หวังสุ่ยเทียนมีใบหน้าดำคล้ำ ผู้ชายคนนี้เขาจำได้แล้วว่าเป็นใครทำไมมันถึงมายุ่งกับน้องสาว
จากข้อมูลเป็นนายน้อยของสกุลเนี่ย สกุลอันดับหนึ่งของหยูโจว และบ้านรวมถึงร้านของแม่ที่ทำมาหากินตอนนี้ก็เช่าที่ดินจากบ้านเนี่ยฝาน เรียกได้ว่าเป็นครอบครัวนักธุรกิจที่น่ากลัว หากยังมีวิชาเซียนติดตัวหวังเทียนซือก็อยากจะควบคุมคนรวยรุ่นที่สามจริงๆ แต่เห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้ ยกเว้นว่าเขาจะมีการควบคุมสิ่งอื่นจากภายนอกเช่นอุปกรณ์
“รู้จักกันด้วยเหรอ เขาเป็นใคร” ซูฉีที่นั่งข้างๆ ถาม
สำหรับเธอความหล่อของหวังเทียนซือและกล้ามเนื้อช่วงแขนไม่ใช่ธรรมดา แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าหล่อนหลงเสน่ห์
“ผู้ชายที่น่าสนใจน่ะ และอีกอย่างหนึ่งระหว่างที่เธอเป็นผู้หญิงของผมห้ามมองผู้ชายคนอื่นเด็ดขาดเข้าใจไหมซูฉี” เนี่ยฝานไม่ลืมที่จะเตือนเธอ ถึงแม้ว่าเรื่องระหว่างทั้งคู่จะเป็นแค่เซ็กส์ซื้อขายก็ตาม
“เข้าใจแล้วน่า” ซูฉีเห็นด้วยกับเขา ต่อให้เธอต้องการเงินก็ใช่ว่าจะทำอะไรโง่ๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้ชายแบบหวังเทียนซือ เพราะดูจากเสื้อผ้าที่เขาใส่นั้นไม่ใช่ของแบรนด์ดังแล้ว ผู้ชายแบบนี้ยังมีอะไรดีอีก สำหรับเธอแค่มองหาข้างถนนไม่นานคงได้สิบคน
“จริงสิเนี่ยฝาน หากจ้านหลูหยาอยากมีอะไรกับนายขึ้นมา นายจะทำยังไง”
นี่เป็นเรื่องที่กวนใจซูฉีมาหลายวันแล้ว ตั้งแต่ครั้งนั้นที่จ้านหลูหยาสารภาพว่ารู้ความจริง
เนี่ยฝานเกิดการคาดเดาบางอย่างในใจ และสุดท้ายจึงตอบไปว่า “ทำแบบเธอ”
“โอเคก็สมกับเป็นนาย แค่นี้แหละ” ซูฉียักไหล่
............
หลังจากนั้นคาบเรียนก็จบลง
เนี่ยฝานที่เดินเข้าไปในห้องน้ำถูกจับตามองโดยหวังเทียนซือ เขาล็อกประตูห้องน้ำเมื่อเดินเข้ามาในห้องหลังจากเนี่ยฝานเข้าไป มีรอยยิ้มปรากฎบนใบหน้า ระหว่างนั่งเรียนอยู่ในชั้นเขาคิดหาเหตุผลในการจัดการกับเนี่ยฝานต่างๆ รวมถึงวิธีควบคุมด้วยจิตใจผ่านความเจ็บปวด
จริงอยู่ที่วิชาเซียนใช้ไม่ได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าหวังเทียนซือไม่มีกลวิธีอื่นๆ เช่นทรมานคนจนสภาพจิตใจแหลกสลาย และหากมองถึงข่าวลือว่าเนี่ยฝานเป็นไอ้โง่คนหนึ่ง นี่ไม่ใช่ลูกพลับนุ่มๆ ให้เขารังแกหรอ
เนี่ยฝานจะไม่รู้ได้ยังไงว่าถูกคนตามมา เพราะตั้งแต่เขาออกจากชั้นเรียนก็คอยสังเกตหวังเทียนซือตลอด และที่เดินเข้ามาในห้องน้ำไร้คนก็เพื่อการนี้โดยเฉพาะ
หวังเทียนซือไม่ใช่พระเอกชอบพูดพล่ามมาถึงก็เข้าจู่โจมทันที หมัดของเขาแฝงความดุร้าย เพียงโดนไปหนึ่งครั้งน่าจะสลบไปทั้งวัน โดยเฉพาะเมื่อเป็นเนี่ยฝานนายน้อยไร้ประโยชน์ การจัดการหลังจากนี้ค่อนข้างง่าย ก็แค่รีดไถเงินจากขยะไม่ใช่เหรอ
ทว่าภาพต่อมาทำให้หวังเทียนซือตะลึงงัน เนี่ยฝานที่ควรจะสลบเพราะหมัดของเขากลับหลบได้อย่างดื้อๆ จากนั้นหมุนตัวแล้วอาศัยแรงเหวี่ยงของข้อเท้า เตะตัดช่องท้องทำเอาหวังเทียนซือตัวงอเหมือนกุ้งโดนน้ำร้อนลวก
“โอ๊ะ...เผลอรุนแรงซะแล้วสิ ฮี่ฮี่ ขอโทษนะหวังเทียนซือ เมื่อครู่นี้นายจะทำอะไรผมหรือเปล่า” เนี่ยฝานหันกลับมาถามโดยที่ยังปัสสาวะอยู่ ดังนั้นผ่านการเตะและช่วงเวลาหมุนตัวจึงทำให้น้ำฉี่กระเด็นโดนใบหน้าและร่างกายของหวังเทียนซือ กอรปกับโดนเตะท้องเจ็บต้องอ้าปากค้าง น้ำในท่อฉี่จึงพุ่งเข้าไปในปากของเขาเต็มๆ
“นี่แก...จงใจทำมันใช่ไหม!” ในฐานะเซียนที่มีอายุขัย 1000 ปี หวังเทียนซือไม่เคยโดนเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน สำหรับเขามันเป็นความอัปยศอดสู และหากยังเป็นผู้บ่มเพาะ ธาตุไฟคงเข้าแทรกเพราะความโกรธในหัวใจ
“จงใจ...จงใจทำอะไร เฮ้พี่ชายของหวังปู้อี้ท่าจะประสาทไม่ดีนะเนี่ย ผมเองก็ยืนฉี่อยู่ดีๆ ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงคิดว่าเป็นความผิดของผมล่ะ โห้ดูสิฉี่ผมเลอะเต็มพื้นรวมถึงเสื้อผ้าของนายด้วยไม่ใช่เหรอ หืม...ใบหน้าด้วยนี่นา แบบนั้นคงต้องรีบล้างนะ หรือหากนายอยากจะล้างด้วยปากก็ว่าไปอย่าง อีกอย่างหนึ่งผมไม่ชอบผู้ชาย ดังนั้นอย่าทำหน้าขึงขังเหมือนกับว่าอยากจะเข้ามาโม๊คของผม”
เนี่ยฝานผิวปากเดินออกจากห้องน้ำไป ส่วนหวังเทียนซือไม่มีเวลาแก้แค้น เพราะตอนนี้เขาต้องรีบล้างปาก เอาสิ่งสกปรกทั้งหมดออกไปจากปากเหม็นๆ เค็มๆ
“ไอ้เวรเนี่ยฝาน แค้นนี้จะต้องชำระ!” หวังเทียนซือคำราม เมื่อล้างน้ำจนสะอาดเขารีบเดินออกไปจากห้องน้ำ แต่หลายคนมองเขาแปลกๆ กระทั่งมาถึงโรงอาหารพบกับอาเพียวและโจวชิงชิง ทั้งคู่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
“หืม...เหม็นฉี่ว่ะ อาหวังน้อยนี่นายไปฉี่เลอะขอบกางเกงในมาอีกแล้วใช่ไหม”
“ใช่แน่ๆ เหม็นขนาดนี้”
หวังเทียนซือหน้าดำคล้ำ ตัวเขาเองเมื่อก่อนเป็นแบบนั้นจริงๆ แต่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้มันเป็นความผิดของเนี่ยฝาน
วันถัดมาหวังเทียนซือเริ่มติดตามเนี่ยฝาน อยากจะรู้นักว่าหมอนี่มันมีดีอะไรน้องสาวถึงได้ตามติด นอกจากนั้นผ่านการเผชิญหน้ากันในห้องน้ำเมืี่อวาน เขารู้สึกว่าหมอนี่ไม่เป็นอย่างที่ข่าวลือกล่าวหา
เนี่ยฝานเองก็รู้ว่ามีคนตามมาเหมือนกัน เพียงแต่เขาไม่ได้สนใจ
“จริงสิเนี่ยฝาน ฉันมีข่าวชิ้นหนึ่งมาให้นายด้วย รับรองว่านายจะต้องสนใจแน่ๆ” ระหว่างช่วงเรียนคาบบ่ายยูบินได้กระซิบบอกเขา
“โอ้ข่าวอะไรเหรอ”
“ผับโพไซดอนของพี่ชายนายที่เขาเคยชวนฉันน่ะ เห็นว่ามีผู้หญิงประหลาดคนหนึ่งด้วยนะ เธอตื่นขึ้นมาแล้วกลายเป็นคนอื่นในทุกเช้า ส่วนเรื่องจริงจะเป็นแบบไหนฉันเองก็ไม่รู้ นายคงต้องคุยกับพี่นายแล้วล่ะ”
เป็นเรื่องปรกติที่ยูบินจะรู้จักกับเนี่ยเซียว เพราะข่าวการท้องหรือการเพิ่มจำนวนภรรยาไม่ได้ปิดบังไว้ ดังนั้นยูบินและคนอื่นๆ จึงได้ของขวัญตลอดจากพี่ชายรวมถึงพ่อแม่เขา ยกเว้นเพียงพี่สาวคนโตเท่านั้นที่ไม่เคยส่งอะไรมา
“ผับโพไซดอนเหรอ”
เนี่ยฝานตกอยู่ในความคิด เขานึกถึงโครงเรื่องหลังจากนี้ จำได้ว่าหวังเทียนซือและหวังสงไป๋ไปดื่มกันที่ผับ หลังจากนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งหนีออกจากห้องด้านในสำหรับแขกวีไอพี พระเอกสองหนุ่มทำตัวเป็นวีรบุรุษช่วยสาวงาม และสุดท้ายเป็นปรกติที่จะมีเรื่องกับเนี่ยเซียว
ผ่านรัศมีตัวเอก เจ้าของร้านผับโพไซดอนจึงเปลี่ยนมือ
นอกจากนั้นผู้หญิงที่ถูกช่วยยังเป็นหนึ่งในนางเอกสนับสนุนของหวังสงไป๋ ราชาทหารกากเดนนั่นเอง
......
หลังกลับมาถึงบ้านเนี่ยฝานโทรศัพท์ไปหาพี่ชายคนกลาง
“ว่าไงเนี่ยฝาน เกิดอะไรขึ้นเหรอถึงได้โทรมาหาพี่” สำหรับเนี่ยเซียวไม่มีอะไรต้องอิจฉาเนี่ยฝาน ยังดีซะอีกที่น้องชายมีลูกได้ แต่ผู้ชายลั้นลาอย่างเขาแค่สนุกไปวันๆ ก็พอ เรื่องมีภรรยาขอผ่าน
“พี่บอกอะไรกับยูบิน เรื่องผู้หญิงที่เปลี่ยนหน้าทุกเช้า มันเป็นเรื่องจริงเหรอ”
อีกฝ้ายหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน เมื่อได้ยินคำถามเขานึกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เรื่องนั้นนั่นเอง มันเป็นเรื่องจริง ผู้หญิงคนนั้นชื่อว่าต้าจี่น่ะ เป็นผู้หญิงแปลกๆ ที่พี่เพิ่งรับเข้ามาทำงานเมื่อไม่กี่วันก่อน พูดไปแล้วก็น่าปวดหัวเพราะหน้าของเธอไม่ซ้ำกันเลย จึงยากที่จะสรุปได้ว่าเป็นตัวจริงหรือเรื่องโกหกของเธอกับเพื่อนๆ กันแน่ หากนายสนใจวันนี้จะมีโชว์ของเธอ”
“แน่นอนว่าผมสนใจ แต่ผมไม่ดื่มเหล้านะ ขอเป็นโคล่าและหาผลไม้สดเตรียมไว้ให้ด้วย”
“เข้าใจแล้ว”
หลังจากวางสายเนี่ยฝานได้ติดต่อกับรัมและวอดก้าล่วงหน้าว่าวันนี้จะไปข้างนอก พวกเขาจะได้มีเวลาเตรียมตัว เพราะลางสังหรณ์ได้บอกกับเนี่ยฝานว่าอาจเกิดเรื่องขึ้น
จัดการเสร็จเนี่ยฝานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาหวังปู้อี้ หญิงสาวใสซื่อน้องสาวของพระเอกที่ชอบดูถูกคนอื่นเพราะมองว่าตัวเองเคยเป็นเซียน
“นายน้อยเนี่ยสวัสดี พักนี้ไม่ได้เจอกันเลยเป็นยังไงบ้างคะ”
สำหรับหวังปู้อี้เธอไม่เคยลืมเนี่ยฝาน ผู้ชายแบบนี้หาตัวได้ยาก นอกจากนั้นเขาแตกต่างจากพี่ชายงี่เง่าของเธอ ที่ช่วงนี้มักจะซ้อมมวยจนไม่สนใจช่วยที่บ้านทำขนมขาย
“คิดถึงน่ะ วันนี้เลยจะชวนไปเที่ยวซะหน่อย ไม่รู้ว่าปู้อี้ว่างหรือเปล่า”
“เอ๋...แต่มันดึกแล้วนะคะ ที่บ้านของฉันไม่ชอบให้ออกไปข้างนอกตอนกลางคืนด้วยสิ”
“งั้นเหรอ คงแย่เลยสิที่ต้องทำตัวเป็นเด็กดีตลอดเวลา ทั้งที่ต้องเครียดกับเรื่องเรียน เรื่องโปรเจคที่อาจารย์สั่ง ไปเที่ยวผ่อนคลายหน่อยจะเป็นไรไป ที่ผับโพไซดอนตอนสามทุ่มผมจะรออยู่ที่นั่น อ้อมันเป็นผับของพี่ชายผมดังนั้นไม่ต้องกังวลกลัวว่าจะไม่ปลอดภัย”
ทิ้งคำพูดไว้แค่นี้แล้ววางโทรศัพท์ลง
ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ตกอยู่ในการไตร่ตรองกับตัวเอง
ช่วงนี้หวังปู้อี้ค่อนข้างเป็นทุกข์ โดยเฉพาะพี่ชายซึ่งเป็นใบโพล่า เดี๋ยวก็ผีเข้าผีออก จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับบ้านเลย แต่แม่ดันไม่เคยบ่นเขาซะได้
“พี่กลับดึกได้แล้วทำไมฉันจะกลับดึกบ้างไม่ได้ อีกอย่างหนึ่งมันเป็นผับของพี่ชายของนายน้อยเนี่ย ความปลอดภัยน่าจะสูง ไม่มีอะไรต้องกังวล อีกอย่างหนึ่ง...ฉันต้องหาเพื่อนไปเที่ยวด้วย ยังไงซะนายน้อยเนี่ยก็น่าจะเลี้ยง เขาคงไม่ปล่อยให้คนยากจนไปเป็นหนี้หรอก”
หวังปู้อี้โทรหาเพื่อนที่สนิทกันสองคน หลังจากชักชวนสำเร็จเธอจึงวิ่งเข้าไปอาบน้ำ แล้วเตรียมเสื้อผ้าแบบวาบหวิวสำหรับใส่คืนนี้