เรือสำเภาโดยสารขนาดใหญ่ ในแม่น้ำแยงซีเกียงชายหนุ่มตระกูลหยางทั้งสองคนที่พอมีกำลังทรัพย์ จึงสามารถเข้าโดยสารด้วยความสะดวกสบายราวกับกำลังล่องเรือสำราญ เพราะนอกจากจะมีห้องส่วนตัวแล้วพวกเขายังสามารถขึ้นมาชมที่ดาดฟ้าเรือได้อีกด้วย แต่ดูเหมือนหยางรุ่นชิงซึ่งได้ดื่มกินสุรามาตั้งแต่เช้าจะยังติดลมอยู่บ้าง จึงคลุกอยู่แต่ในห้องเสบียงแล้วสั่งเหล้ายาปลาปิ้งมารับประทานต่อหลังจากจัดเก็บสัมภาระและม้าคู่กายจนเสร็จส่วนหยางไคนั้นย่อมถือได้ว่าเป็นโอกาสดีจึงปฏิเสธคำชวนของพี่ใหญ่หวงอย่างสุภาพ แล้วรีบเข้าห้องพักส่วนตัวพร้อมแขวนป้ายห้ามรบกวนเด็ดขาด จากนั้นนำทรัพยากรที่เตรียมเอาไว้ออกมาเตรียมไว้เพื่อรับประทานลงไป อันได้แก่มะเขือเทศกับผลท้อสดเท่าที่มีทั้งหมด ส่วนมันหวานนั้นรับประทานเฉพาะที่นึ่งและได้ตากแห้งเอาไว้ตั้งแต่ก่อนเดินทางเท่านั้น เพราะแม้ผลผลิตที่มีในสวนวิญญาณจะยอดเยี่ยมเพียงใด แต่ตลอดการเดินทางจนถึงที่นี่ เด็กหนุ่มมิได้มีจังหวะเวลา และโอกาสจะนำมันออกมาปรุงหรือแปรรูปเลยสักครั้งอย่างน่าเสียดายครั้นจะนำออกมาทำโดยไม่มีแผนการรองรับก็เกรงว่าความลับจะเปิดเผย จึงได้แต่ปล่อยทิ้งเอาไว้ในพื้นที่เพื่อใช้บำรุงดินปลูกไปเสียอย่างนั้น ซึ่งคงจะต้องทนกันไปก่อนจนว่าเขาจะสามารถนำลมปราณมังกรไฟนำมาใช้งานอย่างเต็มที่ จึงจะสามารถควบคุมและใช้งานทักษะที่สร้างธาตุร้อนแล้วปรุงมันจากด้านนอกได้ด้วยตนเองส่วนพระพร้าวน้ำหอมที่ปลูกไปนั้นกำลังสร้างลำต้นและกิ่งใบ ซึ่งการจัดการเนื้อที่ซึ่งตั้งเป็นแนวล้อมรอบสวนฝั่งซ้ายอย่างน่าชมนัก ซึ่งคาดว่าอีกไม่เกิน 3 เดือน หนางไคก็สมควรจะมีเนื้อและน้ำมะพราวซึ่งเป็นผลผลิตสุดวิเศษออกมาให้รับประทานอย่างเอร็ดอร่อยและมีคุณค่าทั้งผลสุกและผลที่แก่แล้ว หลังจากที่เด็กหนุ่มดื่มน้ำลงไปอีกเป็นจำนวนมาก พลังลมปราณก็เริ่มหมุนเวียนที่พื้นจนเกินที่จะดูดซับได้ทัน จึงเริ่มมีพลังวัตรเล็ดลอดออกมาคอยปกป้องอยู่ทั่วทั้งร่างกาย หยางไคจึงนำได้ผงเขากิเลนมาชงกับน้ำสะอาดแล้วดื่มลงไปทั้งหมดมิให้หลงเหลือติดที่ก้นขวดเลยแม้แต่หยดเดียว จากนั้นจึงตั้งสติแล้วนั่งสมาธิเพื่อจัดการกับพื้นที่อย่างละเอียด..….ในพื้นที่พิเศษ ซึ่งมีแสงส่องสว่างอย่างพอเพียงนี้ หยางไคเริ่มใช้พลังความคิดกวาดเอาเศษทองคำที่กระจัดกระจายมารวมกันเข้าไว้ ณ จุดเดียว จากนั้นเคลื่อนเอาพลังวิญญาณของกิเลนศักดิ์สิทธิ์มากองไว้ในพื้นที่ฝั่งขวา แล้วเริ่มทำการบดอัดด้วยกำลังลงไปให้แน่นทีละก้อน ..ทีละก้อนอย่างใจเย็น จนวิญญาณเหล่านั้นเริ่มปรับสมดุลของระดับความสูงในพื้นที่ฝั่งขวา ทั้งยังมีมวลวิญญาณบางส่วนที่แทรกตัวเข้าไปใต้ฐานพีระมิดซึ่งวางโครงสร้างพลังลมปราณอาชาเพิ่มเติมอีกด้วย ทุกครั้งที่มีการขยับขยายพื้นที่และการปรับสมดุลเช่นนี้ มันช่วยให้เด็กหนุ่มรู้สึกผ่อนคลายเป็นอันมาก ลมหายใจก็หนักแน่นขึ้นเปี่ยมไปด้วยลมปราณที่หนาแน่นขึ้นอย่างชัดเจน แต่ขณะนั้นเองกลับมาเสียงเคาะประตูห้องดังกังวานขึ้น พร้อมกับเสียงของแม่บ้านซึ่งแจ้งว่าได้มีแขกสั่งให้เข้ามาทำความสะอาดในห้อง ซึ่งหากเคาะประตูจะครบ 3 ครั้งตามระเบียบแล้ว นางย่อมสามารถใช้ลูกกุญแจเพื่อไขประตูเข้ามาข้างในได้อย่างแน่นอน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น หยางไคที่มิได้กินยาเม็ดเขากิเลนเพื่อป้องกันธาตุไฟแตก ก็ต้องมอดไหม้เป็นจุณอย่างแน่นอนแล้ว !!! แต่ขณะนั้นที่แม่บ้านกำลังเคาะประตูครั้งที่ 3 นั้นเอง ก็ถูกหยุดเอาไว้ด้วยมือของผู้อื่นเสียก่อน จากนั้นก็มีเสียงเล็ก ๆ เบาๆ ที่ฟังดูคุ้นหูว่า“เจ้าอ่านหนังสือไม่ออกใช่หรือไม่ ? เนื่องด้วยเขาเขียนไว้ที่ประตูว่าห้ามรบกวนโดยเด็ดขาด” สาวใช้นางได้ยินก็ตกใจเพราะสาวใช้ในเช่นนางนั้นย่อมมิเคยได้เล่าเรียนหนังสืออยู่แล้ว แต่ขณะจะขอโทษขอโพยอื่นใด อีกฝ่ายกลับสั่งให้เงียบเสียงลง จากนั้นกล่าวเบา ๆ อีกว่า“ห้องข้าง ๆ นั้นต่างหากเล่า ที่ติดป้ายให้เจ้าเข้าไปทำความสะอาด” ฝ่ายสาวใช้ได้ยินเช่นนั้นก็ทั้งกราบกรานเป็นการใหญ่ จากนั้นไขกุญแจเข้าห้องไปเพื่อทำความสะอาดตามที่ได้รับมอบหมาย ‘เกือบไปแล้วไหมล่ะ ?’ ครั้นเหตุการณ์สงบลงแล้วหยางไคจึงกลับมาใส่ใจกับการบ่มเพาะของตนต่อ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้เนิ่นนานไปกว่านี้ พืชพรรณพลังปราณที่กินไปก็อาจจะสิ้นฤทธิ์ลงก่อนที่งานจะแล้วเสร็จ และช่วงระยะเวลาที่ขาดช่วงไปก็ยังถือว่ามีประโยชน์อยู่บ้าง เพราะพื้นที่ซึ่งได้อัดมวลวิญญานลงไปย่อมต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งเพื่อคลายตัวให้คงที่ และบัดนี้พื้นที่ฝั่งขวาก็มีความพร้อมแล้วหยางไคจึงใช้เคล็ดวิชาลมปราณมังกรไฟเปลี่ยนสัมผัสเป็นความร้อนเพื่อใช้หลอมละลายทองคำ 3 ตำลึงที่เหลืออยู่นั้น เพื่อปั้นออกมาเป็นรูปทรงตามที่ต้องการ และเมื่อมีเวลาทางในการพัฒนาตนแล้ว ก็คงไม่จำเป็นต้องลองผิดลองถูกอีกต่อไป หยางไคจึงประดิษฐ์พีระมิดฐานกลวงทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสเพื่อวางไปยังตำแหน่งที่ยังว่าง ซึ่งไม่ใกล้หรือไกลจนเกินไปจากพีระมิดอาชาซึ่งตั้งอยู่ก่อนจากนั้นรอจนมวลวิญญาณแทรกซึมขึ้นมาในพีระมิดหลังใหม่จนเต็มแล้ว หยางไคก็เริ่มบรรจุเคล็ดวิชาลมปราณพยัคฆ์ซึ่งเป็นพลังลมปราณระดับ 2 ลงไปอย่างมั่นใจ แล้วเลือกทักษะของปราณพยัคฆ์ ซึ่งเน้นการโจมตีทางกายภาพระดับพื้นฐานขึ้นมาใช้ 2 ชนิด คือทักษะการใช้ลมปราณพื้นฐานเพื่อโจมตีด้วยอาวุธ และทักษะการใช้ลมปราณพื้นฐานเพื่อโจมตีด้วยร่างกายโดยที่มิได้มุ่งเน้นไปที่อาวุธประเภทใดประเภทหนึ่งโดยจำเพาะเจาะจง และเป็นเพียงทักษะที่ใช้ลมปราณควบคุมอาวุธที่อยู่ในมือ ไม่ว่าอาวุธระยะใกล้หรือไกลเท่านั้น หรือแม้แต่วิชามวยใด ๆ เลยแม้แต่ประเภทเดียว โดยทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับประสบการณ์และการฝึกฝนของตนเองก็เพียงพอ เมื่อทุกอย่างภายในพื้นที่ได้จัดวางจนสมบูรณ์แล้ว ก็ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญเหตุการณ์หนึ่งในรอบหลายร้อยปี เพราะบัดนี้แผ่นดินต้าหมิงได้ปรากฏบุรุษผู้มีพลังลมปราณ 2 กระแส ซึ่งอยู่ในร่างกายของมนุษย์เพียงคนเดียวได้โดยสมบูรณ์แบบ !!