เว่ยเว่ยสาวน้อยสลับวิญญาณ

    บทที่ 37 ข้าเป็นสายลับ

                “จับคนร้ายไม่ได้สักคนคงทำได้แต่ไปซุ่มดักให้คนของพวกมันขึ้นมาติดต่อกันแล้ว”หวังต้าจิ้งหันไปมองไต้เส้าจวินและจงกว้านซี “พวกเจ้ารีบกินให้อิ่มเราต้องตามคนไปจัดการศพพวกนั้นให้เรียบร้อยจะปล่อยให้เขาไข่มังกรมีศพนอนเน่าเปื่อยเช่นนั้นไม่ได้”

                “ขอรับ!”

                ไป๋ซิงซวี่กับไป๋สวินจึงอาสากลับขึ้นไปช่วยหวังต้าจิ้งเรียกเอาคนในบ้านไปด้วยสามคนเมื่อพวกเขากลับขึ้นไปบนเขาไข่มังกรอีกครั้งไป๋ซิงซวี่จึงได้รู้ว่าคนของอาจารย์ใหญ่หวังที่เห็นเป็นเพียงบ่าวรับใช้ธรรมดาแท้จริงวิทยายุทธ์อยู่ในระดับเดียวกับนักฆ่าจากชนเผ่าชู่ชี

     

                ชิงเว่ยเว่ยกับไห่ฮ่าวต้องรออยู่ที่เรือนของอาจารย์ใหญ่หวังเสียก่อนเด็กหญิงนั่งเฝ้าไต้จี้หลิงด้วยความสนใจ ชายวัยกลางคนยิ้มเมื่อได้รู้ว่า                   ชิงเว่ยเว่ยของลูกศิษย์ของบุตรชายตน

                “เว่ยเว่ยเจ้ากล้าหาญนัก ข้าไม่คิดเลยว่าเด็กตัวเล็กอย่างเจ้าจะกล้าบุกเข้าไปในรังโจร”

                “เป็นเพราะข้าเคยผ่านความเป็นความตายมาแล้วเจ้าค่ะก็เลยไม่กลัว”

                ดวงตาของนางดูไม่เหมือนเด็กที่พูดโอ้อวดเลยสักนิดไต้จี้หลิงรู้สึกว่า          ชิงเว่ยเว่ยดูไม่เหมือนเด็กทั่วไป

                “ไหนเจ้าเล่าให้ข้าฟังหน่อยสิความตายที่เจ้าผ่านมันมาเป็นอย่างไร?”

                ชิงเว่ยเว่ยจึงเล่าเรื่องที่นางเคยถูกแม่เลี้ยงวางแผนฆ่าแต่ไม่สำเร็จให้              ไต้จี้หลิงฟัง

                “อ้อ! ข้าลืมสังเกตไปว่าเจ้าแซ่ชิงที่แท้เป็นน้องสาวต่างมารดาของ         พระชายาชิงหลาน เรื่องราวในสกุลชิงซับซ้อนเจ้าเองก็ถูกสตรีผู้นั้นหมายหัวด้วยหรือ?”

                “เจ้าค่ะหากไม่ได้ท่านพี่ ข้าก็คงเป็นเด็กที่ต้องนั่งรถเข็นเหมือนอย่างท่านไปตลอดชีวิต” ชิงเว่ยเว่ยนึกถึงครั้งแรกที่นางได้พบกับชิงหลานคุณหนูในชาติก่อนของนางที่ไม่น่าเชื่อว่าวิญญาณจะเข้ามาอยู่ในคนสกุลเดียวกันกับนาง

                “เจ้าบอกว่าผู้รักษาเจ้าคือท่านหมอหญิงเกาอย่างนั้นหรือ?”

                “เจ้าค่ะครั้งนั้นเป็นความโชคดีที่ได้พบท่านหมอผู้เก่งกาจเรื่องพิษ”

                ไต้จี้หลิงพยักหน้ามองดูเด็กหญิงตรงหน้าแล้วรู้สึกเอ็นดูในความเฉลียวฉลาดและกล้าหาญไม่น่าเชื่อว่าเขาผู้ซึ่งเป็นขุนนางผู้ใหญ่จะได้รับการช่วยชีวิตจากเด็กหญิงตัวน้อย

            “ข้าเคยได้ยินว่าท่านหมอหญิงเกาผู้นี้ฉายาในยุทธภพคือฮูหยินไร้รอยเดิมทีนางเป็นจอมยุทธ์ชราที่ดื่มสมุนไพรที่ปรุงขึ้นเองจนกลายเป็นสตรีเยาว์วัยงดงามเก่งกาจเรื่องพิษยิ่งนัก”

                “เห็นท่านพี่ของข้าบอกว่าอันที่จริงหมอหญิงเกาเป็นพระอาจารย์ของ           หลวนฮองเฮาด้วยเจ้าค่ะ”

                ไต้จี้หลิงชะงักเขาเคยได้ฟังเรื่องซุบซิบเกี่ยวกับฮองเฮาองค์ปัจจุบันว่านางเก่งเรื่องพิษวิทยายุทธ์สูง และยังเป็นเซียนพันหน้าผู้แปลงโฉมได้นับพันแบบแม้หลวนฮองเฮาจะไม่เคยเปิดปากเอ่ยอ้างแต่คาดว่าจะเป็นจริง

                “เรื่องนี้ข้าไม่เคยรู้มาก่อน”

                “ข้าก็ไม่รู้เจ้าค่ะท่านพี่บอกมา”

                “นับว่าเจ้ารู้เรื่องมากมายเกินเด็กนักแล้วนี่เหตุใดเจ้าจึงได้มากับคนของคุณชายจินเล่า?”ไต้จี้หลิงได้ยินชื่อเสียงของจินวั่งซูมานานสำนักข่าวนกกระจิบแท้จริงครึ่งหนึ่งก็เป็นของพระชายาฟ่านของชินอ๋องฐานะของชินอ๋องนั้นเป็นรองเป็นเพียงฮ่องเต้จึงไม่มีผู้กล้าแตะต้องสำนักข่าวแห่งนี้

                ชิงเว่ยเว่ยมองซ้ายมองขวานางรู้ว่าไต้จี้หลิงสายตาแหลมคมคงจะไม่ปล่อยให้นางรอดพ้นการซักไซ้ไล่เรียงไปโดยง่าย

                “ใต้เท้าไต้ข้าสารภาพท่านตามตรงก็ได้ ขอเพียงท่านสัญญาว่าจะเก็บเป็นความลับ”

                “ได้!” แม้เขาจะรับปากแล้วสายตาของเด็กหญิงก็ยังดูลังเล ไต้จี้หลิงจึงก้มหน้ามองขาสองข้างของตน “เจ้าดูข้าสิเพราะเก็บความลับได้ดีจึงต้องถูกคนจับตัวไปขังยาวนานเช่นนี้”

                “ข้าเชื่อท่าน”

                “เจ้าเรียกข้าว่าท่านน้าก็ได้ใต้เท้าชิงเป็นถึงเจ้ากรมกลาโหม ข้าเองก็เป็นผู้ใต้บัญชาของบิดาเจ้า”

                “เจ้าค่ะท่านน้า” เด็กหญิงขยับมาใกล้ ลดเสียงลงอีกเล็กน้อย “ความจริงข้าเป็นสายลับของสำนักข่าวนกกระจิบเจ้าค่ะ”

                ไต้จี้หลิงได้ยินเช่นนั้นก็ทำตาโตจากนั้นก็ยิ้มกว้างจนกลั้นไม่ไหวกลายเป็นหัวเราะลั่น

                “โอ....ดีๆฮ่าๆ เก่งๆ เจ้าเก่งมากๆ เว่ยเว่ย”

                “จุ๊ๆท่านน้าไต้ อย่าเสียงดังสิเจ้าคะ! เรื่องนี้เป็นความลับเจ้าค่ะ หัวหน้าไป๋ทั้งสองอุตส่าห์พาข้ามาด้วยหากรู้ว่าข้าเปิดเผยความลับ ครั้งหน้าก็อาจจะไม่ยอมให้ข้าออกมาด้วย”

                “ขอโทษๆข้าคาดไม่ถึงน่ะ ไม่คิดว่าเด็กอย่างเจ้าจะเป็นถึงสายลับสำนักข่าวนกกระจิบได้” ไต้จี้หลิงจำได้ว่าตอนที่ถูกเข็นรถเข็นออกมาจากเรือนเขาทันได้เห็นเด็กหญิงยิงธนูอย่างแม่นยำ“ว่าแต่วิชาธนูของเจ้าผู้ใดเป็นผู้สั่งสอน?”

                “องครักษ์ของข้าไห่ฮ่าวกับพ่อบ้านที่สกุลชิงเจ้าค่ะ”

                “หืม...คนในสกุลชิงช่างร้ายกาจเสียจริง”ไต้จี้หลิงเป็นขุนนางขั้นสี่ที่ยังห่างชั้นกับชิงเว่ยบิดาของชิงเว่ยเว่ยผู้เป็นถึงเจ้ากรมกลาโหมอยู่มากเขารู้ว่า            ใต้เท้าชิงเป็นคนทำงานจริงจัง “ว่าแต่เรื่องของข้าเองเจ้าก็ต้องเก็บเป็นความลับไว้ด้วยล่ะ”

                “ข้ารู้เจ้าค่ะคดีของท่านซับซ้อนนัก ข้าเคยได้ยินท่านพ่อหารือกับรองเจ้ากรมกลาโหมพวกเขาไม่เชื่อว่าท่านตายแต่ยังหาหลักฐานมายืนยันไม่ได้”

                “เอ๋?ใต้เท้าชิงสืบเรื่องข้าหรือ?”

                “เจ้าค่ะศพที่ถูกเผาจนเกรียมนั่นแม้จะมีหลักฐานบ่งชี้ว่าเป็นท่านแต่คนที่ไม่เชื่อก็มีหลายคนอย่างอาจารย์ไต้กับอาจารย์จงก็ถึงกับไปขุดสุสานของท่านดูมาแล้วนะเจ้าคะ”

                ใต้จี้หลิงทำหน้าอัศจรรย์“เจ้ารู้ได้อย่างไร?”

                “ข้าแอบตามไปเจ้าค่ะเรื่องนี้ก็เป็นความลับนะเจ้าคะ อาจารย์ยังไม่รู้ถ้ารู้ขึ้นมาเห็นทีคงจะโมโหข้ามาทีเดียว”

                “เจ้านี่รู้มากจริงสมแล้วที่เป็นสายลับของคุณชายจิน”

                “ท่านน้าข้าถามจริงๆ เถอะเจ้าค่ะ แผนที่ลี่เลี่ยงที่ท่านเก็บเอาไว้ตอนนี้เอาไปซ่อนไว้ที่ใดหรือเจ้าคะ?”

            ไต้จี้หลิงชะงักไม่คิดว่าเด็กหญิงจะกล้าถามถึงแผนที่ที่นำอันตรายมาสู่ชีวิตของเขา

     

    ****************************

    *ความลับเรื่องหลวนฮองเฮาอยู่ในเรื่อง“ซือซือฮองเฮาพันโฉม”

    *เรื่องราวสกุลชิงอยู่ในเรื่อง“เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย”    

               

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องเว่ยเว่ยสาวน้อยสลับวิญญาณ ที่คุณอ่าน