ชั้นบนของตัวปราสาทก็ดูจะมีสภาพเดียวกันกับชั้นล่าง สายลมแรงพัดกรรโชกผ่านเข้ามาทางโพรงใหญ่ บนผนังด้านไกลที่ถูกทําลาย อากาศเย็นเยือก ด้วยขณะนั้นอยู่ใน่ฤดูหนาว สายลมที่พัดผ่านเข้ามาอย่างไม่ขาดระยะได้พาความหนาวเย็นเข้ามาด้วย เมื่อมองตรงไปข้างหน้าจะเห็นช่องแคบ ๆ ที่มืดมิด
ทันทีที่รอยซ์ขึ้นมาถึงชานพักชั้นบน อินเจลแรมซึ่งกระชากดาบออกมาถือไว้ในมือ ก็วิ่งนําหน้าด้วยท่าทางกระตือรือร้น เจตนาของเขาก็เพียงแต่้าจะพิทักษ์เ้านายของตนเท่านั้น แต่เนื่องจากพื้นชั้นบนเลือกลื่น ทําให้เขาก้าวพลาดลื่นไถลไปทางโพรงที่เปิดกว้างอยู่
มือไวเท่าความคิด ทําให้รอยซ์คว้าคอทหารหนุ่มผู้นั้นไว้ได้ทัน กระชากร่างเหวี่ยงไปทางด้านหนึ่งก่อนที่จะตกลงไปตาย อินเจลแรมสั่นศีรษะขับไล่ความมึนงงที่ชนเข้ากับฝาผนังด้านนั้นอย่างแรง เมื่อตั้งสติได้ก็คว้าดาบวิ่งตามเ้านายต่อไป
รอยซ์ถึงกับส่ายหน้าด้วยความหงุดหงิดใจ เมื่อเห็นความโง่เขลาเบาปัญญาของอินเจลแรม ที่มุ่งหน้าแต่จะป้องกันภัยให้เขาเพียงถ่ายเดียว รอยซ์เดินมุ่งหน้าไปทางห้องโถงกลางของตัวปราสาท เมื่อมาถึงห้องแรกก็พบว่า ประตูห้องนั้นถูกปิดขัดดาลไว้แ่า แต่เขาเพียงแค่ออกแรงถีบประตูบานนั้นก็เปิดผางออก และรอยซ์ก็ก้าวเดินเข้าไปภายใน
ปรากฏว่ามันเป็ห้องนอน ซึ่งขณะนั้นเทียนไขทั้งหกดวงยังจุดสว่างไสวอยู่ สาวใช้คนหนึ่งขดตัวสั่นงันงกอยู่ตรงมุมห้อง
“ใครเป็เ้าของห้องนี้” รอยซ์ถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้น
“นายหญิงนิโคล่าเ้าค่ะ” สาวใช้ตอบเสียงแ่เบา
รอยซ์ใช้เวลาในการสํารวจตรวจตราห้องนี้อยู่ ออกจะแปลกใจอย่างมากที่เห็นห้องได้รับการจัดแต่งไว้อย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยอย่างที่เขานึกไม่ถึง เตียงนอนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ชิดผนังด้านหนึ่ง ฟากตรงข้ามคือที่ตั้งของเตาผิงขนาดใหญ่ มีโต๊ะเครื่องแป้งเล็ก ๆ ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง
ไม่มีเสื้อผ้าแขวนไว้บนราวหรือตะขอที่พอจะทําให้รอยซ์กะขนาดสัดส่วนของเ้าของห้องได้ ขณะที่เขาหันหลังจะเดินออกจากห้องก็พบว่ามันยังมีประตูอีกบานหนึ่ง ซึ่งเปิดติดต่อกับห้องนี้ และถูกขัดดาลไว้จากภายในอย่างแ่าด้วยเช่นกัน รอยซ์เกือบจะถีบประตูให้เปิดออกอยู่แล้ว ก็พอดีกับที่ได้ยินเสียงถอดสลักดังมาจากภายใน
ประตูบานนั้นเปิดออกโดยสาวใช้วัยรุ่นคนหนึ่ง สีหน้าของหล่อนบอกความตระหนกอย่างเห็นได้ชัด หล่อนขยับจะถอนสายบัวแสดงความเคารพ แต่ก็ทําไม่ถนัดนัก เมื่อสบสายตาของเขาเข้า ทําให้หล่อนผวาวิ่งกลับเข้าไปในห้องใหญ่นั้น
มันเป็ห้องโถงกว้างที่สว่างไสวอยู่ด้วยแสงเทียน มีแท่นบูชาคลุมด้วยผ้าสีขาวตั้งอยู่เบื้องหน้าเตาผิงขนาดใหญ่ และบนพื้นเบื้องหน้าแท่นบูชานั้น มีคนจํานวนหนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่
เขามองเห็นแม่ชีคนนั้นทันที เธอนั่งคุกเข่าก้มหน้าอยู่ในท่าอธิษฐาน มือทั้งสองกอดกางเขนที่แขวนอยู่กับเชือกหนังเส้นเรียวบางสีดําตรงลําคอ
เธออยู่ในเครื่องแต่งกายชุดสีขาว นับแต่ผ้าคลุมศีรษะลงมาจนกระทั่งถึงรองเท้าสีขาว รอยซ์เข้ามาหยุดอยู่ด้านในของประตู รอเวลาที่เธอจะเหลือบมาเห็นเขาเข้า สังเกตเห็นสาวใช้ที่คลานเข้าไปแตะไหล่เธอเบา ๆ และก้มลงกระซิบกระซาบอยู่ที่ริมหู
“ซิสเตอร์แดเนียลเ้าคะ แม่ทัพนอร์มันเดินทางมาถึงแล้วเ้าค่ะ เราจะยอมแพ้แก่เขาเสียตอนนี้เลยไหมเ้าคะ”
มันเป็คําถามที่น่าหัวเราะเยาะอย่างที่สุด และเกือบจะทําให้รอยซ์ต้องยิ้มออกมา เขาทํามือเป็สัญญาณให้อินเจลแรมเก็บดาบเสีย แล้วจึงได้เดินเลยเข้าไปในห้อง สาวใช้สองคนยืนแอบตัวอยู่ข้างหน้าต่างฟากตรงข้าม หนึ่งในจํานวนนั้นอุ้มทารกไว้ในอ้อมแขน ทารกน้อยกําลังดูดกําปั้นเล็ก ๆ ของตัวเองอยู่
รอยซ์หันไปให้ความสนใจกับแม่ชีผู้นั้นอีกครั้ง จากตำแหน่งที่ยืนอยู่ เขาสามารถมองเห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างของเธอเท่านั้น แต่ขณะที่จับตามองเธอก็ทําสัญญาณที่บอกให้รู้ว่าการสวดมนต์อธิษฐานได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าสง่างาม ทันทีที่เห็นเธอยืนขึ้น ทารกน้อยก็ส่งเสียงร้องพร้อมกับยื่นมือมาคว้าไขว่
แม่ชีทํามือเป็สัญญาณให้สาวใช้ผมดํานำทารกเข้ามา เมื่อรับมาประคองไว้ในอ้อมแขนแล้วจึงได้เดินตรงเข้ามาหารอยซ์
ถึงอย่างไรเขาก็ยังเห็นใบหน้าเธอไม่ถนัดอยู่ดี เพราะตลอดเวลาดังกล่าวเธอยังคงก้มหน้าอยู่ แต่ก็พบว่าตัวเองมีความประทับใจในอากัปกิริยาที่บ่งบอกถึงความเป็ผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วของเธออย่างยิ่ง น้ำเสียงของเธออ่อนโยนยิ่งนักเมื่อปลอบทารกในอ้อมแขนอย่างแ่เบา
ทารกน้อยผู้มีเรือนผมสีบลอนด์หยกสลวยปกคลุมศีรษะ ขดตัวอย่างอบอุ่นอยู่ในอ้อมแขนของแม่ชีสาว ทำเสียงเอิ๊กอ๊ากอย่างพออกพอใจขณะดูดมือต่อ และสลับอยู่กับการหาวในบางครั้ง
แดเนียลเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้ารอยซ์ ศีรษะของเธอสูงเพียงไหล่เขาเท่านั้น ในยามนี้รอยซ์อดคิดอยู่ในใจไม่ได้ว่า เธอช่างเหมือนดอกไม้สีขาวที่กลีบดอกเปราะบางเสียเหลือเกิน
และในตอนนั้นเองที่เธอได้เงยหน้าขึ้น ประสานสายตากับเขา ทันทีที่เห็นแววตาคู่นั้น รอยซ์ก็แทบจะคิดอะไรไม่ออกเอาเสียเลย
เธอช่างเป็ผู้หญิงที่งามล้ำเลิศอะไรเช่นนี้...ใบหน้าของเธอสดสวยราวนางฟ้า ผิวพรรณขาวผ่องไร้มลทิน แววในดวงตาคู่นั้น ราวจะดื่มลึกเข้าในจิติญญาของเขา รอยซ์กําลังมีความรู้สึกอยู่ว่า ตนเองกําลังเผชิญหน้าอยู่กับนางฟ้าที่ลอยลงมาสู่พื้นดินเพื่อสร้างความตรึงใจให้เกิดขึ้นกับเขา เครื่องประกอบบนใบหน้าของเธอสมสัดส่วนไปเสียทุกอย่าง
เขารู้ว่ามันมีความผิดปกติเกิดขึ้นในจิตใจจนนึกโกรธตัวเอง เสียงสูดลมหายใจลึกที่ได้ยินอยู่ บ่งบอกให้รู้ว่า อินเจลแรมเองก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกับเขาอยู่ ทำให้เขาต้องหันไปขึงตาใส่ทหารหนุ่มผู้นั้น ก่อนจะหันกลับมาทางแม่ชีสาวสวยอีกครั้ง
เขายอมรับว่า แดเนียลเกิดมาเพื่อจะรับใช้พระเ้าอย่างแท้จริง เธอเป็สตรีผงามล้ำปราศจากมลทินใด ๆ โดยสิ้นเชิง เขาระบายลมหายใจออกมาอย่างยืดยาวก่อนจะเอ่ยถามออกไปว่า
“เด็กคนนี้เป็ลูกใคร” คําถามของเขาที่เอ่ยออกไปนั้น เพียงหวังที่จะไม่ให้ตนเองคิดถึงผู้หญิงคนนี้ในแง่ของความเป็ผู้บริสุทธิ์เท่านั้น
“เป็ลูกของคลาไรส์” หางเสียงที่ทอดทุ้มนุ่มนวล สร้างความรัญจวนใจให้เกิดขึ้นอย่างประหลาด จากนั้นเธอก็หันไปทางสาวใช้ผมดําที่ยืนแอบอยู่ในเงามืด และหล่อนก็ก้าวออกมาจากตรงนั้นทันที “คลาไรส์เป็สาวใช้ซื่อสัตย์ อยู่ที่นี่มานานหลายปี ลูกชายของเขาคนนี้ชื่ออุลริค”
เธอก้มลงมองทารกน้อยในอ้อมแขน ซึ่งขณะนี้กำลังกอดกำกางเขนที่ห้อยอยู่ตรงหน้าอก จึงแกะมือเล็ก ๆ นั่นออกเสียก่อนจะเงยขึ้นมองหน้ารอยซ์อีกครั้ง
ต่างฝ่ายต่างประสานสายตากันเป็ครู่ ขณะเดียวกัน เธอก็คลึงไหล่ทารกน้อยเบา ๆ สายตาจรดจ้องมองรอยซ์ตรง ๆ
สีหน้าของเธอมิได้บอกความหวาดหวั่นในตัวเขาเลยแม้แต่น้อย ราวจะประทับภาพของเขาลงไว้ในความทรงจํา และสังเกตเห็นแผลเป็รูปเคียวโค้งบนกแก้มข้างหนึ่งด้วย
รอยซ์เองกลับหวั่นไหวกับสายตาคู่นั้น เพราะปกติแล้วผู้หญิงคนใดก็ตามที่เห็นหน้าเขา มักจะแสดงปฏิกิริยาไม่อย่างใดอย่างหนึ่งออกมาให้เห็น แต่ดูเหมือนแม่ชีสาวสวยผู้นี้กลับมิได้รู้สึกรบกวนจิตใจแต่อย่างใดเลย ซึ่งสร้างความชื่นชมให้เกิดขึ้นกับเขาอย่างเหลือจะกล่าว
“แต่รู้สึกว่าดวงตาของแกจะเหมือนเธอมากนะ” เขาเอ่ยขึ้นอย่างตั้งข้อสังเกต
ซึ่งมันก็ไม่ถึงกับเป็ความจริงเสียทีเดียว เพราะดวงตาของทารกเป็สีฟ้าเข้ม ส่วนดวงตาของดาเนียลเป็สีฟ้าใสที่สวยเหลือเกิน
“ชาวแซ็กซอนส่วนใหญ่จะมีดวงตาสีฟ้า” เธอตอบกลับมา “เวลานี้อุลริคเกือบจะแปดเดือนแล้ว จะเหลือเวลาอีกเพียงอาทิตย์เดียวเท่านั้น ว่าแต่...แกจะมีอายุยืนยาวไปจนครบแปดเดือนไหมล่ะ” เธอมิได้ลงท้ายด้วยคําว่า ‘เ้าคะ’ อย่างมีสัมมาคารวะ แต่จะทอดหางเสียงลงอย่างนุ่มนวลทุกครั้งที่จบประโยค ซึ่งก็นับว่าเป็สิ่งแปลกอีกอย่างหนึ่งที่รอยสังเกตเห็นอยู่