เวลาผ่านพ้นไปอีกเกือบหนึ่งเดือน ความเป็นจริงที่แสนสิ้นหวังและโหดร้ายยังคงกระหน่ำซ้ำเติมคนบาปทั้งสองอย่างไม่รู้จักจบสิ้น พวกเขาต้องย้ายห้องเช่าหนีจากกระแสสังคมที่ประณามหยามเหยียดขุดคุ้ยประวัติชู้สาวมาอยู่ในซอกสลัมลึกย่านอุดมสุขชานเมือง สลัมแห่งนี้เต็มไปด้วยความแออัด ฝุ่นควันจากท่อไอเสีย และกลิ่นเหม็นเน่าจากน้ำท่อน้ำทิ้งระบายโสโครกที่เปิดโล่งนอกหน้าต่างบานเกร็ดผุกร่อน ห้องเช่านี้มีขนาดเล็กและแคบ มีเพียงฟูกนอนฝุ่นเขรอะปูกับพื้นคอนกรีตเย็นเยือก พัดลมตั้งพื้นตัวเก่าที่ส่งเสียงครางดังกุกกักเอี๊ยดอ๊าดตลอดเวลา และหลอดไฟนีออนสลัวบนเพดานที่กะพริบถี่ๆ ส่งเสียงหึ้งๆ คล้ายแมลงหวี่ตอมซากศพ
ทว่าสิ่งที่ร้ายแรงยิ่งกว่าความขัดสนเงินทองในกระเป๋า คือสุขภาพของวรุตม์ที่ดิ่งลงเหวอย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรม อดีตนายแพทย์ใหญ่และศัลยแพทย์ประสาทและสมองผู้ยิ่งใหญ่จำต้องเดินทางไปเข้ารับการตรวจร่างกายชั่วคราวที่แผนกผู้ป่วยอนาถาของโรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่ง เขาต้องทนนั่งรอคิวตรวจบนม้านั่งไม้เก่ายาวหลายชั่วโมงท่ามกลางฝูงคนป่วยยากไร้อีกนับร้อยคน กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อราคาถูกคละคลุ้งผสมกลิ่นเหงื่อไคลชวนเวียนศีรษะจนเขาแทบจะอาเจียนออกมาเป็นระยะๆ ท้ายที่สุด แพทย์เวรผู้มีสีหน้าเหนื่อยล้าจากการตรากธรรมงานหนักได้ชี้แจงผลการตรวจแกนแพทย์อย่างจริงจังและราบเรียบปราศจากความเห็นใจ
"คนไข้เป็นมะเร็งตับระยะสุดท้ายร่วมกับภาวะตับแข็งขั้นวิกฤตจากการดื่มสุราเรื้อรังและความเครียดสะสมเฉียบพลันครับ... ร่างกายไม่ตอบสนองต่อยารักษาหรือการผ่าตัดใดๆ แล้ว และคาดว่าคนไข้จะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกินสามเดือนครับ... ตอนนี้หมอทำได้แค่จ่ายยาพาราเซตามอลบรรเทาอาการปวดและลดไข้ให้ตามอาการประทังชีวิตเท่านั้น ขอให้ญาติเตรียมใจไว้ด้วยนะครับ"
ใบสั่งยาราคาแพงระยับถูกยื่นส่งให้อดีตศาสตราจารย์แพทย์ ทว่าเขาไม่มีสิทธิ์เบิกจ่ายสิทธิข้าราชการ ไม่มีเงินบำนาญสะสม และไม่มีหลักประกันสุขภาพใดๆ หลงเหลืออยู่อีกต่อไป เนื่องจากเกียรติยศชื่อเสียงและเงินทองพังทลายลงจากคดีชู้สาวฟ้องห้าล้านบาท อัญชิสาตัดสินใจเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดของตนด้วยรถโดยสารประจำทางหน้าต่างเปิดรับฝุ่นควันและกลิ่นควันไอเสีย เพื่อหวังจะก้มศีรษะลงกราบคุกเข่าอ้อนวอนขอความช่วยเหลือเรื่องเงินค่ารักษาพยาบาลจากบิดามารดา ทว่าประตูรั้วเหล็กดัดขนาดใหญ่ของคฤหาสน์หรูริมทะเลสาบกลับปิดล็อกแน่นหนา บิดาแท้ๆ ชี้หน้าด่าไล่ส่งหล่อนผ่านกล้องวงจรอินเตอร์คอมหน้ารั้วบ้านด้วยวาจาเจ็บแสบและไร้ความเมตตาปรานี: "ไสหัวไปซะ นังลูกกาลกิณี! บ้านนี้ตัดขาดและไม่มีลูกสาวชื่ออัญชิสาอีกต่อไปแล้ว! อย่ามาทำให้สกุลของเราต้องแปดเปื้อนไปมากกว่านี้เลย!"
เมื่อหมดหนทางเยียวยาชีวิตชู้รักสะใภ้ อัญชิสาจำต้องยอมละทิ้งศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงขั้นสุดท้าย หล่อนตกลงไปรับงานเป็นพนักงานนั่งดริ๊งก์และเพื่อนเที่ยวชั่วคราวในคาเฟ่คาราโอเกะราคาถูกริมทางด่วนชานเมืองเพื่อหาเงินสดรายวันมาซื้อยาลดความทรมานและซื้ออาหารประทังชีวิตให้วรุตม์ ร้านสลัมแห่งนั้นชื่อร้าน 'แสงดาว คาราโอเกะ' เป็นตึกแถวสองคูหาที่มีไฟไซเรนสีแดงหมุนวนอยู่หน้าร้าน ภายในมีตู้กระจกและโซฟาหนังขาดๆ ที่มีผู้หญิงแต่งตัววับๆ แวมๆ นั่งรอแขก
อัญชิสาต้องสลัดภาพลักษณ์ของอดีตดาราสาวผู้สง่างามและลูกสาวตระกูลผู้ดี หล่อนต้องคอยปั้นหน้ายิ้มแย้มรินเหล้าและปล่อยให้พวกผู้รับเหมาก่อสร้างและคนขับรถบรรทุกที่มือหยาบกร้านบีบลูบคลำสะโพกและต้นขาของหล่อนเพื่อแลกกับเงินทิปใบละร้อยละห้าสิบ ทุกลมหายใจของหล่อนเต็มไปด้วยความขยะแขยงเนื้อหนังและอยากวิ่งหนี ทว่าภาพใบหน้าซูบผอมและอาการไอเป็นเลือดของวรุตม์คอยย้ำเตือนให้หล่อนต้องทนก้มหน้ายอมรับความอัปยศนี้ลงไปในอก หล่อนเคยล้างมือในอ่างล้างหน้าเก่าของคาราโอเกะ ขัดถูผิวเนื้อด้วยสบู่เหลวราคาถูกจนผิวขึ้นสีแดงแสบ ร้องไห้สะอื้นเงียบๆ ท่ามกลางเสียงเพลงหวานซึ้งเบสหนักๆ ด้านนอก ยามที่หล่อนเดินเข้าร้าน พนักงานและหญิงบริการคนอื่นๆ ต่างกระซิบกระซาบหัวเราะเยาะคิกคักชี้หน้าหล่อนว่าคือนางเอกดาวร่วงที่ตกต่ำถึงขีดสุด หล่อนต้องกล้ำกลืนฝืนทนเงียบงันทำหูทวนลมไม่ตอบโต้
ค่ำคืนนี้ อัญชิสาเดินก้าวเท้ากลับเข้ามาในห้องเช่ารูหนูยามวิกาลในสภาพสวมชุดเดรสรัดรูปสั้นสีแดงราคาถูก ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะปนกลิ่นเหล้าผสมกลิ่นบุหรี่และกลิ่นน้ำหอมโชยคลุ้ง หล่อนก้าวเดินผ่านตรอกซอกซอยสลัมที่มืดมิดและเฉอะแฉะ มีสุนัขจรจัดคอยเห่าหอนไล่หลังตามรายทาง หล่อนใช้มือเรียวกุมกระเป๋าสตางค์ใบเล็กกอดไว้แนบยอดอกแน่นหนา หล่อนควักเงินสดเปียกชื้นเหงื่อใบละร้อยละห้าสิบจำนวนสองพันบาทโยนลงบนพื้นห้องเช่าข้างฟูกนอนเก่าอย่างเหนื่อยอ่อน
วรุตม์ที่นั่งไอคอกแคกอยู่ตรงมุมห้อง ชำเลืองสายตามองชู้รักสะใภ้ในชุดนั่งดริ๊งก์ด้วยแววตาหึงหวงโกรธเคืองและสมเพชตัวเองอย่างที่สุด เขาลุกขึ้นยืนก้าวเซถลาเข้ามากระชากท่อนแขนของหล่อนอย่างรุนแรงจนเงินสดกระจายเกลื่อนพื้นดินปูนสกปรก
"เงินพวกนี้เธอได้มายังไงนังตัวดี?! เธอเอาร่างกายของเธอไปให้พวกผู้ชายหน้าไหนจับต้องลวนลามเพื่อแลกกับเงินสกปรกพวกนี้ใช่ไหม?! เธอทำลายเกียรติยศสุดท้ายของฉันจนไม่มีชิ้นดีแล้ว! ฉันคือรองศาสตราจารย์นายแพทย์วรุตม์นะ! ไม่ใช่สุนัขข้างถนนที่ต้องอาศัยผู้หญิงขายตัวส่งเสียยา!" วรุตม์คำรามเสียงแหบพลางไอคอกแคกหน้าดำหน้าแดง ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มด้วยความหึงหวงระคนความอึดอัดใจที่ตนเองอ่อนแอไร้ความสามารถ
อัญชิสาน้ำตาไหลพรากอาบแก้มลบเลือนเครื่องสำอางจนเปรอะเปื้อนใบหน้า หล่อนสะอื้นไห้เสียงสั่นและตะคอกสวนกลับด้วยความเจ็บปวดร้าวรานและหมดความอดทน
"แล้วถ้าอัญญ์ไม่ทำแบบนี้... คุณหมอจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อยากินประทังชีวิตล่ะคะ?! คุณหมออยากนอนตายเป็นศพอนาถาไร้ญาติในรูหนูสกปรกนี่ใช่ไหม?! อัญญ์ยอมขายเกียรติยศขายวิญญาณนั่งดริ๊งก์ให้พวกผู้ชายแก่ตัณหากลับลวนลามเพื่อยื้อลมหายใจของคุณหมอไว้นะคะ! ฉันเคยสวมชุดเดรสแบรนด์เนมตัวละแสน... ตอนนี้ฉันต้องให้พวกขี้เหล้าข้างถนนเอามือสกปรกมาจับขาอ่อนฉันเพื่อเอาเงินเศษมารักษามะเร็งตับให้คุณหมอนะคะ! พวกผู้หญิงในร้านชี้หน้าด่าประณามอัญญ์ว่าคือนังแพศยาชู้รักสะใภ้ล้มละลาย! อัญญ์ต้องทนฟังเสียงด่าประณามเหล่านั้นทุกคืนเพื่อเอาเงินมารักษาคุณหมอนะคะ! ถ้าคุณหมอยังอยากหยิ่งศักดิ์ศรีนักล่ะก็... งั้นเราก็หยุดรักษาตัวแล้วนอนตายคู่กันในรูเช่าสกปรกนี่ตั้งแต่วันนี้เลยดีไหมคะ!"
คำสารภาพอันเจ็บปวดปนเสียงสะอื้นไห้ของหล่อนเปรียบเหมือนน้ำมันร้อนๆ ราดรดกบาลของอดีตศัลยแพทย์ผู้เกรียงไกร วรุตม์ทรุดฮวบลงคุกเข่าลงกับพื้นห้องสลัมอย่างหมดแรงหมดรูป แววตาแดงก่ำลึกโหลจ้องมองเศษเงินเปียกชื้นบนพื้นดินปูนอย่างละอายใจ สะอื้นไห้โฮกอดขาอัญชิสาไว้แน่นด้วยความสำนึกผิดลึกซึ้งและรู้สภาพร่างกายที่เสื่อมสลายคอยย้ำเตือนบาปชดใช้กรรมอันแสนยาวนานชั่วชีวิต
"ฉันขอโทษนะอัญญ์... ฉันมันไม่มีค่าอะไรเลย... ฉันทำลายชีวิตเธอและลูกชาย... แม้แต่ตอนนี้ฉันยังต้องเกาะชายกระโปรงเธอกินอย่างน่าสมเพช..." วรุตม์พร่ำพูดเสียงสั่นเครือ ร่างกายของเขาเกร็งสั่นด้วยความเจ็บปวดทางกายและใจ ไอคอกแคกจนมีลิ่มเลือดสดเปื้อนพื้นดินปูน
อัญชิสาทรุดตัวลงนั่งกอดร่างที่ผ่ายผอมลงจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกของเขาไว้แน่น หล่อนลูบแผ่นหลังสั่นเทาของเขาเบาๆ ด้วยความอ่อนโยนปนความโศกเศร้าอย่างลึกซึ้ง หล่อนใช้ผ้าชุบน้ำคอยเช็ดรอยเลือดบนมุมปากของเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นชื้นของผิวกายที่เหี่ยวแห้งของเขาไม่มีประกายตัณหาอีกต่อไป มีเพียงความจริงอันแสนสิ้นหวังที่กอดก่ายพวกเขาไว้ด้วยกันในดินแดนแห่งบาป หล่อนตระหนักดีว่าเปลวเพลิงปรารถนาที่เคยแผดเผาครอบครัวได้มอดดับสนิทแล้ว หลงเหลือเพียงฝุ่นควันและกลิ่นอายความตายชวนอเนจอนาถใจ
หล่อนสบตาวรุตม์ ดวงตาสีเหลืองขุ่นของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อความตายและความละอายชั่วนิรันดร์ หล่อนได้แต่นอนกอดเขาไว้แน่น ปลอบโยนด้วยคำพูดอ่อนโยนในใจขณะที่แสงจันทร์สีนวลส่องผ่านหน้าต่างเก่าๆ เข้ามาทาบร่างของทั้งสอง หล่อนค่อยๆ เก็บเงินสดเปียกชื้นที่เกลื่อนพื้นขึ้นมารวบรวมทีละใบอย่างช้าๆ รอยเปียกชื้นของเงินตราแสดงถึงความอดทนรันทดใจและการเสียสละอันขมขื่น วรุตม์จ้องมองฝ่ามือบางของหล่อนกวาดเก็บเงินสดด้วยความสลดหดหู่ใจและหลับตาลงร้องไห้เงียบๆ อีกครั้ง
"คุณหมอคะ... อัญญ์ไม่ได้โกรธหมอเลยค่ะ... พวกเราร่วมกันสร้างหนี้กรรมนี้ขึ้นมา ตอนนี้เราต้องก้มหน้ารับกรรมไปด้วยกันเท่านั้น..." อัญชิสากระซิบปลอบประโลมเสียงแหบเครือ หล่อนหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาไหลพรากอาบแก้มลบเลือนความทรงจำหรูหราในอดีตไปจนสิ้น
ทั้งสองร่างนอนเบียดกอดกันแน่นบนฟูกนอนบางเฉียบปูกับพื้น ท่ามกลางความมืดสลัวและเสียงพัดลมเพดานเก่าที่แกว่งกุกกักอย่างเฉื่อยชา บ่วงบาปและตัณหาโสมมในอดีตบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นคุกชีวิตที่ไร้หนทางหลบหนี พวกเขาต้องยอมรับผลกรรมชั่วช้าที่ร่วมกันก่อขึ้นในคฤหาสน์หรูหรา บัดนี้ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีเสียงตบมือ ไม่มีสายตาชื่นชม มีเพียงรอยแผลใจและคราบน้ำตาขมปร่าที่ไม่มีวันแห้งเหือดไปจากดวงตาชั่วนิรันดร์กาล ความสิ้นหวังทุกข์ทรมานเป็นเพียงราคาของความบาปหนาที่คนทั้งสองทำร่วมกัน ท้ายที่สุดไม่มีดวงดาวหรือแสงประทีปส่องนำทางรอดพ้น มีเพียงลมหนาวที่พัดกระพือผ่านสลัมอุดมสุขตอกย้ำทัณฑ์ทรมานชั่วนิรันดร์และเฝ้ามองความพังทลายของคนสองคนอย่างเงียบงันไปพร้อมกับเสียงฝนตกสะท้อนสังกะสีชวนวังเวง