บทที่ 25 ลุงที่โรงแรมมาแล้ว
อันหน่วนเล่นอยู่บนม้าหมุนอย่างเพลิดเพลิน เธอนั่งไปรอบแล้วรอบเล่า ไม่ยอมลงมา
อันหยางไม่ค่อยสนใจ เขาไม่อยากเล่นเท่าไหร่ แต่ทนคำรบเร้าของอันหน่วนไม่ไหว จึงมาเล่นเป็เพื่อนเธอ
“พี่ชาย ดูสิ หนูจะบินแล้ว!” อันหน่วนหัวเราะอย่างร่าเริง เธอกะพริบตาอย่างเ้าเล่ห์ แล้วกางแขนออกอย่างกล้าหาญ
“หน่วนหน่วน อย่าปล่อยมือนะ มันอันตราย” อันหยางเห็นท่าทางของน้องสาว สีหน้าของเขาพลันเคร่งขรึม ความกังวลในดวงตาปรากฏชัด
“พี่ชายโง่จัง หน่วนหน่วนแกล้งพี่เล่นเองนะ”
อันโหรวมองภาพลูก ๆ ทั้งสองคนเล่นหยอกล้อกัน น้ำตาของเธอก็คลอเบ้า นึกถึงความทุกข์ยากที่เคยเผชิญเพื่อให้กำเนิดพวกเขา ตอนนี้เมื่อมองย้อนกลับไป กลับรู้สึกมีความสุขและปลาบปลื้มใจที่ผ่านมันมาได้
สามคนแม่ลูกเล่นในสวนสนุกทั้งวัน จนกระทั่งหลินจือเสี่ยวโทรมา บรรยากาศอบอุ่นนี้ก็จบลงในพริบตา!
“โหรวโหรว เธอรีบพาเด็ก ๆ กลับมาเร็วเข้า คุณจิ่งกำลังจะไปที่สวนสนุก”
“อะไรนะ!” อันโหรวใ ชะงักฝีเท้ากะทันหัน สีหน้าตื่นตระหนก
“เขารู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่สวนสนุก”
“ฉัน ฉันเผลอหลุดปากไปน่ะ” หลินจือเสี่ยวพูดอึกอัก “โหรวโหรว อย่าโกรธฉันนะ เธอก็รู้ว่าฉันกลัวคุณจิ่งขนาดไหน แค่เขามองมาที่ฉันปราดเดียว ฉันก็ทนไม่ไหวแล้ว ตอนฉันรับโทรศัพท์จากเขา ฉันใมาก แล้วเขาก็ถามว่าเธออยู่ที่ไหน…”
อันโหรวหายใจเข้าลึก ๆ แล้วสงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็ว “ไม่เป็ไรหรอก ตอนนี้เธอรีบมาที่สวนสนุก แล้วรอฉันที่ทางเข้านะ”
ในเวลาแบบนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามตื่นตระหนก
“แม่จ๋า ป้าจือเสี่ยวเป็อะไรหรือเปล่าคะ” อันหน่วนเอียงหัวน้อย ๆ เหมือนนึกอะไรออก แล้วย่นจมูก “ป้าจือเสี่ยวเจอคนร้ายหรือเปล่าคะ”
“ป้าจือเสี่ยวไม่ได้เป็อะไร หน่วนหน่วนไม่ต้องเป็ห่วงนะ” อันโหรวยิ้มปลอบใจลูกสาว อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปหยิกแก้มน้อย ๆ ของเธอ
“ขมวดคิ้วแล้วไม่สวยนะ ทำไมแม่ถึงขมวดคิ้วล่ะคะ”
อันโหรวไม่รู้ว่าจะอธิบายกับลูกสาวยังไง เธอพูดอะไรไม่ออกไปชั่วครู่ สีหน้าก็ดูไม่ค่อยเป็ธรรมชาติ
อันหยางกลอกตาไปมา แล้วเข้าใจอย่างรวดเร็ว
ตอนนั้นที่โรงแรม ป้าและแม่ก็แปลกไปแบบนี้ สาเหตุมีอยู่อย่างเดียว...
เขาจูงมือน้องสาว ทำหน้าเคร่งขรึม “ลุงที่โรงแรมคนนั้นต้องมาที่นี่แน่ ๆ”
“ลุงที่โรงแรม?” อันหน่วนเอียงหัวคิดสักพัก จากนั้นดวงตาก็เปล่งประกาย เธอะโโลดเต้นไปมา “จริงเหรอ คุณลุงอยู่ที่ไหนล่ะ”
อันโหรวมองลูกสาวอย่างปวดหัว ไม่คิดเลยว่าเธอจะติดใจเขาขนาดนั้น
ขณะนี้ ที่หน้าทางเข้าสวนสนุกมีผู้คนมากมาย ส่วนใหญ่เป็ผู้หญิง ทุกคนต่างชูมือถือขึ้นถ่ายรูปอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความหลงใหล
เศรษฐีหนุ่มรูปงามในวงการธุรกิจและการเมือง ทั้งยังเป็ทายาทตระกูลสูงศักดิ์ ผู้หญิงพวกนี้ย่อมจะหลงใหลในตัวเขา
“อืม พระเ้าช่างไม่ยุติธรรมเลย ฉันรู้สึกว่าถ้าเขามองฉันสักครั้ง ฉันคงจะหายใจไม่ออก”
อีกเสียงหนึ่งตื่นเต้นยิ่งกว่า “ในหัวฉันมีความคิดเดียว นอนกับเขา”
“เฮอะ เพ้อเจ้อ! แต่ก็ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนไหนจะปราบเขาได้”
จิ่งเป่ยเฉินเพิ่งบินกลับมาจากอังกฤษ หลังจากรู้เบาะแสของอันโหรวจากหลินจือเสี่ยว เขาก็รีบร้อนมาที่นี่ทันที
แต่ใครจะบอกได้ไหมว่า ทำไมผู้หญิงพวกนี้ถึงเหมือนคนไม่รักชีวิต เขาถูกกักอยู่ตรงนี้มากกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว ความอดทนก็ถึงขีดจำกัด!
เขาเอื้อมมือดึงเนคไทเบา ๆ รู้สึกหงุดหงิดและปล่อยพลังงานลบออกมาทั่วร่าง
เขาพิงหลังกับรถลีมูซีน สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะส่งคำขาดสุดท้าย “ผมให้เวลาพวกคุณหนึ่งนาที ถ้าผมยังเข้าไปไม่ได้ ก็รับผิดชอบผลที่ตามมาเอง!”
หลินจือเสี่ยวมาถึงสวนสนุกแล้ว เมื่อเห็นจิ่งเป่ยเฉินถูกผู้หญิงปิดกั้นทางเอาไว้ เธอก็รู้สึกโล่งอกอย่างมาก จึงหลบไปในที่ลับตาและโทรหา อันโหรวอย่างลับ ๆ พร้อมกับคอยฟังเสียงรอบข้างและมองไปรอบ ๆ
“โหรวโหรว ฉันจะบอกเธอให้นะ คุณจิ่งถูกพวกผู้หญิงบ้าคลั่งปิดกั้นทางอยู่ที่ประตู” พอพูดจบ เธอก็มองไปยังพนักงานสวนสนุกที่วิ่งออกมา ก่อนจะเตือนอย่างร้อนรนและรีบเร่ง “แต่ตอนนี้พนักงานกำลังมาช่วยเปิดทางแล้ว คาดว่าเขาจะเข้าไปได้เร็ว ๆ นี้ เธอ...เตรียมใจไว้ให้ดีล่ะ”
ตอนนี้อันโหรวกำลังอยู่ที่แผงขายหน้ากากตัวตลก เมื่อได้ยินคำพูดของ หลินจือเสี่ยว เธอก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ “ไม่ต้องรีบ รออยู่ที่ประตูแล้วกัน รอฉันโทรศัพท์ไปนะ”
“ได้ ระวังตัวด้วยล่ะ ตอนนี้คุณจิ่งเข้าไปข้างในแล้ว!”
หลังจากวางสาย อันโหรวก็ไม่ตื่นเต้นอีกต่อไป เธอเลือกหน้ากากให้เด็ก ๆ อย่างกระตือรือร้น แล้วมองคู่สามีภรรยาสูงวัยที่ขายหน้ากากด้วยสายตาเ้าเล่ห์
“แม่ หนูอยากได้หน้ากากอันนี้” อันหน่วนถือหน้ากากเล่นด้วยความดีใจ
เมื่ออันหยางเห็นน้องสาวเลือกเสร็จแล้ว ก็หยิบอันหนึ่งมาส่งให้อันโหรวอย่างเท่ ๆ “ผมเอาอันนี้”
อันโหรวรับมา เธอไม่ได้อยากได้หน้ากาก แต่กลับสนใจชุดตัวตลกในห้องมากกว่า
“คุณยาย หนูอยากให้คุณยายกับคุณตาช่วยหน่อยค่ะ” อันโหรวยิ้มหวานพูดตรงประเด็น
“อันนี้...เธอไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายใช่ไหม” คนแก่ระแวดระวังสูง มองเธอั้แ่หัวจรดเท้า
“คุณยาย คุณคงไม่รู้ว่าหนูเป็แม่เลี้ยงเดี่ยว หลังจากหย่าและไปต่างประเทศ ถึงได้รู้ตัวว่าท้อง พอคลอดลูกแล้วกลับประเทศ สามีเก่าก็พยายามจะแย่งสิทธิ์การเลี้ยงดู ตอนนี้เขาตามหาหนูกับลูกทุกที่ ถ้าเขาเจอลูก เขาจะต้องพรากลูกไปจากหนูแน่นอน ถ้าลูกโดนเขาแย่งไป หนูคงอยู่ไม่ได้แน่ ๆ"
อันโหรวคิดบทไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว เธอพูดด้วยใบหน้าที่มีน้ำตาคลอ เนื้อหาครึ่งจริงครึ่งเท็จ บวกกับการช่วยเหลือของเด็ก ๆ สองคน ทำให้คู่สามีภรรยาสูงวัยใจอ่อนลงได้สำเร็จ
หลังจากจัดแต่งทรงผมเสร็จ อันโหรวก็ใส่ชุดตัวตลกที่อยู่ในห้อง หยิบเครื่องสำอางออกมาแต่งหน้าให้ดูโทรม แล้วขอให้คู่สามีภรรยาสูงวัยอุ้มเด็กคนละคน ถอดกระโปรงพอง ๆ ของอันหน่วนออก แล้วเปลี่ยนเป็กระโปรงลายดอกธรรมดา และปลอมตัวอันหยางด้วยอีกนิด
“หน่วนหน่วนจำไว้นะ ลูกต้องเชื่อฟังพี่ชาย ถ้าเจอลุงคนนั้นห้ามเรียกเด็ดขาด เข้าใจไหม” อันโหรวกลัวลูกสาวจะเผลอ เลยย้ำซ้ำแล้วซ้ำอีก
ถึงอันหน่วนจะไม่เข้าใจว่าทำไม แต่ก็พยักหน้ารับปาก “แม่ไม่ต้องห่วง หน่วนหน่วนจะเชื่อฟังไม่ซุกซน”
“หยางหยาง เอาโทรศัพท์แม่ไป รู้ใช่ไหมว่าป้าจือเสี่ยวรออยู่ที่ประตู เดี๋ยวลูกโทรหาเธอเองนะ” อันโหรวไม่ลืมที่จะปรับโทรศัพท์เป็โหมดสั่น เผื่อว่าตอนนั้นจิ่งเป่ยเฉินจะโทรหาเธอ
เมื่อเธอรู้สึกวางใจแล้ว จึงยื่นมือลูบหัวลูกชาย พลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ดูแลน้องสาวด้วยนะ”
คำพูดนี้สื่อความหมายได้สองแง่ เธอรู้ว่าลูกชายต้องเข้าใจมันอย่างแน่นอน
“แม่ครับ ผมกับน้องสาวและป้าจือเสี่ยวจะรอแม่อยู่ที่บ้าน”
หลังจากกำชับทุกอย่างเรียบร้อย อันโหรวจึงใส่หน้ากากให้เด็ก ๆ เธอและคู่สามีภรรยาสูงวัยแยกย้ายกันไป พวกเขาเดินนำไปก่อน ส่วนอันโหรวตั้งใจเว้นระยะห่างจากพวกเขาไว้
เ้าของสวนสนุกถูกเรียกตัวมา เขาถามขึ้นขณะนี้กำลังเดินอยู่ข้าง ๆ จิ่งเป่ยเฉินด้วยท่าทีประจบประแจง “คุณจิ่ง คุณกำลังหาอะไรอยู่ครับ บอกผมมาได้นะครับ ผมจะสั่งคนไปช่วยหาให้”
จิ่งเป่ยเฉินเม้มปากบางแน่น ชุดสูทสีเทาเงินทำให้รูปร่างของเขาดูสมบูรณ์แบบ ความโกรธที่กดข่มไว้กลายเป็ออร่าอำมหิตปกคลุมไปทั่ว ถ้าเขาเจอผู้หญิงคนนั้น เขาจะต้องลงโทษเธออย่างหนัก
อันโหรวเดินตามคู่สามีภรรยาสูงวัยไปตลอดทาง เมื่อเห็นพวกเขาส่งเด็ก ๆ ถึงประตูอย่างปลอดภัย จึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เหมือนวางภาระหนักลงได้
เธอเหงื่อออกเต็มตัว ทันทีที่ถอดชุดตัวตลกออก ก็มีเสียงผู้ชายเ็าดังมาจากทางซ้าย...
“หยุดนะ อย่าขยับ!”
เสียงคุ้นหูขนาดนี้ อันโหรวแทบไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเป็ใคร
หัวใจของเธอเริ่มเต้นระรัว สมองหมุนคิดอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นเดินเข้ามาใกล้ ทั้งตัวก็เริ่มเหงื่อแตก
จิ่งเป่ยเฉินค่อย ๆ เข้ามาใกล้ สีหน้าและแววตาเ็า “ถอดชุดตัวตลกออกมา”
แค่มองร่างที่ดูงุ่มง่ามนี้ เขาก็รู้สึกเจ็บแปลบในใจ
อันโหรวคิดถึงขั้นตอนนี้ไว้แล้ว และแต่งหน้าเตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้ว ดังนั้น เธอจึงจำต้องแสดงต่อให้จบ
“คุณคะ ขอโทษนะคะ ตอนนี้อยู่ในเวลาทำงาน ฉันยังถอดชุดตัวตลกไม่ได้” อันโหรวจงใจเปลี่ยนเสียง ไม่ใช่เสียงแหบแห้ง แต่เป็เสียงหวานใส
เสียงเหมือนสาววัยสิบแปดปี
เสียงนี้ไม่ใช่อันโหรว และไม่ใช่อันอวี้หาน จิ่งเป่ยเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เพียงเท่านี้ยังไม่ทำให้เขาละทิ้งความตั้งใจได้
“ฉันบอกว่าถอดออกมา!” จิ่งเป่ยเฉินกล่าวย้ำอีกครั้งอย่างไม่อดทน ดวงตาสีดำคู่นั้นเต็มไปด้วยความดื้อรั้น