ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 48 เดิมพันด้วยทักษะดาบ

           “น้องสาว พี่ไม่อยู่เราขี้เกียจหรือเปล่า?”

            เย่เทียนลูบหัวเล็กๆ ของเย่หยูและถามด้วยความเอ็นดู

            “เสี่ยวหยูไม่ได้ขี้เกียจนะ เสี่ยวหยูพยายามฝึกฝนอย่างหนักตอนนี้น้องมีพละกำลังถึง 300 จินแล้ว!”

            การที่เธอมีพลังถึง 300 จิน ภายในหนึ่งเดือนความเร็วนี้ถือว่าเกินกว่าที่เย่เทียนคาดไปมากหากเทียบกับผู้มีพรสวรรค์ระดับกลางคนอื่นๆ

            “ตอนพี่ไม่อยู่เกิดปัญหาอะไรขึ้นไหม?”

            เย่เทียนถามอีกครั้ง

            เย่หยูส่ายหัว “ไม่มีใครมาหาเรื่องหนู แต่มีคนคนหนึ่งมาหาพี่ชาย”

            “ใคร?”

            เย่เทียนขมวดคิ้วถาม

            “ฉันไม่รู้จักเขา แต่ว่าเขาดูหยิ่งยโสมากฉันได้ยินมาว่าคนคนนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นอัจฉริยะจากฐานเขี้ยวเหล็ก ชื่อซุนเฟิง”เย่หยูตอบอีกครั้ง

            “ฐานเขี้ยวเหล็ก ซุนเฟิง!”

            เย่เทียนแอบจดจําชื่อนี้ไว้

            จากนั้นเขาก็วางสมุนไพรและเลือดของสัตว์อสูรระดับสูงไว้ในห้องก่อนจะออกไปข้างนอกคนเดียว

            “ออกมาเถอะ!”

            เย่เทียนกล่าวไปยังมุมหนึ่งของบ้าน

            พรึบ!

            ร่างร่างหนึ่งเดินออกมาจากหัวมุม เป็นนักรบจากทีมล่าหมาป่าวายุ

            “คารวะท่านเย่เทียน!”

            นักรบผู้นั้นกล่าวด้วยความเคารพ

            “พาผมไปหาหัวหน้าของคุณหน่อย ผมมีเรื่องจะถามเขา”เย่เทียนต้องการรู้เรื่องราวของซุนเฟิงจากฐานเขี้ยวเหล็ก เขาไม่รู้จักซุนเฟิงแต่ซุนเฟิงกลับมาหาเขาและยังมาแสดงท่าทางหยิ่งยโสใส่น้องสาวเขา

            ในเมื่อมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น เขาก็จำเป็นต้องเข้าใจสถานการณ์ก่อนและหมาป่าวายุก็อาจจะรู้ข้อมูลเล็กน้อยพวกนี้อยู่บ้าง

            ไม่นานเย่เทียนก็ได้พบกับหมาป่าวายุ

            “เย่เทียน ในที่สุดนายก็กลับมา!”

            หมาป่าวายุถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นเย่เทียน

            เย่เทียนไม่ได้กลับมาเป็นเวลานานจนเขาคิดว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเย่เทียนเสียแล้ว

            “หมาป่าวายุ ผมได้ยินมาว่าหลังจากที่ผมจากไป ชายที่ชื่อซุนเฟิงได้มาหาผม?”เย่เทียนถามตรงๆ

            หมาป่าวายุขมวดคิ้วและพยักหน้า “ถูกต้อง ซุนเฟิงเป็นคนของฐานเขี้ยวเหล็ก และยังเป็นอัจฉริยะของฐานเขี้ยวเหล็กอีกด้วยความสามารถของเขาไม่มีอัจฉริยะคนใดในฐานหลินไห่จะเทียบได้ฉันได้ยินมาว่าพรสวรรค์ของซุนเฟิงคือพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงเช่นเดียวกับนายและในตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาก็อยู่ในระดับขั้นกลางของนักรบชั้นยอด หลังจากที่คนจากฐานเขี้ยวเหล็กได้เข้าร่วมกับฐานหลินไห่ซุนเฟิงก็ท้าประลองกับอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของฐานหลินไห่หลายคนอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับกลางหลายคนล้วนพ่ายแพ้ต่อเขาอย่างง่ายดายแม้แต่นักรบชั้นยอดรุ่นเก่าๆ หลายคนก็ยังพ่ายแพ้เช่นกัน ฉันไม่รู้ว่าซุนเฟิงไปได้ยินเรื่องของนายมาจากที่ไหนถึงทำให้เขามาท้าทายนายแบบนี้ แต่น่าเสียดายที่นายไม่อยู่”

            “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง!”

            เย่เทียนเข้าใจแล้ว

            ตอนแรกเขาคิดว่าคนคนนี้ต้องการสร้างปัญหาแต่เขาไม่คิดว่ามันจะเป็นเพียงแค่การท้าทายเท่านั้น

            “เย่เทียน นายต้องระวังตัวด้วย ฉันได้ยินมาว่าซุนเฟิงคนนี้ลงมือหนักมากคนที่เขาท้าประลองต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องพักรักษาตัวหลายเดือนกว่าจะหายดีนอกจากนี้เบื้องหลังของเขายังมีนักรบผู้เชี่ยวชาญคอยหนุนหลังอยู่แม้แต่นักรบชั้นยอดที่แข็งแกร่งกว่าซุนเฟิงก็ไม่กล้าที่จะท้าทายเขาเพราะฉะนั้นนายอย่าได้ไปล่วงเกินเขาล่ะ” หมาป่าวายุเตือน

            “ผมรู้แล้ว!”

            เย่เทียนตอบอย่างไม่ใส่ใจ

            เย่เทียนเข้าใจถึงความกังวลของหมาป่าวายุดีคนอย่างซุนเฟิงมันท้าทายคนอื่นไปทั่วเพื่อแสดงตัวว่ามันเป็นอัจฉริยะส่วนคนที่แข็งแกร่งกว่ามันก็ล้วนไม่กล้าต่อสู้กับมันเพราะซุนเฟิงนั้นมีภูมิหลังที่แข็งแกร่งแต่ไม่ใช่ว่านักรบคนอื่นๆ จะเอาชนะซุนเฟิงไม่ได้

            คนอื่นอาจจะกลัวซุนเฟิง แต่ไม่ใช่เย่เทียนเพราะแม้ว่าซุนเฟิงจะมีนักรบผู้เชี่ยวชาญอยู่เบื้องหลังแต่มันก็ไม่ใช่คู่มือของเขา

            หลังจากแยกจากหมาป่าวายุแล้ว เย่เทียนก็มุ่งหน้ากลับบ้าน

            เขาเก็บตัวฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง!

            เย่เทียนมีเลือดของสัตว์อสูรระดับสูงมากมาย เขาไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับทรัพยากรใดๆอีกแล้ว เขารู้สึกได้ถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของพลังในการฝึกฝนทุกวัน

            การก้าวหน้าเช่นนี้ยิ่งทำให้เย่เทียนต้องการฝึกฝนมากขึ้น

            สําหรับเขาแล้วไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าการเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเอง

            แต่ไม่นานก็มีคนมารบกวนการฝึกฝนของเย่เทียน

            “เย่เทียน ฉันรู้ว่านายกลับมาแล้ว ไสหัวออกมาสู้กับฉันเดี๋ยวนี้!”

            เสียงที่หยิ่งยโสดังมาจากนอกบ้าน

            เย่เทียนที่กําลังฝึกอยู่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก

            “นายเป็นใคร?”

            เย่เทียนมองไปที่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกล

            เขาพอจะเดาตัวตนของอีกฝ่ายได้ แต่เขาก็ยังคงถามออกไป

            “ฉันคือซุนเฟิง หนึ่งในสี่อัจฉริยะแห่งฐานเขี้ยวเหล็ก นายคือเย่เทียนใช่ไหม?ฉันได้ยินมาว่านายมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูง มาประลองกันดีกว่าเราจะได้รู้ว่าใครแข็งแกร่งกว่ากัน?” ซุนเฟิงพูดอย่างหยิ่งผยอง

            เย่เทียนเข้าใจนิสัยของคนแบบซุนเฟิงเป็นอย่างดี ถ้าเขาเลือกที่จะปฏิเสธอีกฝ่ายคงไม่เพียงแต่จะไม่จากไป แต่มันจะยิ่งตามตื๊อเขามากขึ้นและอาจถึงขั้นใช้วิธีสกปรกอีกด้วย

            ดังนั้นเย่เทียนจึงจะตอบตกลงเพื่อที่เขาจะได้ทุบตีอีกฝ่ายจนมันไม่กล้าที่จะมาหาเรื่องเขาอีก

            “ถ้านายต้องการประลองฉันก็จะยอมรับ แต่การประลองธรรมดาๆ มันน่าเบื่อเกินไปถ้านายเพิ่มการเดิมพันเข้าไป ฉันคงจะสนใจอยู่บ้าง!”

            เย่เทียนยิ้มขณะพูด

            “เดิมพัน?” ซุนเฟิงแสดงความสนใจเล็กน้อย“นายอยากเดิมพันด้วยอะไร?”

            “ทักษะดาบระดับทองแดง นายกล้าเดิมพันรึเปล่า?” ทันใดนั้นเย่เทียนก็พูดขึ้นมา

            “ทักษะดาบระดับทองแดง!!!”

            ซุนเฟิงตื่นเต้นขึ้นมาทันที

            สำหรับทักษะดาบเขาย่อมต้องการมันมาก

            “ตกลง ฉันจะนําทักษะดาบระดับทองแดงมาเป็นเดิมพัน!”ซุนเฟิงรีบตอบรับเพราะกลัวว่าเย่เทียนจะกลับคํา

            อย่างไรก็ตาม ซุนเฟิงไม่รู้เลยว่าใบหน้าของเย่เทียนกลับปรากฏรอยยิ้มบางๆขึ้นหลังจากที่ซุนเฟิงตอบตกลง

            มันมีเหตุผลที่เขาจงใจเดิมพันเช่นนี้เพราะเย่เทียนสังเกตเห็นพรสวรรค์ของซุนเฟิง

            [มนุษย์ : ซุนเฟิง

            พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : ระดับสูง

            พรสวรรค์ด้านดาบ : ระดับปานกลาง]

            ซุนเฟิงมีพรสวรรค์ด้านดาบระดับกลาง แน่นอนว่าอีกฝ่ายจะต้องฝึกฝนทักษะดาบซึ่งทักษะดาบระดับทองแดงนั้นมีประโยชน์อย่างมากสำหรับเขานอกจากนี้ด้วยสถานะของซุนเฟิง เขาน่าจะมีทักษะดาบระดับทองแดงเช่นกัน

            ใครจะรังเกียจทักษะดาบระดับทองแดงที่ได้รับมาโดยไม่ต้องทำอะไร!

            “ในเมื่อนายรับปากแล้ว งั้นก็บอกคุณสมบัติของทักษะที่นำมาเดิมพันมา!”ซุนเฟิงแนะนําทักษะดาบระดับทองแดงของเขาก่อน “ทักษะดาบระดับทองแดงของฉันมีชื่อว่า ‘ฟาดฟันวายุคราม’ เป็นทักษะดาบที่สามารถเพิ่มพลังโจมตีได้เมื่อฝึกฝนจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบ มันสามารถเพิ่มพลังโจมตีได้ถึงหกเท่าตอนนี้ฉันเพิ่งบรรลุขั้นเชี่ยวชาญแต่ก็สามารถเพิ่มพลังโจมตีได้สามเท่า!แล้วทักษะดาบระดับทองแดงของนายล่ะคืออะไร?”

            “ที่แท้ก็เป็นทักษะดาบที่เพิ่มพลังโจมตี!!!”

            เย่เทียนรู้แปลกใจ

            เขาค้นหาทักษะดาบเช่นนี้มาเป็นเวลานานแล้ว แต่เขาก็เคยไม่พบมันคาดไม่ถึงเลยว่าซุนเฟิงจะมีทักษะดาบระดับทองแดงที่เพิ่มพลังโจมตีได้อยู่

            เมื่อได้รับทักษะดาบเช่นนี้มา พลังการต่อสู้ของเขาจะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

            “ทักษะดาบระดับทองแดงของฉันมีชื่อว่า เงาสังหารเป็นทักษะดาบที่เพิ่มความเร็วของดาบ ถ้าฝึกฝนถึงขั้นสมบูรณ์แบบความเร็วของดาบจะเพิ่มขึ้น 5-6 เท่านอกจากนี้ทักษะดาบนี้เป็นทักษะในการสังหารที่โจมตีเพียงครั้งเดียวมันยากที่จะป้องกัน!” เย่เทียนแนะนํา

            “ทักษะดาบระดับทองแดงที่เพิ่มความเร็วของดาบ นี่คือทักษะดาบไวฉันยังขาดทักษะดาบเช่นนี้อยู่ ครั้งนี้ก็ได้กำไรแล้ว!”

            ซุนเฟิงคิดว่าทักษะดาบของเย่เทียนได้กลายเป็นของเขาเรียบร้อยเขามีความมั่นใจในตัวเองมากโดยไม่คิดเลยแม้แต่น้อยว่าตัวเองจะพ่ายแพ้ให้แก่เย่เทียน

            “เราจะประลองกันเมื่อไหร่?”

            เย่เทียนเอ่ยถาม

            “ฉันไม่ได้นำทักษะดับระดับทองแดงติดตัวมาด้วยการต่อสู้ระหว่างนักรบชั้นยอดจะสร้างความเสียหายแก่พื้นที่โดยรอบพวกเราจะประลองกันที่จัตุรัสฮุ่ยหมิงพรุ่งนี้เวลา 10:00 น.นายคิดว่าอย่างไร?” ซุนเฟิงเสนอ

            “ตกลง!”

            เย่เทียนตอบตกลงทันที

    คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน