มามี้ของข้าไม่อ่อนโยน

    พ่อลูกพบหน้า

    กลิ่นโจ๊กหอม ๆ ลอยเตะจมูกเด็กชายตัวน้อย หยางชุนที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ได้วิ่งตรงปรี่เข้ามาหาอาหารบนโต๊ะในทันที

    “ชุนเออร์ ไปล้างเนื้อล้างตัวก่อน”

    “ขอรับมามี้”

    เด็กชายตัวน้อยรีบไปล้างเนื้อล้างตัวในทันที หานลี่กันนั่งลงก่อนจะให้อาหมิ่นจะตักโจ๊กให้หญิงสาว หญิงสาวมองอาหมิ่นเล็กน้อย

    “เรื่องที่ให้อาหมิงจัดการเป็นอย่างไรบ้าง”

    “ดูเหมือนจะเรียบร้อยดีเจ้าค่ะ ตอนนี้รอเพียงคุณหนูและคุณชายน้อยเท่านั้น”

    “อื่ม หลังจากนี้ช่วยไปแจ้งท่านแม่ด้วยนะว่าข้าจะออกไปข้างนอก”

    “เจ้าค่ะ”

    “เรื่องจวนองค์ชายสิบสองไปถึงไหนแล้ว”

    “ดูเหมือนทางวังหลวงได้สร้างจวนให้อยู่ระหว่างจวนหยางและจวนโหวกับจวนหานเจ้าค่ะ เห็นว่าหากคุณหนูออกเรือนไปจวนหยาง จวนองค์ชายก็อยู่ระหว่างกลางพอดี ไปมาทางไหนก็สะดวก”

    “อื่ม”

    “ทางพี่หญิงรองของข้า...เป็นอย่างไรบ้าง”

    “ดูเหมือนตอนนี้จะมีท่าทีแปลก ๆ อยู่เจ้าค่ะ และทางคุณชายฉินเองก็ดูเหมือนจะหายดีแล้ว เกรงว่า...”

    “เรื่องนั้นให้คนของเราระวังไว้ให้ดี...”

    “เจ้าค่ะ”

    ไม่นานหยางชุนได้เปลี่ยนชุดกลับมานั่งทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย หานลี่กันลูบศีรษะเด็กน้อยเบา ๆ ‘คงถึงเวลาที่พ่อลูกจะได้เจอกันแล้วสินะ’ แม้จะเป็นกังวลแต่เรื่องที่ควรเกิดก็ต้องเกิด เพียงแค่ว่าจะช้าหรือเร็วก็เท่านั้น

    “วันนี้ข้าได้ลาเรียนให้เจ้าแล้วนะ”

    “ลาเรียนหรือขอรับ”

    “ถูกต้อง วันนี้ข้าอยากให้เจ้าออกไปด้านนอกเป็นเพื่อนข้าสักหน่อย...ได้หรือไม่”

    “ไม่ว่าจะเป็นที่ใด หากมามี้ไปแน่นอนว่าข้าย่อมต้องไปด้วยสิขอรับ...”

    เด็กชายตัวน้อยส่งยิ้มหวานไปทางหานลี่กัน แก้มน้อย ๆ ตอนนี้มีน้ำมีนวลและแดงระเรื่อดั่งลูกท้อยิ่งทำให้หานลี่กันอดไม่ได้ที่จะบีบแก้มนั้นเล่น

    “อาอี้ ๆ อ้าโอแอ้วอะ”

    เด็กชายพูดเสียงอู้อี้ขณะถูกหานลี่กันบีบแก้มพาลเรียกรอยยิ้มจากทุกคนที่อยู่รอบ ๆ นั้น หลังจากทานอาหารเรียบร้อยแล้วหานลี่กันได้พาหยางชุนออกมายืนรอรถม้าหน้าจวน

    “เราจะไปที่ใดกันหรือขอรับมามี้”

    “เดี๋ยวไปถึงแล้วเจ้าจะรู้เอง”

    รถม้าออกวิ่งไปราว ๆ 1 ก้านธูปแล้วจึงหยุดลง หานลี่กันได้พาหยางชุนเดินออกมาจากรถม้า

    “ที่นี่คือที่ไหนกันหรือขอรับมามี้”

    “ที่นี่คือศาลเจ้าอย่างไรล่ะ”

    “มามี้พาข้ามาทำบุญหรือขอรับ”

    “อื่ม...จะว่าเช่นนั้นก็ได้และจะว่าไปก็ไม่ใช่ทั้งหมด”

    หานลี่กันพาเด็กชายเข้าไปในศาลเจ้าก่อนจะเดินเข้าไปกราบนมัสการพระพุทธรูปสูงใหญ่นั่น เมื่อทั้งสองกราบนมัสการพระเรียบร้อยแล้วจึงเดินออกมาตามทางที่ไม่ค่อยมีผู้คน บุรุษหนุ่มหน้าตาดีได้ยืนอยู่ข้างทางดั่งรอใครสักคน เมื่อเห็นหานลี่กันจับมือมากับเด็กชายตัวน้อยใบหน้าของเขาพลันยิ้มสดใส

    “นายหญิง คุณชายน้อย นายท่านรออยู่ทางนี้ขอรับ”

    อาสือ คนสนิทของหยางเฟยหย่าได้คำนับหานลี่กันก่อนจะผายมือเชิญทั้งสองไปตามทางที่ลับตาคน หยางชุนมองหานลี่กันงง ๆ แต่กลับมิได้ถามไถ่สิ่งใด ไม่นานในระยะสายตาพลันปรากฏร่างบุรุษในอาภรณ์ดำและบุรุษในอาภรณ์น้ำตาลนั่งอยู่ในศาลาด้วยท่าทีใจเย็น

    “อาหมิง อาหมิ่น จื่อรั่ว พวกเจ้ารออยู่ตรงนี้”

    “แต่...”

    “ไม่ต้องเป็นห่วง นั่นคือแม่ทัพหยางและคุณชายซู”

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นทั้งสามจึงคลายกังวลและคอยนายของตนอยู่ในระยะสายตา อาสือที่แม้จะเป็นคนสนิทเองก็ยืนรออยู่ตรงนั้นด้วยเช่นกัน มีเพียงหานลี่กันและหยางชุนเท่านั้นที่เดินเข้าไปยังศาลานั้น

    “คุณหนูหาน ชุนเออร์”

    “ชุนเออร์ ท่านนี้คือ...แม่ทัพหยาง หยางเฟยหย่าบิดาของเจ้า และท่านนี้คือคุณชายซู ซูซินหยาง เพื่อนสนิทของบิดาเจ้า”

    “ทะ...ท่านพ่อ ท่านพ่อจริง ๆ หรือขอรับ”

    เด็กชายตัวน้อยมองตรงไปยังบุรุษในชุดดำที่มองมาทางตน แม้ใบหน้าจะนิ่งสนิทแต่เด็กชายกลับรู้สึกว่าบุรุษตรงหน้านั้นมีหน้าตาคล้ายกับเขาอยู่ไม่น้อย หรือเป็นเขาที่คล้ายกับบุรุษตรงหน้าอยู่หลายส่วนกันแน่ เพียงแต่ ‘รอยแผลเป็นขนาดใหญ่บนใบหน้าท่านพ่อ...นี่จะใช่สาเหตุที่ทำให้ท่านพ่อไม่สามารถกลับมาหาข้าได้หรือเปล่านะ’ เด็กชายตัวน้อยเงยหน้าขึ้นมองหานลี่กันที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตน หานลี่กันย่อตัวลงลูบศีรษะเด็กชายตัวน้อยนั้นเบา ๆ

    “แน่นอนสิ ข้าจะโกหกเจ้าไปทำไมกัน”

    “ชุนเออร์คำนับท่านพ่อ คำนับท่านลุงขอรับ”

    เมื่อได้รับคำยืนยันจากหานลี่กัน เด็กชายตัวน้อยจึงโค้งคำนับบุรุษทั้งสองในทันที

    “เช่นนั้นก็มานั่งคุยกันเถอะ”

    หานลี่กันนั่งด้านข้างหยางชุนโดยมีเด็กชายนั่งคั่นกลางระหว่างหานลี่กันและซูซินหยาง

    “เจ้าคงมีคำถามมากมายที่จะถามข้าใช่หรือไม่”

    หยางเฟยหย่าเอ่ยถามเด็กชายตัวน้อย หยางชุนส่ายหน้าไปมาก่อนจะมองมาทางหานลี่กัน

    “คิดว่าท่านแม่ได้ไขข้อข้องใจของชุนเออร์หมดแล้วขอรับ เพียงแค่ชุนเออร์อยากฟังจากปากท่านพ่ออีกครั้งก็เท่านั้น”

    บุรุษหนุ่มทั้งสองมองหน้ากันพ่อจะพยักหน้าช้า ๆ ‘นับได้ว่าหานลี่กันเป็นสตรีที่รอบคอบทุกด้านจริง ๆ แม้แต่เรื่องชุนเออร์’ ทั้งสี่พูดคุยกันอยู่นานจนเมื่อถึงแก่เวลา

    “คุณสามี หากเมื่อไหร่พร้อมที่จะปรากฏตัว เมื่อนั้นคุณสามีคงต้องพาชุนเออร์ไปกับท่านด้วยทุกที่”

    “ทำไมกัน”

    ซูซินหยางเอ่ยถามขึ้นทันที หานลี่กันจึงมองไปทางบุรุษในอาภรณ์น้ำตาลนั้นยิ้ม ๆ

    “ประการแรก ชุนเออร์ที่ยังเป็นเด็ก หากเมื่อเขาเอ่ยทักทายผู้อาวุโสก่อนก็ย่อมไม่เป็นที่แปลกใจของผู้คน อีกทั้งยังสามารถช่วยคุณสามีของข้าในการปรับตัวเพื่อรับรู้ว่าคนผู้นั้นคือใคร แม้ว่าสายตาเขาจะดี...แต่....เรื่องนี้ท่านก็รู้”

    “อื่ม...เรื่องนี้แมวน้อยของข้าพูดถูก”

    “ประการที่สอง การที่คุณสามีของข้าจะพาชุนเออร์ไปไหนมาไหนด้วย ก็ไม่แปลกเพราะยามที่เขาอยู่กับข้าชุนเออร์ก็ติดข้าเช่นนั้น แต่ตอนนี้เพียงเปลี่ยนจากข้าเป็นท่านพ่อของแทนก็เท่านั้น”

    เด็กชายตัวน้อยมองไปทางหานลี่กัน ดวงตากลมโตเอ่อไปด้วยน้ำตาที่พร้อมจะรินไหลจนหานลี่กันอดตกใจไม่ได้

    “ชุนเออร์เจ้าเป็นอะไรอย่างนั้นหรือ”

    หญิงสาวรีบดึงตัวเด็กชายเข้ามากอดในทันที ร่างน้อย ๆ ร้องไห้ในอกหญิงสาวเบา ๆ ก่อนจะพยายามเช็ดน้ำตาและหยุดร้อง มือน้อย ๆ เช็ดน้ำตาอย่างลวก ๆ

    “พอท่านพ่อมาแล้วมามี้ก็ไล่ข้าให้ไปหาท่านพ่อ มามี้ไม่รักข้าแล้วใช่หรือไม่”

    เด็กชายตัวน้อยเอ่ยเสียงสั่นเครือ น้ำตาที่พยายามหยุดนั้นกลับได้รินไหลเป็นทางเปรอะแก้มน้อยนั้น หานลี่กันเช็ดน้ำตาอย่างเบามือก่อนจะจุ๊บหน้าผากน้อยของหยางชุนเบา ๆ

    “เจ้าเข้าใจข้าผิดไปแล้ว ข้าไม่เคยไม่รักเจ้า และไม่เคยรักเจ้าน้อยลงไปเลย แต่ที่ข้าพูดไปทั้งหมดนั้นคือหน้าที่ที่ชุนเออร์ของข้าต้องทำ หากว่างเว้นจากหน้าที่ตรงนั้นชุนเออร์ก็สามารถมาอยู่กับข้าได้เหมือนเดิม”

    “จริงนะ มามี้ไม่หลอกข้าใช่ไหม”

    “แน่นอน มามี้เคยหลอกเจ้าเช่นนั้นหรือ”

    เด็กชายตัวน้อยส่ายหน้าไปมาก่อนจะยิ้มจนหน้าบาน ทั้งสองเอ่ยลาหยางเฟยหย่าและซูซินหยางก่อนจะเดินจากไปอย่างไม่เร่งรีบ บุรุษหนุ่มทั้งสองมองตามร่างที่เดินจากไปอย่างใจลอย ต่างคนต่างคิดต่างกันออกไป มีเพียงอาปิงเท่านั้นที่ร้อน ๆ หนาว ๆ อยู่ในเงามืด ‘นายหญิง ได้โปรดท่านได้โปรดอย่าแสดงความรักของท่านกับคุณชายน้อยต่อหน้านายท่านมากไปกว่านี้เลย ข้ากำลังจะหนาวตายอยู่ตรงนี้แล้ว’ ชายหนุ่มทำได้เพียงบ่นในใจเท่านั้น

    คล้ายกับเรื่องมามี้ของข้าไม่อ่อนโยน ที่คุณอ่าน