ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่256 ตกตะลึง

“ไม่เป็นไรครับผมเข้าใจได้ นั่งลงเถอะ เดี๋ยวอาหารก็มาแล้ว”

ถ้าหากเป็นคนอื่นคงไม่มีโอกาสแก้ตัว แต่เพราะพวกเขาคือพ่อแม่ของเกรซ ดังนั้นมันจึงเป็นกรณีพิเศษ

“ขอบคุณนะที่เข้าใจแม่” ดาวพยักหน้าด้วยความซาบซึ้งใจ

หลังจากนั้นทั้ง 4 คนก็นั่งลงบนเก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมไว้โดยหุ่นกะลาสีของเจมส์

พวกเขามีท่าทางทะมัดทะแมง เคลื่อนไหวปราดเปรื่อง ผิดกับข้าราชการพุงโตที่อยู่ในสำนักงานลิบลับ

ระหว่างนั้นดาวเริ่มหันไปมองรอบๆ ยิ่งมองก็ยิ่งประทับใจ ตัวตนของเจมส์อยู่สูงมาก เป็นคนร่ำรวยมากด้วยอิทธิพลอย่างไม่ต้องสงสัย ถึงขนาดมีเรือสำราญ นอนบนเรือ มีคนรับใช้ มีวิวสวยๆ สิ่งนี้คงหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ดังนั้นระหว่างรออาหารหล่อนจึงพูดกับลูกสาวเสียงเบา

“นี่เกรซ รู้ใช่ไหมว่าแม่อยากได้หลาน ดังนั้นลูกต้องพยายามมีหลานให้แม่ให้ได้นะ”

เกรซที่นั่งฟังมีสีหน้าว่างเปล่า หล่อนถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ “แม่...พูดอะไรน่ะ”

“ลูกฟังไม่เข้าใจเหรอ แม่อยากได้หลาน ดังนั้นลูกก็รีบๆ เอากับคุณเจมส์แล้วอุ้มท้องลูกของเขาซะ!”

“เดี๋ยวนะแม่ ไหนแม่บอกว่าการจะตั้งท้องลูกของใครสักคนจำเป็นต้องแต่งงานก่อน มีงานที่มั่นคง มีรถมีบ้าน สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่แม่เคยสอน แต่เจมส์ยังเป็นนักศึกษาอยู่นะคะ นอกจากนั้นเรายังไม่ได้แต่งงานกัน”

ดาวพ่นลมจากจมูก ถ้าหากไม่ติดว่าอยู่ที่อื่นไม่ใช่ที่บ้าน คงหยุมหัวลูกสาวนานแล้ว

“เกรซ วิธีพวกนั้นโบราณเกินไป คุณเจมส์เป็นตัวตนร่ำรวย เขามีธุรกิจล้านล้านบาท ดูอย่างคนขับรถอย่างเดย์สิ หน้าตาดีหุ่นดีมากเลย อย่างกับดาราแน่ะ ลูกจะมัวชักช้าหรือใช้วิธีคิดแบบเดิมไม่ได้เด็ดขาด ถ้าหากเดย์เกิดอ่อยคุณเจมส์ขึ้นมาแล้วเกิดท้อง มันคงไม่มีที่ยืนสำหรับลูก”

ฟังน้ำเสียงจริงจังของแม่หัวโบราณเกรซแทบอยากจะหัวเราะ

“แม่ฟังนะคะ เจมส์เขาไม่ได้มีเกรซคนเดียว ดังนั้นถึงจะอุ้มท้องลูกของเขาไปก็เปล่าประโยชน์ค่ะ”

“อะไรนะ...ไม่ได้มีลูกคนเดียว?”

ดาวแทบจะเป็นลม หล่อนพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อาศัยจังหวะที่เจมส์เดินไปคุยกับเดย์พูดกับลูกสาวต่อ

“แล้วเขามีกี่คน บอกแม่มาให้หมด!”

“เอ่อ...ไม่ทราบค่ะ รู้แค่ว่าเป็นนักศึกษาเรียนอยู่ที่เดียวกัน แล้วก็มีดาราด้วยหนึ่งคน”

“มากขนาดนั้นเชียว!”

“แม่คงไม่ให้ฉันเลิกกับเขาหรอกใช่ไหม”

ได้ยินแบบนั้นดาวหยิกแขนลูกสาวไปทีหนึ่ง

“โอ๊ยย...เจ็บนะแม่ ทำอะไรเนี่ย”

“ลูกนั่นแหละพูดบ้าอะไร ใครบอกว่าแม่จะสั่งให้ลูกเลิก ยิ่งเป็นแบบนี้นะลูกต้องรีบตั้งท้องลูกของคุณเจมส์”

“เอ๋...”

“ไม่ต้องมาทำหน้างง คุณเจมส์มีทรัพย์สินมากกว่า 1 ล้านล้านบาท เงินมากขนาดนี้ใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมดหรอก ดังนั้นถึงเขาจะมีเมียเยอะแต่ก็ต้องรักลูกที่เกิดจากตัวเอง ไม่มีทางทิ้งไปเด็ดขาด เชื่อแม่เถอะรีบๆ มีลูกให้คุณเจมส์ ไม่งั้นสักวันลูกอาจจะไม่ได้อะไรเลย!”

ดาวมีสีหน้าจริงจัง น้อยครั้งนักที่เกรซจะเห็นแม่เป็นแบบนี้นอกจากเรื่องงาน

“ไม่รับปากค่ะ”

“เกรซ!”

“ตอนนี้ธุรกิจร้านกาแฟกำลังไปได้สวย ขืนท้องขึ้นมาแล้วใครจะมาดูแลแทน”

“มีเงินก็จ้างเขาสิ นอกจากนั้นพอลูกคลอดแล้วก็จ้างคนมาเลี้ยง แค่นี้ก็กลับไปทำงานได้ ครอบครัวรวยๆ ก็ทำแบบนี้กันไม่ใช่เหรอ”

เกรซส่ายหน้าเล็กๆ

จริงอยู่ที่เจมส์รวย แต่เธอไม่ได้หวังให้คนอื่นมาเลี้ยงลูก สำหรับเกรซมันเป็นช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต เธอแค่อยากจะเลี้ยงด้วยตัวเองไม่ต้องพึ่งคนอื่น

ดาวอยากจะสั่งสอนลูกอีกหลายประโยค แต่อาหารได้ถูกยกมาเสิร์ฟแล้ว

“สุดยอดนี่มันกุ้งล็อบสเตอร์นี่นา ตัวใหญ่มาก หอยนางรมตัวนึงขนาดเท่ากำปั้นผู้ใหญ่ แซลมอนสดๆ กุ้งแช่น้ำปลา ปูอลาสก้า...ฯลฯ” กันต์แทบไม่อาจละสายตาจากอาหารบนโต๊ะได้ ต่อให้เขาเป็นข้าราชการที่ได้ลงพื้นที่กินอาหารฟรีบ่อยๆ ก็ไม่ค่อยได้กินของแบบนี้เท่าไหร่นัก หรือหากจะมีก็ตกเป็นของเจ้านายทั้งหมด

กลิ่นหอมของอาหารได้ปลุกคนทั้ง 4 พวกเขากลืนน้ำลายลงคอ

“ทานกันเถอะครับ เดี๋ยวอาหารจะเย็นซะก่อน” เจมส์ผายมือ

“คุณเจมส์ ขอฉันถ่ายรูปได้หรือเปล่าคะ จะเอาไปลงสตอรี่น่ะค่ะ” อ้อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แต่ยังไม่กล้าถ่ายต้องขออนุญาตก่อน

“ได้สิ”

“ขอบคุณค่ะ”

อ้อรีบหามุมสวยแล้วถ่ายรูป เธอไม่กล้าทำตัวไร้สาระ ยิ่งถูกแม่ผัวจ้องตาเขม็งยิ่งต้องรีบจัดการให้แล้วเสร็จ

“อาหารพวกนี้ดูสดมากเลย คุณเจมส์จับมาเองเหรอครับ” กันต์ถาม ในมือมีช้อนและส้อมเตรียมพร้อม เมื่อไหร่ที่แฟนสาวถ่ายรูปเสร็จเขาก็จะเร่งเครื่องเต็มที่

“ใช่ครับ ผมมีเรือทะเลลำใหญ่ไว้สำหรับหาปลาโดยเฉพาะ”

“โห...แบบนี้แสดงว่าคุณเจมส์ได้กินของทะเลสดๆ แบบนี้ทุกวันเลยสิครับ”

“ใช่ครับ มันเป็นมื้อปกติ”

มื้อปกติ...กันต์ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ อาหารที่อยู่ตรงหน้าหากมันถูกเสิร์ฟในโรงแรม แค่จานนึงก็ปาไปหลายพันแล้ว รวมแล้วที่อยู่บนโต๊ะนี้ราคาอาจแพงถึง 1 แสนบาท แต่พอมันออกมาจากปากเจมส์ก็กลายเป็นเรื่องปกติ

กันต์แทบอยากจะร้องไห้ นี่เหรอคือชีวิตของคนรวย กินอาหารหนึ่งมื้อเท่ากับเงินเดือนเขา 5 เดือน โอ้พระเจ้า ทำไมโลกของพวกเขามันถึงได้แตกต่างกันขนาดนี้

อาหารเริ่มถูกรับประทาน ระหว่างมื้ออาหารธันวากล่าวถามว่า

“เจมส์ พ่อได้ยินว่าเธอมีเรือหาปลาด้วย เอาปลาพวกนั้นไปขายที่ไหนเหรอ หรือว่าขายให้กับโรงแรม”

ดาวพยายามเหงี่ยหูฟัง ส่วนลูกชายเอาแต่กินท่าเดียว

“เมื่อก่อนก็อาจจะใช่ แต่ตอนนี้หลักๆ คือส่งให้โรงงานแปรรูปอาหารในสัตหีบ อีกส่วนหนึ่งส่งให้ตลาดที่เกาหลี”

เกาหลีเป็นตลาดใหญ่อย่างแท้จริง พวกเขาแซงล้ำหน้าเราไปไกล เรื่องนี้ธันวาเข้าใจดี เมื่อเจมส์ทำธุระกิจร่วมกับชาวเกาหลีนั่นหมายความว่าธุรกิจของลูกเขยคนนี้ มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ

“ดีจังเลยนะ เกาหลีเงินดีมากเลย ใครหลายคนก็อยากไปทำงานที่นั่น แค่ทำงานอยู่ในไร่ไม่กี่เดือนก็ส่งเงินให้ที่บ้านใช้หนี้ได้เป็นแสน” ธันวากล่าวตามด้วยพยักหน้า

“นั่นสิครับพ่อ เพื่อนของผมส่วนหนึ่งก็ทำงานอยู่ที่นั่น พวกเขาลาออกจากงานราชการไปทำสวนที่เกาหลี เห็นว่าอยู่ที่นั่นหนึ่งปีได้เงินเท่ากับอยู่ที่นี่ 5 ปี โคตรสุดอะ นี่ถ้าหากผมไม่ติดว่า...” กันต์เกือบจะหลุดปากพูดว่าเป็นเพราะแม่ แต่ต้องรีบกลืนคำเหล่านั้นลงไปเมื่อถูกดาวมอง

“ฮ่าฮ่า นั่นสินะครับ ทำงานที่นั่นให้เงินดีมาก” เจมส์พยักหน้าเห็นด้วย

“นี่คุณเจมส์ คุณรู้จักกับเจ้าของสวนที่เกาหลีหรือเปล่า ถ้าหากรู้จักพอจะบอกผมได้ไหม...เผื่อว่าให้ญาติๆ ไปทำไง” กันต์ไม่กล้าถามตรงๆ ได้แต่เลี่ยงๆ แล้วบอกไปว่าญาติ แต่ในความจริงเขาต่างหากที่อยากไป เปลี่ยนบรรยากาศ อยู่แต่ในห้องกับเอกสารโง่ๆ ที่ไร้การพัฒนาโคตรจะน่าเบื่อ

“ไม่รู้จักเลยครับ”

ได้ยินคำพูดดังกล่าวกันต์เริ่มคอหงอย แต่คำพูดต่อมาแทบจะทำให้เขาหัวใจวายตาย

“ถึงผมจะไม่รู้จักเจ้าของสวนในเกาหลี แต่ผมเป็นเจ้าของค่ายเพลงดัง NG ซึ่งตอนนี้ทุกคนคงจะรู้จักบอยแบนด์วง P41 กันใช่ไหมครับ”

มีใครหลายคนหายใจไม่ออก โดยเฉพาะอ้อ ถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้

“คะ...คุณเจมส์ อย่าบอกนะว่าคุณเป็นประธานบริษัท...ค่ายเพลง NG” อ้อถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

“ครับ ผมเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ตอนนี้ให้ผู้ถือหุ้นอันดับสองดูแลบริษัทฯ อยู่ ทำไมเหรอครับ”

สมองของอ้อกลายเป็นโง่งม

ปรากฏว่าผู้ถือหุ้นค่ายเพลงวง P41 ที่เธอคลั่งไคล้นั่งอยู่ตรงหน้า นี่มันเหมือนกับความฝัน เธอต้องหยิกแขนของตัวเองซ้ำๆ เพื่อที่จะได้ตื่นจากฝัน แต่พอได้ลองหยิกก็รู้ว่ามันคือความจริง

โอ้พระเจ้า...ฉันกำลังจะตาย

“มีอะไรหรือเปล่า วง P41 คืออะไร” ดาวถาม

“ดูนี่นะคะแม่” อ้อรีบขยับเข้าไปใกล้ เปิดคลิปวิดีโอของวงดังกล่าวให้ดู ระหว่างนั้นเธอกล่าวขึ้นว่า “นี่คือวงน้องใหม่ พวกเขาเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา กระแสตอบรับดีมาก อัลบั้มที่วางขายมียอดจำหน่ายมากกว่า 10 ล้านชุด นอกจากนั้นยังไม่รวมยอดดาวน์โหลดดิจิตอลและสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย จากการคาดการณ์ วง P41 ปีนี้ทำรายได้มากกว่า 10000 ล้านวอน!”

“อะไรนะ...” ดาวถึงกับเซ่อในทันที สิ่งเหล่านี้นี่มันคืออะไรกัน ความร่ำรวยยังไงล่ะ แถมยังรวยมากอีกด้วย เธอถึงกับจ้องลูกสาวด้วยความรักใคร่ ทำเอาเกรซขนลุกซู่

พวกเขาแทบไม่สามารถรับรู้ถึงรสชาติอาหาร ยิ่งฟังเกี่ยวกับเจมส์เท่าไหร่ก็ยิ่งตะลึง

“ทานอาหารกันอิ่มแล้ว งั้นก็ต้องปิดท้ายด้วยไวน์”

เจมส์โบกมือคราหนึ่ง เดย์ก็เดินนำขวดไวน์ที่ยังไม่มีฉลากเข้ามา

เธอเริ่มรินไวน์ใส่แก้วอันหรูหรา 6 แก้วอย่างช้าๆ

“ไวน์หอมมาก แต่ทำไมถึงไม่มีฉลากครับ หรือว่าคุณเจมส์ทำไวน์พวกนี้เอง ถึงไม่มีฉลาก” กันต์ถาม

เจมส์พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ใช่ครับ นอกจากธุรกิจทางทะเลผมยังมีธุรกิจไวน์ และไวน์ที่พวกคุณกำลังได้กิน มีราคาขวดละ 1 ล้านบาทเป็นอย่างต่ำ”

ริมฝีปากกันต์กลายเป็นแห้งผาก จับแก้วไวน์ด้วยความสั่นเทาเพราะกลัวมันหก

จะบ้าตายไวน์ขวดเล็กๆ นั่นแพงกว่ารถที่เขาขับอีก จะสิ้นเปลืองเกินไปแล้ว

นี่เหรอคือชีวิตของคนรวยตัวจริง ต่างจากที่ดูในละครลิบลับ

คล้ายกับเรื่องถุงมือฟ้าประทาน ที่คุณอ่าน