ชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย (Juti: Cheaters Party)

    ตอนที่ 34 : ตัดสินกับพวกพ้อง?


    ตอนที่ 34 :  ตัดสินกับพวกพ้อง?

     

              หลังจากที่ทั้งสามคน อันประกอบไปด้วย กร มีอาและผู้ประกาศ ตกลงมาจากห้องบอสชั้นที่ 75 มาจนถึงชั้นที่ 100

    ตอนนี้ทั้งสามคนกำลังอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดแบบสุดๆ เพราะกำลังยืนเผชิญหน้ากับบอสประจำชั้นที่ 100 ซ้ำยังเป็นบอสที่แข็งแกร่งที่สุดในดันเจี้ยนแห่งนี้อย่างกะทันหันอีกด้วย ทั้งที่ร่างกายและจิตใจยังไม่ได้พักฟื้นจากศึกเมื่อ 10 นาทีก่อนเลยแท้ๆ

     

    วูม!!!

              พื้นที่โดยรอบสว่างขึ้นอย่างกะทันหันด้วยแสงสีน้ำเงินทั่วทั้งห้อง จนสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมได้ทั้งหมด

     

             ห้องบอสในชั้นนี้ มีบริเวณกว้างขวางมากกว่า 5 กิโลเมตร ซึ่งมันคือความกว้างพอๆกับดันเจี้ยนชั้นเดียว กรจึงคาดว่าห้องบอสนี้น่าจะใช้หลักการเดียวกับห้องบอสในชั้นที่ 50

     พื้นของห้องถูกปูด้วยอิฐสีน้ำเงินเข้มวางสลับกันเหมือนกำแพงอิฐแดง ทั่วทั้งชั้นมีเสากรีกโรมันสีฟ้าขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลาง 20 เมตร ตั้งเรียงกันเหมือนตารางหมากรุก โดยเสาทุกต้นที่อยู่ใกล้ทั้งด้านซ้าย ขวา หน้าและหลังจะห่างกันประมาณ 100 เมตร เท่าๆกันทุกเสา เพดานทำจากหินอ่อน และเป็นแหล่งให้แสงสว่างแก่ชั้นนี้ไปในตัว ซึ่งแสงสว่างที่วาก็เป็นสีน้ำเงินอีกนั่นแหล่ะ นั่นจึงทำให้ทั่วทั้งบริเวณที่มองเห็นได้เต็มไปด้วยแสงสีน้ำเงินกระจายอยู่ทั่วทั้งชั้น

     

    แกร็บๆ!!!  ตู้ม!!!

              เสียงของเสาหินที่พังทลายดังมาจากทางที่บอสของชั้นที่ 100 ปรากฏตัวออกมา มันใช้มือข้างซ้ายทั้ง 10 ข้างทาบกับเสาแล้วบีบด้วยแรงกายจนเสาต้นนั้นแหลกละเอียด แล้วเศษหินก็ตกกระแทกพื้นจนเกิดเสียงดังก้องไปทั่วทั้งชั้น

    บอสที่ว่ามีขนาดสูงถึง 150 เมตร อย่างที่ว่าไป ว่ามันคือยักษ์ที่มีสีเขียว แต่งกายคล้ายกับนักแสดงโขน สวมหัวโขนของทศกัณฑ์ หากแต่ว่านั่นก็คือศีรษะของจริงไม่ใช่เครื่องแต่งกายสำหรับการแสดงแต่อย่างใด แต่จะต่างจากนักแสดงโขนก็ตรงที่ แขนทั้ง 20 ข้าง มีปลอกแขนเหล็กที่ดูภายนอกยังรู้ว่าหนา ครอบคลุมจากข้อมือไปจนถึงหัวไหล่ ส่วนข้อต่อก็ทำด้วยวัสดุคล้ายยางแต่ทนทานพอๆกับเหล็กกล้า แถมเครื่องแต่งกายช่วงล่าง ตั้งแต่กางเกงจนถึงข้อเท้าก็เป็นเกราะแบบยุคกลางจนดูขัดตาไม่ใช่น้อย จะมีก็แต่ ท่อนบนนั่นแหล่ะที่มีเพียงเครื่องประดับเล็กน้อยแขวนอยู่จนเห็นกล้ามเนื้อที่อัดแน่นของมันอย่างชัดเจน

     

    บ้าชิบ! เวลาตั้งตัวไม่มีแล้ว แถมไม่มีเวทย์ที่ใช้กู้สถานการณ์เลยซักนิด!

    ที่หลบก็มีแต่หลังเสา…. หรือจะกระโดดแล้วหนีขึ้นไปชั้นบน!?———

     

    〖หึหึ〗

    〝!!!!〞

              หลังจากที่มันทำลายเสาไปต้นนึงด้วยแรงบีบอย่างสบายๆ มันก็มองมาทางที่พวกกรยืนอยู่ และหัวเราะออกมาเบาๆราวกับจะเยาะเย้ย พลางฉีกยิ้มออกจนเห็นฟันทุกซี่ เสียจนดูน่าขนลุกไปพร้อมๆกันเลยทีเดียว

              ในขณะที่ยังคงสีหน้าหยอกล้อเล่นอยู่ ทศกัณฑ์ก็ยื่นมือ 10 ข้างที่เหลือทางขวามาทางจุดที่ทั้งสามคนยืนอยู่อย่างช้าๆ ราวกับกำลังหยอกล้อกับแมลงหรือมดปลวกอยู่ยังไงอย่างงั้นเลย

     

    〝มีอา! มาหลบหลังฉันเร็วเข้า!!!!〞

    〝แต่ว่า!!!!———〞

             พอมือของทศกัณฑ์ยื่นเข้ามาใกล้มากขึ้น จนมีระยะห่างเพียง 10 เมตรเท่านั้น แต่ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตมโหฬาร จึงดูเหมือนว่ามันใกล้แค่นิดเดียว แต่แม้กรจะสั่งออกไปแบบนั้น มีอาก็ไม่ได้เข้าไปหลบหลังเขาแต่อย่างใด ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะเธอกำลังสับสนกับสถานการณ์แบบสุดๆนั่นแหล่ะ และก่อนที่สถานการณ์จะย่ำแย่ไปกว่านี้ ก็ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากข้างหลังของกร ซึ่งคนๆนั้นก็คือ ผู้ประกาศนั่นเอง

     

    〝ชิ! ช่วยไม่ได้...【ไพรเวทไดเมนชั่น•สต๊อป!!!!】〞

    วูม!!!

             ทันทีที่เธอทำการประกาศใช้เวทย์ บรรยากาศบริเวณศูนย์กลางของเวทย์เช่นเธอก็บิดเบี้ยว และขยายตัวออกในเสี้ยววินาที แล้วเข้าครอบคลุมทั่วทั้งห้องบอส ผลลัพธ์ก็คือทุกๆอย่างตั้งแต่เสาหินที่กำลังแตกสลายและร่วงหล่นลงมายังพื้นตามแรงโน้มถ่วง ฝุ่นละอองที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศทั้งหมดอยู่ในสภาพหยุดนิ่งอย่างสิ้นเชิง ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น แม้จะในระดับนาโนเมตรก็ตามที รวมถึงทศกัณฑ์ที่เป็นบอสประจำชั้นที่แข็งแกร่งที่สุดเองก็ไม่มีข้อยกเว้น จะมีก็แต่กร มีอาและผู้ประกาศเท่านั้นที่ยังคงขยับได้อยู่

     

    ตุ๊บ!

    〝มีอา!〞

             ทันทีที่สถานการณ์ตรงหน้าผ่อนคลายความตึงเครียดลง แม้จะชั่วคราวก็ตาม มีอาที่ยืนสั่นจนถึงเมื่อครู่ก็ล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกับพื้นในทันที กรที่เห็นแบบนั้นจึงรีบเข้าไปประคองเธอเช่นกัน

     

    〝ขะ ขอโทษนะกร ฉัน———〞

    〝ไม่เป็นไร! อย่าฝืนเลยนะมีอา〞

    〝อะ อืม... ขอบคุณนะกร〞

             เพราะเห็นว่ามีอากำลังกังวล กรจึงวางมือบนหัวเธอและลูบไปมาเบาๆในทันที

    หลังจากที่มีอานั่งอยู่แบบนั้นพักนึงและกลับมาใจเย็นเหมือนเดิมแล้ว กรก็ถอนหายใจออกมาครั้งนึงเบาๆเพื่อปรับอารมณ์ จากนั้นก็ยันตัวขึ้นแล้วก็หันหลังไปพูดกับผู้ประกาศที่อยู่ข้างหลังตัวเองในทันที

     

    〝ก่อนอื่นขอบคุณที่ช่วยนะคุณผู้ประกาศ... หรือฉันเข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่า?〞

    〝ไม่ต้องห่วง… ฉันช่วยนายไว้แน่นอน〞

     

    อัตราการเต้นของหัวใจยังปกติดี… สายตาโฟกัสปกติ กล้ามเนื้อมีอาการเกร็งเนื่องจากสถานการณ์ตรึงเครียดเมื่อกี้เท่านั้น...

    ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงจริงๆสินะ โล่งอกไปที...

     

    〝ขอโทษล่วงหน้านะถ้าเสียมารยาท… แต่เวทย์ของเธอปลอดภัยแน่ใช่ไหม?〞

    〝โฮ่! คิดว่าฉันเป็นใครกันหล่ะ?〞

     

    ยังจะมาเล่นมุขหน้าระรื่นอีก! แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อน ถ้าเธอยังใจเย็นขนาดนี้ ก็เป็นไปได้ว่าเวทย์ของเธอปลอดภัยจริงๆ 

     

    〝จริงสิ! แล้วที่หยุดเวลาแบบนี้ จะทำดาเมจใส่บอสได้รึเปล่าหล่ะ?〞

    〝น่าเสียดายที่ทำแบบนั้นไม่ได้... พอฉันคลายเวทย์ออก สภาพของเรารวมถึงสสารอย่างอื่นยกเว้นความทรงจำจะกลับไปอยู่ในสภาพเดิมก่อนที่จะใช้เวทย์นี้ แน่นอนว่าต่อให้รักษาแผลพวกนี้ไป... พอคลายเวทย์บาดแผลก็จะกลับมาอยู่ดี〞

     

    อ๋อเหรอ? โลกนี้ไม่มีอะไรง่ายจริงๆแฮะ แต่ถึงงั้นก็คงจะเชื่อใจได้ในระดับนึงอยู่หรอกมั้ง เพราะอย่างน้อยก็ช่วยให้มีเวลาวางแผน....

    แต่เดี๋ยวดิ! จะว่าไปแล้ว ผู้ประกาศเองก็เป็นพวกเดียวกับฟรังซ์ ออลเดล... เป็นพวกเดียวกับบอสไม่ใช่เหรอ? แล้วจะมีเหตุผลอะไรที่ต้องช่วยพวกเราเนี่ย?

     

    〝ครับๆ เรื่องนั้นเชื่อก็ได้... ว่าแต่ขอถามเหตุผลที่ช่วยหน่อยได้รึเปล่า?〞

             กรจำใจตบมุขผู้ประกาศพอเป็นพิธีเพราะกำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ นั่นเลยทำให้ผู้ประกาศไม่พอใจนิดหน่อย แต่พอได้ยินคำถามของกรก็กลับมาแสดงสีหน้าจริงจังอีกครั้งในทันที

     

    〝แค่เพิ่มโอกาสรอดของตัวเองเท่านั้นแหล่ะ〞

    〝โอกาสรอดของเธอเหรอ? หมายความว่าไง? อธิบายมาให้ละเอียดหน่อยซิ〞

     

    〝จะอะไรซะอีก... สามหัวมันต้องดีกว่าหัวเดียวกระเทียมลีบอยู่แล้วนี่จริงไหม?〞

     

    เดี๋ยวสิ… ไหงพูดเหมือนกับโดนทิ้งแบบนั้นหล่ะฟ่ะเนี่ย

    ว่าแต่เธอหน่ะ เป็นผู้ประกาศไม่ใช่เหรอ? เป็นคนในแท้ๆ ไหงต้องมาลงมาเสี่ยงเองด้วยเนี่ย?

     

    〝อย่าบอกนะว่าเธอ... ถูกทิ้ง?〞

    〝ไม่ใช่ย่ะ!〞

    อ่ะ! ตะโกนด้วย

     

    〝แล้วทำไมหล่ะ?〞

    〝เฮ้อ! มันน่ารำคาญนะ ที่ต้องอธิบายหน่ะ〞

    〝แต่ยังไงก็ต้องอธิบายอยู่ดีไม่ใช่รึไง? ...เพราะงั้นก็รีบบอกมาเถอะ〞

              ผู้ประกาศถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ทันทีที่กรถามเหตุผล แต่เธอเองก็รู้ว่าไม่อธิบายก็ไม่ได้ จึงตอบกรกลับไปแทบจะทันที

     

    〝เพราะออกไปไม่ได้ต่างหาก... ห้องบอสทุกห้องเป็นแบบเข้าได้แต่ออกไม่ได้เหมือนกันหมด รวมถึงวิธีนอกเหนือจากเข้าทางประตูตามปกติอย่างการพังเพดานลงมาด้วยก็เหมือนกัน แล้วห้องบอสชั้นนี้ก็เป็นแบบห้ามใช้เวทย์ประเภทเคลื่อนย้ายด้วย ซึ่งที่ว่ามาทั้งหมดนั่นเป็นเวทย์ที่ใช้โดยไม่แบ่งแยก... หรือก็คือมีผลกับทุกคนไม่แม้แต่ดันเจี้ยนมาสเตอร์หรือตัวคนสร้างเองก็ไม่มีข้อยกเว้นเหมือนกัน〞

    〝จะบอกว่าไม่มีทางออกว่างั้นเหอะ?〞

    〝...ตามนั้น〞

              แล้วกรกับผู้ประกาศก็มองหน้ากันและถอนหายใจออกมาอย่างแรงพร้อมกันอย่างหน่าย โดยปล่อยให้มีอาที่นั่งพับเพียบอยู่ใกล้ๆเอียงคอสงสัยอย่างน่ารักน่าชังเหมือนทุกทีอยู่แบบนั้นพักนึง

     

    ให้ตายสิ... ไม่รัดกุมเอาซะเลยนะ อีแบบนี้ถ้าเกิดติดกับดักเข้าซะเอง เจ้าหนูนั่นหรือคนสร้างเองออกไม่ได้เหมือนกันสิ...

    〝ว่าแต่เดิมทีแล้ว ใครมันเป็นคนทำเรื่องยุ่งยากแบบนั้นกันหล่ะเนี่ย?〞

     

    ปึด!

            เสียงเส้นเลือดปูดโปนดังขึ้นมาทางผู้ประกาศอีกครั้งนึง นั่นจึงทำให้กรเพิ่งมารู้ว่าตัวเองเหยียบกับระเบิดเข้าให้อีกแล้ว

     

    〝ค่ะๆ! ขออภัยด้วยนะคะ ที่『ทำ-เรื่อง-ยุ่ง-ยาก』แบบนั้นไป... นะ-คะ〞

             แล้วเธอก็ฝืนยิ้มแหยๆมาทางกรทั้งที่กำลังหงุดหงิดอยู่ แต่นั่นกลับดูน่าขันและน่ารักมากกว่าน่ากลัว กรจึงอมยิ้มอยู่ในใจแทนที่จะกลัวเธอไปเสียอย่างงั้น

     

    〝จริงสิ... จะว่าอะไรไหมถ้าจะถามอีกซักข้อสองข้อ?〞

    〝ขึ้นอยู่กับเนื้อความ… ว่ามา〞

              แล้วกรก็หาจังหวะเปลี่ยนบรรยากาศโดยใช้คำถามใหม่ทันที ผู้ประกาศที่เลิกหัวเสียแล้วกลับมาใจเย็นอีกครั้งก็ตอบกรกลับได้ในทันทีเช่นกัน

     

    〝ไอ้ทศกัณฑ์... ไม่สิ ไอ้ยักษ์นั่นมันอะไรกัน?〞

     

    ก็แหม ฉันสงสัยสุดๆเลยนี่หว่า… ว่าไอ้ตัวที่หลุดออกมาจากแบบเรียนภาษาไทยนี่มันมาได้ไง

    ไม่ได้เข้ากันเล้ย!!! ถึงขั้นขัดหูขัดตาเลยด้วยซ้ำ... ทั้งที่บรรยากาศมันเป็นยุคกลางตะวันตกมาตลอดแท้ๆเชียว

     

    〝อา... ถ้าเรื่องนั้นหล่ะก็...〞

    〝อื้มๆ! ถ้าเป็นเรื่องนั้นหล่ะก็?〞

    〝บอกไม่ได้〞

    〝เอ๋!!!———〞

             ผู้ประกาศเว้นช่วงเล็กน้อย ก่อนที่จะบอกปักคำถามของกรอย่างสิ้นเชิง

     

    〝ทะ ทำไมเล่า!!!〞

    〝ไม่อยากตอบ มีไรมะ?〞

             ผู้ประกาศยิ้มออกมาอย่างร่าเริง ด้วยท่าทางขี้เล่นจนดูกวนประสาทในขณะที่ตอบกรออกไป นั่นจึงทำให้กรที่รอคำตอบอย่างจริงจังหงุดหงิดขึ้นมาในทันที

     

    ฮึ่ย! หนอยแน่ยัยบ้านี่! นี่คิดจะกวนประสาทกันรึไงฟ่ะ!

    ก่อนหน้านี้ก็กวนส้นมาหลายครั้งแล้วนะ.. รู้สึกอยากอัดคนเว้ยยยยย!!!

    พอกันที... ณ จุดนี้ กระผมจะไม่ทนอีกแล้วววววว!!!!!!!!!!!

     

    〝หมดความอดทนแล้วเฟ้ย! ยัยแว่นนี่ คิดว่าสถานการณ์ในตอนนี้มันเป็นยังไงกันฟ่ะ! ถ้าไม่แชร์ข้อมูลแล้วจะสู้ด้วยกันยังไงหา!!!!〞

    〝หนวกหูย่ะ! แค่จะร่วมมือกันสู้ จะรู้ข้อมูลยิบย่อยไปทำไม รำคาญจะตายชัก... แล้วเดิมทีแค่ร่วมมือกันก็ไม่ได้นับว่าเป็นพวกพ้องซักหน่อย!!!〞

              แล้วทั้งสองคนก็เริ่มปะทะฝีปากกันอีกครั้ง มีอาที่นั่งอยู่ใกล้เห็นกรโดนตะคอกใส่ก็ฉุนเฉียวจนถึงกับจะเข้าโหมด『อัลติเมทมีอา(ชื่อไม่เป็นทางการ)』เลยทีเดียว แต่เคลเบรอสที่เธอสะพายอยู่กระซิบบอกมีอาเบาๆประมาณว่า〖ใจเย็นไว้โยม〗 เธอก็เลยผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ก็มากพอที่จะไม่เข้าโหมดยันเดเระ(แบบกรเป็นฝ่ายถูกเสมอ) เช่นทุกครั้ง

     

    〝ยัยนี่!!! การสู้แบบปาร์ตี้ สำคัญที่สุดคือทีมเวิร์คนะเฟ้ย!!!〞

    〝หึ! ใครสนหล่ะ!!! นายกับเธอตรงนั้นหน่ะ ทำตัวว่านอนสอนง่ายแล้วเป็นเบี้ยให้ฉันใช้ก็พอแล้ว!〞

     

    ใจจริงคือแบบนี้เองหรอกเร้อ!!!!!

     

    〝นี่ไม่ได้กะจะร่วมมือตั้งแต่แรกแล้วสินะเนี่ย!〞

    〝ก็ใช่หน่ะสิ! คิดว่าตัวเองเป็นพระเอกในอนิเมะรึไง? โลกนี้ไม่มีอะไรง่ายหรอกนะพ่อหนุ่ม... รู้ไหมว่ากว่าเบ*(ตื้ด!)ต้า จะกลายมาเป็นพรรคพวกเต็มตัวหน่ะ... มันลำบากแล้วก็นานขนาดไหน?〞

     

    พ่อหนุ่มบ้านป้าเธอสิ! วางท่าใหญ่โตมาจากไหนกัน เป็นลูก สส. ที่ไหนรึไง!?

    แล้วทำไมต้องเป็นดรา*(ตื้ด!)บอล ด้วยฟ่ะ! ...ไม่สิปัญหามันใช่ตรงนั้นซะที่ไหน!!!!

     

    〝เออๆ เรื่องนั้นช่างหัวมันก่อน! แต่ยังไงฉันกับมีอาก็จะไม่มีวันยอมให้เธอสั่งแน่ๆ〞

    〝รู้น้อยยังมาวางกล้ามใหญ่โตอีกนะ〞

    〝ใครสนเรื่องนั้นกันเล่า! ขืนให้เธอคุมปาร์ตี้ มีหวังพวกเราตายหยังเขียดเพราะกลายเป็นตัวล่อใช้แล้วทิ้งแหงๆ... แล้วเดิมทีเธอบอกเองไม่ใช่รึไง ว่าจะตอบคำถามถ้าฉัน『ชนะ』หน่ะ〞

     

    〝เอ๋!!!!!!!!!!!!!〞

    〝หืม!!!!!!!!!!!!!〞

              ทันทีที่กรพูดออกมาแบบนั้น ผู้ประกาศและตัวคนพูดเช่นกรก็ตกตะลึงจนเบิกตาโพลงกับคำว่า『ชนะ』ออกมาในทันที

     

    〝ฮะฮ่า! จะว่าไปแล้ว.... การประลองของพวกเราก็ยังไม่รู้ผลเลยนี่หว่า〞

    〝หึหึ! ก็ดีนี่! …มาตัดสินกันตอนนี้ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า〞

    หึ! ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!———

             ทั้งสองคนหัวเราะออกมาพร้อมๆกันอย่างบ้าคลั่งราวกับนัดแนะกันไว้ แต่ผู้ประกาศดูจะยังรักษามาดผู้ดีไว้ได้มากกว่ากร เธอจึงไม่ได้อ้าปากหัวเราะออกมาเสียจนเห็นลิ้นไก่เช่นกร

     

    〝ดะ เดี๋ยวก่อนสิกร!!! จะสู้กันอีกงั้นเหรอ?〞

             และก็แน่นอนว่าถ้าเกิดการปะทะกันจริง มีอาก็ต้องเป็นห่วงกรอยู่แล้ว เธอจึงตะโกนออกไปแบบนั้นแทบจะทันทีที่ทั้งสองคนแผ่บรรยากาศไม่เป็นมิตรใส่กันเมื่อครู่

     

    〝ไม่ต้องห่วงมีอา... หนนี้ฉันจะไม่สู้กับยัยนี่หรอก... ก็วิธีตัดสินมันไม่ได้มีแต่การสู้กันนี่นา〞

    〝เอ๋!?〞

    〝โฮ่! รู้สึกหงุดหงิดที่คิดเหมือนกับนายก็จริง... แต่ฉันเองก็ไม่คิดจะสู้ให้เปลืองกำลังเล่นหรอกนะ〞

    〝แล้วทั้งสองคนจะตัดสินกันยังไงเหรอ?〞

    〝อืม...〞

     

    ถึงจะถามกระผมแบบนั้นก็เถอะ... แต่ก็ยังไม่ได้คิดซะด้วยสิ

    อย่างแรกก็คือ ต้องไม่ใช่เรื่องเปลืองกำลังอย่างการขยับร่างกายนู่นนี่นั่น... เพราะงั้นก็ต้องเป็นการตัดสินโดยใช้สมองนี่หล่ะที่เข้าท่าสุด

     

    ไม่ต้องขยับร่างกาย... ถ้างั้นก็คงต้องตัดสินกันด้วยเกมหล่ะนะ...

    แต่จะให้เป่ายิ้งฉุบนี่ก็ไม่เอาหรอก... ก็ถ้าพิสูจน์ได้ว่าใครฉลาดกว่ากัน ก็พิสูจน์ได้เหมือนกันนี่นาว่าใครเหมาะจะเป็นคนคุมทีม...

    อืม... ถ้างั้นก็มีอยู่เกมเดียวแล้วหล่ะที่เหมาะกับการตัดสินแบบนี้หน่ะ

     

    〝นี่เธอหน่ะ! ถ้ารู้จักอนิเมะในโลกของฉัน ก็แสดงว่าวัฒนธรรมอย่างอื่นก็ต้องรู้จักด้วยหล่ะสินะ〞

    〝อา... ถ้าเป็นเรื่องทั่วไปหล่ะก็นะ... ตั้งแต่อาหารการกิน ชีวิตประจำวัน ประวัติศาสตร์... อย่างเรื่องยิบย่อยเกี่ยวกับสถานการณ์ทั่วไปก็รู้หมดแหล่ะ… แถมอีกอย่าง เรื่องเกมและกีฬาเองก็อยู่ในหัวด้วยนะ〞

     

    หืม... ยัยนี่ รู้ลึกกว่าที่เราคาดซะอีกแฮะ

    ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ว่าเธอรู้เรื่องพวกนั้นได้ยังไง... ว่าแต่ทำไมถึงรู้จักแต่อนิเมะกันหล่ะฟ่ะ!

     

    แล้วพูดว่าเกมกับกีฬาด้วย.. แสดงว่าเธอเองก็พอจะรู้แล้วสินะว่าเราจะใช้อะไรตัดสิน

    แต่ก็เพราะเรื่องนั้นแหล่ะ... เลยทำให้สามารถใช้เกมในโลกเดิมของเราตัดสินได้

     

    〝ถ้างั้นก็ค่อยคุยกันง่ายหน่อย... งั้นก็เอาหล่ะนะ【วู้ดเมด!!!】〞

             ทันทีที่กรสั่งใช้งานเวทย์พฤกษา ก็ทำการจำลองภาพในหัว แล้วสิ่งที่คิดก็ปรากฏออกมาในทันที อันประกอบไปด้วยกระดานลายขาวดำขนาด 8*8 ช่อง ขนาดพอเหมาะ รวมถึงตัวหมากที่มีรูปร่างต่างกันอาทิ อัศวิน บิชอบ เบี้ย(พอน) ฯลฯ ก็ก่อรูปร่างขึ้นมาจากไม้พร้อมๆกัน

     

    〝นี่มัน... อะไรกันเนี่ย〞

             มีอาที่ลุกขึ้นมายืนแล้วก็เดินเข้ามาหากรตั้งแต่ที่ร่ายเวทย์แล้ว เป็นคนถามออกมาแบบนั้น เห็นได้ชัดว่า มันไม่ใช่สิ่งที่มีอยู่โดยทั่วไปของโลกนี้

     

    〝เป็นอีกครั้งที่น่าโมโหจริงๆ ...ดูท่าว่าเราจะคิดเหมือนกันนะ〞

    〝แสดงว่าเธอรู้จักเจ้านี่จริงๆสินะ...〞

    〝อา... นี่เป็นเกมที่ฉันกับฟรังซ์เอาไว้เล่นฆ่าเวลาในช่วงนี้เลยหล่ะนะ〞

    〝งั้นก็ดีเลย จะได้ไม่ต้องมาอธิบายกฎให้เสียเวลา...〞

     

    ที่ปรากฏตรงหน้าของฉันก็คือ กระดานแบนราบที่มีลายขาวดำสลับเป็นช่องขนาด 8*8 ช่อง

    ตัวหมากมีสีดำและสีขาว ประกอบด้วยเบี้ยฝั่งละ 8 ตัว

     

    มีบิชอบ เรือ อัศวิน อย่างละ 2 ตัว... และมีควีนกับคิงอีกอย่างละตัว

    ก็คิดว่าน่าจะรู้อยู่แล้วหล่ะ แต่ถึงแบบนั้นก็อยากจะบอกให้รู้อีกครั้งหล่ะนะ

     

    〝งั้นก็มาเริ่มกันเลยเถอะ... ตัดสินกันด้วย『หมากรุก』นี่แหล่ะ!!!〞


    ❖❖❖❖❖

     

              หมากรุก... เกมกระดานแนววางแผน โดยมีเงื่อนไขในการชนะอีกฝ่ายคือ การทำให้หมากที่เรียกว่า『คิง』ของอีกฝ่ายถูกยึดและเดินหนีไม่ได้ โดยการใช้ตัวหมากที่มีวิธีการเดินและกินที่แตกต่างกัน อันได้แก่เบี้ย บิชอบ เรือ อัศวิน และควีน ในการโจมตีอีกฝ่ายจนกว่าจะถึงตาเดินสุดท้ายที่อีกฝ่ายเข้าเงื่อนไขพ่ายแพ้ เรียกว่า รุกจน หรือ เช็คเมท

             หมากรุกไม่มีเรื่องดวงมาเกี่ยว เป็นเกมที่ต้องใช้ไหวพริบและการคิดวิเคราะห์ล่วงหน้าถึงตาเดินของอีกฝ่าย ดังนั้นมันจึงถือเป็นเกมที่ใช้ตัดสินสติปัญญาได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งในกรณีของกรและผู้ประกาศนั้น ต้องเรียกว่าเป็นเกมที่ใช้ตัดสินได้อย่างยุติธรรมและอีกฝ่ายยอมรับได้อย่างแท้จริงเลยทีเดียว

    อนึ่ง หมากรุกที่ทั้งสองคนใช้ตัดสินกันคือ หมากรุกสากล เพราะในตอนแรกกรนั้นคิดว่าเธอคงไม่รู้จักหมากรุกไทย จึงใช้ของที่เป็นที่รู้จักมากกว่าอย่างหมากรุกสากลแทน แต่พอถามดูผู้ประกาศก็กลับรู้กฏของหมากรุกไทยเสียอย่างงั้น แต่เพราะหมากรุกไทยใช้ตาเดินมากกว่า ทั้งสองคนที่อยากจบศึกโดยเร็วจึงเห็นพ้องต้องกันว่าจะใช้หมากรุกสากลในการตัดสินนั่นเอง

     

    〝ตัดสินกันในรอบเดียวเลยโอเคไหม?〞

    〝ครั้งเดียวนั่นแหล่ะดีแล้ว... เล่นหลายครั้งก็เหนื่อยเปล่าๆ〞

             หลังจากที่กรสร้างกระดานและหมากครบแล้วก็ทำการเปลี่ยนที่จากจุดที่เคยอยู่ไปไกลพอสมควร เพราะจุดเดิมอยู่ใกล้กับบอสนั่นแหล่ะ แม้จะรู้ว่ามันขยับไม่ได้แต่ยังไงก็ยังทำให้เสียสมาธิอยู่ดี

              หลังจากที่ทั้งสามคนหาที่นั่งเหมาะๆได้ ก็วางกระดานลงแล้วกรก็นั่งขัดสมาธิ อยู่ทิศตรงข้ามกับผู้ประกาศที่นั่งทับขาแบบเทพธิดาอย่างเรียบร้อย ส่วนมีอานั้นนั่งพับเพียบเหมือนทุกทีอยู่ข้างหลังกรโดยเยื้องไปทางขวาของกรนิดหน่อยเพื่อให้มองเห็นกระดานได้อย่างชัดเจน

     

    〝นายนี่... ท่าจะชอบหมากรุกมากเลยนี่นา〞

    〝!!!〞

    กึก!

              ทันทีที่ผู้ประกาศพูดออกมาแบบนั้น ขณะที่ทั้งสองคนกำลังเรียงหมากกันอยู่ กรก็ตกตะลึงจนชะงักและหยุดมือของตัวเองในทันที แต่ซักพักก็ขยับมือเพื่อจัดหมากต่อ

     

    〝เห๋! ทำไมถึงคิดงั้นหล่ะ?〞

    〝ก็หลังจากที่สู้เสร็จทุกครั้ง... นายก็พูดว่า เช็คเมท! ด้วยนี่นา...〞

    〝นี่เธอเป็นสตอร์คเกอร์รึไง?〞

    〝เรียกว่าสิทธิพิเศษของผู้ประกาศจะดูดีกว่านะ... ว่าแต่จะตอบได้รึยังหล่ะ!?〞

    〝…….〞

              กรที่แม้จะพยายามเบี่ยงประเด็นต่อคำถามไร้มารยาทเพราะถามเรื่องส่วนตัวมากเกินไปของผู้ประกาศแต่ก็ไม่อาจเลี่ยงได้ จึงทำหน้าเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่เงียบๆซักพัก ก่อนที่จะตอบออกไปตามตรงโดยไร้ซึ่งท่าทางเสแสร้งใดๆ

     

    〝ก็ชอบหน่ะสิ... ก็เพราะหมากรุก... เป็นเกมที่พ่อเค้าชอบเล่นนี่นา〞

    กรพูดแบบนั้นพลางก้มหน้าลงต่ำราวกับนึกถึงความหลังที่ตัวเองเล่นหมากรุกกับพ่อที่เสียไปแล้วของตัวเองอยู่อย่างเศร้าๆ ซึ่งนั่นทำให้มีอาที่นั่งอยู่ข้างหลังของกรสังเกตได้ และรู้สึกสลดตามไปนิดหน่อย แต่ทั้งที่อยากให้กำลังใจ แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา นั่นเพราะ…

     

    〝และเพราะแบบนั้นแหล่ะ ฉันถึงจะ... แพ้ไม่ได้เด็ดขาด!!!〞

    กรพูดออกมาแบบนั้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง หนักแน่นและฉะฉาน หลังจากนั้นเพียงเสี้ยววินาที กรที่กำลังสลดก็เปลี่ยนสายตาเป็นจริงจังและเฉียบคมขึ้นมาในทันที และส่งสายตานั่นจ้องเขม็งไปยังผู้ประกาศที่อยู่ตรงข้ามจนร่างเธอกระตุกไปเล็กน้อยเลยทีเดียว

     

    〝เข้าใจหล่ะ… ขอโทษที〞

    〝ไม่ล่ะ... ต้องขอบใจเธอที่ถามออกมาแบบนั้น... ตอนนี้ฉันเครื่องร้อนสุดๆเลยหล่ะ!〞

    〝งั้นเหรอ น่าชื่นชมจริงๆ ...ขอยอมรับในจุดนี้ของนาย แต่ว่า!!!〞

    ก๊อง!

              ฝ่ายผู้ประกาศที่เป็นหมากสีขาว เริ่มก่อนในทันทีที่พูดแบบนั้นออกไป ทันทีที่พูดแบบนั้นเธอก็ขยับเบี้ยตัวแรก เข้าไปหากรถึงสองช่องในตาเดินแรกในทันที

     

    〝ขอบอกนายไว้เลยนะ... ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยแพ้เลยซักครั้งเดียวนะจะบอกให้〞

    〝อ๋อเหรอ!〞

    ก๊อง!

             กรพูดประชดออกไปแบบนั้นพลางขยับเบี้ยตัวริมสุดออกไปหนึ่งช่องในตาเดินแรกเช่นเดียวกัน

     

    〝แต่ฉันเนี่ยสิ! ตั้งแต่เกิดมายังเอาชนะพ่อไม่ได้เลยซักครั้ง〞

    〝โอ๊ะโอ๋! แล้วแบบนี้จะไหวไหมจ๊ะเนี่ย?〞

    〝ก็คอยดูเอาแล้วกันน่า...〞

    .

    .

    .

    .

     

    〝เช็ค!〞

    〝บ้าชัดๆ!〞

              หลังจากเกมดำเนินไปได้ถึงช่วงท้าย กรเป็นคนประกาศรุกผู้ประกาศอย่างต่อเนื่อง แล้วคนที่สบถแบบนั้นออกมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ก็คือผู้ประกาศที่กำลังหัวเสียนั่นเอง

             ในช่วงแรกนั้นผู้ประกาศได้เปรียบเสียจนคิดว่ากรแพ้ 100% เลยทีเดียว นั่นเพราะยังไม่ถึง 5 ตาแรก กรก็เสียควีนที่เป็นหมากที่เก่งที่สุดให้กับเธอแบบโง่ๆเสียแล้ว แล้วพอถึงตาที่ 15 กรก็เสียบิชอบไป 1 ตัว เสียเรือไปทั้งหมด และเสียเบี้ยไป 2 ตัวอีกต่างหาก แตกต่างจากฝั่งผู้ประกาศที่เสียเบี้ยไป 4 ตัว อัศวินและบิชอบอีกอย่างละ 1 ตัวเท่านั้น

             

             แต่หลังจากช่วงตาที่ 30 ผู้ประกาศเริ่มบุกเข้าเขตกรยากขึ้น ต่างจากกรที่ใช้อัศวินทั้ง 2 ตัวที่เหลืออยู่บุกเข้าเขตของผู้ประกาศเรื่อยๆอย่างเหนือชั้น และใช้อัศวินเก็บกวาดเบี้ยที่ขวางทางอยู่อย่างต่อเนื่อง แตกต่างจากผู้ประกาศที่ถูกเบี้ยของกรที่เหลือ 4 ตัว และบิชอบอีก 1 ตัว รวมคิงที่ควรอยู่ในที่ปลอดภัย แต่กรเองก็ใช้เดินมันออกมาจนถึงกลางกระดานเลยทีเดียว กว่าที่ผู้ประกาศจะรู้ตัว หมากบนกระดานของเธอทั้งหมดก็ถูกควบคุมโดยโครงสร้างที่กรจงใจสร้างไว้ตั้งแต่แรกไปแล้ว

     

    ก๊อง!

    〝เช็ค!〞

    〝หนอย!〞

             กรกดดันคิงของผู้ประกาศไปเรื่อยๆ โดยใช้อัศวินแค่สองตัว พร้อมทั้งเก็บกวาดตัวที่อยู่ใกล้เคียงไปพร้อมกับ โดยการเดินด้วยวิธีนี้ สามารถกินได้หลายทางแต่หากคิงถูกอัศวินรุกอยู่ หมากตัวอื่นที่อยู่ในรัศมีการกินของอัศวินก็ต้องถูกกินไปโดยปริยายเพราะไม่สามารถเลือกคิงตายได้

             และในขณะที่กรกดดันเข้าไปเรื่อยๆ แม้จะมีบ้างในจังหวะที่กรไม่ได้ทำการรุก ผู้ประกาศก็จะเดินหมากเพื่อหวังรุกคืนบ้าง แต่ก็กลับถูกขัดด้วยหมากของตัวเองแทนเสียอย่างงั้น เพราะหลังจากที่กรกินหมากของผู้ประกาศครั้งล่าสุด กรก็เพิ่งกินบิชอบตัวปัญหากับอัศวินที่เหลืออีก 1 ตัว และเบี้ยอีก 2 ตัวของผู้ประกาศไป

    แม้ตอนนี้เธอจะเหลือควีนแต่ก็ไม่สามารถขยับไปไหนได้ เพราะถูกผนึกโดยเบี้ยทั้ง 2 ตัว และหมากที่เหลือ ซึ่งในจังหวะปัจจุบันนี้ หากเธอขยับควีนหนี มันก็คือการเปิดรุกทันที และเพราะแบบนั้นเลยทำให้หมากขวางทางเดินของคิงที่อยู่สุดขอบของตารางฝั่งตัวเองตลอดแนวเป็นทางยาวราวกับจัดฉาก แถมหมากทั้งหลายที่ขวางทางอยู่นี้เองก็อยู่ในสภาพเดียวกับควีนคือหากเปลี่ยนตำแหน่งจะเป็นการเปิดรุกทันที นั่นจึงทำให้คิงได้แต่รอความตายโดยที่ไม่สามารถนำหมากตัวอื่นมาขวางเป็นตัวตายตัวแทนได้เลยทีเดียว

    แล้วพอกรทำการเดินเบี้ยตัวที่นำบุกเข้ามาโดยใช้เบี้ยอีก 1 ตัวที่มาด้วยกันเป็นเหยื่อก็เข้าไปถึงสุดขอบของตารางซึ่งเป็นแนวเดียวกับคิงได้ ผู้ประกาศที่เห็นกรเดินเบี้ยไปจนสุดกับเห็นคิงที่เดินได้แค่ซ้ายกับขวาก็รู้สภาพของตัวเองได้ในที่สุด

     

    〝โปรโมชั่น ควีน! เช็คเมท!〞

    〝ชิ! บ้าชัดๆ! ไหนบอกว่าไม่เคยชนะไง... โกหกกันนี่นา〞

             ผู้ประกาศที่แพ้อย่างขาดลอยในทางยุทธวิธีรบ ทำท่างอนแก้มป่องออกมาอย่างน่ารักน่าชังราวกับจะกลบเกลื่อนเรื่องที่พูดไปตอนเริ่มแข่งจนดูน่ารักไม่หยอกทีเดียว

     

    〝ไม่ได้โกหกซักหน่อย! ฉันไม่เคยชนะพ่อก็จริง... แต่กับคนอื่นหน่ะ ฉันไม่เคยแพ้เลยซักครั้งเดียว〞

    〝ฮึ่ย! นิสัยไม่ดี〞

    〝เธอเข้าใจผิดไปเองนี่นา〞

     

    นี่ขนาดแข่งกับคนที่มีสุดยอดการประมวลผลเหมือนกัน เรายังชนะง่ายๆเลยเหรอเนี่ย

    กะแล้ว... พ่อเรานี่สุดยอดจริงๆแฮะ ไม่ใช่คนแล้วมั้งเนี่ย...

             แล้วพอผ่านไปซักพัก กรก็ฉีกยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อนึกย้อนกลับไปในตอนที่เขาเล่นหมากรุกกับพ่อแล้วไม่เคยชนะได้เลยซักครั้ง ถึงจะเคยเฉียดมาบ้างแต่ก็โดนพลิกกระดานจนแพ้เหมือนเดิม พอคิดถึงความสนุกในตอนนั้นแล้ว ตัวกรเลยคิดขึ้นมาบ้างว่าอยากกลับไปเล่นหมากรุกกับคุณพ่ออีก แต่ก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้แล้ว เขาจึงส่ายหน้าเบาๆครั้งนึงเพื่อปัดเป่าความเศร้าออกจากใบหน้าและจิตใจ ก่อนที่จะดึงสติกลับมาสู่ความเป็นจริงอีกครั้ง

     

    〝เอาเถอะ! สัญญาก็คือสัญญา... นายชนะแล้ว〞

    〝อืม… ต่อจากนี้ ฉันคือหัวหน้าปาร์ตี้โอเคนะ...〞

    〝ไม่ขัดข้อง… ถ้าสั่งให้ไปตายก็จะไปตายเลยคอยดู〞

     

    อะไรจะขนาดนั้นฟ่ะ! ยัยแว่นนี่ต้องล้อเล่นแหงมๆ

     

    〝ไม่เอาน่า เลิกล้อเล่นก่อนเถอะ 〞

    〝โดนจับได้ซะแล้ว〞

    〝กะแล้วเชียว〞

             กรถอนหายใจออกมาครั้งนึงเบาๆก่อนที่จะพูดต่อไป

     

    〝ถ้างั้น... ถึงเธอน่าจะรู้จักพวกเราอยู่แล้วเพราะแอบดูอยู่ตลอด———〞

    〝เสียมารยาท! 〞

    〝เถอะน่า! ...เพราะงั้นคราวนี้ก็มาแนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการได้แล้วมั้ง〞

    〝ในฐานะอะไรหล่ะ... ลูกน้องในปาร์ตี้ พวกพ้องที่ร่วมเป็นร่วมตาย หรือว่าเบี้ยใช้แล้วทิ้ง?〞

             แม้คำพูดของผู้ประกาศจะฟังดูเหมือนล้อเล่น แต่แววตาของเธอกลับดูดุดันและจริงจังมาก ซึ่งมันมากกว่าตอนที่เธอบอกว่าจะฆ่ากรในตอนที่แปลงร่างในตอนที่อยู่ชั้นที่ 75 เสียอีก กรจึงได้ยินเสียงจากสัญชาตญาณอันแม่นยำของตัวเองว่าจะตอบคำถามนี้พล่อยๆหรือส่งเดชไม่ได้ ก็ตอบเธอกลับไปด้วยท่าทีจริงจังและจริงใจที่สุดในชีวิตออกไป

     

    〝ในฐานะ『เพื่อน』ยังไงหล่ะ!!! 〞

    〝!!!〞

     

    【เพื่อน.... เหรอ?】

              ผู้ประกาศค่อนข้างตกใจกับคำตอบที่สั้นและเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความจริงใจของกร จึงรำพึงคำพูดของกรซ้ำๆอยู่ในลำคอหลายครั้ง ก่อนที่พวกกรจะเป็นคนเริ่มแนะนำตัวก่อน

     

    〝เธอคนนี้ชื่อมีอา… เป็น เอ่อ... ฟะ แฟนฉันเอง!〞

    〝มีอา ค่ะ ฝากตัวด้วย...〞

    〝อืม...〞

             กรที่เป็นฝ่ายแนะนำมีอาด้วยตัวเอง พอต้องบอกสถานะระหว่างตัวเองกับมีอาออกไปก็กลับอายจนหน้าแดง ผู้ประกาศที่เห็นแบบนั้นก็อมยิ้มออกมาเล็กน้อย

     

    〝ชื่อของฉันคือ กร... เรียกสั้นๆแบบนี้แหล่ะ〞

    〝มีอา... กร อืม... งั้นทีนี้ก็ตาของฉันหล่ะสินะ...〞

             ผู้ประกาศพูดชื่อของทั้งสองคนซ้ำอีกครั้งก่อนที่จะเริ่มแนะนำตัวเองแก่กรและมีอาเป็นครั้งแรก

     

    〝ฉันเป็นหนึ่งในผู้ดูแลดันเจี้ยนแห่งนี้... ชื่อของฉันคือ『เมอร์ลิน』ฝากตัวด้วย〞

             ผู้ประกาศพูดชื่อของตัวเองออกมาอย่างเขินๆราวกับไม่มีใครเรียกชื่อนี้นานแล้วยังไงอย่างงั้นเลย แต่พอกรและมีอาได้ยินชื่อของเธอเป็นครั้งแรก ก็ยิ้มออกมาและตอบกลับไปในทันที

     

    〝อา... ฝากตัวด้วยนะ เมอร์ลิน!〞

    〝มาพยายามกันเนอะ เมอร์ลิน!〞

    〝....อื้ม〞

              ผู้ประกาศที่ได้รับการตอบกลับอย่างอบอุ่นก็อมยิ้มเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ก็ตอบกลับทั้งสองคนไปเบาๆด้วยอาการขวยเขินราวกับเพิ่งเจอคนแปลกหน้า โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้าเธอจะเป็นคนที่เธอสนิทด้วยที่สุดทั้งที่เพิ่งเคยพบหน้า และทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้าจะกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า『ครอบครัว』ที่สำคัญที่สุดของเธอไปจนถึงวันที่เธอสิ้นลมหายใจเลยทีเดียว

     

    ❖❖❖❖❖


    คล้ายกับเรื่องชีวิตบัดซบเพราะถูกส่งมาต่างโลก เลยสร้างปาร์ตี้สุดโหดไปตบเกรียนพระเจ้ามันซะเลย (Juti: Cheaters Party) ที่คุณอ่าน