ตอนที่ 96 เชื่อใจ
ตอนที่ 96 เชื่อใจ"งูพวกนี้... มันเป็นสำนักเขี้ยวพิษ"ซูเวยกล่าวเสียงต่ำ เมื่อสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของงูพิษที่มีรูปแบบชัดเจนราวกับถูกฝึกฝนมาอย่างดี ซึ่งไม่ใช่งูพิษทั่วไปที่บังเอิญโผล่มาจากรังอย่างแน่นอน"น่าขยะแขยงนัก" แม่นางตัวน้อยหวาดกลัวและกรีดร้อง"ข้าอยากต่อสู้กับคนของลัทธิจันทรามากกว่าที่จะต้องมารับมือกับงูพิษเหล่านี้"หูเชินมีใบหน้าขมขื่นและหวาดกลัวเช่นกันดาบของพวกเขาสามารถสังหารงูพิษได้แต่เมื่อเห็นจำนวนงูพิษแล้วโดนพิษเล่นงานแพร่สู่ร่างปริมาณมากก็มีสิทธิ์ตายได้ทันทีทั้งสี่อดไม่ได้ที่จะกรีดร้องและสิ้นหวังวิกฤติแบบนี้ทำให้พวกเขารู้สึกใกล้ประตูแห่งความตายอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลหากไม่ได้ถูกล้อมรอบก็ยังหนีไปได้อย่างไรก็ตามพวกเขาโดนล้อมแล้วซูเวยเงียบและไม่แสดงอาการตื่นตระหนก... ห่างออกไปไม่กี่ไมล์มีกลุ่มชายหลายคนถือเครื่องดนตรีแปลกๆในมือแล้วมีชายตัวใหญ่คนหนึ่งดูน่าเกรงขามราวกับผู้บงการกลุ่มคนถือเครื่องดนตรีเหล่านี้เป็นคนของสำนักเขี้ยวพิษคนตัวใหญ่คือ โป๋หย่าแห่งตระกูลโป๋แล้วเป็นหนึ่งในสองยักษ์ใหญ่ของแผนการนี้เครื่องดนตรีของสำนักเขี้ยวพิษเหมือนกับขลุ่ยแล้วพวกเขาก็เป่ามันมันเป็นเสียงที่เบาแต่พลังอำนาจน่าทึ่งมากเสียงของมันราวกับมีมนต์ขลังงูพิษได้ยินเสียงจากเครื่องดนตรีและจิตวิญญาณของมันเกิดการตอบสนองลำตัวยืดตรงและส่ายไปมาราวกับเต้นรำบริเวณรอบตัวเขามีงูพิษหลายร้อยตัวงูพิษทั้งหมดถูกปลดปล่อยออกมาจากไหขนาดใหญ่หลายสิบไหที่เตรียมเอาไว้โป๋หย่ามองดูทิศทางของกลุ่มพันธมิตรดาบปราบมารและดวงตาฉายแววอันตราย"กองทัพงูพิษเข้าจู่โจมแล้ว... ท่านโป๋หย่า"คนของสำนักเขี้ยวพิษมาด้านหน้าเขาแล้วโค้งคำนับด้วยความเคารพและสุภาพโป๋หย่าได้ยินรายงานและพึงพอใจมากเขาเย้ยหยัน "กลุ่มพันธมิตรดาบปราบมารและดาบสามโลก... ดูซิจะจัดการกองทัพงูพิษแสนร้ายกาจจำนวนมากได้อย่างไร"กองทัพงูพิษเหล่านี้มีหลากหลายสายพันธุ์และสำนักเขี้ยวพิษเลี้ยงดูและฝึกฝนมาอย่างหนักงูเหล่านี้มีพิษร้ายและรุนแรงมากกว่าปกติแต่ละตัวของเหล่างูพิษต่างหายากมากและพวกมันถูกคัดสรรมาอย่างดีเยี่ยมแม้แต่ปรมาจารย์ยุทธขั้นสูงที่มีพลังมากและแข็งแกร่งก็มีโอกาสตายสูง...ประกายแสงของใบดาบกระพริบกลุ่มพันธมิตรดาบปราบมารใช้ทักษะดาบสังหารงูพิษทำการผ่าครึ่งอย่างต่อเนื่องอย่างไรก็ตามงูพิษมีมากแล้วดูเหมือนว่าพวกมันจะลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้นไม่ว่าพวกเขาจะฆ่างูพิษไปกี่ตัว...พวกมันยังโผล่ออกมาเรื่อยๆ"พี่น้องซูเวยพวกเราควรทำยังไงดี?"สี่คนจ้องมองเขาและถามเหมือนกันซูเวยมองไปรอบๆเห็นม้าห้าตัวถูกงูพิษกัดตายแล้วก็มีใบหน้าเศร้าหมองลงเมื่อไม่มีม้า...เขาส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ต้องรีบทางอื่นขึ้นมาทันทีมองดูหนทางรอดด้วยวิธีอื่นอย่างรวดเร็วมองเห็นรอบด้านมีต้นไม้และพืชพันธุ์เหี่ยวเฉาตายอยู่เต็มมากมายดวงตาเขาสว่างวาบอย่างกะทันหัน"ตัดต้นไม้แห้งและเปิดพื้นที่โล่งกว้าง"เขาส่งเสียงดังและสั่งการทั้งสี่คนทั้งสี่งงงวย แต่การเคลื่อนไหวของพวกเขาไม่ได้เชื่องช้าแล้วดาบในมือจัดการตัดต้นไม้ที่แห้งเหือดบนผืนทรายอย่างว่องไวพื้นที่เปิดโล่งกว้างในพริบตากองทัพวัชพืชที่ตายอยู่บริเวณโดยรอบและถูกโยนออกไปห่างไกลตัวพวกเขานี่คือความเชื่อใจและมั่นใจในตัวเขาตราบใดที่ซูเวยสั่งการและพวกเขาจะปฎิบัติตามอย่างไม่เงื่อนไขอย่างรวดเร็วในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา... หลังจากพวกเขาผ่านช่วงเวลาที่มีชีวิตและความตายแขวนอยู่บนเส้นด้ายร่วมกันเขาจะคอยช่วยเหลือและนำพาพวกเขาให้รอดพ้นอันตรายทุกครั้งนี่คือความไว้วางใจที่พวกเขามีให้แก่ซูเวยจากนั้นทั้งสี่มองดูการกระทำเขาด้วยความสับสนและเห็นเขาหยิบหินเหล็กไฟออกมาโยนเข้าไปในกองวัชพืชแห้งที่ตายซากดาบเมฆาฟ้าเสียดสีรุนแรงกับพวกมันกองวัชพืชเกิดประกายไฟและควันไฟกลุ่มไฟขนาดเล็กปรากฏขึ้นในที่สุดจากนั้นกลุ่มไฟขนาดเล็กก็ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นแล้วกลายเป็นเปลวไฟลุกโชนดวงตาทั้งสี่คนสว่างขึ้นและเข้าใจทันที"พี่น้องซูเวยช่างยอดเยี่ยมและฉลาดเฉลียวยิ่งนัก""ไม่ต้องสังหารด้วยดาบ แต่ใช้ไฟกำจัดพวกมันให้สิ้นซาก"พวกเขาคิดว่าโชคดีมากที่มีเขาอยู่ด้วยเขาเป็นคนที่พึ่งพาได้และคิดหาทางรอดแล้วนำพาให้ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายเสมอไฟโหมกระหน่ำทันทีและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆในไม่ช้าซากไม้ตายทั้งหมดถูกเผาไหม้ท่ามกลางกองไฟขนาดใหญ่งูพิษต่างถูกเผาและบางส่วนหลบหนีกลิ่นหอมของงูถูกเผาลอยเข้าจมูกทั้งสี่คน"ฮ่าๆๆ... เนื้องูพวกนี้คงอร่อยน่าดู""ทีนี้พวกเราก็มีเนื้องูรับประทานกันแล้ว"คนทั้งสี่อยู่ในพื้นที่โล่งแล้วมองเห็นงูที่ถูกไฟคลอกตายพวกเขาไม่ได้กินของดีๆมาสองสามวันและเริ่มเบื่อกับอาหารแห้งจนอยากอาเจียนดาบเสียบเนื้องูแล้วจัดการย่างในกองไฟเกลือและเครื่องเทศโรยลงไปปากกัดกินด้วยความเพลิดเพลิน