกันอย่างสุดขั้วแม้ว่าจะมีใบหน้าเหมือนกันจนแยกไม่ออกก็ตาม
ถัดจากวันที่มีข่าวมงคลเมื่อของหมั้นส่งมาถึงจวนสกุลเยี่ย ซูจิ้นแฝดผู้พี่ขัดขืน ไม่ยอมรับการแต่งงานขู่จะกัดลิ้นตายเสียอย่างเดียว ไม่ก็พยายามหาทางหนีออกจากจวนแล้วขอบวชชีเสียดีกว่าสุดท้ายซู่ฟูเหรินต้องใช้วิธีประท้วงอดข้าวอดน้ำอยู่สามวันครั้นตกวันที่สี่เป็ลมล้มลง แม้ซูจิ้นใจแข็งแต่ไม่อาจหักหาญน้ำใจมารดานางจึงยอมรับของหมั้นเสียที
กว่าจะจับลูกสาวทั้งสองสวมชุดแดงได้ใต้เท้าเยี่ยกับฟูเหรินนั้นแทบจะผมร่วงหมดหัว
“ต้องจัดสินสอดทั้งหมดอย่างละคู่”
ซู่ฟูเหรินภรรยาเอกของใต้เท้าเยี่ยดูแลการจัดวางสินสอดของลูกทั้งสองด้วยความยินดีราวกับเป็คนละผู้กับเมื่อวานซึ่งอดอาหารจนล้มป่วยสร้างความรู้สึกกินแหนงแคลงใจให้กับแฝดผู้พี่ แม่นางซูจิ้นยิ่งนักสตรีแน่งน้อยยืนเท้าสะเอวอยู่มุมปากประตูห้องเพ่งั์ตารีราวกับปีกหงห์ไปทางบรรดาบ่าวไพร่ที่วิ่งขนของอยู่รอบกายมารดา
“ท่านแม่คงได้ยาดียิ่งนัก เพียงแค่ข้าบอกว่าจะยอมนั่งเกี้ยวดูท่านจะหายดีเป็ปลิดทิ้ง” วาจาประชดประชันดังขึ้นอย่างอดไม่ได้
“แหม่ แค่เ้ารับปากว่าจะยอมขึ้นเกี้ยวแม่ก็เหมือนได้ยาดีจากเซียนแล้ว นี่ข้ามีข่าวดีของลูกสาวพร้อมกันถึงสองคนไว้ให้เ้าได้มีลูกสาวบ้างเถอะ เ้าจะได้เข้าใจว่าทำไมเื่แต่งงานจึงยิ่งใหญ่นัก”ฟูเหรินกล่าว มือไม้ยังคงสั่งการเป็ประวิง
“หากข้าเป็แม่คงต้องให้ลูกข้าเลือกเ้าบ่าวได้ตามใจบ้าง”
“เอ๊ะ!แม่นางน้อย นิสัยแบบเ้าถ้ารอให้เลือกเอง ขี้คร้านแม่เอ็งจะได้รอคนเขาเคาะโลงสาปแช่งที่ปล่อยให้เ้าขึ้นคานเป็แน่ดูวันๆ เ้าเอาแต่หนีเที่ยว เทียบกับซูเจี้ยนไม่ได้เลย!”
ได้ยินชื่อตัวแม่นางเยี่ยซูเจี้ยนซึ่งหลบมุมปักผ้าสำหรับชุดเ้าสาวอยู่หลังม่านกั้นห้องจึงได้ละมือแล้วชะโงกหน้าออกมาดู พอเห็นเป็พี่สาวตัวเป็ๆ ก็ถลามาคว้าแขนทันใดตั้งใจว่าจะเกาะแน่นเป็ปลิงไม่ยอมปล่อย
“พี่สาว ท่านหายไปไหนเสียเป็วันชุดเ้าสาวท่านยังปักไม่เสร็จเลย” แฝดน้องร้องเตือน มือก็กระชากแขนเสื้อพี่ไว้ส่วนซูจิ้นแค่ได้ยินคำทักท้วง นางก็แทบอยากจะกระโจนหนี สะบัดแขนได้เตรียมถลาตัวออกหากซูเจี้ยนไหวตัวทัน ใช้สองแขนคว้าเอวเอาไว้ได้ก่อนเสียนี่
“ปล่อยข้านะ ซูเจี้ยนข้าเกลียดการปักผ้า!”
“พี่ซูจิ้น ชุดแต่งงานพี่ต้องปักเองนะให้ใครเค้าปักให้ได้ที่ไหน!”
“เ้าก็ปักให้ข้าสิ!”
“ไม่ได้! คราวก่อนชุดเทศกาลชมโคม พี่ก็ใช้ข้าทำคนเดียว คราวนี้ข้าไม่ยอมแน่”
แล้วสองนางก็อาละวาดถกเถียงกันดังลั่นบ้านซู่ฟูเหรินได้แต่กุมขมับดูเหมือนว่าการยอมนั่งเกี้ยวแดงเป็แค่จุดเริ่มต้นของความวุ่นวายใหม่เท่านั้นเอง