ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

มัวแต่แวะ

ตอนที่226 มัวแต่แวะ

           เมื่อมีคนรับช่วงทำงานต่อแล้วชิงเถานางก็เลยถือโอกาสเดินชมไร่เป็นการฆ่าเวลา ข้างรั้วไม้ที่ใช้แบ่งเขตแดนกับไร่ของผู้อื่นพวกเขาก็ปลูกต้นไม้ผลไม้หรือพืชผักที่ใช้เก็บกินได้หลายอย่างแต่มันก็เป็นเพียงพืชทั่วๆไปนางจึงไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่นัก

“เอ๊ะทำไมตรงนี้ก็มีต้นอ้อยอยู่ด้วยขอรับ แต่ดูหน้าตาไม่ค่อยจะเหมือนกันเท่าไหร่”หมิงลู่ที่เดินเล่นอยู่ไม่ไกลจากผู้เป็นพี่สาวเอ่ยขึ้นเมื่อพบเห็นต้นอ้อยชนิดหนึ่งแต่หากว่ามันกลับถูกปลูกอยู่ริมรั้วเสียได้ถ้าไม่สังเกตดีๆก็ไม่เห็นด้วยซ้ำเพราะมันปะปนกันหญ้าที่ขึ้นอยู่

“ตอนหว่านเมล็ดมันอาจจะกระเด็นมาเกิดตรงนี้ก็ได้”หมิงเลี่ยนที่ตามติดน้องชายเอ่ยเสริม

“นั่นสินะ”คนสงสัยพยักหน้าเห็นด้วย

“ทำไมเจ้าจึงคิดว่าหน้าตามันไม่เหมือนที่อยู่ในไร่”ชิงเถาได้ยังสองที่น้องคุยกันจึงเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย

“ก็มันดูดำๆแข็งๆยังไงก็ไม่รู้สิขอรับ” หมิงลู่เอ่ยและชี้ให้พี่สาวอยู่

“ไหนกัน”ชิงเถามองตามที่น้องชายว่า

“อ่ะนี่มัน” และก็เป็นเช่นที่น้องชายนางว่า มันเป็นอ้อยคนละสายพันธุ์กันจริงๆ นางเรียกมันว่าอ้อยดำลำต้นมันจะออกสีดำตามที่น้องชายนางว่าจริงๆ

“ทำไมหรือขอรับ”หมิงเลี่ยนที่เห็นท่าทางของพี่สาวแล้วเหมือนนางจะเจออะไรสักอย่างจึงถามดู

“อ้อยชนิดนี้มันมีประโยชน์มากนะเราต้องซื้อมัน พี่จะรออยู่ตรงนี้หมิงลู่ไปตามเจ้าของไร่มาทีพี่จะซื้อต้นนี้กลับไปด้วย” ชิงเถาสั่งน้องชาย ซึ่งหมิงลู่ก็ฟังคำสั่งของพี่สาวอย่างดีรีบวิ่งไปหาเจ้าของสวนสามีภรรยาคู่นั้นทันทีตอนนี้สองสามีภรรยาเจ้าของไร่อ้อยกำลังคืนจ้องเอ้อฉงเอาท่อนอ้อยใส่ถุงเพิ่มพื้นที่อยู่อย่างตกอกตกใจไม่คิดว่าจะมีของเช่นนี้และถึงจะมีก็น่าจะราคาแพงไม่คิดว่าจะนำมาใช้ใส่อะไรแบบนี้อยู่ดี

“หมิงเลี่ยนเราก็มาช่วยกันหาต่อดีกว่าตรงนี้มีเพียงไม่กี่ต้นเองพี่อยากได้เยอะกว่านี้”ชิงเถาสั่งน้องชายและแยกย้ายกันสอดส่องหาต้นที่นางต้องการทันที

 

“พวกเจ้าหาอะไรอยู่”มี่หนิงหยางที่เห็นว่าชิงเถาหายไปนานจึงได้ลงมาดูกลับเห็นว่านางกำลังแหวกต้นหญ้าหาอะไรอยู่สักอย่าง

“หาต้นอ้อยเจ้าค่ะ”นางตอบแต่มือและตายังคงค้นหาสิ่งที่นางต้องการต่ออยู่

“หันไปข้างหลังสิต้นอ้อยมีเต็มไร่ เจ้าจะมาหาในโพรงหญ้าทำไม” เขาเริ่มไม่เข้าใจนางเข้าไปทุกที

“ไม่ใช่เจ้าค่ะมันคนละชนิดกัน นี่ต้นที่ข้าหาเป็นสีแบบนี้”ชิงเถาหันหน้ามาเผชิญกับมี่หนิงหยางอย่างจริงจังแล้วก็ชี้ต้นที่นางเจอล่าสุดให้เขาดูจะได้ไม่บ่นนางอีก

 

“คุณหนูมีอะไรให้พวกข้ารับใช้หรือไม่ขอรับ”ชายเจ้าของไร่ที่หมิงลู่ไปตามว่าต้องการจะซื้อเพิ่มจึงรีบเดินมาหาชิงเถาทันที

“อ้อต้นอ้อยพวกนี้เจ้าค่ะ ข้าต้องการมันเช่นกัน ว่าแต่ทำไมท่านมาปลูกมันไว้รวมกับต้นหญ้าเช่นนี้เจ้าคะ”ชิงเถาถามอย่างสงสัย

“ต้นอ้อยพวกนี้ไม่ได้รับความนิยมหรอกขอรับขายก็ไม่ได้ราคาเพราะมันมีรสชาติติดขม จะตัดทิ้งหมดก็เสียดายเพราะมันมีมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษแล้วพวกเราจึงทำได้เพียงเก็บไว้กินเองขอรับ” ชายเจ้าของไร่ตอบชิงเถา อ้อยดำจะมีรสหวานที่ติดขมผู้คนจึงไม่นิยมจะมีก็แต่ชาวไร่ที่เป็นเจ้าของที่พอจะเก็บไว้กินในครอบครัวอยู่บ้าง

“เช่นนี้เองเช่นนั้นข้าขอแบ่งซื้อจากพวกท่านได้หรือไม่เจ้าคะ เอาเท่าที่ข้าจะหาเจอก็พอ”ชิงเถาเอ่ยขอ

“จริงๆคุณหนูจะเอาไปเลยก็ได้นะเจ้าคะ พวกเราไม่กล้าคิดเงินหรอก” ผู้เป็นภรรยาเป็นคนตอบเพราะชิงเถาก็จ่ายเงินมาให้เกินจำนวนแล้ว

“ถือว่าเป็นค่าแรงพวกท่านก็แล้วกันเจ้าค่ะแล้วก็เร่งมือหน่อยนะเจ้าคะ ข้าต้องรีบเดินทางต่อ” ชิงเถายื่นเงินให้อีกหลายตำลึงซึ่งมากกว่าราคาอ้อยที่ซื้อก่อนหน้านี้หลายเท่าทีเดียวแล้วเร่งให้สองสามีภรรยาตัดต้นอ้อยสีดำนี้ให้นางอย่างเร็วดูจากที่มี่หนิงหยางลงมาตามนางแล้ว นางคงใช้เวลาที่นี่นานพอสมควรเพราะฉะนั้นต้องเร่งมือเข้าอีก

 

“ทำไมพี่รองต้องซื้อต้นอ้อยสีดำมาด้วยขอรับพวกเขาก็บอกไม่ใช่หรือว่ามันขม” หมิงลู่ถาม เพียงได้ยินว่ามันขมเขาก็เบ้หน้าไม่ชอบแล้ว

“มันใช้เป็นยาได้นะใช้ได้กับหลายโรคเชียวหละ” ชิงเถาบอกน้องยิ้มๆ ไม่ได้สนใจสีหน้าของน้องชายเท่าไหร่อีกเรื่องที่นางต้องคิดใหม่เรื่องที่จะคิดบัญชีกับน้องชายที่เขาบ่นนางเรื่องปรุงโอสถไม่ได้เรื่องถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเป็นนางก็เถอะตอนนี้ถือว่านางยอมให้ก็แล้วกัน เพราะหมิงลู่นี่เองที่ทำให้นางได้เจ้าต้นอ้อยเพิ่มมาอีกหนึ่งชนิด

 

           การเดินทางยังเป็นไปอย่างราบรื่นไม่ต่างจากขามาเท่าไหร่จะมีตัวขัดจังหวะการเดินทางก็คงจะเป็นชิงเถาที่เอ่ยปากขอให้หยุดให้แวะเมืองนั้นเมืองนี้อยู่ไม่ขาดจนในที่สุดการเดินทางในแคว้นเยว่อู่ก็ได้สิ้นสุดลงเมื่อชิงเถาและคนอื่นๆกำลังนั่งอยู่บนเรือเพื่อที่จะเดินทางไปยังเกาะเสียวทู่ตี้และเดินทางกลับเมืองหลวงอีกเป็นอันดับถัดไป

“ดูสิตอนนี้ก็จะมืดแล้วเป็นเพราะเจ้านั่นแหละมัวแต่เดินซื้อของอยู่ได้”มี่หนิงหยางบ่นให้ชิงเถาที่นางมัวแต่เดินซื้อของอยู่จนตอนนี้เกือบจะมืดค่ำเข้าไปแล้ว

“น่านี่ไงมองเห็นเกาะอยู่ตรงหน้าแล้วเจ้าค่ะ ไม่ถือว่ามืดหรอกน่า”ชิงเถาไม่สนคำที่เขาบ่น นางกะเวลาไว้แล้วน่า ว่าต้องมาถึงก่อนที่เรือจะเดินทางลำบากที่ไงรออีกไม่ถึงเค่อเรือก็จะเข้าเทือบท่าแล้ว

“แต่ก็มันน่าไหมหละอยู่กลางทะเลมันอันตราย อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นแม้แต่คนที่เก่งกาจที่สุดก็ไม่อาจจะเก่งไปกว่าอำนาจของธรรมชาติได้หรอกนะ”เขายังคงเอ่ยตักเตือนนางอยู่

“เจ้าค่ะข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะจำไว้ให้ขึ้นใจเลย”นางก็ต้องทำหน้าหงอยคอตกเพราะเรื่องนี้เป็นเพราะนางจริงๆ ดีที่วันนี้คลื่นลมไม่แรงไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดอันตรายเอาจริงๆก็ได้

 

           เรือเท่าเทียบท่าในตอนที่ตะวันลับขอบฟ้าไปแล้วจนตอนนี้ตรงท่าเรือต้องจุดตะเกียงไว้หลายจุดแล้ว

“ชาวประมงคงกลับไปหมดแล้วแน่เลยเงียบมาก” ชิงเถานางหวังว่าพอขึ้นเรือมาจะได้มาซื้อสัตว์ทะเลกลับไปด้วยเสียหน่อยแต่ตอนนี้เงียบไปหมดแล้ว

“ที่ท่าเรือฝั่งนู้นเจ้าก็ซื้อมาไม่น้อยเลยนะจะกินทันหรือ เดี๋ยวก็ได้เน่าเสียพอดี”มี่หนิงหยางถามเมื่อได้ยินว่านางกำลังบ่นถึงเรือประมงอีกแล้วเมื่อก่อนจะลงเรือมาที่นี่เขามั่นใจว่าเห็นนางเหมาซื้อสัตว์น้ำจากเรือประมงมามากพอสมควรถึงแม้ว่านางจะมีถุงเพิ่มพื้นที่เขาก็ไม่คิดว่ามันจะอยู่ได้นานโดยไม่เน่าเสียจึงได้เอ่ยเตือนนาง

“ข้าจะซื้อกลับไปเมืองหลวงหนะเจ้าค่ะแต่ว่าไม่มีแล้วก็ไม่เป็นไร รีบไปที่พักกันเถอะ ข้าจะทำอาหารให้พวกท่านเอง”ชิงเถารีบบอกและเดินนำไปยังจุดที่รถม้าของนางที่เตรียมไว้พร้อมแล้ว

“ท่านประมุข”แต่ชิงเถานางยังไม่ได้เดินละจากมี่หนิงหยางไปไหนกลับมีหนึ่งเสียงที่ดังมาพร้อมคนของเขาเสียก่อน

“มีอะไร”มี่หนิงหยางเอ่ยถามเสียงนิ่ง แต่จากท่าทางของคนที่มาแล้วต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นเป็นแน่เพราะดูท่าทางเคร่งเครียดพอสมควร

“กลุ่มของคณะทูตตอนนี้กำลังถูกจู่โจมจากกลุ่มคนที่ยังไม่ทราบที่มาขอรับ”รีบเอ่ยแจ้งข่าวให้ผู้เป็นนายทราบ เขาที่ติดตามกลุ่มขององค์ชายเจ็ดกลับมาถึงก่อนแต่ว่ากลับเจอคนดักซุ่มโจมทีก่อนที่ขนวบเสด็จจะเข้าไปถึงในเขตชุมชนซึ่งมันต้องผ่านป่าไปอีกเล็กน้อย ตรงจุดนี้เองที่ทำให้มีคนร้ายซุ่มโจมตีอยู่และตอนนี้ทั้งสองฝ่ายก็กำลังต่อสู้กันอยู่อย่างดุเดือนตั้งแต่เมื่อเกือบชั่วยามที่แล้วที่พวกเขาผ่านจุดป่าที่ว่าดีที่คณะทูตหยุดพักที่ท่าเรืออยู่นานไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะเจอกับพวกคนร้ายเร็วกว่านี้เป็นแน่

“เจ้ารีบนำไปเดี๋ยวนี้”สิ้นคำของมี่หนิงหยางเขาและคนที่มาบอกก็เร่งใช้ฝีเท้าพร้อมวรยุทธที่มีกระโดดโดยมีกิ่งไม้เป็นที่ยั่งเท้าไปทันทีทิ้งให้ชิงเถามองตามอย่างตกใจค้างทันทีนางตกใจตั้งแต่ได้ยินคนมากบอกมี่หนิงหยางด้วยซ้ำถึงตอนนี้พวกเขากำลังจะหายลับจากสายตานางไปแล้วก็พึ่งจะได้สติกลับมา

“พวกเจ้ารีบกลับไปที่พักเร็วแล้วก็ใช้อีกเส้นทางด้วยนะ” ชิงเถาจำได้ว่ามีอีกเส้นทางที่จะไปจึงที่พักได้เพียงแต่อาจจะไกลกว่าเส้นทางที่ใช้บ่อยๆดังเส้นทางที่เหล่าคณะทูตถูกดักทำร้ายนั่นเอง

“แล้วคุณหนู”ยังไม่ทันที่เอ้อฉงจะได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ชิงเถานางก็เร่งวิ่งตามมี่หนิงหยางไปทันทีถึงแม้จะช้ากว่าเขาไปสักหน่อยแต่มั่นใจว่าไปถูกอย่างแน่นอนเพราะนางมีตัวช่วยอย่างเชี่ยนเชี่ยนอยู่นี่นา

“พี่รอง”

“คุณหนู”เหลือไว้เพียงเสียงเรียกร้องตามที่อยู่ด้านหลังเท่านั้น แต่ก็คงตามไปไม่ทันแล้วคงต้องดูแลความปลอดภัยสองแฝดกลับที่พักก่อนเป็นอันดับแรก


คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน