Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

สงครามตะวันจันทรา:ความแข็งแกร่งของพาลี

        พญาวานรเลือดชุ่มกาย   นั่งชันเข่าอยู่บนพื้นเงยหน้ามองสองหญิงสาวด้วยแววตาอาฆาต  แค้นเคือง  ร่างกายภายนอกของพญาวานรจะโทรมเลือดโชกแต่ทว่าแววตากลับเจิดจรัสวิบวับไม่เหมือนลิงใกล้ตาย  

        พาลีรุกขึ้นยืนแสยะยิ้มมุมปากเผยมือข้างหนึ่งออกมาปรากฎดวงแสงสีเพลิง  พวกศิลาที่เห็นถึงกับตกใจ  

        นั่นมัน!!..?   

        “ไม่จริง   ฉันเก็บไว้ในเขตอาคมแล้วนี่นา   ทำไม”  อินาริงง   

        “เศษวิญญาณธรรมชาติชิ้นสุดท้าย  ธาตุไฟ”  ศิลาเหม่ลอย  เพียงแค่พาลีดูดกลืนหลอมรวมกับดวงใจภูตแห่งแสงได้พลังของสุริยะเทพไปครอบครองพลังธาตุไฟของพาลีก็จัดว่าร้ายกาจสุดในสามโลก   ไม่มีอะไรสามารถต้านทานได้   และหากหลอมรวมกับเศษดวงวิญญาณธรรมชาติธาตุไฟไปอีกจะร้ายกาจขนาดไหน  

        พญาวานรไม่รอช้าฝังเศษวิญญาณธรรมชาติลงกลางอกทันทีก่อนจะกรีดร้องโหยหวนอย่างที่ไม่มีใครเคยได้ยิน   เพลิงอเวจีรุกอาบร่างราวกับจะเผาพาลีให้กลายเป็นธุรี    ความทรมานแทบขาดใจตายอยู่ลอนลอนทำเอาพาลีนึกเสียใจในการกระทำครั้งนี้   มันเป็นความเจ็บปวดที่ไม่มีคำบรรยาย   ไม่เคยสัมผัสมาก่อน  ราวกับนั่งอยู่ในกองเพลิงแต่ทว่ามันร้อนยิ่งกว่านั้น  ร้อนยิ่งกว่านั้นอีกมาก

        บึ่ม..   คลื่นพลังมหาศาลแตกระเบิด  มีพญาวานรเป็นจุดศูนย์กลาง   

        “ทำลงไปแล้วซินะ”  ชายกายสีเขียวเหลือบมองอดีตทหารของตน

        “แย่ล่ะ   แบบนี้แย่แน่   พาลีได้ดวงใจภูตแห่งแสงครบแถมยังอีกหนึ่งเศษวิญญาณ  บวกกับพรของพระอิศวร”  ไดอาโบหน้าเปลี่ยนสี  ‘ไม่ต้องคิดให้มากความเลย  เป้าหมายต่อไปของมันคือวงแหวนโลกาและเศษวิญญาณที่เหลือ   ที่เราครอบครองอยู่  เอายังไงดี  พรแห่งพระอิศวรร้ายกาจเกินไป  แม้แต่ข้าเองก็ยากจะรับมือ  มีอีกหนึ่งวิธี  เอาวงแหวนโลกาแหละเศษวิญญาณธรรมชาติทั้งหมดมอบให้ศิลา  เพื่อให้พาลีเปลี่ยนเป้า  ส่วนข้าทำเพียงแค่รอ   ให้สองคนนั้นสู้กันแบบจริงจังถึงขั้นเอาชีวิต  ไม่ว่าฝ่ายไหนจะชนะก็ต้องเจียนตายเป็นแน่’

        ไดอาโบ   เรียกเอาไอเทมพิชิตเกมสองอย่างที่ตนครอบครองออกมา  มองไปทางศิลาพร้อมกับร้องเรียกดังลั่น  ให้พาลีหันมาสนใจ  “ศิลา   รับไป”  

        เฮ่ยยย...     ศิลาอุทาน    รู้ทันทีว่าไอ้หมอนี่มันคิดอะไร   คนอย่างมันมีหรือจะยอมมอบให้แบบฟรีๆ   ไม่ซิ   ต้องบอกว่าคนอย่างเขามีหรือจะยอมให้อะไรกับศัตรูแบบจิตใจบริสุทธิ์   เหอะๆ...  ไม่มีทางซะล่ะ   ศิลาหายวับหยิบวงแหวนโลกาฝังเศษวิญญาณธรรมชาติมาไว้ในมือ   พาลีหันมองควับคอแทบหัก  แววตารุกโชติแสดงเจตนาและเป้าหมายชัดเจน

        แผ่นการของไดอาโบถือว่าตื่นนัก  ศิลารู้อยู่แล้ว   เขาไม่มีวิธีรับมือกับพรแห่งพระอิศวร  แสดงว่าไดอาโบก็ต้องไม่มีวิธีรับมือเช่นกัน   ดังนั้นเพื่อให้ตนเองไม่ตกเป็นเป้าจึงต้องทำให้อีกฝ่ายเปลี่ยนเป้าหมายในการล่า   ทว่าทั้งหมดก็เป็นไปตามที่คิด   เท่านี้เขาก็สามารถต่อกรกับพาลีได้แล้ว  เพียงแต่ต้องใช้เวลาสักพักและความเสี่ยงที่จะตายสูงจากการหลอมรวมเป็นหนึ่งกับเศษวิญญาณธรรมชาติถึงหกดวง  แต่ละดวงล้วนมีจิตสำนึกความคิดของตน  พวกมันจะต้องต่อต้านเขาอย่างแน่นอนด้วยความที่ว่าเขามีพลังมาร    ตอนนั้นเพียงแค่ฝังเข้าร่างกายแบบไม่หลอมรวมดึงพลังออกมาเล็กน้อยยังเล่นเอาเขาเจียนตาย   เกือบกลั้นความเจ็บปวดไว้ไม่อยู่

        ฟ้าครามขยับวูบมายืนข้างหน้าศิลาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแววตาจริงจัง  “พี่ศิไปจากที่นี่เถอะค่ะ   ตอนนี้เราหยุดพาลีไม่ได้  อย่างน้อยให้พี่รอดไปพัฒนาตนก็ถือว่าเราชนะ   อีกอย่างพี่จะเลเวลลดไม่ได้เด็ดขาด”

        ผู้เล่นที่ได้รับฉายาเทพสงครามหากตายเลเวลจะตกมาติดลบหนึ่งร้อยทันที  และการจะเลื่อนระดับก็อยากกว่าปกติต้องสังหารอสูรระดับตำนานไม่ต่ำกว่าร้อยตัวถึงจะเลื่อนขึ้นมาสักหนึ่งเลเวล   

        ศิลาถอนหายใจ  แอบเจ็บปวดใจนิดๆ  แม่หวานใจของเขารู้ดีกว่าใครแท้ๆว่าเขาเป็นคนยังไง 

         “น้องฟ้าค่ะ  หนูเลิกคิดเรื่องนั้นไปได้เลย   ถ้าคนที่จะรอดออกไปมีได้คนเดียว  คนนั้นคือน้อง”  เขาเอามือลูบแก้มหวานใจอย่างนิ่มนวลราวกับสายลมหนึ่งพัดกระทบ   “ฟ้าไม่ได้เป็นภูตพิทักษณ์แล้วหากตายไปจะหวนคืนไม่ได้  ไม่ซิต่อให้เป็นภูตพิทักษณ์ก็ไม่สามารถหวนคืนได้แล้ว”

        “เอาๆ..เอา”  พาลีเอ่ยเสียงแข็ง  “หวานกันเสร็จยัง  สั่งเสี่ยกันเรียบร้อยยัง  จะได้มาเริ่มกันต่อ  ข้าอยากจะได้สิ่งนั้นจะแย่อยู่แล้ว”

        “อย่าปากดีไปพาลี”  ศิลาพูดเสียงเรียบแต่ฟังและรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มกำลังโมโหไม่พอใจอย่างมาก  “พูดยังกับว่าจะเอาชนะพวกฉันเมื่อไหร่ก็ได้อย่างงั้น”

        “ก็ใช่น่ะซิ”  พาลีกล่าวอย่างมั่นใจ  “สามคน  มีปัญญาทำได้แค่นี้  มองกลับกันซิ  ข้าตนเดียวทำให้พวกเจ้าตกที่นั่งลำบากได้ถึงเพียงนี้  ความต่างชั้นขนาดนี้ยังไม่ชัดเจนอีกรึ”  

        พาลีและศิลาจ้องกันไม่ลดย่อน   ในขณะที่อีกหนึ่งการต่อสู้ยังคงเดือดละอุ   ไดอาโบส่ายหัวไหวๆไล่อาการวิงเวียนศรีษะหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมจากบาทาลูกพักขององค์ราม   ไม่คิดว่าผู้ใช้ธนูเป็นอาวุธจะมีทักษะการต่อสู้ระยะประชิดล้ำเลิศและท่าร่างที่รวดเร็วดุจเงาพราย

        ท่าทีขององค์รามยังสงบราบเรียบไม่เปลี่ยนแปลงสายตาแอบปร่ายมองจันทราเทพเป็นระยะ   “ไม่คิดจะไปช่วยเพื่อนสมรู้ร่วมคิดแผ่นการเดียวกับเจ้าหรือยังไง”  ชายหนุ่มหันมาพูดกับไดอาโบ  เห็นชัดว่าเป็นการแดกดัน  “ขืนเป็นแบบนี้มีหวังได้ถูกพาลีสังหารสิ้นทั้งสามคนเป็นแน่”

        “อ่าว   แล้วมันธุระกงการอะไรของเจ้าไม่ทราบ   ไม่เห็นต้องสนใจ  ว่าแต่ท่านเถอะไม่คิดจะไปขัดขวางลูกน้องเก่าหน่อยหรอ  ข้าสังเกตเห็นนะว่าท่านสอดสายตามองอะไรมองใครด้วยความรู้สึกยังไง  ไม่แปลกหร๋อก  ก็นางงดงามปานนั้น  อรชรหวานช้อยถึงเพียงนั้น  ล้วนเป็นที่ต้องตาต้องใจของชายทุกผู้หมู่เหล่า”

        “อย่ามาสามหาวกับข้า  สำหรับข้าไม่มีใครแทนน้องสีดาได้”

        “โอ้ๆๆๆ..   แล้วนางไปไหนเสียแล้วล่ะ  อ๋อลืมไป  ถูกทศกัณฐ์สังหารสิ้นเมื่อครั้งศึกชิงหิมพานต์”  ไดอาโบกอดอกหยักหน้า  แม้ว่าจะพึ่งจุติแต่ข้อมูลทั้งหมดเขาก็รับรู้ได้จากข้อมูลที่ถูกใส่เข้ามาตอนสร้างไดอาโบ  “จะว่าไป  จันทราเทพก็คล้ายน้องสีดาของท่านไม่น้อยเลยนะ  มากถึงสามในสี่ส่วน  หรือว่านางจะกลับชาติมาเกิด  อุบะ”  ชายหนุ่มเอามือปิดปาก  ท่าทางเลิกลัก  ประมานว่า  ไม่จริงน่ะ  พูดขึ้นต่อด้วยท่าทางอ้อนบาทา  “พี่รามขา   ข้าจะรอท่านที่ทางช้างเผือก  ไม่ว่ากี่ภพกี่ชาติข้าจะเกิดมาเพื่อครองคู่กับท่าน  แต่ชาตินี้ข้าขอเป็นของบัลลังก์สูงสุดศิลาก่อนและกัน  ชิชิชิ”

        ไดอาโบบบบบบบบบ...      องค์รามตะบะแตก

        “หาาา..  ไม่ต้องเรียก   ข้าจำชื่อข้าได้น่า”

        “ศรอัคนิวาต  จงมัดตึง”  ชายหนุ่มยิงแผลงศรออกกลายเป็นพญานาคตัวมหึมามีชีวิตทะยานเวหาเข้าไล่ล่าไดอาโบอย่างดุร้าย

        “ชิ..   พ่นพิษได้ด้วยเลอะ”

        นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่อวตารเป็นองค์รามที่เขาโกรธเดือดจัดถึงขนาดนี้   ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเขามาก่อน  การกระทำของไดอาโบถือเป็นการหยามเกียรติและทำลายศักดิ์ศรีของหญิงสาวอันเป็นที่รัก   ทำให้เพลิงโทสะระเบิดออกมาอย่างไม่กักเก็บเอาไว้ได้

        ศิลาได้ยินบทสนทนาอมยิ้มที่มุมปาก  รู้แล้วว่าข้อมูลอีกหนึ่งอย่างที่เอามาหลอมรวมกับข้อมูลของเขาในการสร้างไดอาโบขึ้นมาคือใคร   ไม่ใช่ใครอื่นเลย  หากแต่เป็นตัวเขาเองในสมัยยังเฟี๊ยวฟ๊าวอ้อนบาทาชาวบ้านไปทั่ว  สมัยที่บ้านของเขายังมั่งคลั่งสุขสบาย  เป็นการเอาตัวตนในปัจจุบันมาผนวกกับตัวตนในอดีต  

        ว๊ากกก..  พญานาคคำรามเสียงแหลมแสบแก้วหู   ก่อนจะหายวับราวกับไม่เคยมี  ไดอาโบหยุดบินหนีมองอย่างฉงล  

        อึก!   จู่ๆเขาก็ไม่สามารถขยับร่างกายได้ราวกับถูกมัดรอบตัว

        ล่องหนได้?!...    พญานาคค่อยๆเผยตัวในขณะรัดพันไดอาโบ   มันชูหัวสูงขึ้นอ้าปากพ่นไอพิษสีเขียวสด

        อ๊ากกกก...   ไดอาโบหวยหวนสุดเสียงใบหน้าเนื้อเริ่มละลายราวกับถูกน้ำกรดสาด    บึ่ม..     กริช  ดาบ  โซ่  อาวุธคู่ใจของไดอาโบถูกเรียกออกมา  ลักษณะคล้ายโหยหาและร่ำไห้ของศิลาไม่มีผิด   อันที่จริงไดอาโบมีอีกหนึ่งศาสตราที่ทัดเทียมกับกงจักรอนันตกาลล้อมจันทร์และหอกจันทราฉายรัตติกาล  ทว่าเขาเลือกจะใช้กริช   ดาบและโซ่  ที่มีระดับต่ำกว่าเล็กน้อย   แต่อนุภาพเกินจินตนาการ  

        “โศกา  อาศัลย์  และโศกศัลย์  ข้าอยากจะเก็บไว้ใช้ตัดสินกับศิลา  แต่เห็นทีคงต้องเอาออกมาใช้ก่อนเวลา   หากตายเสียตอนนี้การต่อสู้กับศิลาก็จะไม่มีเพราะงั้นเก็บไว้ก็ไม่ประโยชน์”

        องค์รามเบิกตาตลึง  ไม่มีใครในโลกไม่รู้จักอาวุธสามชิ้นนี้  “โหยหา  ร่ำไห้  คร่ำครวญ?  นี่เจ้ามีศาสตรามารทั้งสามชิ้นนี้ของศิลาได้ยังไง?”  เป็นที่รู้กันดีว่าชื่อที่ศิลาตั้งนั้นตรงตามเป้าหมายทุกประการ  เขาตวัดดาบ กริช และโซ่ครั้งใด  ต้องมีผู้คน  สัตว์อสูร ร้องโหยหวน  คนที่รอดจะโหยหาคนที่รัก  คร่ำครวญด้วยความคิดถึง  หรือคร่ำครวญขอชีวิต  ร่ำไห้กับการตกตายเสียค่าระดับเลเวล  หากเขาใช้อาวุธเหล่านี้เมื่อใดนั่นหมายความว่ามีฉากนองเลือดแน่นอนทำให้ชื่อเสียงของอาวุธทั้งสามกระจายไปพร้อมๆกับศิลา  เติบโตมาพร้อมกันราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่ายกาย  จากระดับ S  ธรรมดาผ่านสงครามมากมายจนวิวัฒนาการกลายเป็นระดับ SSS+  

        “ห่า  นี่อาวุธคู่ใจข้า  โศกา  อาศัลย์และโศกศัลย์  หากข้าใช้มันเมื่อใด  ศัตรูจะต้องพบกับความรู้สึกเหล่านั้นตามชื่อของมัน”

        “แย่ล่ะ”  ศิลาเคร่งเครียด  “ร่ำไห้มีความสามารถพิเศษอยู่ที่พัฒนาจากเดิม  หากมันมีเหมือนกันล่ะก็  หมายความว่าทุกๆหนึ่งนาทีผู้ถือครองจะได้รับหนึ่งเลเวล  และพลังโจมตีหนึ่งพันหน่วยทุกๆหนึ่งนาที  โหยหาจะทำการเพิ่มค่าสถานะทุกอย่างครั้งล่ะ 2 แต้ม ทุกหนึ่งนาที  คร่ำครวญที่จุติใหม่สามารถฟื้นฟูร่างกายสมบูรณ์แบบไร้เงื่อนไข สามครั้งในหนึ่งการต่อสู้ ทำให้ผู้ถือครองตายได้สามครั้ง  หากสกิลเหมือนกันล่ะก็  ไดอาโบสามารถมีเลเวลถึงหลักพัน  แย่แน่”

        ศิลารู้ดีด้วยพลังระดับนั้นสามารถตวัดครั้งเดียวลบทวีปแถบนี้หายในพริบตาได้เลย

        !!..องค์รามเบิกตาค้างจู่ๆไดอาโบก็มีการเคลื่อนไหวแปลกไป  แยบยลขึ้น  ซับซ้อนขึ้น  ไร้รูปแบบตายตัว  ความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  แม้แต่ตอนนี้เนตรนารายของเขาก็ไม่สามารถมองตามทัน

        กริ้งงงง..เสียงคล้ายโซ่ลากพื้นดังกังวาลเสียดหู  เปรี้ยง..    อั๊ก!   องค์รามหน้าหันพ่นเลือดออกมาเป็นสาย   

        อะไร!   โซ่แน่นอน  แต่ทำไมถึงมองไม่เห็น   “คุณสมบัติล่องหน?”

        “ช้าย   โศกศัลย์สามารถล่องหนได้ปกติมันเป็นโซ่เชื่อมต่อปลายกริชและปลายดาบแต่ทว่าก็สามารถทำแบบนี้ได้”

        วึ่งงง..  โซ่มากมายนับพันเส้นปรากฎขึ้นรอบตัวไดอาโบก่อนพุ่งเข้ารัดองค์รามอย่างสับสนมั่วซั่วราวกับต่าข่ายปกคลุมฟ้า

        “ศรพรหมมาตร  จงกลายเป็นพญาครุฑ”

        ฟ้าววว..  ทันทีที่ศรแผ่พุ่งออกพลันกลายเป็นครุฑนับพันเข้าตะปบโศกศัลย์ก่อนจะใช้กงเล็บบดขยี้จนแตกกระจุย

        “นี่เลอะความร้ายกาจ”  

        ไดอาโบยิ้มเศษโซ่ที่แตกกลายเป็นโซ่เส้นใหม่เพิ่มจำนวนอีกเท่าตัว

        ด้านศิลา

        “ตรี  คฑา  จักร  สังฆ์  สี่ศาสตราหลอมรวมเป็นหนึ่ง” 

        ทางด้านพาลีเองก็เรียกก็เรียกอาวุธแสนร้ายกาจออกมานั่นคือตรีศูลเพชรด้ามยาว  “ตรีศูลอัสวายุ” 

        ธาตุสายฟ้าผสานธาตุลม?    ศิลาขมวดคิ้ว   

        พาลีถนัดธาตุลมหรอกหรือ..    เขานึกว่าหนุมานเสียอีก  อีกอย่างเขาไม่มีสกิลต้านทานธาตุลมเลยแม้แต่อย่างเดียว  หากเป็นสายฟ้ายังพอให้ฟ้าครามใช้ธาตุสายฟ้าของเธอขัดแย้งไว้ได้  เพราะสายฟ้าของฟ้าครามก็มีระดับเทียบเท่าเทพเจ้าสายฟ้า

        ศิลาเคลื่อนพลังธาตุความมืดผนึกทั่วร่าง    เขาสามารถใช้ธาตุน้ำต่อกรกับพาลีได้แต่ทว่าก็จะโดนธาตุสายฟ้าอยู่ดี  หากเป็นธาตุความมืดที่ไม่แพ้ธาตุใด  แต่ก็ไม่ชนะธาตุ  เขาคงพอลดความต่างชั้นของพาลีลงไปได้บ้าง

        “อาภรณ์แห่งความมืด   กายารัตติกาล”  ร่างของศิลาปกคลุมด้วยคลื่นพลังความมืดหนาแน่นคล้ายคลื่นน้ำสีดำทมิฬ   เบื้องหน้าปรากฎวงเวทมนต์แตกระเบิดกลายเป็นโหยหาร่ำไห้และคร่ำครวญ   โซ่สีส้มแดงรัดพันสองแขนศิลาราวกับมีชีวิตกลายเป็นปลอกแขนก่อนจะล่องหน

        ดวงวิญญาณสีแดงนับแสนพวยพุ่งออกจากสามศาสตราคู่ใจ   พร้อมด้วยเสียงสาปแช่งเกรี้ยวกราด  บ้างโหยหวนปานจะขาดใจ  บ้างครวญคางเครียดแค้น  บ้างคร่ำครวญใจจะขาด   บ้างร้องไห้สะอึกสะอื่นแสนระทม   ดังกระหึ่มสับสนปนเปจนแยกแยะไม่ออก   เล่นเอาผู้ได้ยินแทบสติแตกสยองเกล้าพลันพึง  ดวงวิญญาณมากมายค่อยๆทยอยซึ่มเข้าร่างศิลา    ตามตัวของเขาปรากฎอักขระสีแดงเลือดทั่วร่าง  

        พาลีหรุบตามองประหลาดใจ  

        สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพลังของศิลากำลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก   คงเพราะดวงวิญญาณพวกนั้น   

        แต่ทำไม่?   ยิ่งมีพลังมากเท่าไหร่  ก็จะยิงถูกลดทอนลงและมาเพิ่มให้ข้า   เรื่องนั้นมันรู้ดีแท้ๆแต่กลับยังเพิ่มพลัง   หรือมันโง่?   ไม่ใช่แน่นอน  คนอย่างศิลาเป็นที่รู้กันดีว่ารอบครอบนาดไหน   แสดงว่าต้องวางแผนอะไรเอาไว้แน่ๆ

        

        

คล้ายกับเรื่องDemonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก ที่คุณอ่าน