ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 159 การเสียดสีทำให้โกรธแทบตาย

            เดิมทีใบหน้าที่สงบของฮองเฮาก็ดูไม่ค่อยดีนักเมื่อเห็นหนังสือกล่าวโทษฉบับนี้นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่มู่จื่อหลิงเติมเชื้อเพลิงให้กับข่าวที่ว่าสิงกู้เหวินถูกลอบสังหารและได้รับการช่วยชีวิตไว้ใบหน้าของนางไม่น่ามองอีกต่อไปแล้ว

            ได้เลย หลงเซี่ยวเจ๋อ ผู้ที่กำลังเป่าไฟขณะชมเรื่องสนุกโดยไม่สนว่าจะทำให้เรื่องใหญ่ยิ่งขึ้น [1] จงใจเพิ่มเรื่องตลกให้เป็นที่ขบขันเข้าไป

            หลงเซี่ยวเจ๋อเจ้าเด็กโง่ผู้นี้เหตุใดจึงใจร้อนได้ถึงเพียงนี้?

            เขากล้าหัวเราะดังๆ เช่นนั้นออกมาต่อหน้าฮองเฮา

            หัวเราะเช่นนี้จะดีหรือ? ไม่มีความเคารพเลยสักนิดซึ่งสิ่งนี้ทำให้ใบหน้าของฮองเฮาผู้สูงส่งเสียหน้า!

            มู่จื่อหลิงรู้สึกพูดไม่ออกอยู่ในใจ

            ใครบางคนลืมไปแล้วว่าตนเองในยามนี้เพียงแค่มาเพื่อชื่นชมยินดีในความทุกข์ของผู้อื่น

            ยิ่งกว่านั้นถ้อยคำที่อุกอาจเหล่านั้นที่ตนเพิ่งพูดกับฮองเฮาไปนั้น เมื่อเทียบกับหลงเซี่ยวเจ๋อแล้วมันยังเลวร้ายยิ่งกว่าอีก!

            โดยรวมแล้วพวกเขาต่างก็ครึ่งชั่งแปดตำลึงทั้งนั้นไม่ต่างกันเลย

            ทันใดนั้นเส้นสีดำสามเส้นปรากฏขึ้นบนหน้าผากของมู่จื่อหลิงและมุมปากของนางก็กระตุกขึ้น

            จะหัวเราะเกินจริงไปเพื่อสิ่งใด?

            เมื่อครู่คนผู้นี้ไม่ได้เตือนนางให้ยับยั้งตนเองหรอกหรือว่าอย่าอวดดีเกินไป แต่ยามนี้เขากลับทำมันเสียเอง และมัน ‘โหดร้าย’ มากกว่านางเสียอีก

            นางไม่เอื้อนเอ่ยวาจาใดๆและอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา แต่อย่างไรก็ตาม นางยังคงทำเพียงหัวเราะอยู่ในใจ

            เสียงหัวเราะดังกึกก้องจากทุกมุมของห้องอาหารอย่างต่อเนื่องราวกับถูกกระแทกที่ศีรษะ และตบพระพักตร์ฮองเฮาผู้เป็นที่รักอย่างแรงยามนี้หน้าของนางจึงยิ่งไม่น่าดูอย่างสมบูรณ์

            มู่จื่อหลิงรู้ว่าหลงเซี่ยวเจ๋อหัวเราะอะไรพูดตามตรงนางเองก็ยังหัวเราะอยู่พักหนึ่งเมื่อเห็นข้อกล่าวหาในนั้น

            แม้ว่าข้อกล่าวหาเหล่านั้นจะสั้นและชัดเจนเพียงแต่เรื่องง่ายๆ ในตอนท้ายนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับฉีอ๋องในฐานะผู้บงการ

            กล่าวได้ว่า จู่ๆก็หันมามุ่งเป้าไปที่ฉีอ๋องและดูเหมือนว่าความผิดทุกอย่างจะสามารถกดดันให้คนไร้ซึ่งหนทางหลบหนีได้

            แต่ว่าคนที่ตกเป็นเป้าหมายคือฉีอ๋องผู้ไม่ใช่คนธรรมดา ข้อกล่าวหาถูกเขียนขึ้นอย่างตรงไปตรงมา ใช้คําน้อยแต่กินความมาก[2] ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็แปลกมาก!

            ฉีอ๋องผู้ยิ่งใหญ่และสูงส่งจนไม่มีผู้ใดสามารถเทียบได้ถูกจี้ด้วยหนึ่งเข็มจนเห็นเลือด [3] ด้วยข้อกล่าวหาที่โหดเหี้ยมเช่นนี้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังรู้สึกได้ว่าไม่ใช่เขาที่ก่อความผิดเหล่านี้ขึ้นมาแต่มันกลับเป็นการดูหมิ่นตัวตนอันสูงส่งอย่างหาที่เปรียบมิได้ของเขาแทน

            มู่จื่อหลิงคิดว่าหากในยามนั้นนางสารภาพออกไปจริงๆ แม้ว่าหลงเซี่ยวอวี่จะสามารถแก้ไขมันได้แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับกู่ ไม่รู้ว่าจะทำให้เขาเดือดร้อนมากเพียงใดท้ายที่สุดความคับข้องใจของผู้คนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะแก้ไข!

            เพียงแต่...เมื่อเห็นหลงเซี่ยวเจ๋อหัวเราะออกมาเสียงดังเช่นนี้ทันใดนั้นการคาดเดาของมู่จื่อหลิงก็พลิกกลับอีกครั้ง ของเช่นนี้ถูกชี้ไปบนหน้าของหลงเซี่ยวอวี่ต่อให้มากมายเพียงใด ก็ไม่ใช่ปัญหาใช่ไหม?

            ท้ายที่สุดแล้วความสัมพันธ์ระหว่างหลงเซี่ยวเจ๋อกับหลงเซี่ยวอวี่ดูเหมือนมันจะผิดปกติมากกว่าองค์ชายพระองค์อื่น

            ในยามปกติหลงเซี่ยวเจ๋อเอ้อระเหยลอยชายทำสิ่งต่างๆ โดยไม่ต้องคิดไตร่ตรอง และสติปัญญาของเขาค่อนข้างน่าเป็นห่วงแต่สำหรับหลงเซี่ยวอวี่แล้ว เขาน่าจะเข้าใจดีที่สุด

            ยามนี้หลงเซี่ยวเจ๋อสามารถหัวเราะเช่นนี้ได้เขาไม่ได้เพียงแค่หัวเราะคนที่เขียนข้อกล่าวหานี้ขึ้นมาอย่างไร้สมองเท่านั้น

            ไม่สิ พูดให้ชัดมันน่าจะเป็นการหัวเราะเยาะคนไร้สมองที่คอยยุยงอยู่เบื้องหลัง

            เพียงแต่ว่าหลงเซี่ยวเจ๋อเด็กน้อยผู้โชคร้ายไม่ได้สังเกตเลยแม้แต่น้อยว่าคนที่ไร้สมองที่อยู่เบื้องหลังผู้นั้น ในยามนี้กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าเขา และกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยดวงตาที่เย็นเยียบราวกับงูพิษ

            อย่างไรก็ตามหลงเซี่ยวเจ๋อได้หัวเราะหนักเสียจนลืมทุกอย่างไปหมดแล้วเขาไม่ได้ตกใจหรือรู้สึกว่ามันน่าเหลือเชื่อเลยที่เห็นว่าเมื่อครู่มู่จื่อหลิงใช้สิ่งนี้ในการยั่วยุฮองเฮา

            นิ้วที่สั่นเทาจากการหัวเราะชี้ไปที่หนังสือกล่าวโทษ และถามอย่างกระหืดกระหอบว่า “พี่สะใภ้สาม บอกข้าทีว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าอ้วนสิงกู้เหวินเขียนขึ้นมา?”

            ปลุกคนช่างฝันด้วยประโยคเดียว[4]

            เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของหลงเซี่ยวเจ๋อจิตใจของมู่จื่อหลิงก็สว่างขึ้นเช่นกัน นางเหลือบมองไปที่กระดาษอีกครั้ง

            นางรู้ว่าเหตุใด หลงเซี่ยวเจ๋อจึงถามว่าคำเหล่านี้เขียนโดยสิงกู้เหวินจริงหรือเนื่องจากรูปแบบการเขียนของคำเหล่านี้...เป็นคำที่มากเกินกว่าที่เจ้าอ้วนจะกล้าใช้

            มู่จื่อหลิงยักไหล่ [5] อย่างว่างเปล่าแล้วพูดเรื่องไร้สาระด้วยตาที่เปิดกว้าง [6] “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันในยามนั้นกระดาษแผ่นนี้ถูกหยิบขึ้นมาจากในเรือนจำ”

            ไม่ว่ามันจะถูกเขียนโดยสิงกู้เหวินหรือไม่ก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุดคือฮองเฮาผู้เฉลียวฉลาดต้องมาพบกับคนไร้สมองอย่างสิงกู้เหวินเช่นนี้ ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้า

            เมื่อนึกถึงภาพในเรือนจำในยามนั้นก็อดขำไม่ได้ในยามนั้นหลงเซี่ยวอวี่ไม่ได้พูดอะไรแต่สิงกู้เหวินกลับตกใจมากจนสารภาพเรื่องของฮองเฮาออกมาตามตรง

            ฮองเฮาผู้เฉลียวฉลาดคิดว่าเมื่อนางสังหารคนเพื่อปิดปากไปแล้วเรื่องนั้นจะจบลงแต่หารู้ไม่ สิงกู้เหวินผู้กล้ากับคนอ่อนแอ แต่เกรงกลัวคนเข้มแข็งผู้นั้นได้สารภาพกับนางออกมาจนหมดแล้ว

            จะว่าไปการที่จะหาคนมาทำอะไรสักอย่างหากคนที่หามาเป็นผู้ที่ไม่น่าเชื่อถือ มันจะทำให้คนอาเจียนเป็นเลือดได้ [7]

            มันเป็นความผิดพลาดจริงๆและทำให้แพ้ทั้งเกม [8]

            ดูเหมือนว่าหลงเซี่ยวเจ๋อจะยังไม่พอและได้ใช้จินตนาการสุดล้ำเลิศจนน่าเหลือเชื่อขยายมันให้ใหญ่ขึ้นไปอีก

            “มันต้องเขียนโดยเขาเป็นแน่ดูไปแล้วมันก็เหมือนมากจริงๆ ตัวอักษรบ่งบอกถึงตัวตน ดูอวบอ้วน กลมกลมฮ่าฮ่าฮ่า...” หลงเซี่ยวเจ๋อใช้มือหนึ่งกุมท้องของตน แล้วหันหลังไปหัวเราะคิกคัก

            มู่จื่อหลิงเกือบจะหัวเราะออกมาต้องบอกว่า หลงเซี่ยวเจ๋อช่างตรงไปตรงมาและน่ารักจริงๆ มันเป็นคำอธิบายที่เหมาะสมจนเกินไปตัวอักษรเหล่านี้ดูไปแล้วมันมีรูปร่างที่เหมือนกับสิงกู้เหวินจริงๆ

            อืมดูเหมือนว่าในสิบส่วนจะมีแปดถึงเก้าส่วนที่ถูกเขียนขึ้นโดยเจ้าอ้วนผู้อาศัยบารมีของนายกดขี่ข่มเหงผู้อื่นผู้นั้นและมีฮองเฮาเป็นผู้กล่าวกำกับอยู่เบื้องหลัง

            มู่จื่อหลิงพยักหน้าเห็นด้วย

            หากเป็นจ้วงซือ [9] ผู้เชี่ยวชาญ ตัวอักษรที่เขียนออกมาเหตุใดจึงทั้งอ้วนและน่าเกลียดได้ถึงเพียงนี้เหตุใดนางถึงไม่ค้นพบมันเร็วกว่านี้?

            ผู้ใดกล่าวกันว่าสติปัญญาของหลงเซี่ยวเจ๋อค่อนข้างน่าเป็นห่วงเพราะในช่วงเวลาสำคัญสมองของเขามักจะเปิดกว้างออกมาอยู่เสมอ

            หลงเซี่ยวเจ๋อแตะคางของตนอย่างครุ่นคิดแล้วพ่นน้ำลายต่อไปว่า “ข้าไม่รู้ว่ามีผู้ใดอยู่เบื้องหลังชายอ้วนผู้นั้นและผู้ใดคือผู้สนับสนุนเขา ไม่รู้ว่าผู้สนับสนุนผู้นั้นดวงตาเต็มไปด้วยอึ [10] หรือว่าไม่มีสมองกันแน่!จึงได้ใช้คนอย่างสิงกู้เหวินผู้นั้นมาใส่ร้ายพี่สาม”

            ปากร้าย ช่างปากร้ายจริงๆ

            นี่เป็นการแอบใส่ความให้ร้ายลับหลังทำเป็นด่าคนผู้นี้ แต่ความจริงกำลังด่าอีกคน

            เอาเถอะด้วยแรงผลักดันดังกล่าวของหลงเซี่ยวเจ๋อ มู่จื่อหลิง แทบจะทนไม่ไหว เกือบจะหัวเราะออกมาแต่ยังดีที่นางปิดปากของนางได้ทันเวลา และแสร้งทำเป็นไอขณะที่นางกำลังหัวเราะ“แค่ก ผู้ใดจะรู้ บางทีทั้งคู่อาจไม่ต่างกัน”

            ไม่รู้ว่าหลงเซี่ยวเจ๋อจงใจหรือไม่หากเขาไม่เปิดปากก็ไม่มีอะไรแต่เพียงแค่เปิดปากออกมาก็สามารถทำให้คนหัวเราะจนตายได้ ทั้งยังทำให้คนขุ่นเคืองแทบตายได้เช่นกัน

            มู่จื่อหลิงสงสัยว่าหลงเซี่ยวเจ๋อก็สองหน้าด้วยหรือไม่ บนพื้นผิวภายนอกดูเหมือนไร้เดียงสาและไม่เป็นอันตราย แต่ภายในเขาฉลาดกว่าผู้ใดในช่วงเวลาวิกฤตก็สามารถจุดไฟขึ้นมาได้ในเวลาที่เหมาะสม จนทำให้คนสำลักควันไฟตายได้

            ในความเป็นจริง หลังจากที่หลงเซี่ยวเจ๋ออ่านคำกล่าวโทษนี้จบเขาก็สามารถเดาเหตุผลที่มู่จื่อหลิงนำกระดาษแผ่นนี้ออกมาได้แล้วไม่ใช่เพราะเขาฉลาดเกินไป แต่เป็นเพราะความหมายมันชัดเจนเกินไป

            ไม่ใช่ว่าเขาพูดจาไม่สุภาพความจริงเขาเพียงแค่ประพฤติตามวิถีของตนดังที่ทำมาโดยตลอด มันเป็นธรรมชาติของเขาที่จะตรงไปตรงมา

            ดังนั้นเนื่องจากยามนี้เขาพร้อมสูญเสียทุกสิ่งแล้วเขาจึงไม่รังเกียจที่จะเพิ่มเปลวไฟเข้าไปอีก

            ทั้งสองพูดจาหยาบคายทั้งไม่น่าฟังและไร้มารยาท เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

            แต่ละคนต่างทำอย่างโหดเหี้ยมพวกเขาคุยกันอย่างอิสระและมีความสุข

            และพวกเขายังรับส่งกันไปมาข้ามฮองเฮาผู้เป็นที่รักซึ่งผู้คนนับพันสรรเสริญโดยตรง...อย่างไร้มารยาท

            เอาเป็นว่าฮองเฮาในยามนี้สีหน้าของนางเปลี่ยนไปมาราวกับจานสี เขียวเขียวแดงแดงจนคาดเดาไม่ได้

            พูดตามตรงเมื่อพูดถึงสิงกู้เหวิน ฮองเฮาก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง

            เนื่องจากนางไม่รู้ว่าสิงกู้เหวินจะโง่เขลาถึงขนาดเขียนความผิดเช่นนี้ด้วยตนเองคำเหล่านั้นมันล้วนเป็นไปไม่ได้ และเนื้อหาก็ตรงไปตรงมามากจนเกินไปนี่ไม่ใช่การยกหินขึ้นมาแต่กลับหล่นทับขาตนเองหรอกหรือ?

            และครั้งล่าสุดที่สิงกู้เหวินทำพฤติกรรมโง่ๆนั่นในตำหนักหนานเหอ...ถึงที่สุดแล้วก็ทำได้เพียงตำหนินางที่คบหากับคนไม่ดีและฟังคำของคนที่น่ารังเกียจเท่านั้น

            เมื่อต้องเผชิญความหยิ่งผยองของคนทั้งสองไม่ใช่เพราะฮองเฮาอารมณ์ดี หรือนางไม่อยากโกรธ แต่ว่านางโกรธจนพูดไม่ออกและเปล่งเสียงไม่ได้ต่างหาก

            เนื่องจากนางต้องกล้ำกลืนความโกรธที่เกือบจะปะทุขึ้นมา

            ที่มู่จื่อหลิงหยิบกระดาษแผ่นนี้ออกมาได้เพราะรู้ว่านางเป็นผู้ออกคำสั่งอยู่เบื้องหลังหากยามนี้นางระบายความโกรธเคืองใส่ผู้ไม่เชื่อฟังทั้งสองคนนี้ มันจะไม่ยิ่งเป็นการแสดงสิ่งที่ตนอยากปกปิดไว้ออกมาดั่งคนร้อนตัวหรอกหรือ?

            และมันยังเป็นการยอมรับโดยตรงไม่ใช่หรือว่านางเป็นคนที่หลงเซี่ยวเจ๋อกล่าวว่าดวงตาเต็มไปด้วยอึและไร้สมองผู้นั้น?

            ดังนั้นไม่ใช่ว่ายามนี้ฮองเฮาจะโกรธเคืองก็ไม่อาจทำได้ จะไม่โกรธก็ทำไม่ได้ อยากจะข่มขู่ก็ไม่ได้แต่จะไม่ข่มขู่ก็ยังไม่ได้อีก

            สรุปคือยามนี้นางราวกับมีโคลนเหลืองตกตรงเป้า ไม่ใช่อึก็เหมือนอึ [11]

            ฮองเฮาผู้น่าสงสารนี่คงเป็นวันที่น่าผิดหวังที่สุดในชีวิตของนาง

            ถูกกระทำโดยคนสองคนที่มีสถานะต่ำกว่าคนใจกล้าที่หัวเราะจนเป็นเช่นนี้ ฮองเฮาไม่มีความคิดที่จะจากไปแม้แต่น้อยยังคงนั่งฟังอย่างสงบนิ่ง

            แต่หลงเซี่ยวเจ๋อและมู่จื่อหลิงคนหนึ่งยังคงหัวเราะและอีกคนก็ยังคงไอไม่หยุด

            คนหนึ่งเสียดสีประชดประชันโดยไร้ซึ่งร่องรอย อีกคนเยาะเย้ยออกมาตรงๆ ราวกับเป็นตลกร้ายที่ไม่จบไม่สิ้น

            พวกเขาไม่ได้สนใจฮองเฮาที่อยู่ไม่ไกลจากพวกเขาเลย

            และเมื่อคนสองคนนี้ร่วมมือกันมันสามารถทำให้คนขุ่นเคืองได้จริงๆ

            ท่าทีที่ท้าทายเช่นนี้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องฮองเฮา ผู้สูงศักดิ์และทรงเกียรติมาโดยตลอด จะทนต่อไปได้อย่างไร?

            ทันใดนั้นฮองเฮาก็หยิบชาเย็นๆบนโต๊ะขึ้นมาแล้วกลืนลงท้องไป ชาเย็นๆ ไม่ได้ช่วยระงับความโกรธในใจของนางได้เลยมันกลับยิ่งมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ

            ‘เพล้ง!’ ฮองเฮาวางถ้วยชาที่นางถือไว้ลงอย่างแรง จนเกิดเสียงดังชัดเจน

            เพียงพริบตาที่รองถ้วยและถ้วยชาก็แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

            พระหัตถ์อันนุ่มนวลของฮองเฮาก็ได้รับผลกระทบจากเศษถ้วยที่แตกนี้ด้วยเลือดหยดลงบนถ้วยชาหยกขาวที่แตกโดยตรง แต่นางกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดเลย

            “อวดดีดูซิว่าพวกเจ้าทั้งสองคนจะต้องรับผลอย่างไร?” ฮองเฮาชี้นิ้วชี้ที่สั่นเทาไปยังคนสองคนที่อยู่ข้างกายนางโกรธอย่างเห็นได้ชัด

            เสียงทุบถ้วยและน้ำเสียงโกรธเคืองของฮองเฮาไม่รู้ว่าหลงเซี่ยวเจ๋อได้ยินเสียงหรือเปล่า

            แต่เขาน่าจะได้ยินเพราะมันดังมากสรุปง่ายๆ ก็คือ เขาแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินและยังคงสร้างความสนุกให้กับตนเองต่อไป

            แต่เมื่อได้ยินเสียงที่คมชัดและดูเหมือนกำลังจะระเบิดออกมู่จื่อหลิงก็กระแอมไออีกสองครั้งแล้วหรี่ตาลง

            ดวงตาของนางเหลือบมองไปที่ใบหน้าของฮองเฮาที่กลายเป็นสีดำมากจนไม่สามารถดำกว่านี้ได้อีกแล้ว

            มุมปากของนางกระตุกเล็กน้อยและนางก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวอยู่ในใจ ดูสิ ใบหน้าของฮองเฮาดำสนิทราวกับสีหมึกดูไม่ได้เลยจริงๆ!

            ก่อนที่ฮองเฮาผู้เป็นที่รักจะหงุดหงิดจนคว่ำโต๊ะมู่จื่อหลิงก็หันหน้าไปอย่างเคร่งขรึมและโยนยาเม็ดเข้าไปในปากที่กำลังหัวเราะของหลงเซี่ยวเจ๋ออย่างแม่นยำ

            ยาเม็ดละลายในปากทันทีทั้งยังไม่มีรส

            ฮองเฮาไม่ได้มองมู่จื่อหลิงมาตั้งแต่ต้นจนถึงยามนี้นางย่อมไม่เห็นการกระทำของมู่จื่อหลิงนับประสาอะไรกับหลงเซี่ยวเจ๋อที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายาถูกป้อนเข้าปากของตน

            หลังจากนั้นมู่จื่อหลิงก็จ้องมองหลงเซี่ยวเจ๋อซึ่งกำลังหัวเราะหนักจนแทบเป็นตะคริว

            หลังจากได้รับการจ้องมองจากมู่จื่อหลิงเสียงหัวเราะของหลงเซี่ยวเจ๋อก็หยุดลงทันที

            แต่ใบหน้าที่แดงก่ำและร่างกายที่สั่นเทาของหลงเซี่ยวเจ๋อแสดงให้เห็นโดยตรงว่าเขาต้องพยายามอย่างมากที่จะระงับมันและภายในใจของเขาก็ยังคงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง...

            “พวกเจ้าทั้งสองหัวเราะเยาะต่อหน้าเปิ่นกงเจ้ายังเห็นเปิ่นกงในสายตาของเจ้าอีกหรือไม่?” ฮองเฮาตบโต๊ะอย่างแรงด้วยพระพักตร์ทรงสง่าผ่าเผยราวกับไม่มีความโกรธเคือง

            ---------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] เป่าไฟขณะชมเรื่องสนุก ไม่สนว่าเรื่องจะแย่ลง (看热闹不嫌事大)เป็นสำนวน มีความหมายว่าคนที่เข้ามายุ่งเรื่องของคนอื่นด้วยความสนุกสนานและทำให้เรื่องยิ่งบานปลาย เนื่องจากคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง

            [2] ใช้คําน้อยแต่กินความมาก (言简意赅) เป็นสำนวน มีความหมายว่าคำที่กะทัดรัดแต่ความหมายครอบคลุมได้ทั่วถึง หรือใช้คำที่สั้นกระชับมีตัวอักษรเพียงไม่กี่ตัวก็สามารถมีความหมายได้มหาศาล

            [3] จี้ด้วยหนึ่งเข็มจนเห็นเลือด (一针见血) เป็นสำนวนมีความหมายว่าคําวิจารณ์ที่สามารถแทงใจดําของผู้ถูกวิจารณ์อย่างตรงประเด็น

            [4] ปลุกคนช่างฝันด้วยประโยคเดียว (一语惊醒梦中人) เป็นวลี มีความหมายว่าประโยคที่ปลุกคนที่ดูเหมือนจะสับสนด้วยข้อเสนอแนะและข้อเตือนใจที่ได้ผลเป็นอย่างดี

            [5] ยักไหล่ (耸耸肩) เป็นท่าทาง ใช้เพื่อแสดงความสับสนไม่มีความคิดเห็น ความประหลาดใจ เป็นการบอกให้รู้ว่าตนช่วยไม่ได้หรือหมดหนทาง

            [6] พูดเรื่องไร้สาระด้วยตาที่เปิดกว้าง(睁着眼说瞎话) เป็นวลี มีความหมายว่าพูดเรื่องที่ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่ามันเป็นเรื่องโกหกหลอกลวง

            [7] อาเจียนเป็นเลือด (椎心呕血) เป็นสำนวน มีความหมายว่า ร้องไห้เงียบๆน้ำตาไหลเหมือนสายเลือด บรรยายถึงความเศร้าอย่างสุดซึ้ง

            [8] แพ้ทั้งเกม (满局皆输) เป็นสำนวนมีความหมายว่า หากเคลื่อนไหวผิดพลาดหรือเคลื่อนไหวอย่างประมาทเพียงแค่ครั้งเดียวจะส่งผลให้ทุกสิ่งล้มเหลวจนต้องสูญเสียทั้งหมด

            [9] จ้วงซือ(状师) เป็นอาชีพของคนจีนในสมัยโบราณ ทำหน้าที่ฟ้องร้องหรือดำเนินคดีเทียบกับอาชีพในปัจจุบันจะคล้ายกับอัยการ

            [10] ดวงตาเต็มไปด้วยอึ(眼睛被屎糊) เป็นวลี มีความหมายว่าดวงตาพร่ามัวเห็นไม่ชัดเจน หรือในดวงตาเห็นแต่สิ่งที่ไม่ดีด้วยความหมกมุ่นอยู่กับเรื่องแย่ๆ

            [11] โคลนเหลืองตกตรงเป้าไม่ใช่อึก็เหมือนอึ (黄泥巴掉进裤裆里) เป็นวลีมีความหมายว่าถูกเข้าใจผิดและยากที่จะอธิบายได้

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498