หนึ่งเดือนต่อมา ภาคเรียนสุดท้ายของปีการศึกษาก็เริ่มต้นขึ้น
ใบหลิวมองปฏิทินแล้วนับถอยหลังอยู่ในใจ อีกแค่ห้าเดือนเท่านั้นชีวิตในรั้วโรงเรียนของเธอก็จะสิ้นสุดลง และถึงเวลาของการเริ่มต้นใหม่สักที
หญิงสาวนึกย้อนไปถึงเื่ราวใน่สามอาทิตย์แรกของการปิดเทอมแล้วอดใจเต้นแรงไม่ได้ เวลาสั้น ๆ เพียงแค่นั้นแต่หลายอย่างในชีวิตเธอกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เธอกลายเป็คนใหม่ที่เติบโตขึ้นแบบก้าวะโ อะไรที่ไม่สำคัญเธอสามารถทิ้งมันไปโดยไม่ไยดี ตอนนี้เธอแทบไม่รู้สึกเสียใจอะไรมากมายอีกแล้วเมื่อถูกคนเป็แม่เมินเฉย--- ซึ่งเกิดขึ้นอยู่เสมอผ่านการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่นับวันก็จะยิ่งบ่อยขึ้นจนกลายเป็เื่ปกติของอีกฝ่ายไปแล้ว
เธอตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าแทนที่จะเสียเวลาไปเรียกร้องหาความรัก ความเอาใจใส่ที่คนเขาไม่ยินดีให้ สู้ทุ่มเทเวลาของตัวเองทั้งหมดไปกับการเรียนซะยังจะดีกว่า
อย่างน้อยตอนนี้เธอก็มีคนคอยมองและสนับสนุนอยู่ไม่ห่างแล้ว
ใช่ เธอมีแค่เขาคนเดียวก็พอ
เื่ที่เกิดขึ้นที่บ้านพักตากอากาศอันเงียบสงบ และห่างไกลจบลงไปแล้ว
่เวลาหนึ่งเดือนหลังจากกลับมาเราแทบไม่มีโอกาสอยู่ด้วยกันตามลำพังเลย เซ็กซ์ที่เคยเติมเต็มจนอิ่มล้นหายวับไปกับตา ความสัมพันธ์ของพวกเขาคล้ายกับกลับไปที่จุดเดิมอีกครั้ง
เราเดินผ่านกันไปมาอยู่ในบ้านโดยไม่แม้แต่จะได้ััร่างกายของกันและกัน และไม่สามารถมองหน้ากันได้นานเกินไปด้วยซ้ำเพราะกลัวจะเผยพิรุธบางอย่างออกไป
แต่เธอก็ไม่เสียใจเพราะได้ในสิ่งที่สำคัญที่สุดมาแล้ว... นั่นก็คือความรักของเขา
คนที่เสียศูนย์กับความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันนี้มากที่สุดกลับไม่ใช่ใบหลิว หากแต่เป็เรวัตต่างหาก
เขา... คนที่จริง ๆ แล้วก็โดดเดี่ยวพอ ๆ กันกับเธอ
คนที่ชีวิตคู่แห้งแล้งจนน่าสงสาร เพราะงานยุ่งจนหาเวลาว่างแทบไม่ได้ พอว่างภรรยาก็เอาแต่ทุ่มเทเวลา และความใส่ใจทั้งหมดให้กับลูกชายคนเล็กจนไม่เหลือพื้นที่ให้เขาที่เป็สามี จากเดิมที่่เวลาระหว่างสามีภรรยาก็หายากอยู่แล้ว เมื่อเวลาผ่านไปมันก็หายไปจนหมดโดยไม่มีใครสังเกตเห็นด้วยซ้ำ
เขากับใบหลิวต่างก็เป็คนเหงาที่ถูกละเลยมานาน คนหนึ่งเฝ้ารอให้ความอบอุ่นที่เคยได้รับกลับมาอีกครั้ง ส่วนอีกคนก็ได้แต่เฝ้ามองความรักของตัวเองค่อย ๆ เลือนหายไปอย่างไม่สามารถทำอะไรได้
เราต่างก็โหยหาความรัก ความใส่ใจและยังอยากเป็คนสำคัญของใครสักคน
พอคนสองคนที่มีาแคล้ายกันได้มาใช้เวลาร่วมกันตามลำพังในเวลาที่ถูกต้อง เื่ราวอันแสนบิดเบี้ยวจึงเกิดขึ้นและเลยเถิดเกินแก้ไข
เวลาหนึ่งเดือนเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปมากจนตั้งตัวแทบไม่ทัน
หนุ่มใหญ่คิดถึง่เวลาร้อนแรงที่ได้ใช้ร่วมกับใบหลิวแล้วสูดหายใจเข้าลึก... เป้ากางเกงตึงแน่นโดยอัตโนมัติ
‘ปี้นนนนนนนนนนนน’ เสียงแตรดังลั่นสี่แยก
“ป๊า!... ไฟเขียวแล้วค่ะ ข้างหลังบีบแตรไล่แล้วนะ ป๊าเป็อะไรรึเปล่าคะเนี่ย” ใบหลิวละสายตาจากมือถือแล้วชะโงกหน้าถามคนที่นั่งเหม่อจนโดนบีบแตรไล่เพราะไฟเขียวแล้วก็ไม่ยอมออกรถ
“เชี่ย! ไม่มีอะไรหรอก ป๊าก็แค่คิดอะไรเพลิน ๆ น่ะ” พูดจบก็เหยียบคันเร่งหักพวงมาลัยเล็กน้อย ก่อนเปิดไฟเลี้ยวเตรียมเข้าจอดหน้าโรงเรียน
ในเมื่อเขาไม่บอก ใบหลิวก็จนปัญญา เธอเม้มปากด้วยท่าทางไม่มั่นใจ มือเล็กกระชับสายกระเป๋าผ้าแล้วถาม
“วันนี้มารับหนูมั้ยคะ”
เรวัตนิ่งคิดครู่หนึ่ง “ป๊าไม่แน่ใจนะ พักนี้งานยุ่งพอสมควรอาจจะมาไม่ทันหนูเลิกเรียน”
“งานหนักมากเหรอคะ”
“อืม มากเลยล่ะ” พูดจบเขาก็ยิ้มและไม่ได้พูดอะไรอีก
ใบหลิวถอนหายใจเฮือกใหญ่จากนั้นก็ตัดสินใจลงจากรถ จริง ๆ แล้ววันนี้เธออยากจะชวนเขาออกไปหาข้าวเย็นกินด้วยกันเพราะไม่อยากกินข้าวคนเดียว ่หลังมานี้เราต่างคนต่างยุ่งและแทบไม่ได้คุยกันจริง ๆ จัง ๆ เลย
หลังจากมองส่งจนร่างเล็กหายเข้าไปในรั้วโรงเรียนได้แล้วรอยยิ้มบนใบหน้าของเรวัตก็ค่อย ๆ จางหาย
เื่ราวที่เกิดขึ้นในบ้านตากอากาศเหมือนความฝันแสนสั้น ที่นั่นไม่มีสถานะใด ๆ ระหว่างพวกเขาสองคนทั้งสิ้น แต่พอได้มองเธอวิ่งเข้ารั้วโรงเรียนไปอย่างนี้ หนุ่มใหญ่รู้สึกเหมือนตัวเองโดนบังคับให้กลับมาอยู่ในโลกความเป็จริงไม่มีผิด สิ่งที่เผลอหลงลืมไปก็กลับมาตีแสกหน้าเขาเข้าอย่างจัง
ใบหลิวยังเรียนไม่จบมอหกด้วยซ้ำ เธอยังเด็กมากเหลือเกิน ส่วนเขาก็... แก่เกินไปสำหรับเธอรึเปล่านะ
...
“แม่คะ”
ค่ำวันหนึ่งใบหลิวเดินมาที่ห้องนั่งเล่น สีหน้าดูตื่นเต้นกว่าปกติเล็กน้อย ในมือของเธอคือซองเอกสารที่เพิ่งถูกแกะดู ข้างในเป็ข่าวดีที่เธอรอมานานจึงอยากจะแชร์มันกับใครสักคน
“แม่คะหนูมีเื่จะบอก” เธอพูดซ้ำอีกครั้งเมื่อครั้งแรกคนเป็แม่ไม่ได้หันมามองด้วยซ้ำ
“แป๊บนะหลิว” กรกนกพูดโดยไม่ละสายตาจากสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ บนโต๊ะตรงหน้าของเธอมีเอกสารสำคัญ และโบรชัวร์ของโรงเรียนชื่อดังหลายแห่ง
ใบหลิวชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ก็ยังยืนรออยู่
ผ่านไปอีกเกือบสิบนาทีเธอก็รวบรวมความกล้าเอ่ยออกมาอีกครั้ง “คือหนู...”
“เดี๋ยวก่อนนะ” กรกนกยกมือห้าม “แม่กำลังดูรายละเอียดของโรงเรียนนี้อยู่”
หญิงสาวเม้มปาก พยักหน้าแล้วถอยออกมาหนึ่งก้าว มือขยำซองเอกสารในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“น้องล่ะคะแม่” เธอเดาว่าเื่ที่ทำให้คนเป็แม่ ยุ่ง มากขนาดนี้คงไม่พ้นเื่ของน้องชายแน่ ๆ
“น่าจะเล่นเกมอยู่ในห้อง” กรกนกตอบลอย ๆ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อมูลบางอย่างบนหน้าจอ “ว้าว! ดูสิหลิว น้องสอบเข้าที่นี่ได้ด้วย”
น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “โรงเรียนนี้ดังมากเลยนะ อัตราการแข่งขันก็สูง แม่ไม่คิดเลยว่าน้องจะทำได้ ฉลาดจริง ๆ ลูกชายแม่”
ใบหลิวมองรอยยิ้มบนใบหน้าของแม่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนก้มมองซองเอกสารในมือตัวเองเงียบ ๆ
“แม่ไปบอกข่าวดีน้องก่อนนะ” พูดจบร่างท้วมก็ลุกขึ้นไปพร้อมกับโทรศัพท์ในมือ “เด็กคนนั้นต้องดีใจมากแน่ ๆ”
เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไปตามทางเดิน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเปิดปิดประตูห้องซึ่งกั้นระหว่างพวกเขากับใบหลิวเหมือนอยู่คนละโลก
“ตาต้น! แม่มีข่าวดีลูก...”
ใบหลิวยังยืนอยู่ที่เดิม ซองเอกสารของเธอถูกกอดแนบอกเอาไว้ จากจุดที่ยืนอยู่เธอได้ยินเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยดังแว่วมาจากในห้องของน้องชายเป็ระยะ
ขึ้นปอหนึ่งต้องขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย
ร่างเล็กมองไปรอบ ๆ ห้องอันว่างเปล่าแล้วยิ้มบางออกมา เธอเฝ้ารอวันนี้มานานไม่แพ้ใคร แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่กับเธอเลย
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก หันหลังให้ห้องนั่งเล่นแล้วเดินขึ้นบันไดกลับห้องไปเงียบ ๆ
ไม่มีเสียงเรียก ไม่มีใครรั้ง ราวกับการมีหรือไม่มีอยู่ของเธอไม่ได้สร้างความแตกต่างอะไร
หลายสิบนาทีต่อมากรกนกถึงได้เดินกลับออกมาจากห้องของลูกชายอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มเต็มใบหน้า
“ต้องโทรบอกพ่อเขาด้วย...” พูดพลางกดหน้าจอไปด้วย
ลูกสาวไม่อยู่แล้ว
กรกนกยักไหล่เล็กน้อย คิดว่าอีกฝ่ายคงขึ้นห้องไปทำการบ้านหรือไม่ก็เล่นโทรศัพท์ตามประสาวัยรุ่น ก่อนจะนั่งลงที่เดิมแล้วกลับไปสนใจรายละเอียดของโรงเรียนต่อ