ไตรภพเดินออกมาจากห้องอธิการบดีในใจเขาครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ยุคสมัยนี้ไม่แตกต่างกับโลกเบื้องบน หรือดวงดาราอื่น ๆ ในห้วงสุริยะเลย ผู้คนล้วนกดขี่ ย่ำยี ข่มแหง ผู้อ่อนแอกว่าโดยใช้อิทธิพล อำนาจ
กฎหมายในสังคมปัจจุบันนี้มันสามารถที่จะทำให้เกิดความยุติธรรมได้เท่าเทียมกันทุกคนได้จริงหรือไตรภพได้แต่งสงสัยในบทเรียนวิชาสังคม เมื่อเขาคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาเขาก็ได้ตระหนักดีว่า หากไม่มีเส้นสาย หรือ อำนาจและอิทธิพลย่อมไม่อาจที่จะดำรงอยู่ได้ในสังคมอย่างไม่ถูกรังแก
ฟึบ
“หืม”
ไตรภพหันคอไปด้านขวาในขณะที่เขากำลังเดินกลับไปที่ตึกเรียนพลางคิดอะไรไปเรื่อย ๆเขารู้สึกว่ารอบข้างเหมือนมีคนจ้องมองอยู่
“ความรู้สึกนี้มันอะไรกัน”
ไตรภพเดินออกจากทางหลักตัดสินใจเดินตัดสนามหญ้าไปอีกทางหนึ่งซึ่งเป็นโซนของมหาลัยที่ไม่มีคนพลุกพล่านมากนัก
อีกมุมหนึ่งของมหาวิทยาลัยชายสามคนและหญิงหนึ่งคน กำลังใช้กล้องส่องทางไกลจ้องมองไตรภพอยู่ห่าง ๆไกลพอที่จะมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น
“หรือมันรู้ตัว?“
“บ้ามันจะไปรู้ตัวได้ยังไง เราอยู่ไกลขนาดนั้น”
“พวกแกเบา ๆหน่อยไม่ได้หรือยังไง”
ผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มหันไปต่อว่าผู้ชายทั้งสองคนเธอรู้สึกไม่พอใจในความไม่เป็นมืออาชีพเช่นนี้ พวกเขาลืมไปแล้วหรือว่าภารกิจในวันนี้คืออะไร
“ประเมินพลังฝีมือได้ไหมเพชรอุมา”
“จับพลังไม่ได้ค่ะหัวหน้า”
“อืมน่าจะเป็นคนธรรมดา”
ผู้ชายอีกคนหนึ่งไว้หนวดเคราเอ่ยถามเพชรอุมา ที่เชี่ยวชาญด้านการวางแผนของกลุ่มทั้งยังมีความเฉียบคมด้านประสาทสัมผัสดีเยี่ยม
“ฆ่ามันเลยไหมครับหัวหน้าเพชรกล้าคนนี้ขออาสาเอง”
“เพียงแค่สามวินาทีเท่านั้นหัวมันหลุดออกจากบ่าอย่างแน่นอน ไว้ใจเพชรสมิงได้”
ชายสองคนเสนอตัวประจบเอาใจผู้ชายอีกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้ากลุ่มทั้งสี่คนนี้ได้รับภารกิจมาลอบสังหารจากเจ้านายของคงอินทร์นั่นเอง
“รอจนกว่าในรัศมี500 เมตรจะไม่มีคนอยู่ จากนั้นค่อยโจมตี”
“ครับ/ค่ะ หัวหน้า”
หัวหน้ากลุ่มมีชื่อว่าเพชรคีรีทั้งสี่คนล้วนแต่เป็นผู้บ่มเพาะที่แข็งแกร่ง โดยกลุ่มของพวกเขามีสมาชิกทั้งหมดสี่คนเป็นสี่เสาหลักแห่งองค์กรเพชร ชื่อของทุกคนในองค์กรจะถูกลบเลือนโดยจะได้รับชื่อใหม่ที่ขึ้นต้นด้วย ‘เพชร’ จึงไม่แปลกใจว่าสมาชิกในกลุ่มต่างมีชื่อคล้าย ๆกัน
เพชรคีรีหัวหน้ากลุ่ม เชี่ยวชาญด้านกระบี่ไว มีความสุขุม ดุดัน มีพื้นฐานพลังลมปราณชนชั้นสีม่วงระดับที่เก้า
เพชรอุมารองหัวหน้ากลุ่ม เชี่ยวชาญเข็มพิษ มีสมองเป็นเลิศ เจ้าแผนการมีพื้นฐานพลังลมปราณชนชั้นสีม่วงระดับที่เจ็ด
เพชรกล้าเชี่ยวชาญด้านการใช้กระบอง นิสัยมุทะลุ กล้าเสี่ยงตายมีพื้นฐานพลังลมปราณชนชั้นสีม่วงระดับที่ห้า
เพชรสมิง ผู้อ่อนด้อยที่สุดในกลุ่มเชี่ยวชาญในเพลงดาบหนัก นิสัยเจ้าอารมณ์ไม่แพ้เพชรกล้ามีพื้นฐานพลังลมราณชนชั้นสีม่วง ระดับที่สี่
“หัวหน้าคะฉันอยากถามค่ะ”
“ว่ายังไงเพชรอุมา”
“หัวหน้าคิดว่าพลังของเจ้านายอยู่ระดับเท่าไหร่คะฉันรู้แค่ว่าเป็นพลังลมปราณชนชั้นสีครามเท่านั้น”
เพชรคีรีหันมามองลูกน้องสาวด้วยแววตาขบคิดเขาเองก็สงสัยถึงระดับพลังของเจ้านายเช่นกัน แต่ก็ไม่อาจจะคาดเดาได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากพลังห่างกันถึงช่วงหนึ่งของชนชั้นเป็นช่องว่างทางพลังลมปราณที่มหาศาล
ลมปราณชนชั้นสีม่วงระดับสิบไม่อาจจะต่อกรกับลมปราณชนชั้นสีครามระดับหนึ่งแม้แต่กระบวนท่าเดียวนี่คือคำอธิบายได้ดีที่สุดถึงความต่างชั้นของช่วงลมปราณ
“ถ้าถามฉันฉันคงว่าคงจะอยู่ในระดับ3 - 5”
“จะไม่ให้เจ้านายเลื่อนพลังการบ่มเพาะได้เร็วได้อย่างไรในเมื่อมีเงินเท่าไหร่ เขาก็ไปกว้านซื้อโสมหิมะและสมุนไพรต่าง ๆ จนหมดไม่แบ่งมาที่เราบ้างเลย”
“หุบปาก!”
เพชรคีรีหันไปดุเพชรสมิงที่พาดพิงเจ้านายแม้จะเป็นเรื่องจริง แต่ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเขา ไม่สามารถวิจารณ์อะไรได้
“หัวหน้าพวกเราทั้งสี่คนร่วมเป็นร่วมตายกันมากว่าสิบปี เห็นอยู่ชัด ๆว่าเจ้านายไม่อยากให้หัวหน้าตัดผ่านไปสู่ลมปราณชนชั้นสีครามเขากลัวหัวหน้าจะแข็งข้อกับเขาได้”
“เรื่องนี้ฉันก็เห็นด้วยนะคะพักหลัง ๆ นี้ พวกเราได้ทรัพยากรการบ่มเพาะน้อยมาก ๆน้อยจนไม่รู้ว่าจะชีวิตนี้จะสามารถตัดผ่านได้รึเปล่า”
คราวนี้เพชรอุมาผู้ปราดเปรื่องก็ได้สนับสนุนความคิดของเพชรกล้าและเพชรสมิงหากพูดถึงความผูกพัน พวกเขาทั้งสี่คนรักใคร่กลมเกลียวกันยิ่งกว่าความสัมพันธ์ที่ห่างเหินระหว่างพวกเขาและเจ้านายอีก
“หยุดพูดได้แล้วเป้าหมายกำลังเดินไปทางนั้น”
เพชรคีรีพยายามเปลี่ยนเรื่องไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่เขาไม่มีอำนาจพอจะต่อต้านเจ้านายผู้ลึกลับได้แม้แต่กระบวนท่าเดียวความต่างชั้นของพลังลมปราณมันมากจนเกินไป
“เป้าหมายหายไปแล้ว”
“อะไรนะ!!!”
เพชรอุมาเอ่ยอย่างตกใจจู่ ๆ ชายหนุ่มที่พวกเขาติดตามหายไปดื้อ ๆ เหมือนไม่เคยปรากฏมาก่อนสมาชิกที่เหลือต่างรีบยกกล้องส่องทางไกลมองไปทั่วบริเวณ
“หายไปไหนกันเพชรอุมา!”
“ได้ค่ะหัวหน้า”
การที่อยู่ด้วยกันมานานเพชรอุมารู้ว่าเพชรคีรีต้องการอะไร เธอรวบรวมสมาธิผนึกพลังลมปราณวิชาที่เธอเชี่ยวชาญนอกจากเข็มพิษแล้ว ยังเป็นการค้นหาในรัศมีห้าร้อยเมตรนี้แม้แต่มดแมลงก็ไม่มีทางหลุดรอดจากประสาทสัมผัสของเธอได้
“อยู่ตรงโน้นค่ะหัวหน้าสี่ร้อยเมตรในทิศทางสองนาฬิกา”
เพชรอุมาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่จับตัวเป็นรูปร่างของมนุษย์จึงรีบบอกเพชรคีรีทันที
“ในรัศมี 500 เมตร มีผู้คนรึเปล่าเพชรอุมา ?”
“ไม่พบผู้คนค่ะ”
“อืม”
เพชรคีรีเกรงกลัวว่าการลงมืออย่างโจ่งแจ้งในมหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัดเช่นนี้จะส่งผลให้เกิดผลกระทบตามมา เพราะเป็นการกระทำที่อุกอาจ
ไม่ใช่ว่าเขาเกรงกลัวกับเหล่าเจ้าหน้าที่รัฐทหาร ตำรวจ ฯลฯ แต่สิ่งที่เกรงกลัว คือ การถูกค้นพบ ถูกไล่ล่า ไม่จบไม่สิ้นต่างหากเพราะการฆ่าฟันสำหรับเขาแล้วล้วนเป็นเรื่องปกติของผู้บ่มเพาะ แต่ในสังคมล้วนไม่ใช่ใครที่ฆ่าคนตายต้องติดคุกและรับโทษตามกฎหมาย
“ย้ายตำแหน่งพร้อมกัน”
ฟึบ
ฟึบ
ฟึบ
ฟึบ
ทั้งสี่คนเคลื่อนที่ด้วยวิชาตัวเบาไปยังตำแหน่งที่เพชรอุมาบอกเอาไว้ เมื่อเพชรคีรีให้สัญญาณพวกเขาก็กระโดดขึ้นมาบนต้นมะม่วงใหญ่ เหยียบบนกิ่งไม้ทั้งสี่กิ่ง
“ไม่เห็นมีใครเลย?”
เพชรสมิงเอ่ยถามขึ้นเขาพยายามมองดูรอบ ๆ ทิศทางที่เพชรอุมาบอกแล้ว แต่ก็ไม่พบแม้แต่สุนัขสักตัวหนึ่ง
“เป็นไปไม่ได้ก็ฉันสัมผัสได้ว่าอยู่ตรงนี้”
เพชรอุมาเอ่ยยืนยันประสาทสัมผัสเธอไม่มีทางผิดพลาด เรื่องนี้คนในองค์กรเพชรทุกคนล้วนรู้ดีนอกจากเจ้านายผู้ลึกลับแล้ว เรื่องประสาทสัมผัสล้วนไม่มีใครเทียบเธอได้
“ฉันรู้สึกแปลกๆ”
เพชรคีรีเอ่ยอย่างกังวลดูเหมือนภารกิจครั้งนี้จะไม่ง่ายเหมือนที่คิดไว้แต่แรกแล้วสัญชาตญาณของเขากำลังบ่งบอกว่าเรื่องนี้มีสิ่งผิดปกติอยู่
“เจอแล้วค่ะหัวหน้าใต้ต้นไม้ต้นนั้น”
เพชรอุมาชี้ไปทางต้นไม้ใหญ่อีกต้นหนึ่งสายตาอีกสามคู่มองตามทันที เห็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลากำลังยืนหันหน้าเข้าหาต้นไม้ ทั้งยังหันหลังให้พวกเขาอีกต่างหาก
“ผมจัดการเองงานง่าย ๆ ทุบมันให้สลบ จากนั้นก็เค้นว่ามันเอาของไปไว้ที่ไหน”
เพชรสมิงเอ่ยพลางทะยานล่างลงจากต้นไม้ พุ่งไปที่ชายหนุ่มทันทีเขารู้สึกว่ามันไม่จำเป็นถึงขนาดให้พวกเขาทั้งสี่คนกลุ้มรุมพร้อมกัน
ฟ้าว
ดาบใหญ่ถูกชักออกมาจากด้านหลังเขามือขวากำดาบใหญ่แน่น ระยะทางจากต้นไม้ที่พวกเขายืนอยู่ ถึงตำแหน่งของชายหนุ่มมีระยะทางประมาณหนึ่งร้อยเมตร
เกร้ง
เข็มพิษพุ่งจากทางต้นไม้ใหญ่พร้อมกับกระบี่เข้าปะทะกับดาบของเพชรสมิง ที่กำลังจะบั่นคอชายหนุ่มเพชรสมิงหันไปมองด้านหลังด้วยความตกใจ
“เจ้าโง่ถ้ามันตายขึ้นมา เราจะไปตามของคืนจากที่ไหน ?”
ร่างทั้งสามทะยานร่างลงจากต้นไม้มายืนเคียงข้างเพชรสมิง เพชรคีรีส่ายหัวอย่างจนใจอาการใจร้อนของลูกน้องเขาแก้ไม่เคยหาย จะทำให้งานใหญ่ต้องพังลงง่าย ๆ
“เจ้าหนูไปกับเรา”
“…”
“ไอหนู หัวหน้าฉันพูดกับแกอยู่”
เพชรกล้าตะคอกไปทางไตรภพดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เลย ทำเหมือนหูทวนลมราวกับไม่ได้ยินคำพูดเขา
“กวนตีนหรอเดี๋ยวพ่อจะเอาตีนง้างปากหรอก”
เพชรกล้าทนไม่ไหววิ่งเข้าไปใช้เท้าขวาเตะไปบริเวณท้ายทอยของไตรภพ ด้วยแรงเตะเช่นนี้ แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ก็มีสิทธิล้มลงด้วยการเตะเพียงครั้งเดียว
ตึก
“เอ๋”
สายตาทั้งสามคู่ด้านหลังรวมถึงสายตาของเพชรกล้ามองอย่างตื่นตกใจเท้าขวาของเพชรกล้าซึ่งสมควรจะเตะไปบริเวณท้ายทอยกลับถูกหยุดด้วยหลังมือขวาของชายหนุ่ม
ปึก
ไตรภพขยับมือขวาดีดเท้าที่ปะทะอยู่บริเวณหลังมือ ให้กระแทกย้อนกลับทำให้เพชรกล้าเซไปด้านหลังคล้ายจะล้มลง
”พวกแกทั้งสี่คนตามฉันมาตั้งแต่ออกจากหอประชุมทั้งยังถืออาวุธครบมือมาแบบนี้ ไม่ใช่ว่าต้องการฆ่าฉันหรืออย่างไร ?”
ไตรภพกลับหลัง หันหน้ามาเผชิญกับพวกเขาทั้งสี่คนในตอนแรกไตรภพสัมผัสได้แค่เลือนรางเท่านั้น แต่เมื่อพวกเขาเข้ามาใกล้ในระยะสัมผัสไตรภพจึงมั่นใจว่าถูกสะกดรอยตามจึงใช้วิชาตัวเบามังกรเทพเคลื่อนย้ายหลีกหนีจากการติดตามล่อให้พวกเขามาที่บริเวณนี้
“แกรู้ว่าพวกเราตามแกมา?”
เพชรคีรีพูดเหมือนกับไม่เชื่อคำพูดของไตรภพการสะกดรอยตามของพวกเขาค่อนข้างที่จะสมบูรณ์แบบหากไม่ใช่ผู้บ่มเพาะในระดับสูงกว่าย่อมไม่สามารถสัมผัสได้
“ฮึลมปราณชนชั้นสีม่วงระดับที่เก้า เพียงระดับนี้ กลับเชื่อมั่นในตัวเองสูงขนาดนั้น ?พวกแกมันแค่กบในกะลาจริง ๆ”
“!!!”