บทที่ 20 หัวกะโหลกบนเกาะอู๋หุย
เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน ซูหว่านและกลุ่มเพื่อนสนิทได้ไปเที่ยวที่เกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งใกล้กับเมืองเจียง
ก่อนออกเดินทาง พวกเธอได้ตกลงกันไว้แล้วว่าทริปนี้มีจุดประสงค์เพื่อไป ‘ลองของ’ และหาความตื่นเต้น เพราะเกาะแห่งนั้นมีชื่อว่า ‘เกาะอู๋หุย’ (ไร้ทางกลับ)
ในสายตาของชาวเมืองเจียงส่วนใหญ่ เกาะนี้เป็สถานที่ที่ควรอยู่ให้ห่างไว้จะดีที่สุด
เพราะว่าย้อนกลับไปใน่า ประชากรบนเกาะอู๋หุยกว่าสามร้อยหกสิบชีวิต ถูกทหารจากประเทศพระอาทิตย์สังหารอย่างโเี้ และศพทั้งหมดถูกทิ้งไว้อย่างอนาถตามป่าเขา
ปัจจุบัน แม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปีและเกาะอู๋หุยจะถูกพยายามพัฒนาเป็แหล่งท่องเที่ยวอยู่หลายครั้ง แต่จำนวนนักท่องเที่ยวที่ไปที่นั่นก็น้อยนิดจนแทบจะนับคนได้
กลุ่มที่ไปพร้อมกับซูหว่านมีทั้งหมดแปดคน เป็ชายสามคน และหญิงสี่คนรวมตัวเธอ ผู้ชายทั้งสามคนนั้นเป็แฟนหนุ่มของเพื่อนสาวในกลุ่ม และทุกคนก็เป็เพื่อนที่สนิทสนมกันอยู่แล้ว
ในวันที่ไปถึงเกาะ พวกเขาตรงไปยังจุดที่วางแผนไว้ทันที ซึ่งเป็ชายหาดเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ เบื้องหน้าคือทะเลสาบกว้างใหญ่ พวกผู้ชายรับหน้าที่กางเต็นท์ ส่วนผู้หญิงก็เตรียมอาหารและเครื่องดื่ม ทุกคนพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน บรรยากาศถือว่าดีมาก
พอตกกลางคืนคนทั้งแปดก็นั่งล้อมวงกันรอบกองไฟ
ทันใดนั้น เพื่อนชายคนหนึ่งก็เสนอขึ้นมาว่า "มาเล่าเื่ผีกันเถอะ!"
ข้อเสนอนี้ได้รับการเห็นชอบจากคนส่วนใหญ่ทันที แม้ซูหว่านจะรู้สึกว่ามันดูไม่ค่อยเข้าท่า แต่สุดท้ายเธอก็ยอมโอนอ่อนตามน้ำไป
พวกผู้ชายสลับกันเล่าเื่ผีที่ไม่ค่อยน่ากลัวนัก ส่วนใหญ่เป็เื่เล่าเดิม ๆ ที่ฟังจนชินหู ในระหว่างนั้น เพื่อนชายที่ชื่อ หลินหย่วน ลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในป่า โดยบอกว่าจะไปปัสสาวะ เกมเล่าเื่ผีจึงหยุดชะงักลงชั่วคราว
ซูหว่านจิบน้ำพลางรับลมที่พัดมาจากทะเลสาบ มันเย็นสบายจนรู้สึกผ่อนคลาย แต่แล้วไม่นานนักเธอกลับเริ่มรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก
เธอรู้สึกเหมือนมีดวงตาคู่หนึ่งแอบจ้องมองเธออยู่จากด้านหลังตลอดเวลา แต่ที่น่าแปลกคือพอเธอหันกลับไปมองหลายต่อหลายครั้งกลับไม่พบใครเลย
เพื่อนสนิทคนหนึ่งเขยิบเข้ามาใกล้แล้วถามด้วยความสงสัย "ซูหว่าน เป็อะไรไปน่ะ? ดูเธอทำตัวกระวนกระวายจัง"
"ไม่มีอะไรหรอก" ซูหว่านส่ายหน้าตอบ
"ทุกคน ดูสิว่าผมไปเจออะไรมา!"
ยังไม่ทันที่ซูหว่านจะพูดจบ หลินหย่วนที่หายเข้าไปในป่าก็เดินกลับมา
ในมือของเขาถือวัตถุรูปทรงรีบางอย่างมาด้วย แต่เพราะระยะห่างที่ยังไกลและแสงสลัว ทำให้มองเห็นไม่ชัดว่าคืออะไร
แฟนสาวของหลินหย่วนะโถาม "หย่วน ถืออะไรมาน่ะ?"
หลินหย่วนไม่ตอบ แต่รีบวิ่งตรงมาที่กลุ่มเพื่อน
ทันทีที่หลินหย่วนมาถึงตรงหน้า ทุกคนรวมถึงซูหว่านถึงกับเสียวสันหลังวาบจนหนังศีรษะชา ความหนาวสะท้านและความกลัวพลุ่งพล่าน เหงื่อเย็น ๆ ผุดพรายขึ้นตามตัว
สิ่งที่หลินหย่วนถือมาไม่ใช่สิ่งอื่นใด แต่มันคือ... หัวกะโหลกมนุษย์!!
หัวกะโหลกสีขาวซีดดูน่าสยดสยองอย่างยิ่งเมื่อต้องแสงไฟจากกองไฟ เพื่อนผู้หญิงหลายคนหน้าถอดสีจนขาวซีด
"หย่วน ทำบ้าอะไรน่ะ!! รีบทิ้งไปเลยนะ! มันน่ากลัวจะตาย!" แฟนของหลินหย่วนกรีดร้อง
เมื่อเห็นสีหน้าหวาดกลัวของพวกเธอ หลินหย่วนกลับหัวเราะร่าอย่างชอบใจ
"หลินหย่วน มานี่! เตะหัวกะโหลกมาทางนี้เลย! มาเล่นฟุตบอลแบบพิเศษกันสักแมตช์!" เพื่อนชายอีกคนะโขึ้น
ข้อเสนอนี้ได้รับการยอมรับจากพวกผู้ชายทันที ทั้งสามคนเริ่มเตะหัวกะโหลกมนุษย์เล่นกันบนหาดทรายราวกับลูกฟุตบอล!
หัวกะโหลกนั้นถูกเตะไปมาอย่างไม่ใยดี ส่วนพวกซูหว่านกลัวจนต้องมุดเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในเต็นท์
โชคดีที่ในคืนนั้นไม่มีเหตุการณ์ประหลาดใด ๆ เกิดขึ้น
วันต่อมาใน่บ่าย ทุกคนก็เดินทางกลับเข้าเมืองตามปกติ
ตอนแรกพวกเขาคิดว่าเื่ทุกอย่างจะจบลงเพียงเท่านี้ แต่ใครจะไปนึกว่านี่คือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่แท้จริง!
คืนนั้นซูหว่านไปกินข้าวกับเพื่อนสาวกันทั้งสี่คน
แต่ในระหว่างที่กำลังกินอยู่นั้น แฟนของหลินหย่วนก็ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนผู้ชายอีกคนที่ไปร่วมทริปด้วย
ปลายสายบอกว่า... หลินหย่วนตายแล้ว!
เขากรีดข้อมือฆ่าตัวตายอยู่ในบ้านพักของตัวเอง!!
เมื่อได้ทราบข่าว ซูหว่านและเพื่อน ๆ ก็รีบมุ่งหน้าไปยังบ้านของหลินหย่วนทันที ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนต้องใจนตัวโยน
ร่างของหลินหย่วนนอนจมกองเืที่นองไปทั่วพื้น ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลงจนแทบจะหลุดออกจากเบ้า! เห็นได้ชัดว่าเขาก่อนตายต้องเผชิญกับความหวาดกลัวอย่างรุนแรง และที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ...
ข้อมือขวาของเขาเกือบจะขาดออกจากกัน เหลือเพียงหนังกำพร้าชั้นสุดท้ายที่ยึดไว้เท่านั้น! เส้นเืที่ขาดสะบั้นโผล่ออกมาเห็นเด่นชัด และเืยังคงไหลซึมออกมาไม่หยุด กลิ่นคาวเืที่รุนแรงคลุ้งกระจายจนซูหว่านรู้สึกคลื่นไส้ เธอไม่เคยเห็นภาพที่สยดสยองขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
แต่หลังจากศพของหลินหย่วนถูกเคลื่อนย้ายไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ในระหว่างทางกลับบ้าน เพื่อนผู้ชายอีกคนก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ
หัวของเขาถูกล้อรถทับจนเละไม่เหลือชิ้นดี เศษเืและมันสมองกระจายเกลื่อนถนน
ภายในเวลาเพียงห้าวันสั้น ๆ จากกลุ่มเพื่อนแปดคนที่ไปเกาะอู๋หุย ปัจจุบันเหลือเพียงซูหว่านและเพื่อนสาวอีกสองคนเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ใน่สองวันที่ผ่านมา ซูหว่านรู้สึกตลอดเวลาว่ามีบางอย่างคอยตามเธออยู่ แม้แต่เวลานอนเธอก็จะสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัวอย่างไม่มีเหตุผล และทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมา ร่างกายของเธอก็จะโชกไปด้วยเหงื่อ
ตอนนี้สภาพจิตใจของซูหว่านย่ำแย่และอ่อนแอจนถึงขีดสุด
หลังจากฟังเื่ที่ซูหว่านเล่าจบ หลินเซียวก็ขมวดคิ้วมุ่นทันที
เขาจ้องหน้าเธอเขม็งแล้วพูดเสียงหนัก "พวกคุณนี่มัน... รนหาที่ตายจริง ๆ"
ในป่าถ้าคนปกติถ้าไปเจอหัวกะโหลกก็มักจะอยู่ให้ห่าง หรืออย่างน้อยที่สุดก็เดินเลี่ยงไปทางอื่น แต่หลินหย่วนกลับไม่เกรงกลัว แถมยังเก็บขึ้นมาเตะเล่นเหมือนลูกฟุตบอล!
นั่นมันหัวกะโหลกคนนะ!!
ผีเขาก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกันนะรู้ไหม? ไปรบกวนเขาขนาดนั้น ถ้าเขาไม่ตามมาล้างแค้นสิถึงจะแปลก!
เมื่อเห็นท่าทางของหลินเซียว ซูหว่านก็รีบถาม "หลินเซียว คุณมีวิธีแก้ไหมคะ?"
"ผมไม่รับปาก" หลินเซียวตอบอย่างจริงจัง
ซูหว่านทำหน้าเคร่งเครียด "ต่อให้มีโอกาสแค่หนึ่งในสิบ ฉันก็ยอมเสี่ยงค่ะ!"
ดีกว่านั่งรอความตายอยู่ที่นี่ สู้ลองเสี่ยงดูสักตั้งเผื่อจะมีทางรอด
[ระบบเริ่มประกาศภารกิจ ช่วยเหลือซูหว่านให้พ้นจากวิกฤตครั้งนี้ เมื่อภารกิจสำเร็จ จะได้รับคะแนนความประทับใจจากซูหว่านอย่างมหาศาล และได้รับโอกาสสุ่มรางวัล 1 ครั้ง!]
ยังไม่ทันที่หลินเซียวจะได้ตอบ เสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัวทันที
นี่คือภารกิจแรกของเขา!
"ผูกปมที่ไหนก็ต้องไปแก้ที่นั่น ในเมื่อผีตัวนี้พวกคุณพามาจากเกาะอู๋หุย ก็ต้องกลับไปแก้ที่เกาะนั้น วันนี้มันก็เย็นแล้ว พรุ่งนี้ผมจะพาพวกคุณไปที่เกาะเอง" หลินเซียวพูดเรียบ ๆ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูหว่านก็พยักหน้าอย่างแรง ราวกับได้พบที่พึ่งสุดท้ายในชีวิต
"หลินเซียว ขอบคุณมากนะคะ!"
หลินเซียวโบกมือ "คำขอบคุณไว้พูดหลังจากที่เื่ทุกอย่างจบลงแล้วดีกว่า"
"แล้ว... แล้วคืนนี้ฉันจะทำยังไงดีคะ?" ซูหว่านถามต่ออย่างกังวล
หลินเซียวไหวไหล่ "ทำไมล่ะ? หรือว่าคุณอยากจะมานอนกับผม? ถ้าคิดแบบนั้นจริงๆ ผมก็ไม่มีปัญหาหรอกนะ ผมยอมขาดทุนนิดหน่อย ยอมให้คุณมาเบียดนอนด้วยสักคืนก็ได้"
ใบหน้าของซูหว่านแดงซ่านขึ้นมาทันที
เธอเพิ่งรู้ตัวว่าคำถามของตัวเองดูคลุมเครือไปหน่อย จึงรีบลุกขึ้น "เอ่อ... โอเคค่ะหลินเซียว งั้นพรุ่งนี้เช้าฉันจะมารับคุณนะ"
"อืม" หลินเซียวพยักหน้ารับคำ